5.วิชาโหราศาสตร์

     


         วิชาโหราศาสตร์          
  1. http//www.horasaadrevision.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=107154&N
   2. http//www.payakorn.com/
   3. http//www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1353052819&grpid=01&catid=01
   4.httpฝ/www.horawej.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=189124&N                               

   5.http//th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C
   6. http//heritage.mod.go.th/nation/astrology/astrology.htm
   7. http//www.jupitersiam.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538855596&N  

  8.http//www.myhora.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C/%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87
  9.http//www.horasadthai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=526097
  10.http//www.luckkao.com/default.asp?content=showproduct&scid=1191

 สอนวิชาโหราศาสตร์โดย Youtube
http://www.rojn-info.com/mainarticles/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b5

htmlhttps://www.youtube.com/watch?v=xYLmoObLBLQ

   หนังสือหลักวิชาโหราศาสตร์ชั้นสูง

๑.วิชาโหราศาสตร์ไทย   ฉับบสมบูรณ์

      ของหลวงดรุณกร  (อั้น  สาริกบุตร)

        

   http://uauction4.uamulet.com/AuctionDetail.aspx?bid=429&qid=16973


 ๒.โหราศาสตร์ไทยชั้นสูง   ของ อ.สิงห์โต   สุริยาอารักษ์

    

         หนังสือ ๒ เล่มนี้ให้ไปซื้อที่ร้าน เกษมบรรณกิจ    
    ที่อยู่ปัจจุบันคือ: 25 ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน เขตธนบุรี
    เวลาทำการ: 08.00 – 16.30 น. (ปิดวันอาทิตย์)
    ติดต่อ: 02-439-2339

    http://auction2hand.uamulet.com/AuctionGoodsDetail.aspx?qid=19186&sortby=ASC

       หนังสือเก่าเยาวราช

   

  https://readthecloud.co/takeout-4/
             วิชาการทำนายด้วยเลข ๗ ตัว
              
                           แต่งโดย พรชัย  ดวงมาลัย

     วิชาการทำนายด้วยเลข ๗ ตัวเป็นการพยารณ์ชนิดหนึ่งที่จัดว่าแม่นยำดี ถ้าผู้พยากรณ์ศึกษาหลักของการพยากรณ์อย่างเชี่ยวชาญแตกฉานแล้ว ข้าพเจ้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า "แม่นยำไม่แพ้วิชาโหราศาสตร์เลยทีเดียว" แต่วิชาเลข ๗ ตัวนี้ ง่ายกว่าวิชาโหราศาสตร์ตรงที่ไม่ต้องไปท่องจำหลักการและกฏเกณฑ์ที่มากมากมาย เหมือนวิชาโหรษศาสตร์ วิชาโหราศาสตร์ ถ้ามีผู้มาให้พยากรณ์ไม่รู้เวลาตกฟากคือเวลาเกิดการพยากณ์ของวิชาโหราศาสตร์ก็จะไม่แม่นยำเลยนี้คือจุดอ่อนของ วิชาโหราศาสตร์    แต่วิชาเลข ๗ ตัว ไม่ต้องใช้เวลาเกิดเลยก็พยากรณ์ได้แม่นยำดี ถ้ามีความประสงค์อยากจะให้วิชาเลข ๗ ตัว มีความแม่นยำจงดูการทำนายเลขโคจรให้ดีนี้คือจุดเด่นของวิชาเลข ๗ ตัว ข้าพเจ้าได้เรียนรู้มาทั้งสองอย่างแต่ข้าพเจ้าชอบใช้วิชาเลข ๗ ตัวทำการพยากรณ์ให้ผู้อื่นเพราะมันง่ายดีไม่มีหลักเกณฑ์มากมายและไม่ต้องใช้ เวลาเกิดก็สามารถพยากรณ์ให้แม่นยำได้  ถ้าใครเรียนรู้กฏเกณฑ์และความหมายของตัวเลขอย่างแตกฉานแล้วท่านก็จะสามารถ พยากรณ์ได้ทุกแง่ทุกมุมไม่แพ้วิชาโหราศาสตร์เลย
    การศึกษาวิชาพยากรณ์ด้วยเลข ๗ ตัว  แบ่งออกเป็ ๔ ภาค คือ:-
      -ภาคการศึกษาที่ ๑ ว่าด้วยกฏเกณฑ์ต่างๆของพื้นดวงชะตา
      -ภาคการศึกษาที่ ๒ ว่าด้วยองค์ประกอบที่เป็นพื้นพื้นฐานของพื้นดวงชะตา
      -ภาคการศึกษาที่ ๓ ว่าด้วยกลวิธีการทายจรของเลข ๗ ตัว
      -ภาคการศึกษาที่ ๔ ว่าด้วยการทำนายแบบยามอัฏฐกาล
      -ภาคการศึกษาที่ ๕ ว่าด้วยการทำนายด้วยทักษาพยากรณ์
      -ภาคการศึกษาที่ ๖ ว่าด้วยการทำนายด้วยหลักของกาลโยคประจำปี

      -ภาคการศึกษาที่ ๗ ว่าด้วยภาคผนวก 
         การศึกษาภาคที่ ๑
     -ภาคที่หนึ่ง  ว่าด้วยกฏเกณฑ์ต่างๆของพื้นดวงชะตา ซึ่งแบ่งออกได้เป็น ๖ ชนิด คือ:-
        ๑.การตั้งเลขในพื้นดวงชะตา
        ๒.ภพและความหมายของภพ
        ๓.ความหมายของเลขในฐานบวก
        ๔.การพยากรณ์ตัวเลขในพื้นดวงชะตา 
        ๕.ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันของตัวเลขในพื้นดวงชะตา
       
 ๖.ระดับสูงต่ำของพื้นดวงชะตา

         
การตั้งเลขในพื้นดวงชะตา 
      ตัว เลขในพื้นดวงชะตามี ๒๑ ตัว แบ่งออกเป็น ๔ แถวๆละ ๗ ตัว และยังมีตัวเลขที่เป็นฐานบวกอีก ๗ ตัว รวมเลขในพื้น ดวงชะตาทั้งหมดมี ๒๘ ตัว   เช่น:-
     -1     2     3     4     5     6     7          แถวที่หนึ่งนี้เป็นเลขที่เอามาจากเลขของวันเกิดของคน

    -2      3     4       5     6      7      1          แถวที่สองนี้เป็นเลขที่เอามาจากเลขของเดือนเกิดของคน
    -3     4     5     6     7    1      2          แถวที่สามนี้เป็นเลขที่เอามาจากเลขของปีเกิดของคน
    -6    9    12   14   18    14    10              แถวที่สี่นี้เป็นเลขที่ได้มาจากการเอาเลขทั้งสามแถวบวกกัน 

     
 หลักการตั้งเลขวันเดือนปีเกิดลงในพื้นชะตาแบ่งออกเป็น  ๓  ชนิด คือ:-  
        ๑.หลักในการตั้งเลขของวันเกิดลงในพื้นชะตา
           -วิชาเลข ๗ ตัวมีหลักในการตั้งเลขวันเกิดลงในพื้นชะตาดังนี้
              ๑.๑เลขในฐานของวันเกิดนี้ให้เอาเลขแค่ ๗ ตัว  ถ้าเลขตัวใดเกินเลข ๗ ให้เอาเลข ๗ ไปลบออก   เช่น คนไหนเกิดในวันพุธกลางคืน มันจะเป็นเลข ๘ เมื่อเป็นเลข ๘ แสดงให้เห็นว่ามันเลย ๗ ไปแล้ว ให้เอาเลข ๗ ไปลบเลข ๘ ก็จะเหลือเศษ ๑ ให้เอาเลข ๑ ไปตั้งเป็นเลขของแถววันเกิด   เช่น:-
                  -1      2      3      4      5      6      7
               .ตัวเลขประจำวันเกิดจงดูข้างล่างนี้ 
                  -คนเกิดวันอาทิตย์        คือ     เลข      ๑
                  -คนเกิดวันจันทร์            ,,        ,,       ๒
                  -คนเกิดวันอังคาร           ,,        ,,       ๓
                  -คนเกิดวันพุธ                 ,,       ,,       ๔
                  -คนเกิดวันพฤหัสบดี        ,,       ,,       ๕
                  -คนเกิดวันศุกร์               ,,       ,,       ๖
                  -คนเกิดวันเสาร์               ,,       ,,       ๗
                  -คนเกิดวันราหูหรือวันพุธกลางคืน คือเลข  ๘
                .
คนเกิดวันไหนก็ให้ตั้งเลขประจำวันเกิดนั้นเป็นตัวแรกดังนี้  
                   -คนเกิดวันอาทิตย์ ให้ตั้งเลข 1 เป็นตัวแรก เช่น:-
                      -1     2     3     4     5     6     7
                   -คนเกิดวันจันทร์ ให้ตั้งเลข 2 เป็นตัวแรก เช่น:-
                      -2     3     4     5     6     7     1
                   -คนเกิดวันอังคาร ให้ตั้งเลข 3 เป็นตัวแรก เช่น:-
                      -3     4     5     6     7     1     2
                   -คนเกิดวันพุธ ให้ตั้งเลข 4 เป็นตัวแรก เช่น:-
                      -4     5     6     7     1     2     3     
                   -คนเกิดวันพฤหัสบดี ให้ตั้งเลข 5 เป็นตัวแรก เช่น:-
                      -5     6     7     1     2     3     4
                   -คนเกิดวันศุกร์ ให้ตั้งเลข 6 เป็นตัวแรก เช่น:-
                      -6     7     1     2     3     4     5
                   -คนเกิดวันเสาร์ ให้ตั้งเลข 7 เป็นตัวแรก เช่น:-
                      -7     1     2     3     4     5     6
                   -คนเกิดวันราหู ให้ตั้งเลข 1 เป็นตัวแรก เช่น:-
                      -1     2     3     4     5     6     7


                 **หมายเหตุ:-ในข้อที่ 3 นี้โปรดสังเกตดูให้ดีอาจจะตั้งเลขผิดได้ง่ายๆ คนเกิดวันไหนก็ให้ตั้งเลขประจำวันเกิดตัวนั้นเป็นตัวแรกแล้วก็ไล่ไปเรื่อยๆ จนครบ 7 ตัว  ถ้าวันเกิดใครนับไปถึงเลข 7 แล้ว แต่ตัวเลขยังไม่ครบ 7 ตัวก็ให้นับเริ่มต้นที่เลข 1 ใหม่เช่น วันพฤหัสบดีนับเริ่มต้นที่เลข 5   6   7  ก็ถึงเลข 7 แล้วยังไม่ครบ 7 ตัวเลย  ก็ให้นับเริ่มต้นที่เลข 1   2    3   4   ไปอีกจนกว่าจะครบ 7 ตัว จึงจะหยุดได้ วันอื่นก็จงดูวันพฤหัสบดีนี้เป็นตัวอย่าง
     ๒.หลัก การตั้งเลขของเดือนเกิดลงในพื้นชะตาให้ตั้งหล้กการเดียวกันกับเลขของวันเกิด  ถ้าใครเกิดในเดือน 8    9    10    11   12  ให้เอาเลข 7 มาลบออก  เหลือเศษเท่าไหร่ให้เอาเลขเศษนั้นไปตั้งเป็นเลขตัวเริ่มแรก  เลขของเดือนเกิดนี้ให้ถามเจ้าตัวคนที่มาให้เราทำนาย  แต่อย่าไปเชื่อนักบางทีเขาอาจจะจำมาผิดก็ได้  ทางที่ดีให้เอาวันที่  เดือน  พ.ศ. เกิดของเขาไปตรวจดูที่ปฏิน 100 ปี,  150 ปี,  หรือ 250 ปี  ก่อนเพื่อป้องกันความผิดพลาด  ถ้าใครจำวันเดือนปีเกิดไม่ได้อย่าไปทำนายให้เขาเลยมันจะไม่แม่นเดี๋ยวเขาจะดูถูกเราได้ในภายหลัง  หลักการตั้งเลขของเดือนเกิดมีดังนี้

     -คนเกิดในเดือน ๑  ให้ตั้งเลขของเดือนเกิดเป็นดังนี้
       -1     2     3     4     5     6     7
     -คนเกิดในเดือน ๒ ให้ตั้งเลขของเดือนเกิดเป็นดังนี้
       -2     3     4     5     6     7     1
     -คนเกิดในเดือน 3 ให้ตั้งเลขของเดือนเกิดเป็นดังนี้
       -3     4     5     6     7     1     2
     -คนเกิดในเดือน 4 ให้ตั้งเลขของเดือนเกิดเป็นดังนี้
       -4     5     6     7     1     2     3
     -คนเกิดในเดือน ๕ ให้ตั้งเลขของเดือนเกิดเป็นดังนี้
       -5     6     7     1     2     3     4
     -คนเกิดในเดือน ๖ ให้ตั้งเลขของเดือนเกิดเป็นดังนี้
       -6     7     1     2     3     4     5
     -คนเกิดในเดือน ๗ ให้ตั้งเลขของเดือนเกิดเป็นดังนี้
       -7     1     2     3     4     5     6
     -คนเกิดในเดือน ๘ ให้ตั้งเลขของเดือนเกิดเป็นดังนี้
       -1     2     3     4     5     6     7
     -คนเกิดในเดือน ๙ ให้ตั้งเลขของเดือนเป็นดังนี้
       -2     3     4     5     6     7     1
     -คนเกิดในเดือน ๑๐ ให้ตั้งเลขของเดือนเกิดเป็นดังนี้
       -3     4     5     6     7     1     2
     -คนเกิดในเดือน ๑๑ ให้ตั้งเลขของเดือนเกิดเป็นดังนี้
       -4     5     6     7     1     2     3     
     -คนเกิดในเดือน ๑๒ ให้ตั้งเลขของเดือนเกิดเป็นดังนี้
       -5     6     7     1     2     3     4
     ๓.หลัก การตั้งเลขของปีเกิดลงในพื้นดวงชะตา  ให้ตั้งในหลักการเดียวกันกับเลขของเดือนเกิดคือใครเกิดในปีมะแม, วอก, ระกา, จอ, กุล  ให้เอาเลข 7 ไปลบออกเพราะเลขของปีทั้ง 5 เหล่านี้เกินเลข 7 ไปแล้ว  หลักการตั้งเลขของปีเกิดลงในพื้นดวงชะตามีหลักในการตั้งดังนี้
       ๓.๑เลขของปีเกิด
           -ปีชวด              = เลข 1
           -ปีฉลู                 = เลข 2
           -ปีขาล               = เลข 3
           -ปีเถาะ               = เลข 4
           -ปีมะโรง            = เลข 5
           -ปีมะเส็ง            = เลข 6
           -ปีมะมะเมีย        = เลข 7
           -ปีมะแม             = เลข 8 
           -ปีวอก               = เลข 9
           -ปีระกา              = เลข 10
           -ปีจอ                 = เลข 11
           -ปีกุล                 = เลข 12
        ๓.๒การตั้งเลขของปีเกิด
           -คนเกิดในปีชวด ให้ตั้งเลขของปีเกิดเป็นดังนี้
              -1     2     3     4     5     6     7
           -คนที่เกิดในปีฉลู ให้ตั้งเลขของปีเกิดเป็นดังนี้
              -2     3     4     5     6     7     1
           -คนที่เกิดในปีขาล ให้ตั้งเลขของปีเกิดเป็นดังนี้
              -3     4     5     6     7     1     2
           -คนเกิดในปีเถาะ ให้ตั้งเลขของปีเกิดเป็นดังนี้
              -4     5     6     7     1     2     3
           -คนที่เกิดในปีมะโรง ให้ตั้งเลขของปีเกิดเป็นดังนี้
              -5     6     7     1     2     3     4
           -คนที่เกิดในปีมะเส็ง ให้ตั้งเลขของวันเกิดเป็นดังนี้
              -6     7     1     2     3     4     5
           -คนที่เกิดในปีมะเมีย ให้ตั้งเลขของวันเกิดเป็นดังนี้
              -7     1     2     3     4     5     6
           -คนที่เกิดในปีมะแม ให้ตั้งเลขของปีเกิดเป็นดังนี้
              -1     2     3     4     5     6     7
           -คนที่เกิดในปีวอก ให้ตั้งเลขของปีเกิดเป็นดังนี้
              -2     3     4     5     6     7     1
           -คนที่เกิดในปีระกา ให้ตั้งเลขของปีเกิดเป็นดังนี้
              -3     4     5     6     7     1     2
           -คนที่เกิดในปีจอ ให้ตั้งเลขของปีเกิดเป็นดังนี้
              -4     5     6     7     1     2     3
           -คนที่เกิดในปีกุล ให้ต้งเลขของปีเกิดเป็นดังนี้

              -5     6     7     1     2     3     4  

      ข้อควรจำในการตั้งเลขของวันเดือนปีเกิด 
   ๑.เลขของวันเกิด ให้เริ่มนับวันเกิดตั้งแต่เวลา ๖.๐๐ น. ของกลางวันไปถึง เวลา ๖.๐๐ น. ของวันรุ่งขึ้น​ คือตั้งแต่เวลา ๖ โมงเช้าของวันนี้ไปจนถึง ๖ โมงเช้าของวันพรุ่งนี้  วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง   อย่าไปนับเวลาเหมือนแบบสากล   แบบสากลเขานับตั้งแต่เวลา ๒๔ นาฬิกา คือ ๖ ทุ่มไปแล้วเขานับเป็นวันใหม่ นี่คือการนับแบบสุริยคติ  ประเทศของเราใช้นับวันแบบจันทรคติคือต้องนับตั้งแต่เวลา๖ โมงเช้าวันนี้ไป จนถึง ๖ โมงเช้าของวันพรุ่งนี้  ถ้าท่านนับวันเกิดแบบสากลท่านจะทำนายผิดทันที  โปรดจำเอาไว้ให้ดี

     ๒.เลข ของเดือนเกิด ให้เริ่มนับตั้งแต่ เดือน ๑ (เดือนอ้าย -ธันวาคม)  เดือน ๒ (เดือนยี่ -มกราคม)  เดือน ๓ (กุมภาพันธ์)  เดือน ๔  (เดือนมีนาคม)  เดือน ๕  (เดือนเมษายน) เดือน ๖  (เดือนพฤษภาคม)  เดือน ๗  (เดือนมิถุนายน) เดือน ๘  (เดือนกรกฎาคม)  เดือน ๙  (เดือนสิหาคม) เดือน ๑๐  (เดือนกันยายน) เดือน ๑๑  (เดือนตุลาคม) เดือน ๑๒   (เดือนพฤศจิกายน)  นี่เป็นการนับแบบจันทรคติ  ให้ดูการนับตามปฏิทิน ๑๐๐ ปี  หรือ  ๑๕๐ ปีดีที่สุด   ไม่ได้นับแบบสากลคือนับตั้งแต่เดือน มกราคม  ไปจนถึงเดือนธันวาคม  ถ้าท่านนับแบบนี้ท่านจะทำนายให้เขาผิดทันที
​   ๓.เลขของปีเกิด  ใช้ปีตามนักษัตร    คือปีเกิดคนจะเปลี่ยนเป็นปีใหม่ได้จะต้องเป็นวันที่  ๑๓  เมษายน คือวันสงกรานต์ของทุกปีเป็นต้นไป ถ้าใครเกิดก่อนวันสงการานต์ยังถือเป็นปีเก่าอยู่  แต่ถ้าใครเกิดวันที่ ๑๓ เมษายน ผู้นั้นถือว่าปีเกิดเป็นปีใหม่แล้ว   ในระบบสากลเขาถือเอาวันที่ ๑ มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่  วิชาการทำนายด้วยเลข ๗ ตัว ถ้าถือเอาวันที่ ๑ มกราคม เป็นวันเปลี่ยนปีใหม่ท่านจะพยากรณ์ผิดทันที  ข้อนี้ข้าพเจ้าเคยเห็นหมอดูหลายคนใช้วันที่ ๑ มกราคมเป็นวันเปลี่ยนปีใหม่ ให้พยากรณ์ดูแล้วจึงไม่ค่อยแม่นผิดเสียเป็นส่วนมากข้อนี้จึงควรระวังไว้ให้ ดี
    ๔.การคิดหาอายุของคน  มีหลักในการคิดดังนี้
        -ให้เอา พ.ศ.ปัจจุบันตั้ง  แล้วลบด้วย พ.ศ.เกิด เช่น นายสุรสิทธิ์ เกิดในเดือนพฤศจิกายน  พ.ศ. 2492
        -วิธีทำ:- ให้เอา 2558 ตั้งแล้วลบด้วย 2492
                      2558 - 2492    =67
         ลบออกมาแล้วเหลือ 67 คนส่วนมากจะถือกันว่า นายสุรสิทธิ์อายุได้ 67 ปีแล้ว  ถือเอาอย่างนี้ผิดนะ ทำไมถึงผิดเพราะยังไม่ได้หักเดือนที่เขาเกิดออก ต้องหักเดือนที่เขาเกิดออกก่อนจึงจะถูก เขาเกิดในเดือนพฤศจิกายน  นายสุรสิทธิ์มาขอให้ทำนาย ในวันที่ 17 เดือน พฤษภาคม  พ.ศ. 2558   เพราะฉะนั้นนายสุรสิทธิ์จึงมีอายุได้  66 ปี 6 เดือน 17 วัน  คือยังไม่ถึง 67 ปี  ข้อนี้หมอดูทั้งหลายทายผิดกันเยอะมากเพราะไม่คิดระวังในข้อนี้  ข้าพเคยพยากรณ์เอาชนะหมอดูหลายคนก็ด้วยวิธีนี้  หมอดูทั้งหลายเอาอายุ 67 ปีไปพยากรณ์เลยไม่หักเดือนเกิดออกจึงทำนายไม่ค่อยแม่น
     ๕.ผู้ใดคิดจะเป็นหมอดูเลข ๗ ตัว จะต้องมีปฏิน 100 ปี, หรือ150 ปี เอาไว้ตรวจสอบ วันเดือนปีเกิดของคน ปฏิทิน 100 ปี, และ150 ปีนี้ นับว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพยากรณ์จะขาดเสียมิได้โดยเด็จขาด เพราะคนที่เอาวันเดือนปีเกิดมาให้เราพยากรณ์นั้น บางคนจำมาไม่ถูกถ้าเราขืนเอาตามเขาเราก็จะทำนายผิดไม่แม่นจะตัองถูกด่าลับ หลังอย่างแน่นอนโปรดจำเอาไว้ให้ดี   

        อนึ่งหนังสือปฏิทิน 100 ปีและ 150 ปีนี้ มันเล่มใหญ่พอสมควรถือไปไหนมาไหนด้วยก็ลำบาก ถ้าใครเล่นคอมพิวเตอร์เป็นและเข้าเล่นอินเตอร์เน็ตได้ให้คลิกเปิดลิ้งค์ปฏิน 100 ปี และ 150 ปี ข้างล่างนี้ขึ้นมาตรวจสอบวันเดือนปีเกิดของคนได้เลยไม่ยุ่งยากรวดเร็วและ สะดวกสบายอีกด้วยไม่ต้องถือไปไหนมาไหนด้วยให้เมื่อยมือ เพียงแต่มี แท็บเล็ตหรือโทรศัพท์มือถือที่เล่นอินเตอร์เน็ตได้ และใส่ข้อมูลที่ต้องการลงไปในคอมพิวเตอร์แล้วคลิก  ข้อมูลที่ต้องการก็ออกมาแล้ว ขอขอบคุณนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายที่สร้างคอมพิวเตอร์ขึ้นมาช่วยเหลือมนุษย์ ให้มีเครื่องมือที่มหัศจรรย์ในการใช้งานและหาวิชาความรู้ได้ไม่จำกัดเวลาและ สถานที่  กรุณาเปิดลิ้งค์ปฏินข้างล่างนี้ขึ้นมาดู ก็จะสามารถตรวจสอบวันเดือนปีเกิดของมนุษย์ทั้งหลายได้อย่างถูกต้องแล้ว 

  
http://www.myhora.com/%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%99/%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88
  
 http://www.baanrak.com/fortune/150calendar/index.asp

​   http://www.goosiam.com/%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%99/
    เมื่อตั้งฐานเลขของวันเดือนปีเกิดได้แล้ว ต่อไปข้าพเจ้าจะยกเอาตัวอย่างของวันเดือนปีเกิดของคนมาตั้งฐานเลขให้ดูสักคน 
   
       ตัวอย่างการตั้งเลขพื้นดวงชะตาของ น.ส.วรรณภา  แก้วกล้า    
        -น.ส.วรรณภา   แก้วกล้า   เกิดวันที่  ๑๐  สิงหาคม  พ.ศ.๒๕๔๐  ตรงกับวันอาทิตย์  เดือน  ๙  ขึ้น  ๘  ค่ำ  ปีฉลู
      -วันเกิดคือ: วันอาทิตย์   = 1
      -เดือนเกิดคือ: เดือน 9   เดือน 9 เป็นเดือนที่เกิน 7 ไปแล้ว  ให้เอาเลข 7 มาลบเลข 9 จะเหลือเศษ   = 2

      -ปีเกิดคือ: ปีฉลู    = 2  
         พื้นดวงชะตาน.ส.วรรณภา แก้วกล้า
      1       2       3       4       5       6       7         แถวนี้เป็นเลขของวันเกิด
      2       3       4       5       6       7       1         แถวนี้เป็นเลขของเดือนเกิด 
      2       3       4       5       6       7       1         แถวนี้เป็นเลขของปีเกิด
​      5       8      11     14     12      20     9         แถวนี้เป็นเลขของฐานบวก  

                     
ภพและความหมายของภพ 
                   ภพ
        
-ภพ   แปลว่า "ที่อยู่" คือที่อยู่ของตัวเลข
        -ภพในวิชาเลข ๗ ตัว  แบ่งออกเป็น ๓ ชนิด คือ:-
            ๑.ภพในฐานของวันเกิดมี ๗ ตัว  คือ:-  อัตตะ     หินะ     ธนัง     ปิตา     มาตา     โภคา     มัซฌิมา
            ๒.ภพในฐานของเดือนเกิดมี ๗ ตัว คือ:- ตนุ     กฎุมพะ     สหัสชะ     พันธุ     ปุตตะ     อริ     ปัตตนิ                                          

           ๓.ภพในฐานของปีเกิดมี ๗ ตัว คือ:- มรณะ     สุภะ     กัมมะ     ลาภะ     พยายะ     ทาสา     ทาสี
                   ชื่อของภพทั้ง ๓ แถวที่ต้องจำ
          อัตตะ        หินะ        ธนัง         ปิตา        มาตา        โภคา        มัชฌิมา
       ตนุ            กฎุมพะ    สหัชชะ   พันธุ       ปุตตะ         อริ            ปัตตนิ
       มรณะ        สุภะ         กัมมะ      ลาภะ      พยายะ      ทาสา        ทาสี 
 

               ความหมายของภพในแถววันเกิด 
              
           -อัตตะ   หมายถึง  ตัวเรา   รูปร่าง   วิถีชีวิต   ความเป็นอยู่   แขนขวา   สุขภาพร่างกาย   ลักษณะท่าทาง   อุปนิสัย   รสนิยม   และ แนวโน้มทางความคิด
         -หินะ   หมายถึง  ความ เสื่อม, ความชั่วร้าย, นิสัยที่ไม่ดี, ชะตาที่ตกต่ำ, ความดื้อดึง, ทิฏฐิมานะ, การเบียดเบียน, ตำหนิในร่างกาย, วาระสุดท้ายของชีวิต, และคนที่ตายจาก
         -ธนัง   หมายถึง  แก้วแหวนเงินทอง เพชรนิลจินดา, ทรัพย์สินมรดก, และสังหาริมทรัพย์
         -ปิตา   หมายถึง  บิดาหรือพ่อ, พ่อเลี้ยง, ญาติทางฝ่ายพ่อ, คนอุปถัมภ์หรือคนที่คอยให้ความช่วยเหลือ, บุคคลชั้นสูงชาย, การปกครองบริหาร 
         -มาตา   หมายถึง  มารดา หรือแม่, แม่เลี้ยง, ญาติทางฝ่ายแม่, คนอุปถัมภ์หรือคนที่คอยให้ความช่วยเหลือ, บุคคลชั้นสูงหญิง, การปกครองดูแล, และการรักษาพยาบาล
         
-โภคา   หมายถึง  ทรัพย์ สมบัติคือ เรือกสวนไร่นาบ้านเรือนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ เช่น จอบเสียมมีดพร้าแหลนหลาว ดราดไถ รถไถ และอสังหาริมทรัพย์
         -มัชฌิมา   หมายถึง  ความเป็นกลาง, ความพอดี, เศรษฐกิจพอเพียง, แบ่งครึ่งปันส่วน, กลางทาง,ได้หรือเสียเท่ากัน,
และ คนละครึ่ง

              ความหมายของภพในแถวเดือนเกิด
     -ตนุ   หมายถึง  รูปร่าง, ตัวตนของเรา, อุปนิสัยใจคอ, รสนิยม, แนวโน้มทางการกระทำ  
      -กฎุมพะ   หมายถึง  ฐานะ ทางการเงิน, รายได้, การเงินทั้งหมด, อาหาร, เครื่องอุปโภคบริโภค, ใบหน้า, อัญมณี, พันธบัตร, หุ้น, ใบหุ้น, เช็ค, บัตรเครดิด, ธนาคาร, ทรัสต์
      -สหัชชะ   หมายถึง  การ ติดต่อ, การเดินทาง, พี่น้องร่วมท้อง, คนใกล้ชิด, สมัครพรรคพวก, มิตรสหาย, น้องสาวน้องชาย, การเดินทาง, กรติดต่อสื่อสาร, จดหมาย, โทรเลข, โทรศัพท์, โทรทัศน์, ทีวี, วิทยุ, หนังสือพิมพ์, รถเรือ, เครื่องบิน, ไอพ่น, จรวด, ร่ม, รองเท้า
      -พันธุ   หมายถึง  การ เปลี่ยนแปลง, การโยกย้าย, วงศาคณาญาติ, บ้านเกิด, ถิ่นกำเนิด, ที่อยู่อาศัย, บ้านเรือน, โรงงาน, อาคาร, อพาร์ตเม้นท์, หลุมฝังศพ, และสถานที่ต่างๆ, 
      -ปุตตะ   หมายถึง  บุตร ธิดา, ลูกเลี้ยงทั้งชายและหญิง, คนรัก, การเริ่มต้น, การสร้างสรรค์, และการผลืตสินค้า, เด็กๆ, ภาษีอากร, กฎหมาย, บุตรบุญธรรม, สินค้า, โครงการ, ความบันเทิง, การกีฬา, การแข่งขัน, การละเล่นต่างๆ, ภาพยนต์, ดนตรี, งานเลี้ยงต่างๆ, ลิเก, หมอลำ
      -อริ   หมายถึง  ข้าศึก, ศัตรู, อุปสรรค, โจรผู้ร้าย, ความขัดข้อง, การต่อสู้, การวิ่งเต้น, หนี้สิน, ความทุกข์, ภัยอันตราย,
 อาวุธ, ความทารุณโหดร้าย

      -ปัตตนิ   หมายถึง  คู่ครอง, คนรัก, คู่กรณีย์, คู่สัญญา, แฟน, ถนนหนทาง, สามีภรรยา, คดีความ, หุ้นส่วน
             ความหมายของภพในแถวปีเกิด
          -มรณะ   หมายถึง ความ ตาย, การเสร็จสิ้น, การสูญเสีย, คนต่างถิ่น, คนต่างประเทศ, คนที่หนีหรือจากไปไกล, ผลประโยชน์จากคนตาย, มรดก, เงินบำเหน็ดบำนาญ, เบี้ยหวัด 
       -สุภะ   หมายถึง  ความดี, การคุ้มครอง, ความเจริญก้าวหน้า, เกียรติยศชื่อเสียง, ตำแหน่งหน้าที่การงาน, สิ่งเคารพสักการะ, ต่างแดน, ต่างประเทศ, ศีลธรรม
       -กัมมะ   หมายถึง  การงาน, การกระทำ, ธุรกิจ, และกิจการงานต่างๆ
       -ลาภะ   หมายถึง  โชคลาภ, ความสำเร็จ, ผลกำไร, ความมุ้งหมาย, การหวังผล, เงินเดือน, การเสี่ยงโชค, การพนัน, รางวัล, ล็อตเตอรี่, หวย 
       -พยายะ   หมานถึง  การ ล้มละลาย, ความล้มเหลว, อุบัติเหตุ, ความเจ็บป่วย, แพทย์และพยาบาล, ความลึกลับ, การปองร้ายอย่างเงียบๆ, การถูกขัง, คุกตตะราง,เรือนจำ,  เบื้องหลังในมุมมืด, ความวิบัติฉิบหาย, ความอดอยาก, ความขาดแคลน
 
       -ทาสา   หมายถึง  คนใช้, คนรับใช้ชาย, การเสียสละ, การช่วยเหลือ, คนสปอร์ต, งานส่วนรวม

       -ทาสี   หมายถึง  คนใช้, คนรับใช้หญิง, ครอบครัว, งานส่วนตัว, ความตระหนี่  
        ความสัมพันธ์ของภพในพื้นดวงชะตา
                      ทำนายภพอัตตะ
   -อัตตะ   ตรงกับ   ตนุ         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีความเชื่อมั่นในตนเองสูงไม่ค่อยสนใจในความคิดเห็นของผู้อื่น"
   -อัตตะ   ตรงกับ   กฎุมพะ      ทำนายว่า "เจ้าชะตาชอบการแสวงหารายได้ในแบบหมุ่นเวียนชั่วครั้งชั่วคราวในลักษณะ
การเป็นตัวแทนนายหน้าหรือนายประกันกว่าอย่างอื่น"
    -อัตตะ   ตรง   สหัชชะ      ทำนายว่า "เจ้าชะตาชอบคบค้าสมาคม  ชอบการเดินทางติดต่อสื่อสารและการท่องเที่ยว"
    -อัตตะ   ตรงกับ   พันธุ      ทำนายว่า "เจ้าชะตาชอบการทำงานแบบกิจการอันเป็นของตนเองเช่น บริษัท, ห้างร้าน,  โรงเรียน, โรงงาน, และอุตสาหกรรทมต่างๆ, ตามปกติแล้วเจ้าชะตาเป็นคนรักบ้านรักเรือนดี"
    -อัตตะ   ตรงกับ   ปุตตะ      ทำนายว่า "เจ้าชะตาชอบทำงานเกี่ยวข้องกับเด็ก, งานจัดสรรค์งานสังสรรค์, และการผลิตสินค้าต่างๆ"
    -อัตตะ   ตรงกับ   อริ      ทำนายว่า "เจ้าชะตาชอบในการต่อสู้กับอุปสรรคและการแก้ไขปัญหาต่างๆ, ศัตรูจ่องจะทำลายมีมาก"
    -อัตตะ   ตรงกับ   ปัตตนิ      ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้คู่ครองที่มีทัศนคติความคิดเห็นแบบเดียวกัน"  
    -อัตตะ   ตรงกับ   มรณะ      ทำนายว่า "เจ้าชะตาชอบการเดินทางไปในต่างถิ่นต่างประเทศ, ชอบงานเดินทางไปมาอยู่เรื่อยๆไม่ชอบงานนั่งอยู่กับที่, การขนส่ง  และการผูกขาดสินค้าต่างๆ"
    -อัตตะ   ตรงกับ   สุภะ      ทำนายว่า "เจ้าชะตาชอบทำบุญสร้างกุศล, ชอบการค้าขายกับต่างประเทศ, ชอบการไปศึกษายังต่างถิ่นต่างประเทศ, ชอบสร้างโครงการณ์และโครงสร้างต่างๆ" 
    -อัตตะ   ตรงกับ   กัมมะ      ทำนายว่า "เจ้าชะตาชอบงานอันเป็นของตนเอง มีความขยันขันแข็งในหน้าที่การงานมาก"
    -อัตตะ   ตรงกับ   ลาภะ      ทำนายว่า "เจ้าชะตาเป็นคนมีโชคดีมักมีโชคลาภดีๆเกิดขึ้นอยู่เสมอ ทำกิจการอะไรมักประสบผลสำเร็จ"
    -อัตตะ   ตรงกับ   พยายะ      ทำนายว่า "ชอบทำงานแบบผิดกฏหมาย, ชอบการเสี่ยงภัย, ชอบทำงานที่อยู่ในมุมมืด, ทำงานราชการมักล้มเหลว, ทำสิ่งใดไม่ตลอด"
    -อัตตะ   ตรงกับ   ทาสา      ทำนายว่า "เจ้าชะตาเป็นคนชอบเสียสละ ยอมเหน็ดเหนื่อยเพื่อผู้อื่น  ชอบคนที่มีฐานะต่ำกว่าตนจึงจะดี"
    -อัตตะ   ตรงกับ   ทาสี       ทำนายว่า "เจ้าชะตาเป็นคนรักครอบครัวดี  มักนิยมเอาลูกน้องหรือคนใช้เป็นคู่ครอง"
                   ทำนายภพหินะ                    
    -หินะ   ตรงกับ   ตนุ         ทำนายว่า "เจ้าชะตาเป็นคนขี้โรค ตอนเด็กเลี้ยงยาก  รูปร่างไม่สวยมีตำหนิหรือพิการ  มีนิสัยดื้อดึงสอนยาก  จะเกิดภัยพิบัติเพราะการกระทำของตนเอง "
    -หินะ   ตรงกับ   กฎุมพะ         ทำนายว่า "เป็นขี้เกียจในการทำมาหากิน  ถึงหาเงินมาได้ก็จะเก็บไว้ไม่อยู่  ถ้ามีทรัพยืสินเงินทองมากจะเป็นอันตราย"
    -หินะ   ตรงกับ   สหัชชะ         ทำนายว่า "เจ้าชะตาเป็นคนอาภัพญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง  ถึงมีก็พึ่งพาอาศัยไม่ได้มักจะกลับกลายเป็นศัตรู  จะเกิดความเดือดร้อนเพราะคนใกล้ชิด เดินทางไปไหนมาไหนต้องระมัดระวังให้ดี"
    -หินะ   ตรงกับ   พันธุ         ทำนายว่า "เจ้าชะตาเป็นคนไร้ญาติขาดมิตรถึงมีก็พึ่งพาอาศัยไม่ได้   จะเกิดความเดือดร้อนเพราะ ญาติพี่น้อง   จะพลัดจากถิ่นที่อยู่เดิมไปอาศัยอยู่ในถิ่นอื่น   ภายในครอบครัวไม่ค่อยจะมีความสุขเกิดเรื่องผิดใจกันบ่อยๆ  จะเกิดอันตรายเพราะยวดยานพาหนะและที่อยู่อาศัย"
    -หินะ   ตรงกับ   ปุตตะ         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีลูกยากถึงมีก็เลี้ยงไม่โต  บุตรจะเป็นคนขี้โรคเลี้ยงยาก  สอนยาก  จะเกิดภัยพิบัติเพราะลูก  จะเกิดเป็นโทษเพราะผู้น้อย"
    -หินะ   ตรงกับ   อริ         ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะถูกศัตรูปองร้ายเพราะเกลียดชัง   จะเกิดภัยพิบัตรเพราะศัตรู"
    -หินะ   ตรงกับ   ปัตตนิ         ทำนายว่า "เจ้าขะตาจะมีคู่ครองเป็นคนขี้โรค   จะเป็นหม้ายเพราะคู่ตาย  จะอกหักเพราะคู่ครอง  จะเกิดเป็นอันตรายเพราะคู่ครองหรือคู่กรณีเป็นสาเหตุ"
    -หินะ   ตรงกับ   มรณะ         ทำนายว่า "ไปอยู่ในต่างถิ่นต่างประเทศจะเป็นอันตราย   การเดินทางไปไหนมาไหนต้องระวังเรื่องอุบัติเหตุ"
    -หินะ   ตรงกับ   สุภะ         ทำนายว่า "ทำงานราชการไม่ดีจะมัวหมองจะเกิดเรื่องไม่ดีในวันข้างหน้า  ให้ระมัดระวังในการเดินทางไกลจะเป็นอันตราย   คนต่างชาติจะนำภัยพิบัติมาให้"
    -หินะ   ตรงกับ   กัมมะ         ทำนายว่า "มักจะเกิดความผิดพลาดในการทำงานจนทำให้ต้องเสียทรัพย์   ความเสียหายในการงานจะเกิดขึ้นเสมอ   ให้ระวังเพื่อนร่วมงานจะกลับกลายเป็นศัตรู"
    -หินะ   ตรงกับ   ลาภะ         ทำนายว่า "โชคลาภจะอับเฉา  ทำอะไรก็มักจะไม่ประสบความสำเร็จ   ร่วมหุ้นลงทุนกับใครก็จะถูกเขาโกง   มีทรัพย์สมบัติก็จะถูกเขาเบียดบังฉ้อโกงไป   จะได้ของเหลือเลือกเหลือเดนเขา   จะเป็นทุกขลาภ"
    -หินะ   ตรงกับ   พยายะ         ทำนายว่า "เป็นโรคประจำตัวที่รักษาไม่หาย   จะเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง โรคที่สังคมรังเกียจ โรคที่หาสาเหตุได้ยาก    จะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต"
     -หินะ   ตรงกับ   ทาสา         ทำนายว่า "คนรับใช้ใกล้ชิดไม่ซื่อสัตย์พึ่งพาอาศัยไม่ได้   บริวารไม่ดีมักกำเริบเสิบสาน ทรยศได้ง่ายๆ   คนชั้นต่ำนอกบ้านโปรดระวังให้ดีอย่าไว้ใจมากนัก"
     -หินะ   ตรงกับ   ทาสี         ทำนายว่า "คนใช้หญิงนิสัยไม่ดีไว้ใจไม่ได้    มักจะก่อเหตุเดือดร้อนให้แก่เจ้าชะตาเสมอภรรยาหรือสามีก็จะก่อความเดือดร้อนให้จนเจ้าชะตาแทบจะแทรกแผ่นดินหนี  โปรดระวังคนที่มีอายุน้อยในครอบครัวจะก่อความเดือดร้อนให้"  
                   ทำนายภพธนัง              
        -ธนัง   ตรงกับ   ตนุ         ทำนายว่า "เจ้าชะตาขยันในการหาเงิน  คิดหาวิธีในการแสวงหารายได้ให้แก่ตนเองอยู่เสมอ
 เป็นผู้มีฐานะทางการเงินดี"
      -ธนัง   ตรงกับ   กฎุมพะ         ทำนายว่า "เจ้าชะตาเป็นคนมีทรัพย์สินเงินทองมาก  ร่ำรวยในขั้นเศรษฐี  เป็นคนหาเงินเก่ง  มีฐานะมั่นคงมาก"
      -ธนัง   ตรงกับ   สหัชชะ         ทำนายว่า "มีมิตรสหายที่มีฐานะทางการเงินดีพึ่งพาอาศัยได้  เจ้าชะตาจะต้องเดินทาง
ติดต่อค้าขายกับมิตรสหายในทางไกลจึงจะได้เงินทองมาก"
      -ธนัง   ตรงกับ   พันธุ         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีญาติพี่น้องที่มีฐานะทางการเงินดีพึ่งพาอาศัยได้  ญาติพี่น้องจะแนะนำการแสวงหารายได้แก่เจ้าชะตา  เป็นคนมีชาติตระกูลดีมีหลักฐานเป็นปึกแผ่นมั่นคงมาก"
      -ธนัง   ตรงกับ   ปุตตะ         ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้บุตรดีพึ่งพาอาศัยได้ในอนาคต  เจ้าชะตาคิดผลิตอะไรออกมาก็จะกลายเป็นเงินเป็นทองไปหมด"
      -ธนัง   ตรงกับ   อริ         ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะถูกเบียดเบียนในเรื่องทรัพย์สินเงินทอง   จะถูกฉ้อโกงในเรื่องทรัพย์สินเงินทองและมรดก  ศัตรูเป็นคนมีฐานะทางการเงินที่ดีกว่า"
      -ธนัง   ตรงกับ   ปัตตนิ         ทำนายว่า "คู่ครองมีฐานะทางการเงินดี มีทรัพย์สมบัติมาก"
      -ธนัง   ตรงกับ   มรณะ         ทำนายว่า "ทรัพย์สินเงินทองจะหมดสิ้นไปเพราะถูกฉ้อโกงหรือถูกหลอก  ให้คนยืมเงินจะไม่ได้คืน"
      -ธนัง   ตรงกับ   สุภะ         ทำนายว่า "ทรัพยืสมบัติที่หามาได้จะอยู่นานไม่จากไปง่ายๆ  สะสมของเก่าและวัตถุโบราณดี  ทำการค้าขายกับชาวต่างประเทศดีจะมีทรัพย์สมบัติมาก"
      -ธนัง   ตรงกับ   กัมมะ         ทำนายว่า "การเงินดีหากินคล่อง  ทำมาค้าขึ้นทำอะไรก็จะกลายเป็นเงินเป็นทอง  ขายของเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์  และผลิตภัณฑ์ในทางอุตสาหกรรมดี"
      -ธนัง   ตรงกับ   ลาภะ         ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะมีโชคลาภในทางการเงินดี  หาเงินได้ง่าย นั่งอยู่เฉยๆบางทีก็ได้เงิน  ไม่ค่อยเดือดร้อนเรื่องการเงิน"
      -ธนัง   ตรงกับ   พยายะ         ทำนายว่า "ทำมาค้าขายสิ่งใดมักจะล้มเหลวขาดทุน  มีหนี้สินมาก  เงินทองที่ได้มาก็จะค่อยๆหมดสิ้นไปเพราะได้มาแบบไม่บริสุทธิ์"

      -ธนัง   ตรงกับ   ทาสา         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีข้าทาสบริวารดีมีความซื่อสัตย์และจงรักภักดีเชื่อถือได้  ใช้ทำอะไรวางใจได้ไม่คิดคตทรยศ  ทำอะไรก็เพื่อส่วนรวมเป็นสำคัญ"
      -ธนัง   ตรงกับ   ทาสี  
      ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะแสวงหาทรัพย์มาได้แต่ละบาทแต่ละสตางค์จะต้องได้มาด้วยความ เหนื่อยยากลำบาก  เมื่อได้มาแล้วก็เก็บรักษาไว้ดีไม่ยอมใช้จ่ายง่ายๆ   การเหนื่อยเพื่อครอบครัวเป็นสิ่งที่เจ้าชะตาพอใจมาก" 
                   ทำนายภพปิตา
      -ปิตา   ตรงกับ   ตนุ         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีรูปร่างคล้ายบิดา  มีนิสัยเป็นผู้ใหญ่ๆจะให้ความช่วยเหลือ"
      -ปิตา   ตรงกับ   กฎุมพะ         ทำนายว่า "บิดาเป็นผู้มีฐานะทางการเงินดี  เจ้าชะตาจะมีฐานะทางการเงินเทียบเท่าบิดา  บิดาจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เจ้าชะตา" 
      -ปิตา   ตรงกับ   สหัชชะ         ทำนายว่า "บิดามีการคบค้าสมาคมดี  มักเดินทางติดต่อกับเพื่อนที่สูงวัยกว่า"
      -ปิตา   ตรงกับ   พันธุ         ทำนายว่า "บิดามีวงศาคณาญาติมากมีญาติพี่น้องเยอะ  บิดาเป็นคนรักครอบครัวดี"
      -ปิตา   ตรงกับ   ปุตตะ         ทำนายว่า "บุตรจะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนบิดา  บิดาจะช่วยดูแลเลี้ยงดูบุตรของเจ้าชะตา
 บุตรคนแรกจะเป็นชาย"
      -ปิตา   ตรงกับ   อริ         ทำนายว่า "มักมีความคิดเห็นไม่ลงรอยกับบิดา  มักจะขัดแย้งกันบ่อยๆ   จะไม่พึ่งพาอาศัยบิดา"
      -ปิตา   ตรง   ปัตตนิ         ทำนายว่า "จะมีคู่ครองที่มีอายุมาก    จะได้เจ้านายในวงงานเดียวกัน   จะได้คู่ครองที่มีอายุมากที่ให้ความช่วยเหลือ  จะได้คู่ครองที่ญาติทางฝ่ายบิดาจัดหาให้"  
      -ปิตา   ตรงกับ   มรณะ         ทำนายว่า "บิดาจะตายก่อนมารดา  จะไม่ค่อยได้พึ่งพาอาศัยบิดา บิดาไม่ได้เลี้ยงดู"
      -ปิตา   ตรงกับ   สุภะ         ทำนายว่า "บิดาเป็นคนดีมียศศักดิ์  มีชื่อเสียงดี  มีชาติตระกูลดี  บิดาเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต  พึ่งพาอาศัยได้"
      -ปิตา   ตรงกับ   กัมมะ         ทำนายว่า "บิดาเป็นคนหาเงินเก่ง สร้างฐานะอันมั่นคงไว้ให้แก่เจ้าชะตา"
      -ปิตา   ตรงกับ   ลาภะ         ทำนายว่า "บิดาเป็นคนมีลาภผลดี  มักมีโชคลาภเกิดขึ้นเสมอ"
      -ปิตา   ตรงกับ   พยายะ         ทำนายว่า "บิดามีเหมือนไม่มีพึ่งพาอาศัยไม่ได้  ถึงมีก็จะไม่ได้เลี้ยงดูกัน"
      -ปิตา   ตรงกับ   ทาสา         ทำนายว่า "บืดาเป็นคนชั้นต่ำหรือเป็นรับใช้เขามาก่อน  แต่เป็นที่พึ่งของคนโดยทั่วไป"
      -ปิตา   ตรงกับ   ทาสี         ทำนายว่า "บิดาเป็นคนต้อยต่ำ   แต่ขยันในการหาเลี้ยงครอบครัวดีเป็นคนรักและซื่อสัตย์ต่อครอบครัวมาก" 
                  ทำนายภพมาตา
      -มาตา   ตรงกับ   ตนุ         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีรูปร่างหน้าตาเหมือนมารดา  จะได้รับการอุปการช่วยเหลือจากมารดา  จะได้รับการช่วยเหลือจากญาติผู้ใหญ่ฝ่ายมารดา"
      -มาตา   ตรง   กฎุมพะ         ทำนายว่า "มารดาของเจ้าชะตามีฐานะทางการเงินดีพึ่งพาอาศัยได้"
      -มาตา   ตรงกับ   สหัชชะ         ทำนายว่า "มารดาเป็นผู้มีชื่อเสียงในวงสังคม  มีมิตรสหายมาก  มักมีการติดต่อเดินทางไปมาค้าขายกับเพื่อนฝูงในถิ่นไกล"
      -มาตา   ตรงกับ   พันธุ         ทำนายว่า "มารดามีญาติพี่น้องมาก  มีตระกูลดี  มีความรักใคร่ในครอบครัวดีพึ่งพาอาศัยได้"
      -มาตา   ตรงกับ   ปุตตะ         ทำนายว่า "บุตรของเจ้าชะตามีรูปร่างหน้าตาและอุปนิสัยใจคอเหมือนมารดา  มารดาช่วยอุปถัมภ์ค้ำชูบุตรเป็นอย่างดี   จะมีบุตรคนแรกเป็นผู้หญิง"
      -มาตา   ตรงกับ   อริ         ทำนายว่า "มักมีความคิดเห็นขัดแย้งกับมารดา  ไม่ถูกอัธยาศัยกับมารดา  พึ่งพาอาศัยมารดาไม่ได้"
      -มาตา   ตรงกับ   ปัตตนิ         ทำนายว่า "จะมีคู่ครองที่มีอายุมาก   คนมีอายุมากจะให้ความอุปการะช่วยเหลือ  จะมีคู่ครองที่เป็นญาติทางฝ่ายมารดา หรือมารดาเป็นผู้จัดแจงให้"
      -มาตา   ตรงกับ   มรณะ         ทำนายว่า "แม่ตายก่อนพ่อ  ถึงไม่ตายก็พึ่งพาอาศัยไม่ได้  จะต้องพลัดพรากจากกันไป"      
      -มาตา   ตรงกับ   สุภะ         ทำนายว่า "แม่ของเจ้าชะตาเป็นคนดีมีใจเป็นกุศลชอบทำบุญสุนทาน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
พึ่งพาอาศัยได้  เกิดในสกุลดีมีเกียรติยศชื่อเสียง"
      -มาตา   ตรงกับ   กัมมะ         ทำนายว่า "มารดาเป็นคนขยันขันแข็งในการประกอบอาชีพในการสร้างฐานะ  มารดาหาเงินเก่ง"
      -มาตา   ตรงกับ   ลาภะ         ทำนายว่า "มารดาเป็นคนโชคดีมักมีโชคลาภเกิดขึ้นเสมอ  ทำอะไรมักประสบผลสำเร็จ
พึ่งพาอาศัยได้"
      -มาตา   ตรงกับ   พยายะ         ทำนายว่า "มารดามีสุขภาพไม่ค่อยดี  มักเจ็บป่วยอยู่บ่อยๆ  พึ่งพาอาศัยไม่ได้  อับโชค
รับราชการไม่ดีจะได้ออกกลางคัน "
      -มาตา   ตรงกับ   ทาสา         ทำนายว่า "มารดาเป็นคนขยันหนักเอาเบาสู้  อดทนต่อสู้ในการสร้างฐานะ  เป็นที่พึ่งของครอบครัวได้โดยทั่วๆไป"
​      -มาตา   ตรงกับ   ทาสี         ทำนายว่า "มารดาเป็นคนขยันในการหาเลี้ยงครอบครัว  และเป็นคนรักครอบครัวดี"
               ทำนายภพโภคา
      -โภคา   ตรงกับ   ตนุ         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีทรัพย์สมบัติเกี่ยวกับที่ดินมาก  และรู้จักรักษาทรัพย์สมบัตินั้นได้ดี"
      -โภคา   ตรงกับ   กฎุมพะ         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีทรัพย์สินเงินทองและทรัพย์สมบัติมาก  ทำธุรกิจเกี่ยวกับที่ดินดีจะร่ำรวยมาก"
      -โภคา   ตรงกับ   สหัชชะ         ทำนายว่า "ญาติพี่น้องและมิตรสหายเป็นสาเหตุทำให้เจ้าชะตามีทรัพย์สมบัติมาก  เจ้าชะตาเดินทางติดต่อค้าขายเกี่ยวกับที่ดินดี"
      -โภคา   ตรงกับ   พันธุ         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและยวดยานพาหนะอันเป็นของตนเอง  มีธุกิจเกี่ยวกับรถยนต์และยวดยานพาหนะดี"
      -โภคา   ตรงกับ   ปุตตะ         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีบุตรเป็นทรัพย์สมบัติ  บุตรธิดาจะเป็นบุคลากรที่ดีในการประกอบอาชีพของเจ้าชะตา  และจะแบ่งเบาในการประกอบกิจการเป็นอย่างดี"
      -โภคา   ตรงกับ   อริ         ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะเกิดเป็นคดีความเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน   จะถูกรุกล้ำสิทธิ์เกี่ยวกับที่ดินจะถูกฉ้อโกงเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน"
      -โภคา   ตรงกับ   ปัตตนิ         ทำนายว่า "คู่ครองเป็นคนร่ำรวยเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน และมีเรือกสวนไร่นามาก  เป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องของที่ดิน"
      -โภคา   ตรงกับ   มรณะ         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีทรัพย์สมบัติเกี่ยวกับที่ดินไม่ได้จะเดือดร้อนทันที  มีเท่าไหร่ก็วิบัติฉิบหายไปหมด  อยู่กับตนเองไม่นาน"
      -โภคา   ตรงกับ   สุภะ         ทำนายว่า "ทรัพย์สมบัติที่หามาได้จะอยู่กับเจ้าชะตานาน  จะรักษาทรัพย์สมบัติไว้ได้ดี  ไม่ใช้จ่ายไปง่ายๆถ้าไม่จำเป็น"
      -โภคา   ตรงกับ   กัมมะ         ทำนายว่า "ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องของที่ดินดี  จะมีโภคสมบัติมาก  ขยันขันแข็งในการประกอบอาชีพโดยไม่หยุดนิ่ง"
      -โภคา   ตรงกับ   ลาภะ         ทำนายว่า "มักมีโชคลาภเกี่ยวกับเรื่องของที่ดิน  ทำการค้าเกี่ยวกับเรื่องของที่ดินดีเอามากๆ   จะทำให้เจ้าชะตาเกิดความร่ำรวยอย่างมั่นคง"
      -โภคา   ตรงกับ   พยายะ         ทำนายว่า "จะเกิดความล้มเหลวเกี่ยวกับเรื่องของที่ดิน  ทรัพย์สมบัติที่มีจะค่อยๆวิบัติไปจนแทบไม่เหลือ  ของที่ได้มามักมีตำหนิ  จะถูกยึดครองเกี่ยวกับที่ดิน"
      -โภคา   ตรงกับ   ทาสา         ทำนายว่า " ทรัพย์สมบัติเกี่ยวกับเรื่องของที่ดินมีน้อยมาก  แต่ด้วยความขยันขันแข็งทรหดอดทนจนทำให้เจ้าชะตามีทรัพย์สมบัติเป็นปึกแผ่น มั่นคง"
      -โภคา   ตรงกับ   ทาสี         ทำนายว่า "เจ้าชะตารักษาทรัพย์สมบัติเอาไว้ได้ดี   ไม่ยอมให้มันหมดไปง่ายๆ  ที่หมดไป
แล้วก็จะหามาเก็บรักษาไว้เหมือนเดิม" 
               ทำนายภพมัชฌิมา
      -มัชฌิมา   ตรงกับ   ตนุ         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีชีวิตพอปานกลางไม่สูงไม่ต่ำ  มีความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย  ไม่กระตือรือร้น"
      -มัชฌิมา   ตรงกับ   กฎุมพะ         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีฐานะทางการเงินพอปานกลาง  ไม่ร่ำรวยนัก"
      -มัชฌิมา   ตรงกับ   สหัชชะ         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีเพื่อนฝูงพอปานกลางไม่มากมายนัก  ไม่ชอบการคบหาเพื่อนฝูงมากมายนัก  ชอบการคบหากับคนที่มีทัศนคติดี"
      -มัชฌิมา   ตรงกับ   พันธุ         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงไม่ค่อยมาก  มีนิดหน่อยพอปานกลาง"
      -มัชฌิมา   ตรงกับ   ปุตตะ         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีบุตรธิดาไม่มาก  ถึงมีมากก็จะเหลือน้อย"
      -มัชฌิมา   ตรงกับ   อริ         ทำนายว่า "เจ้าชะตามีศัตรูน้อย  ถึงมีก็ทำอันตรายไม่ได้"
      -มัชฌิมา   ตรงกับ   ปัตตนิ         ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะมีคู่ครองที่มีฐานะเท่าเทียมกัน"
      -มัชฌิมา   ตรงกับ   มรณะ         ทำนายว่า "เจ้าชะตาเป็นคนมีสุขภาพดี  ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย มีอายุยืน"
      -มัชฌิมา   ตรงกับ   สุภะ         ทำนายว่า "เจ้าชะตาชอบทำความดีพอปานกลาง ไม่ชอบการทำตัวให้โดดเด่นนัก  ชอบทำความดีแบบปิดทองหลังพระ"

      -มัชฌิมา   ตรงกับ   กัมมะ         ทำนายว่า "เจ้าชะตาเป็นคนมักน้อยสันโดษ  ไม่ชอบการทำงานหามรุ่งหามค่ำ  ชอบการประกอบอาชีพเพื่อเอาตัวลอดได้เท่านั้น"
      -มัชฌิมา   ตรงกับ   ลาภะ         ทำนายว่า "เจ้าชะตาเป็นคนมีโชคลาภพอปานกลาง  ไม่ชอบการแสวงหาโชคลาภจนทำให้ตนเองเกิดความเดือดร้อน  ได้ก็เอาไม่ได้ก็ไม่เอา  ตามมีตามเกิด"
      -มัชฌิมา   ตรงกับ   พยายะ         ทำนายว่า "เจ้าชะตาเป็นคนระมัดระวังตัวดีไม่ค่อยมีเรื่องเสียหายเกิดขึ้นง่ายๆ  โรคภัยไข้เจ็บก็มีน้อย  รู้จักวิธีรักษาตนให้มีสุขภาพดี"
      -มัชฌิมา   ตรงกับ   ทาสา         ทำนายว่า "มีข้าทาสบริวารน้อยแต่ขยันขันแข็งในการทำงานดี มีความจงรักภักดีต่อเจ้านายมาก"
      -มัชฌิมา   ตรงกับ   ทาสี         ทำนายว่า "มีคนรับใช้หญิงดี  จงรักภักดีต่อเจ้านายของตนเอง  รักเจ้านายของตนเหมือนคนใ
นครอบครัวเดียวกัน"            
             ตัวอย่างการทำนายความสัมพันธ์ของภพ
         -นายเดชรัตน์      เดชาพิทักษ์   เกิดวันที่  ๑๙  กรกฎาคม  พ.ศ.๒๕๒๓    ตรงกับวันเสาร์   ขึ้น   ๗   ค่ำ    เดือน   ๘-๘
ปีวอก    ตั้งเป็นเลขของพื้นดวงชะตาดังนี้
         -วันเสาร์        = 7
         -เดือน 8        = 1
         -ปีวอก          = 2
         เลขพื้นดวงชะตานาย เดชรัตน์   เดชาพิทักษ์
              7         1         2         3         4         5         6
            1         2         3         4         5         6         7
            2         3         4         5         6         7         1
           10        6         9        12       15       18       14
         -วิธีการทำนาย
           -เลข 7  ในภพอัตตะ   มีความสัมพันธ์กับเลข 7 ในภพปัตตนิ  และเลข 7  ในภพทาสา     โดยมีเลข 18  เป็นฐานบวก     ทำนายว่า
 " เจ้า ชะตาจะได้คู่ครองที่มีฐานะเท่าเทียมกัน มีความขยันขันแข็งในการประกอบอาชีพหนักเอาเบาสู้เป็นคนสปอร์ตชอบเสียสละ ชอบทำบุญและการช่วยเหลือผู้อื่นจนเป็นที่นิยมยกย่องของคนทั่วไป"  
 

                 -เลข 1 ในภพหินะ   มีความสัมพันธ์กับเลข 1  ในภพตนุ   และมีความสัมพันธ์กับเลข 1  ในภพทาสี   โดยมีเลข 14  เป็นฐานบวก      ทำนายว่า "เจ้า ชะตาเป็นคนขี้โรค มักเจ็บป่วยบ่อยๆจนคนในบ้านรำคาญ แต่ก็สามารถรัษาให้หายได้  เป็นคนมีนิสัยดื้อดึงจนทำให้ตนเองต้องเดือดร้อน  ต่อมาในภายหลังก็สามารถปรับปรุงตนเองได้"   
                -เลข 2  ในภพธนัง   มีความสัมพันธ์กับเลข 2  ในภพกฎุมพะ  และมีความสัมพันธ์กับเลข 2  ในภพมรณะ    โดยมีเลข         10  เลขกำลังของดาวเสาร์ เป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้า ชะตาเป็นคนมีฐานะร่ำรวย  แต่ทรัพย์สินเงินทองจะหมดไปเพราะถูกเขาฉ้อโกงและหลอกลวงเอา ถ้าเราอยากรู้ ว่าใครเป็นสาเหตุให้เงินนี้หมดสิ้นไปก็จงดูที่เลข 10 ที่เป็นเลขฐานบวกของข้อนี้  เลข 10  เป็นเลขกำลังของดาวเสาร์ดาวเสาร์ในพื้นดวงชะตาก็คือเลข 7  เลข 7  เป็นเลขของภพอัตตะ, ปัตตนิ, และทาสา  ข้อนี้ก็ทำให้เรารู้ว่าทรัพย์สินเงินทองที่หมดสิ้นไปก็เพราะภรรยานำเอาไป ช่วยเหลือลูกน้องและบริวารให้เขากู้ยืม  ลูกน้องบริวารที่กู้ยืมเงินไปแล้วไม่สามารถนำมาส่งคืนได้จึงกลายเป็นการฉ้อ โกงไป  ข้อนี้ข้าพเจ้าดูย้อนขึ้นให้ท่านดู   การดูย้อนขึ้นนี้สำคัญมากขอให้ผู้ศึกษาทั้งหลายพิจารณาดูให้ดีๆ  ถ้าเราอยากรู้ว่าเงินที่เขายืมไปจะได้คืนหรือไม่  ให้ดูที่เลข 18 ที่เป็นเลขฐานบวกของข้อนี้  เลข 18  เป็นเลขของพระเจ้ามหาจักรพรรดิ หมายถึงอำนาจและความเป็นใหญ่  เป็นตัวบ่งบอกให้รู้ว่าจะไม่สูญหายทรัพย์สินเงินทองไปง่ายๆ จะต้องต่อสู้กันจนกว่าจะได้เงินกลับคืนมา  ในที่สุดก็จะได้เงินคืนมาแต่ช้าหน่อยและจะหมดเงินในการต่อสู้กันมากพอสมควร   นี้คือลีลาการดูย้อนขึ้นซึ่งเลขในพื้นดวงชะตา  ถ้าผู้ศึกษาสามารถฝึกดูการย้อนขึ้นให้มากๆ  ท่านก็จะเป็นนักพยากรณ์ที่เก่งและแม่นยำมากที่สุดหาผู้เสมอได้ยาก"
         -เลข 3  ในภพปิตา  มีความสัมพันธ์กับภพ สหัชชะ  และภพ สุภะ    โดยมีเลข 6 เลขกำลังของดาวอาทิตย์เป็นฐานบวก    ทำนายว่า "บิดา เป็นคนดีและมีเพื่อนฝูงมากแต่ก็ช่วยเหลืออะไรไม่ค่อยได้  เพื่อนฝูงทั้งหลายที่เข้ามาคบหาด้วยเข้ามาเพื่อแสวงหาประโยชน์มากกว่าช่วย อะไรไม่ได้"
        -เลข 4  ในภพมาตา   มีความสัมพันธ์กับเลข 4  ในภพ พันธุ  และเลข 4  ในภพกัมมะ    โดยมีเลข 9  เลขของดาวเกตุเป็นเลขฐานบวก      ทำนายว่า "มารดา ของเจ้าชะตามีญาติพี่น้องมากเป็นตระกูลผู้ดีมีความเชี่ยวชาญในการประกอบ อาชีพมากสามารถสร้างทรัพย์สินเงินทองเอาไว้ให้ลูกหลานมาก  เจ้าชะตาจะได้มรดกจากมารดาอย่างแน่นอน"
        -เลข 5  ในภพ โภคา   มีความสัมพัธ์กับเลข  5  ในภพปุตตะ  และเลข 5  ในภพลาภะ    โดยมีเลข  12  เลขกำลังของดาวพระราหูเป็นเลขฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้า ชะตาจะได้บุตรดีมีความกตัญญูต่อพ่อแม่พึ่งพาอาศัยได้  แต่บุตรของเจ้าชะตามีนิสัยเป็นนักเลงชอบกิเหล้าเมายาชอบการพนัน ถ้าเห็นคนถูกรังแกไม่ได้ต้องยื้อมือเข้าไปช่วยเหลือทันที พอแก่ตัวลงความเป็นนักเลงก็จะหมดหายไป"

        -เลข 6   ในภพมัชฌิมา   มีความสัมพันธ์กับเลข 6 ในภพ อริ  และเลข 6  ในภพพยายะ     โดยมีเลข 15  เลขกำลังของดาวจันทร์ เป็นเลขฐานบวก       ทำนายว่า " เจ้าชะตามีศัตรูน้อย ถึงมีก็ทำอันตรายไม่ได้เพราะเจ้าชะตาเป็นคนระมัดระวังตัวดี  ชอบช่วยเหลือคนที่ถูกรังแก ต่อไปศัตรูก็จะกลับกลายเป็นมิตรไปหมด"     

              ความหมายของเลขในฐานบวก
    -เลขของฐานบวกแบ่งออกเป็น ๓ ชนิด คือ:-
        ๑.เลขกำลังพิเศษมี ๖ ตัว  คือ: เลข ๙     เลข ๑๑     เลข ๑๓     เลข  ๑๔     เลข  ๑๖     เลข ๑๘
        ๒.เลขกำลังวัน มี ๘ ตัว คือ: เลข ๖     เลข ๘     เลข ๑๐     เลข ๑๒     เลข ๑๕     เลข ๑๗     เลข ๑๙     เลข ๒๑
        ๓.เลขกำลังเล็ก มี ๕ ตัว คือ: เลข๓     เลข๔     เลข๕     เลข๗     เลข๒๐
     -เลขในฐานบวกมีประโยชน์ดังนี้
        ๑.เลขในฐานบวกเป็นตัวชี้ขาดในการทำนาย  ตัวเลขในพื้นดวงชะตาทั้ง ๓ แถวเหล่านั้จะดีหรือชั่วก็ตามให้ถือเอาเลขในฐานบวกเป็นตัวตัดสินชี้ขาดในการ ทำนาย    เช่น:-
     -ถ้าอยากรู้ความร่ำรวยของคนให้ดูตัวเลขในภพ ธนัง ในแถวของวันเกิดและดูความสัมพันธ์ของตัวเลขในแถวของเดือนเกิดและปีเกิดด้วย  เช่น เลขในภพของวันเกิดเป็นเลข ๖  และดูความสัมพันธ์ของเลข ๖ ในแถวของเดือนเกิดว่าไปตกอยู่ภพอะไรและเลข ๖ในฐานของปีเกิดไปตกภพอะไร   เช่น:-
         -4          5        6        7        1       2       3 
          5          6        7        1        2       3       4
          3          4        5        6        7       1       2
          12       15      18      14       10     6       9  
      ตัวเลขในพื้นดวงชะตานี้  ในภพธนังเป็นเลข 6 ไปสัมพันธ์กับเลข 6 ในภพกฎุมภะในแถวของเดือนเกิดและไปสัมพันธ์
กับเลข 6  ในภพลาภะในแถวของปีเกิด และมีเลข 14 เป็นฐานหรือเป็นตัวหนุน แล้วเราก็เอาภพที่เลข 6 ไปอยู่ออกมาเป็นคำพยากรณ์ดังนี้    
        ธนัง + กฎุมภะ + ลาภะ      โดยมีเลข 14 เป็นฐานบวก    ทำนายว่า "คนนี้จะร่ำรวยเป็นเศรษฐีเป็นคนใจบุญมีเกียรติยศชื่อเสียงดีมีคนนิยมยกย่อง นับถือมาก"           

             ถ้า มีเลข 12 เป็นตัวฐานบวก ทำนายว่า "ผู้นี้ถึงจะร่ำรวยอยู่ในขั้นเศรษฐีก็จริงแต่ภายหลังจะกลับจนลงกลายเป็น เศรษฐีตกยากไป"  เราดูจากอะไรถึงกล้าทำนายแบบนี้ดูจากเลข 12 ไง  เลข 12 เป็นเลขของนักเลงนักการพนัน  เศรษฐีคนนี้เมื่อร่ำรวยแล้วประมาทไม่ทำบุญสุนทาน กลับไปกินเหล้าเมายาเล่นการพนันมั่วสุมยาเสพติดและผู้หญิงเล่นลูกเล่นเมีย เขา ชะตาชีวิตจึงตักอับกลายเป็นคนยากจนไป      นี้คือตัวอย่างที่ข้าพเจ้ายกมาให้ดูโปรดพิจารณาดูให้ดีๆถึงอำนาจของตัวเลข ในฐานบวกว่ามันมีอำนาจเพียงไร
        ๒.เลขในฐานบวกมีประโยชน์ในการทำนายจรมาก  เมื่อต้องการจะรู้ว่า "ชะตาชีวิตจะดีหรือร้าย" ให้ถือเอาเลขในฐาน
บวกนี้เป็นเกณฑ์ในการตัดสิน
   
                    เลขกำลังพิเศษ   
     ๙   หมายถึง  เลขของดาวพระเกตุ  
       -เดิมหมายถึง  ญาณ

          -ให้คุณในทาง:- อิทธิฤทธิ์, อำนาจ, การแคล้วคลาด, การหยั่งรู้, การสะสม, ผู้มีหลักทรัพย์มรดก, ผู้มีเชื้อสายสกุลสูง ,การ ทรงเจ้าเข้าผี, นักบวช, นักวิปัสสนา, จิตศาสตร์, โหราศาสตร์, องค์กร, รัฐวิสาหกิจ, ต่างประเทศ (ยุโรป), สิ่งของพระราชทาน, เครื่องราชอิสริยาภรณ์, ตำแหน่งงานชั้นพิเศษ
          -ประโยชน์ในการายจร:- จะ ได้ลาภ, จะได้รับตำแหน่งแบบไม่คาดฝัน, ได้แบบปาฏิหาริย์, ได้ของโบราณ. ได้จากทางไกล, ได้มรดก, ได้แบบสะสม, จะประสบชัยชนะในการทำงานแบบแหวกแนว, ได้เกียรตินิยม, เครื่องมือวิทยาศาสตร์ทางสมองกล 
      ๑๑   หมายถึง  เลขของราชาโชค
          -เดิมหมายถึง  บารมี
          -ให้คุณในทาง:- ความ สะดวกสบาย, ความนิยมยกย่อง, ได้ดีเพราะการช่วยเหลือของผู้อื่นเป็นส่วนมาก, พ่อแม่มักจะไม่ค่อยได้เลี้ยงดูเพราะถูกยกให้ผู้อื่นเพื่อแก้เดล็ด, ชอบการทำงานอิสระทุกประเภท, เป็นข้าราชการได้ทุกหน่วย, เป็นครูดี
          -ประโยชน์ในการทายจร:- จะ ได้รับการช่วยเหลือสนับสนุน, มีผลดีในการติดต่อขอร้อง, กรดำเนินธุรกิจที่ต้องการความร่วมมือทุกชนิด, จะได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเพราะผู้ใหญ่ขอให้เองหรือยัดเยียดตำหน่งให้, จะได้งานโดยไม่ต้องมีการประมูลแข่งขัน การสอบจะมีเป็นพิธี
     ๑๓   หมายถึง  เลขของมหาอุจ  คือความสูงเด่น
           -เดิมหมายถึง  วาสนา 

           -ให้คุณในทาง:- ความสูงส่งในตำแหน่งหน้าที่การงาน , มีเชื้อสายสกุลดี, ข้าราชการทุกประเภทในระดับหัวหน้าขึ้น
ไป, ผู้อำนวยการ, ผู้จัดการบริษัทห้างร้านต่างๆ, ชั้นเอก
      ๑๔   หมายถึง เลขของพระเจ้าจักรพรรดิ
           -เดิมหมายถึง  เกียรติยศชื่อเสียง

           - ให้คุณในทาง:- เกียรติยศชื่อเสียง, ความนิยมยกย่อง, นักบวช, นักสอนศาสนา, นักปกครอง, ตำแน่งงานชั้นพิเศษ            -การทายจร:- จะได้เลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงาน, จะได้รับการแต่งตั้งแบบอุปโลกน์
      ๑๖   หมายถึง  เลขของเศรษฐี
           -เดิมหมายถึง  ทรัพย์  

           -ให้คุณในาง:- ความร่ำรวย, ความมั่งคั่ง, การมีโชค, การมีเงินเป็นจำนวนมาก, มีความสามารถในการหาเงินแบบน้ำบ่อทราย, สติปัญญาก็วิเศษ
           -การทายจร:- จะมีความสำเร็จในสิ่งต่างๆได้โดยง่าย, มีโชคลาภไม่ขาดสาย, คิดอะไรก็จะมีความสำเร็จสมปราถนา
      ๑๘   หมายถึง  เลขของพระเจ้ามหาจักรพรรดิ
           -เดิมหมายถึง  อำนาจ

           -ให้คุณในทาง:- อิทธิพล, อำนาจ, ความยิ่งใหญ่, การปกครอง, การยึดครอง, การช่วงชิงสิทธิและอำนาจ, การชำระสะสางผลประโยชน์, ผู้ก่อตั้งบริษัท  ห้างร้าน  โรงเรียน  แะสมาคม,  การหวังตำแหน่ง
           -การทายจร:- จะประสบความสำเร็จในการจัดตั้ง, การกวาดล้าง, การปฏิวัติ, มีผลดีในการติดต่อแบบเผด็จการ
                เลขกำลังวัน
      ๖   หมายถึง  เลขกำลังของดาวพระอาทิตย์
           -เดิมหมาถึง   ความดีเด่น
          -ให้คุณในทาง:- พละกำลัง, การกระจายแสง, การกระจายความปราถนา, ความมักใหญ่ไฝ่สูง, ทิฏฐิมานะอันแรงกล้า
          -การทายจร:- จะประสบความสำเร็จในการคิดอ่านเพื่อมวลโลก, ความตั้งใจ, ได้ชื่อเสียงเกียรติยศเกียรติคุณ, และ

การยกย่อง
      ๘   หมายถึง  เลขกำลังของดาวพระอังคาร
          -เดิมหมายถึง  ความกล้าหาญ
          -ให้คุณในทาง:- ความแข็งแกร่ง, ความคล่องแคล่ว,  ความมีพละเดช, และการข่งขัน
          -การทายจร:- มีผลดีในการใช้พลัง, การจู่โจม, การแข่งขันชิงดีชิงเด่นแบบซึ้งๆหน้า
                              -มีผลร้ายในการขัดใจกันเพราะการยุยง, การแข่งดีลับหลัง, หงุดหงิดไม่มีสาเหตุ, มีดบาด, ถูกอาวุธทิ่มแทง, ถูกกระสุนปืน, แผลแตก, เจาะ, ผ่า, แหวะ
     ๑๐   หมายถึง  เลขกำลังของดาวพระเสาร์
          -เดิมหมายถึง  ความอดทน
          -ให้คุณในทาง:- การ คุ้มครองป้องกัน, ความอดทน, ความลำบาก, การเปลี่ยนแปลงจากดีเป็นร้าย, โดยทั่วๆไปให้ทายหลักฐานดี ในเมื่อดาวพระเสร์ตั้งอยู่บนฐานของเลขตัวนี้
          -การทายจร:- มีผลดีในทางทหาร  การทำเกษตรกรรม  กสิกรรม  และอุตสาหกรรม
          -มีผลร้ายในทาง  อุบัติเหตุ  ไฟไหม้ ภัยที่เกิดจากภัยธรรมชาติ, ถูกจับ, บาดเจ็บถึงกระดูกแตกหัก

     ๑๒   หมายถึง  เลขกำลังของดาวพระราหู
          -เดิมหมายถึง  นักเลง
          -ให้คุณในทาง:- การพนัน, การพัฒนา, คนต่างชาติ (ชาวเอเซีย), และสิ่งแปลกปลอม
          -การทายจร:- มีผลดีในทางคุ้มครองป้องกัน, การปราบปราม, การจัดตั้งโรงงานที่เป็นเครื่องดื่มทุกชนนิด, การก่อสร้างฐานทับและสนามบิน, ใจสปอร์ต
                             -มีผลร้ายในทาง การเป็นนักเลง  ชอบสิ่งเสพติดและของมึนเมา   ใช้อิทธิพลในทางที่ไม่ถูก, ชอบเบียดเบียนรังแกผู้อื่น
     ๑๕   หมายถึง  เลขกำลังของดาวพระจันทร์
         -เดิมหมายถึง  การคบค้าสมาคม
         -ให้คุณในทาง:- การเดินทาง, การคล่องตัว, การปรับปรุงรูปโฉม, และการบรืการประชาชนที่ดี
         -การทายจร:- มีผลดีในทางการวิจัย, ทางโภชนาหาร, การประมง, การขนส่งในทุกๆทางทั้งบนพื้นดินและอากาศ,
และการบริการประชาชนที่ดีทุกชนิด
     ๑๗   หมายถึง  เลขกำลังของดาวพระพุธ
         -เดิมหมายถึง  ความคิดอ่าน
         -ให้คุณในทาง:- มีจิตสำนึกดี, มีความรับผิดชอบสูง, รู้จักการผ่อนปรนในการติดต่อและการเจรจา, รู้จักจังหวะและโอกาสอันสมควร, สมองกล
         -การทายจร:- จะประสบผลสำเร็จในการค้นคิดและการประดิษฐ์, จะมีผลสำเร็จในทางด้านเอกสาร, การทูต, การพาณิชย์, และการติดต่อสื่อสารทุกชนิด
      ๑๙   หมายถึง  เลขกำลังของดาวพระพฤหัสบดี
          -เดิมหมายถึง  การศึกษา
          -ให้คุณในทาง:- การศึกษา, การศึกษาทุกแขนง เช่น โรงเรียนของทางราชการและเอกชนทุกชนิด และมหา
วิทยาลัย, ความรอบรู้ในวิชาการต่างๆ

          -การทายจร:- ฉลาดในการใช้ไหวพริบแก้ปัญหาในทุกๆด้าน, มีผลดีในด้านการศึกษา, การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการศึกษา, ได้เป็นที่ปรึกษาในทางวิชาความรู้
      ๒๐   หมายถึง  เลขกำลังของดาวพระเสาร์กำลังสอง
          -เดิมหมายถึง  ความผันผวน
          -ให้คุณในทาง:- การผัดเปลี่ยนทางการเมือง, มีเหตุร้ายเกิดขึ้นโดยไม่ทันคิด, โชคลาภไม่แน่นอน, การถูกเนรเทศ
การฆ่าตัวตาย

          -การทายจร:- เกิดเรื่องร้ายขึ้นโดยไม่คาดฝัน, ต้องเดินทางไปในลักษณะลี้ภัย, การถูกยึดทรัพย์, การถูกเนรเทศ
      ๒๑   หมายถึง  เลขกำลังของดาวพระศุกร์
           -เดิมหมาย  ถึงศิลป์
           -ให้คุณในทาง:- การมีศิลป์, มีศิลปะในการใช้ความรู้แทบทุกสาขา ทั้งการเงิน, การคลัง, และของสำเร็จรูปทุกประเภท

           -การทายจร:- ด้ร ับรางวัลจากการแสดง, มีผลดีในการติดต่อสือสารและการโชว์ตัว, มีความสามารถในการแก้ปัญหาทางการเงินได้สำเร็จ, ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางการเงินและการคลัง
              เลขกำลังเล็ก  
      ๓   หมายถึง  เลขของดาวอังคารเล็ก
          -เดิมหมายถึง  ความคล่องแคล่ว
          -ให้คุณในทาง:- แตกทำลายเสียหายเพราะอุบัติเหตุ, เร่งรีบ, ผ่าตัด, ถูกจับกุมและการถูกลอบทำร้าย
          -การทายจร:- มีเรื่องทะเลาะกันเพราะโทสะ, การปะทะขัดแย้ง, การเรียกร้องสิทธิ,  เรื่องระหว่างนายทุนกับกรรมกร,
​อุบัติเหตุต้องเข้าโรงพยาบาล, ต้องผ่าตัด, เรื่องชู้สาว, โดนศาลเตี้ย
     ๔   หมายถึง  เลขของดาวพุธเล็ก
         -เดิมหมายถึง  ความเขื่อถือ
         -ให้คุณในทาง:- เชื่อง่าย, มีความเพ้อฝันในทาผิด, หย่อนเหตุผล
         -การทายจร:- ถูกชักชวนให้กระทำการต่างๆซึ่งเป็นผลเสียมากกว่าผลดี
     ๕   หมายถึง  เลขของดาวพฤหัสบดีเล็ก
         -เดิมหมายถึง  ความศรัทธา

         -ให้คุณในทาง:- ความเชื่อถือ, ควมยึดหมั่น, การมุ่งมั่นในทางความดี
         -การทายจร:- มีผลดีในการสร้างบุญกุศลทางศาสนา, การศึกษาในระดับเล็ก   
     ๗   หมายถึง  เลขของดาวเสาร์เล็ก
         -เดิมหมายถึง  ความเข้มแข็ง
         -ให้คุณทาง:- ความเสื่อมโทรม, การทำลายล้างและการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย, การทำแผลง
         -การทายจร:-มีผลดีในการซ่อมแซม, การรื้อเพื่อสร้างใหม่
                             -มีผลร้ายในการหมดสัญญาการก่อสร้าง, ความเสียหายเพราะผิดสัญญา, เป็นคดีความ, เรื่องร้ายที่เรื้อรัง, ถูกต้องขัง  

               ตัวอย่างการพยากรณ์ตัวเลขในพื้นดวงชะตา

                          ดวงชะตาของ น.ส.ชนิสา  แก้วบุดดา                    
       -เกิดวันที่ ๑๙   สิงหาคม   พ.ศ.๒๕๒๖   ตรงกับวัน ศุกร์  ขึ้น  ๑๑  ค่ำ  เดือน  ๙    ปีกุล
       -วันศุกร์     = 6
       -เดือน ๙    = 2   (ข้อนี้ให้เอาเลข 7 มาลบ 9 เหลือเศษ 2)
       -ปีกุล         = 5   (ข้อนี้ ให้เอาเลข  7  มาลบ 12  เหลือเศษ  5)

       -ต่อไปให้เอาเลขวันเดือนปีเกิดไปตั้งเป็นเลขในพื้ดวงชะตาดังนี้
          6        7        1        2       3       4       5
          2        3        4        5       6       7       1
          5        6        7        1       2       3       4
          13     16      12       8      11     14     10

        ๑.วิธีการทำนายให้ถือเอาเลขในแถวของวันเกิดทั้ง 7 ตัวเป็นเกณฑ์ในการทำนาย
        ๒.ให้ดูความสัมพันธ์ของตัวเลขที่เป็นเลขตัวเดียวกันในแถวของวันเกิด, เดือนเกิด, และปีเกิดด้วย
        ๓.ให้ดูเลขในฐานบวกเป็นตัวตัดสินว่าดีหรือร้ายคือเป็นตัวชี้ขาดนั่นเอง โปรดสังเกตดูวิธีการทำนายข้างล่างนี้
        ๔.ให้เอาชื่อของภพที่ตัวเลขไปอยู่มาเป็นตัวทำนาย     เช่น:-
           -ทำนายเลข 6   เลข 6 ตรงกับภพ อัตตะ + ปุตตะ + สุภะ และมีเลข 16 เลขของเศรษฐีเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "เจ้าชะตามีนิสัยดีมีความรู้ดีมีรูปร่างสวยจิตใจชอบทำบุญสุนทาน จะได้บุตรดีมีบุญวาสนา ต่อไปเจ้าชะตาจะร่ำรวยเป็เศรษฐีมีทรัพย์สินเงินทองมาก"
           -ทำนายเลข 7  ตรง กับภพ  หินะ + อริ + กัมมะ     และมีเลข 12 เป็นฐานบวก     ทำนายว่า "การงานจะมีอุปสรรคและมีศัตรูป้องร้ายมากแต่เจ้าชะตาก็จะเอาชนะศัตรูและ อุปสรรคได้ด้วยความสามารถของตนเองโดยไม่ต้องขอร้องให้ใครช่วย" 
           -ทำนายเลข 1  เลข 1 ตรงกับภพ  ธนัง  + ปัตตนิ + ลาภะ     และมีเลข 8 เลขกำลังของดาวอังคารเป็นฐานบวก   ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้สามีที่มีฐานะทางการเงินดี รูปร่างสันทัดผิวเนื้อดำแดง อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย  เจ้าชะตามักจะมีโชคลาภทางการเงินอยู่บ่อยๆ  เมื่อเจ้าชะตามีเงินมากแล้วมักจะเก็บเงินนั้นไว้ไม่อยู่ จะมีพ่อแม่และพี่ชายมาขอความช่วยเหลือเรื่องการเงินอยู่เสมอ"
           -ทำนายเลข 2  เลข 2 ตรงกับภพ ปิตา + ตนุ + พยายะ     และมีเลข 11 เป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนพ่อ จะพึ่งพ่อและญาติผู้ใหญ่ฝ่ายพ่อไม่ได้เลยจะพึ่งตนเองมากกว่า"
            -ทำนายเลข 3 เลข 3  ตรงกับภพ มาตา + กฎุมภะ + ทาสา     และมีเลข 14 เป็นฐานบวก   ทำนายว่า "แม่ของเจ้าชะตาเป็นคนมีฐานะทางการเงินดีและมีลูกน้องที่เป็นชายมากและแม่ เป็นคนขยันในการหาเงินและเป็นคนมีชื่อเสียงในวงสังคม พึ่งพาอาศัยได้"
           -ทำนายเลข 4  เลข 4  ตรงกับภพ  โภคา + สหัชชะ + ทาสี     และมีเลข 10  เป็นฐานบวก   ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะต้องเดินทางติดต่อกับมิตรสหายเพื่อนฝูงและลูกน้องอยู่เสมอจึงจะ ทำให้ได้ทรัพย์สมบัติเกิดขึ้นเรื่อยๆ มีคนใช้หรือบรืวารที่เป็นหญิงดีเชื่อใจได้ "
           -ทำนายเลข 5  
เลข 5  ตรงกับภพ  มัชฌิมา + พันธุ + มรณะ     และมีเลข 13 เป็นฐานบวก    ทำนายว่า " เจ้าชะตามีญาติพี่น้องมากแต่พึ่งพาอาศัยอะไรมิได้ พึ่งตัวเองมากกว่า ถึงพึ่งได้ก็เป็นเรื่องอื่นเรื่องการเงินไม่ได้"  

                  ดวงชะตาของนาย นรชัย  ดวงดี
    -นายนรชัย   ดวงดี    เกิดวันที่ 19    พฤษภาคม     ๒๕๑๔       ตรงกับวันศุกร์  ขึ้น  ๗  ค่ำ   เดือน  ๗   ปีชวด
       -วันศุกร์       = 6
       -เดือน          = 7
       -ปีชวด         = 1 
                     6        7        1        2        3        4        5
                     7        1        2        3        4        5        6
                     1        2        3        4        5        6        7     

​                    14      10      6        9        12      15     18
       -วิธีพยากรณ์มีดังนี้
           -เลข 6  ตรงกับภพ  อัตตะ  + ปัตตนิ + ทาสา     และมีเลข เลข 15 ซึ่งเป็นเลขกำลังของดาวจันทร์เป็นฐานบวก    พยากรณ์ว่า  "เจ้าชะตาเป็นคนลำบากมาก่อน เป็นกรรมกรเป็นลูกน้องเขา หาเลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างเขากิน ด้วยความขยันมั่นเพียรเลยวัยกลางคนไปแล้วจึงจะดีมีความสุข  เจ้าชะตาจะได้คู่ครองที่มีฐานะเท่าเทียมกันเป็นลูกน้องหรือลูกจ้างเขามา ก่อน ทรัพย์สินเงินทองที่ได้มาๆด้วยความเหนื่อยยากลำบากอาบเหงื่อต่างน้ำไม่ใช่ ได้มาโดยวิธีง่ายๆเหมือนผู้อื่น
​            -เลข 7   ตรงกับภพ  หินะ + ตนุ + ทาสี     และมีเลข 18    เลขของพระเจ้ามหาจักรพรรดิเป็นฐาน     ทำนายว่า "เจ้าชะตามีนิสัยดื้อด้านถือดีจึงทำให้ตนเองตกต่ำไม่มีอำนาจ"
            -เลข 1  ตรงกับภพ  ธนัง + กฎุมภะ + มรณะ     และมีเลข 14 เลขของพระเจ้าจักรพรรดิเป็นฐาน     ทำนายว่า "เจ้าชะตามีฐานะทางการเงินไม่ดีหาเงินได้เท่าไหร่ก็ไม่เหลือ  มีเงินมากยิ่งจะทำให้ตนเองเกิดความเดือดร้อนมากกว่า"
             -เลข 2  ตรงกับภพ  ปิตา + สหัชชะ + สุภะ     และมีเลข 10 เลขกำลังของดาวพระเสาร์เป็นฐาน     ทำนายว่า
 "เจ้าชะตามีเพื่อนฝูงดีแต่พึ่งพาอาศัยไม่ได้เรื่องการขอความช่วยเหลือคงยาก เมื่อถึงคราวอัตคัดขัดสนไปขอความช่วยเหลือก็จะบอกปัดเสีย"
             -เลข 3  ตรงกับภพ  มาตา + พันธุ + กัมมะ     และมีเลข 6 ซึ่งเป็นเลขกำลังของดาวพระอาทิตย์เป็นฐาน     ทำนายว่า "ญาติพี่น้องทางฝ่ายมารดาก็พึ่งพาอาศัยไมค่อยได้  ช่วยเหลือได้บ้างนิดหน่อยเรื่องการงานแต่ก็เรียกเอาผลประโยชน์มากเกินไปจน น่าเกลียด"
             -เลข 4  ตรงกับภพ  โภคา + ปุตตะ + ลาภะ     และมีเลข 9 เลขดาวเกตุเป็นฐาน     ทำนายว่า "เจ้าชะตาได้บุตรธิดาดีมีความกตัญญูดีต่อพ่อแม่ เจ้าชะตาจะมีบ้านเรือนและทรัพย์สมบัติอันเกิดจากลูกหามาให้"
             -เลข 5  ตรงกับภพ  มัชฌิมา + อริ + พยายะ     และมีเลข 12  เลขกำลังพระราหูเป็นฐาน     ทำนายว่า "เจ้าชะตามี
ศัตรูมากแต่ก็ทำอันตรายเจ้าชะตาไม่ได้ เพราะเจ้าชะตาเป็นคนถึงลูกถึงคนรู้เล่ห์เหลี่ยมที่จะหักล้างศัตรูได้" 
    **หมายเหตุ:-
การ อ่านพื้นดวงชะตาต้องเอาภพอันเป็นที่อยู่ของตัวเลขมาอ่านรวมกันทั้ง 3 ภพ แล้วคิดเป็นคำทำนายที่สมบูรณ์แบบออกมาให้ได้และต้องเป็นคำทำนายที่สมบูรณ์ แบบและถูกต้องด้วย  ตัวอย่างเช่น:-
         -อัตตะ + ตนุ + ทาสา      โดยมีเลข 14 เป็นฐานบวก    จงอ่านภพทั้ง 3 ภพ ให้ออกมาเป็นคำทำนายที่เหมาะสมและถูกต้องด้วย  ข้าพเจ้าจะผลิตคำทำนายที่ถูกตัองออกมาให้ดู

         -อัตตะ + ตนุ + ทาสา   มีเลข 14 เป็นฐานบวก    ทำนายว่า "เจ้า ชะตาเป็นนักต่อสู้มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงนักเอาเบาสู้ไม่ยอมท้อถอย ถ้าตั้งใจทำอะไรแล้วไม่สำเร็จไม่ยอมแพ้ง่ายๆ  งานอะไรที่เขาลงมือทำแล้วจะต้องสำเร็จจนทำให้ตัวเองเป็นที่นิยมยกย่องเชื่อถือของคนทั่วไป ถ้าใครเดือดร้อนไปขอความช่วยเหลือมักจะช่วยเหลือด้วยความเต็มใจไม่หวังผลตอบแทนอะไรทั้งสิ้น เป็นคนใจใหญ่ใจสปอร์ตเป็นนักเสียสละเป็นคนใจบุญอย่างที่คนอื่นๆคาดไม่ถึง"  

    นี้แหละคือตัวอย่างคำทำนายที่ข้าพผลิตออกมาให้ดู  ขอให้ผู้ศึกษาทั้งหลายโปรดพิจารณาดูให้ดีๆ ขอท่านทั้งหลายที่มีความสนใจในวิชาพยากรณ์ด้วยเลข 7 ตัว  จงฝึกฝนคิดอ่านผลิตออกมาอยู่เรื่อยๆไม่นานท่านก็จะเก่งไปเอง 
              ดวงชะตาของ นายกิจ     แตงม่วง
   
       -นายกิจ   แตงม่วง    เกิดวันที่  ๒   ธันวาคม   ๒๕๒๒      ตรงกับวันอาทิตย์   ขึ้น ๑๒ ค่ำ  เดือน ๑   ปีมะแม
       -วันอาทิตย์     = 1
       -เดือน             = 1
       -ปีมะแม          = 1
          1         2         3         4         5         6         7
          1         2         3         4         5         6         7
          1         2         3         4         5         6         7
          3         6         9        12       15       18       21
        วิธีการพยากรณ์เลขในพื้นดวงชะตา
          -เลข 1  ตรงกับภพ  อัตตะ + ตนุ + มรณะ      และมีเลข 3 เลขของดาวอังคารเล็กเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตาไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง  ทำอะไรมักจะล้มเหลวเป็นไปไม่ตลอด  มีจิตใจไม่มั่นคงเป็นคนหวาดระแวง  เจ้าชะตาจะได้มรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้แต่จะรักษาไว้ไม่ได้ จะขายกินหมดจนไม่มีอะไรเหลือ"
          -เลข 2  ตรงกับภพ  หินะ + กฎุมภะ + สุภะ     และมีเลข 6 เลขกำลังของดาวพระอาทิตย์เป็นฐานบวก     ทำนายว่า  "เจ้าชะตาเป็นคนฐานะไม่ดีขี้เกียจในการทำมาหากินคอยแต่อาศัยผู้อื่นใจบาปไม่ค่อยทำบุญสุนทาน"
          -เลข 3  ตรงกับภพ  ธนัง + สหัชชะ + กัมมะ     และมีเลข 9  เลขของดาวเกตุเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตามีเพื่อนฝูงดีมักช่วยเหลือเรื่องการเงินและชอบหางานดีๆให้ทำจนเจ้าชะตาเอาตัวรอดไปได้"
          -เลข 4   ตรงกับภพ   ปิตา + พันธุ + ลาภะ     และมีเลข 12  เลขกำลังของดาวพระราหูเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้า ชะตามีญาติพี่น้องผู้ใหญ่ทางฝ่ายพ่อคอยให้ควาช่วยเหลือ  แต่เจ้าชะตาก็ติดเหล้าและการพนัน พลาญทรัพย์สินเงินทองที่เขาให้มาจนหมด  จนเขาเบื่อไม่ให้ความช่วยเหลืออีกต่อไป"
           -เลข 5  ตรงกับภพ   มาตา + ปุตตะ + พยายะ      และมีเลข 15  เลขกำลังของดาวพระจันทร์เป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตาถึงมีแม่ก็พึ่งพาอาศัยอะไรไม่ได้เพราะแม่ป่วยไม่สบาย บุตรก็พึ่งได้ไม่นานพอจะพึ่งได้บางก็มีอันเป็นไป"
           -เลข 6  ตรงกับภพ   โภคา + อริ + ทาสา     และมีเลข เลข 18 เลขมหาจักรพรรดิเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตามีทรัพย์สมบัติอะไรขึ้นมาไม่ได้จะต้องเดือดร้อนเกิดมีเรื่องราวทำ ให้ต้องเสียทรัพย์สินเงินทองไปจนหมด จนต้องเป็นคนใช้รับจ้างเขากินถึงจะอยู่สบาย"

           -เลข 7  ตรงกับภพ   มัชฌิมา + ปัตตนิ + ทาสี      และมีเลข 21 เลขกำลังของดาวพระศุกร์เป็นฐานบวก    ทำนายว่า " เจ้าชะตาจะได้ภรรยาเป็นคนชั้นเดียวกันกับเจ้าชะตารับจ้างเขากินหาเงินได้ ด้วยความเหนื่อยยากลำบากหาได้พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเท่านั้นจะให้ร่ำรวย เหมือนคนอื่นเขานั้นยาก"
      ขอเตือนให้ผู้เรียนอ่านตัวเลขในพื้นดวงชะตาแล้วคิดผลิตคำทำนายที่เหมาะสมออกมาให้จงได้ฝึกฝนทำนายบ่อยๆก็จะชำนาญไปเอง  

    
                    ความสัมพันธ์ของตัวเลขในพื้นดวงชะตา
        -ประโยชน์ของตัวเลขในพื้นดวงชะตามี ๔ ข้อ คือ:-
         ๑.เป็นตัวเลขที่แสดงคุณและโทษของชะเดิมและชะตาจร เพื่อจะได้รู้ว่าระยะใดปลอดโปร่งจากอุปสรรคมีความราบรื่นดี  ระยะใดจะมีอุปสรรคมาขัดขวางจนทำให้เกิดความทุกข์โศกเดือดเนื้อร้อนใจ 
         ๒. ความสัมพันธ์ของเลขชะตาแต่ละตัวให้พิจารณาดูคุณหรือโทษจากเลขในฐานบวกเป็นสำคัญข้อนี้จะลืมเสียมิได้
         ๓.ใครจะโชคดีหรือโชคร้าย  ทำอะไรจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ จงพิจารณาดูจากความสัมพันธ์ของตัวเลขนี้เป็นสำคัญ
         ๔.ความสัมพันธ์ของชะตาแบ่งออกเป็น  ๑๒  คู่ คือ:-
                ๑.เลขคู่มิตร
             ๒.เลขคู่ธาตุ
             ๓.เลขคู่สมพล
             ๔.เลขคู่สมพงษ์
             ๕.เลขคู่อุปถัมภ์
             ๖.เลขคู่โชคอนันต์
             ๗.เลขคู่เกียรติยศชื่อเสียง
             ๘.เลขกำลังวัน
             ๙.เลขคู่ศัตรู
             ๑๐.เลขคู่อัตคัดขัดสน
​             ๑๑.เลขคู่วิวาท

             ๑๒.เลขคู่ขัดแย้ง
                  เลขคู่มิตร  
    -เลขคู่มิตร  แบ่งออกเป็น ๔ คู่  คือ:-
        ๑    กับ    ๕       เป็นเลขคู่มิตรกัน           คือเป็นเลขคู่มิตรในทาง ความรักใคร่นับถือกัน
        ๒    กับ    ๔       เป็นเลขคู่มิตรกัน           คือเป็นเลขคู่มิตรในทาง เจ้าเสน่ห์
        ๓    กับ    ๖        เป็นเลขคู่มิตรกัน           คือเป็นเลขคู่มิตรในทาง ความเจ้าชู้
        ๗   กับ    ๘        เป็นเลขคู่มิตรกัน           คือเป็นเลขคู่มิตรในทาง เจ้านักเลง
       -เลขคู่มิตรให้คุณดังนี้
          -อุปถัมภ์ค้ำชูกัน  ช่วยเหลือกัน  และพึ่งพาอาศัยกันได้ตั้งแต่เกิด
       -ถ้าเลขอายุจรๆมาตกลงที่เลขคู่มิตร  ชะตาชีวิตในปีนั้นจะสูงเด่นขึ้นมาก คิดจะทำสิ่งใดก็จะสำเร็จตามที่ปราถนาเอาไว้จะมีมิตรสหายมาให้ความช่วยเหลือ และความร่วมมือเป็นอย่างดี 
                   เลขคู่ธาตุ
 -เลขคู่ธาตุ   แบ่งออกเป็น ๔ คู่   คือ:-
    -๑   กับ   ๗         เป็นเลขคู่ธาตุไฟ         ให้คุณทางอำนาจ
    -๒   กับ   ๕         เป็นเลขคู่ธาตุดิน         ให้คุณในทางความมานะพยายาม
    -๓   กับ   ๘          เป็นเลขคู่ธาตุลม         ให้คุณในทางเจ้านักเลง
    -๔   กับ   ๖          เป็นเลขคู่ธาตุน้ำ         ให้คุณในทางความอ่อนหวานนุ่มนวล  
       -เลขคู่ธาตุให้คุณดังนี้
          -จะมีความมั่นคงสมบูรณืดี
          -ถ้าเลขอายุจรๆมาตกลงที่เลขคู่ธาตุ โครงการที่ตั้งใจเอาไว้จะประสบความสำเร็จและจะมีความสุขสมบูรณ์ดี
                   เลขคู่สมพล
       -เลขคู่สมพล   แบ่งออกเป็น ๔ คู่  คือ:-
          -๑   กับ   ๖          เป็นเลขคู่สมพลกันในทางยศศักดิ์
          -๒   กับ   ๘          เป็นเลขคู่สมพลกันในทางการต่อสู้
          -๓   กับ   ๕          เป็นเลขคู่สมพลกันในทางการพนันและการพัฒนา
          -๔   กับ   ๗         เป็นเลขคู่สมพลกันในทางความจริง
       -เลขคู่สมพลให้คุณดังนี้
          -ให้คุณในทาง การคุ้มครองรักษาและมีพละกำลังดี
          -ถ้าเลขของอายุจรๆมาตกลงที่เลขคู่สมพล  ผู้นั้นจะได้รับความช่วยเหลือและความร่วมมือจากคนเป็นจำนวนมาก เหมาะแก่การทำงานเพื่อสังคมหรืองานส่วนรวมโดยทั่วๆไป
                   เลขคู่สมพงษ์
       -เลขคู่สมพงษ์   มี   ๑  คู่  คือ:-
           ๒   กับ   ๖           เป็นเลขคู่สมพงษ์ในทางความรัก
       -เลขคู่สมพงษ์ให้คุณดังนี้
          -ให้คุณในทาง ในทางความรัก, จะเกิดความรักขึ้นโดยไม่คาดฝัน, จะมีโชคลาภนานาประการ
          -ถ้าอายุจรมาตกลงที่เลขคู่สมพงษ์   ปีนั้นจะได้พบคนรักหรือมิตรแท้
                  เลขคู่อุปถัมภ์
        -เลขคู่อุปถัมภ์มี ๑ คู่  คือ:-
           ๕   กับ   ๖         เป็นเลขคู่อุปถัมภ์กันในทางการช่วยเหลือกัน
        -เลขคู่อุปถัมภ์ให้คุณดังนี้
           -ให้คุณในทาง จะได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ในเรื่องการเงินและคู่ครอง
           -ถ้าเลขอายุจรมาตกเลขคู่อุปถัมภ์  ผู้นั้นจะได้พบผู้ที่จะให้ความช่วยเหลือและอุปถัมภ์ค้ำชู
                  เลขคู่โชคอนันท์
         -เลขคู่โชคอนันต์มี ๑ คู่  คือ:-
            ๔   กับ   ๕          เป็นเลขคู่โชคอนันต์
         -เลขคู่โชคอนันต์ให้คุณดังนี้
            -ให้คุณในทาง มักจะมีโชคลาภอยู่เนืองๆ, จะมีโชคลาภอันไม่คาดฝันเกิดขึ้นอยู่เสมอ, มักจะได้รับความร่วมมือจากทุกวงการเป็นอย่างดี
            -ถ้าเลขอายุจรมาตกลงที่เลขคู่โชคอนันต์ จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีและจะมีโชคลาภอยู่เสมอ  มักจะได้รับความร่วมมือจากทุกวงการเป็นอย่างดี   จะประสบความสำเร็จในชีวิตและมีสติปัญญาอันแจ่มใส
                  เลขคู่แห่งเกียรติยศชื่อเสียง
         -เลขคู่แห่งเกียรติยศชื่อเสียงมี ๑ คู่   คือ:-
              ๑   กับ   ๔          เป็นเลขคู่แห่งเกียรติยศชื่อเสียง
         -เลขคู่แห่งเกียรติยศชื่อเสียงให้คุณดังนี้
            -ให้คุณในทาง:- มีความรู้ความสามารถและเกียรติยศชื่อเสียงดี
            -ถ้าเลขอายุจรมาตกเลขคู่แห่งเกียรติยศชื่อเสียง   ผู้นั้นจะเป็นที่นิยมยกย่องนับถือของบุคคลโดยทั่วไป
                   เลขกำลังวัน
        -เลขกำลัง มี ๘ ตัว คือ:- ๖      ๘      ๑๐      ๑๒      ๑๕      ๑๗      ๑๙       ๒๑
        -เลขกำลังวันให้คุณดังนี้
           -ให้คุณในทาง  จะมีความดีเด่นเป็นพิเศษ, จะมีกำลังเข้มแข็งดี, จะดีเด่นด้วยคุณสมบัติของของตนเอง
           -ถ้าเป็นอัตตะหรือตนุ จะไม่ปรากฏเหตุการณ์ที่ร้ายแรงเลย  มักจะได้รับการลดหย่อนผ่อนปรนหรือาสมารถแก้ไขปัญหาต่างๆด้วยตนเองรอดเสมอ  แม้ตัวเลขในภพต่างๆจะไม่ดีก็ตาม
           -ถ้าอายุจรมาตกเลขกำลังวัน   จะประกอบการสิ่งใดก็จะประสบความสำเร็จตามความปราถนาทุกประการ
                   เลขคู่ศัตรู
       -เลขคู่ศัตรูแบ่งออกเป็น  ๒  ชนิด คือ:-
         ๑.เลขคู่ศัตรูใหญ่
         ๒.เลขคู่ศัตรูเล็ก
                   เลขคู่ศัตรูใหญ่
             -เลขคู่ศัตรูใหญ่แบ่งออกเป็น  ๕  ชนิด คือ:-
                -๑   กับ   ๓          เป็นเลขคู่ศัตรูใหญ่     ในทางแก่งแย่งหักล้างกันและกัน
                -๒   กับ   ๓           ,,                      ,,     ในทางกล้าทำในทางที่ผิด
                -๒   กับ   ๕           ,,                      ,,     ในทางมีความคิดเห็นขัดแย้งทะเลาะวิวาทกัน
                -๔   กับ   ๘           ,,                      ,,     ในทางการขัดคอกัน
                -๖   กับ   ๗           ,,                      ,,     ในทางความสับสนวุ่นวาย
             -เลขคู่ศัตรูใหญ่ให้โทษดังนี้
                -จะตัดทอนชะตาชีวิตลงในทางคุณงามความดี  อับโชค  ได้รับแต่ความทุกทรมาน
                -ถ้าเลขอายุจรมาตกลงที่เลขคู่ศัตรูใหญ่ จะทำสิ่งใดก็มีแต่อุปสรรคมาขัดขวางคือมักจะมีแต่เรื่องร้ายๆเกิดขึ้นเสมอ
                   เลขคู่ศัตรูเล็ก
        
 -เลขคู่ศัตรูเล็กแบ่งออกเป็น  ๕  ชนิด คือ:-
        -๑   กับ    ๘            เป็นเลขคู่ศัตรูเล็ก        ในทางเบียดเบียนกันและกัน
        -๒   กับ    ๗           เป็นเลขคู่ศัตรูเล็ก        ในทางพลัดพรากจากกันและความผิดหวัง
        -๓   กับ    ๗           เป็นเลขคู่ศัตรูเล็ก        ในทางอิทธิพลมืด
        -๕   กับ    ๘            เป็นเลขคู่ศัตรูเล็ก       ในทางการสูญเสีย
        -๖   กับ    ๘            เป็นเลขคู่ศัตรูเล็ก        ในทางความเสื่อมสลาย
     -เลขคู่ศัตรูเล็กให้โทษดังนี้
        -ทำอะไรมักจะกลับกลายเป็นเรื่องเดือดร้อนวุ่นวายไปหมด
        -ถ้าอายุจรมาตกเลขคู่ศัตรูเล็ก  จะสับสนวุ่นวายใจจะพลัดพรากจากของรักของชอบใจ

                      เลขคู่อัตคัดขัดสน
        -๕   กับ   ๗           เป็นเลขคู่อัตคัดขัดสน       ให้โทษดังนี้
           -จะเกิดความอัตคัดขัดสนและความขาดแคลนขึ้น
           -ถ้าอายุจรมาตกที่เลขคู่อัตคัดขัดสน  จะเกิดความขัดสนขึ้น  ทำอะไรมักจะติดขัดไปหมด  ไม่ปลอดโปร่ง

                      เลขคู่วิวาท
       -๓   กับ   ๔           เป็นเลขคู่อัตคัดขัดสน   มีโทษดังนี้
           -จะเกิดทะเลาะวิวาททุ้มเทียงกัน  จนทำให้ผลงานเกิดความตกต่ำ  แต่ถ้าทำการเสดาะพระเคราะห์จะกลับมีโชคลาภจากศัตรู

           -ถ้าอายุจรมาตกลงที่เลขคู่วิวาท  ให้ระมัดระวังเรื่องปากเสียให้ดี  จะเกิดทะเลาะเบาะแว้งกันได้ง่ายๆ  จะเกิดความเดือดร้อนเพราะปาก
                   เลขคู่ขัดแย้ง
       -๑   กับ   ๒             เป็นเลขคู่ขัดแย้งกัน  มีโทษดังนี้
           -จะเกิดความขัดแย้งขึ้นภายในครอบครัว  ห้ามแต่งงานโดยเด็ดขาด จะเกิดทะเลาะวิวาทกันในภายหลัง
           -ถ้าอายุจรมาตกลงที่คู่ขัดแย้ง   จะเกิดการขัดแย้งกันอย่างใหญ่หลวง  ผลงานจะเกิดความเสียหาย
         
ระดับตวามสูงต่ำของพื้นดวงชะตา
      -ระดับความสูงต่ำของพื้นดวงชะตาแบ่งออกเป็น  ๓  ชนิด คือ:-
         ๑.พื้นดวงชะตาระดับสูง  มีกฏข้อบังคับดังนี้
             ๑.๑เลขของวันเดือนปีเกิดจะไม่ตรงกับภพเสีย
             ๑.๒เลขของวันเดือนปีเกิดจะตั้งอยู่บนเลขฐานบวกที่ดี        เช่น:-
                    ดวงชะตาระดับสูงชาย
                6         7         1         2         3         4         5
             6         7         1         2         3         4         5
             1         2         3         4         5         6         7
             13      16        5         8        11       14        17
               -เลขวันเกิดตรงกับภพที่ดีคือ ตนุ และ ทาสา
               -เลขเดือนเกิดตรงกับภพที่ดีคือ ทาสา
               -เลขปีเกิดตรงกับภพที่ดีคือ ทาสา
               -เลขฐานบวกคือ เลข 14  เป็นเลขคู่แห่งเกียรติยศชื่อเสียง   เป็นเลขฐานบวกที่ดี

             ดวงชะตาระดับสูงหญิง
                6         7         1         2         3         4         5
             2          3         4         5         6         7         1
             5          6         7         1         2         3         4
             13       16       12        8        11       14       10
              -เลขวันเกิดตรงกับภพที่ดีคือ ปุตตะ
              -เลขเดือนเกิดตรงกับภพที่ดีคือ สุภะ
              -เลขปีเกิดตรงกับภพที่ดีคือ สุภะ
              -เลขฐานบวก คือเลข 16   เป็นเลขคู่เศรษฐี    เป็นเลขคู่ที่ดี
              -ดูเลขคู่ครอง
                  -เลขในภพปัตตนิของชายคือเลข 5
                  -เลขในภพปัตตนิของหญิงคือเลข 1
                  -ถ้าเอาเลขของชายนำหน้าจะเป็นเลข 51   เป็นเลขคู่แห่งความสำเร็จ

                  -ถ้าเอาเลขของหญิงนำหน้าจะเป็นเลข 15  เป็นเลขคู่มหามิตร
              -ข้าพเจ้าผู้เขียนตำราเล่มนี้  อยากจะจับชายและหญิงคู่นี้ให้แต่งงานกันจริงๆ ดวงชะตาที่สมพงพ์กันอย่างนี้หาดูยากจริงๆจะบอกให้
              -ถ้าชายและหญิงคู่นี้ได้แต่งกันจะเป็นยอดแห่งคู่ครองจะหาคู่ครองอื่นมาเปรียบเทียบมิได้เลย
              -ผู้ชายเป็นคนสปอร์ตขยันฉลาดซื่อสัตย์อดทนและมีเกียรติยศชื่อเสียงดี
              -ผู้หญิงรูปสวยรวยทรัพย์นับวิชาและปัญญาดี   ถ้าได้แต่งงานกันจะร่ำรวยถึงขั้นมหาเศรฐีเลยทีเดียวครับ
         ๒.ดวงชะตาระดับกลาง   มีกฎข้อบังคับดังนี้
             ๒.๑เลขของวันเดือนปีเกิดตรงกับภพที่เสียหรือมีความสัมพันธ์ถึงแต่ต้องตั้งอยู่บนฐานบวกที่ดี
             ๒.๒เลขของวันเดือนปีเกิดตรงกับภพที่ดีแต่ตั้งอยู่บนฐานบวกที่เสียหรือสัมพันธ์ถึง

             ๒.๓เลขของปีเกิดตั้งอยู่บนฐานบวกที่ดีหรือเสียก็ตาม       เช่น:-
                      ดวงชะตาระดับกลางชาย
                   1         2         3         4         5         6         7
            5         6         7         1         2         3         4
            5         6         7         1         2         3         4
            11      14       17        6
        9        12       15

           -เลขวันเกิดตรงกับภพที่ดีคือ พันธุ และ ลาภะ
           -เลขเดือนเกิดตรงกับภพที่เสียคือ มรณะ
           -เลขปีเกิดตรงกับภพที่เสียคือ มรณะ
           -เลขฐานบวกของเลขวันเกิดคือเลข  6     เป็นเลขกำลังของดาวพระอาทิตย์    เป็นเลขที่ดี
           -เลขฐานบวกของเดือนเกิดคือเลข 11   เป็นเลขราชาโชค   เป็นเลขที่ดี
        
             ดวงชะตาระดับกลางหญิง
             2         3         4         5         6         7         1
           7         1         2         3         4         5         6
           7         1         2         3         4         5         6
          16        5         8        11       14       17       13  
           -เลขวันเกิดตรงกับภพที่ดีคือ สหัชชะ และ กัมมะ
           -เลขเดือนเกิดตรงกับภพที่เสียคือ มรณะ
           -เลขปีเกิดตรงกับภพที่เสียคือ มรณะ
           -เลขฐานบวกของวันเกิดคือเลข  8     เป็นเลขกำลังของดาวพระอังคาร    เป็นเลขคู่ศัตรูใหญ่กับเลข  2 

           -เลขฐานบวกของเดือนเกิดคือเลข  16    เป็นเลขคู่เศรษฐี   เป็นเลขคู่ที่ดี
         ๓.ดวงชะตาระดับต่ำ   มีกฏข้อบังคับดังนี้
            ๓.๑เลขของวันเดือนปีเกิดตรงกับภพเสีย
            ๓.๒เลขของฐานบวกเป็นเลขที่ไม่ดี       เช่น:-

                   ดวงชะตาระดับต่ำชาย
             7         1         2         3         4         5         6
          7         1         2         3         4         5         6
          3         4         5         6         7         1         2
          17       6         9        12       15       11       14
           -เลขวันเกิดตรงกับภพเสียคือ พยายะ
           -เลขเดือนเกิดตรงกับภพเสียคือ พยายะ
           -เลขปีเกิดตรงกับภพเสียคือ พยายะ
           -เลขฐานบวกคือเลข  15   เป็นเลขกำลังแห่งดาวพระจันทร์   เป็นเลขคู่ศัตรูใหญ่กับเลข  7 
                   ดวงชะตาระดับต่ำหญิง
            2         3         4         5         6         7         1
          2         3         4         5         6         7         1
          2         3         4         5         6         7         1
          6         9        12       15       18       21        3 
          -เลขวันเกิดตรงกับภพเสียคือ มรณะ
          -เลขเดือนเกิดตรงกับภพเสียคือ มรณะ
          -เลขปีเกิดตรงกับภพเสียคือ มรณะ
          -เลขฐานบวกคือเลข 6    เป็นเลขกำลังของดาวพระอาทิตย์    เป็นเลขคู่ศัตรูใหญ่กับเลข  2 

 
             การศึกษาภาคที่ ๒

      การศึกษาภาคที่ ๒ ว่าด้วยองค์ประกอบที่สำคัญของพื้นชะตา       
    องค์ประกอบของพื้นชะตาที่สำคัญแบ่งออกเป็น  ๘  ชนิด คือ:-
     ๑.ความหมายของเลขทั้ง ๙ ตัว
     ๒.ชะตาแฝด
     ๓.ชะตาที่มีเลขซ้ำกันทั้ง ๓ ฐาน
     ๔.การศึกษาและอาชีพ
     ๕.เรื่องของคู่ครอง
     ๖.เรื่องของบุตร
     ๗.เรื่องของบ้านเรือน
     ๘.เรื่องของยวดยานพาหนะ

     ๙.เรื่องของการตรวจสอบชะตา
     ความหมายของเลขทั้ง ๙ ตัว
     ๑.เลขที่เป็นบุคคล
     ๒.เลขที่เป็นสถานที่
     ๓.เลขที่เป็นอวัยวะร่างกายและโรคภัยไข้เจ็บ
     ๔.เลขที่เป็นทิศ
     ๕.เลขที่เป็นสี
     ๖.เลขที่เป็นมณี
     ๗.เลขที่เป็นธาตุ
     ๘.เลขที่เป็นแร่

     ๙.เลขที่เป็นรสอาหาร
      เลขที่เป็นบุคคล
          เลข ๑

    -ถ้าเลข ๑ เป็น อัตตะหรือตนุ  ผู้นั้นจะมีลักษณะดังนี้
      -รูปร่าง:- เล็กกระทัดรัด ใบหน้าเรียวมน ผิวเนื้อดำแดงจึงจะต้องโฉลก  ถ้ารูปร่างสูงใหญ่ผิวขาวจะอาภัพ (อาภัพ แปลว่า "ทำอะไรมักไม่ค่อยได้ดังใจนึก คนอื่นทำได้แต่เราทำไม่ได้ถ้าขืนทำต่อไปก็มีแต่จะเดือดร้อน"
      -นิสัย:- ใจ ร้อน โกรธง่ายหายเร็ว เป็นคนไว้ตัว รักเกียรติยศชื่อเสียง เป็นคนทะเยอทะยาน เจ้าชู้ ถ้าเป็นชายจะเกรงใจเมีย ถ้าเป็นหญิงจะพูดเอาใจผัวดี
      -รสนิยม:- ชอบความโอ่อ่าหรูหราภูมิฐาน และการแสดงอำนาจ

   -ถ้าเลข ๑ ตั้งอยู่บนเลขกำลังวันหรืเลขกำลังพิเศษ  เจ้าชะตาจะมีระดับดังนี้
         -ระดับสูง:- พระราชา  ประธานาธิบดี  นายกรัฐมนตรี  เจ้าผู้ครองนคร  เชื้อพระวงศ์ชั้นสูง  ข้าหลวง
         -ระดับกลาง:- ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่  ข้าราชสำนัก  ผู้อำนวยการ  ผู้จัดการ  ผู้บังคับบัญชา  นักการเมือง  เศรษฐีคหบดี
        -ระดับต่ำ:- ข้าราชการชั้นผู้น้อย  ช่างแรงงานต่างๆ
        **หมายเหตุ:-
การดูระดับของบุคคลให้ดูระดับของพื้นชะตาประกอบกันจึงจะแม่นยำดี
            เลข ๒ 
   -ถ้าเลข ๒ เป็น อัตตะหรือตนุ  ผู้นั้นจะมีลักษณะดังนี้
       -รูปร่าง:- รูปร่างขาวท้วมหรือขาวบาง รูปทรงสมส่วนงามกระทัดรัด
  แก้มมีเนื้อเล็กน้อยจึงจะต้องโฉลก
       -นิสัย:- วางจริต  รักคำพูด  รื่นเริง  มักอ่อนไหวง่ายแต่มีจินตนาการดี
       -รสนิยม:-
ชอบการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อม  ชอบการดูแล  ชอบสังคม

   -ถ้าเลข  ๒  ตั้งอยู่บนเลขกำลังวันหรือเลขกำลังพิเศษ  เจ้าชะตาจะมีระดับดังนี้
       -ระดับสูง:- พระราชินี  ประธานาธิบดีหญิง  นายกรัฐมนตรีหญิง  ผู้นำหญิง  ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการหญิง
       -ระดับกลาง:- ข้าราชการฝ่ายใน  ท่านผู้หญิง  คุณหญิงหรือคุณนาย  ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายคมนาคม,การศึกษา

กิจการที่เกี่ยวข้องกับเด็กและสตรี  องค์การระหว่างประเทศ  มหาดไทย
       -ระดับต่ำ:- เจ้าของกิจการและการบริการทุกชนิด  ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับยวดยานพาหนะมีรถเรือและเครื่องบินเป็นต้น
            เลข ๓
   -ถ้าเลข ๓  เป็นอัตตะหรือตนุ  ผู้นั้นจะมีลักษณะดังนี้
       -รูปร่าง:- รูปร่างสันทัด  ผิวเนื้อดำแดง  ผมหยักเล็กน้อย  ใบหน้ากระดูก  มักมีใฝ่ที่แก้ม จึงจะต้องโฉลก
       -นิสัย:- มุทะลุดุดัน  โมโหง่าย  ขยันขันแข็ง  มักจะเอาใจเพื่อนและผู้อื่น
       -รสนิยม:- ไม่ค่อยแน่นอน  ชอบความเย้ายวน  ชอบบำเรออารมณ์  มักชอบผิดลูกผิดเมียหรือชอบผิดลูกผิดผัวเขา
   -ถ้าเลข ๓  ตั้งอยู่บนเลขกำลังวันหรือเลขกำลังพิเศษ   เจ้าชะตาจะมีระดับดังนี้
       -ระดับสูง:- นายพลตำรวจ  แพทย์ผ่าตัด  นักเคมี  นักวืทยาศาสตร์  อัยการตำรวจ
       -ระดับกลาง:- ข้าราชการตำรวจ  นายอำเภอ  ป่าไม้  วิศวกร  ผู้ค้าหรือผู้ผลิตเหล็กและโลหะต่างๆ  ผู้ฝึกอาวุธ
         -ระดับต่ำ:- เพชฆาต  ผู้ฆ่าสัตว์  ผู้ผลิตเครื่องมือและเครื่องใข้ที่เป็นเหล็กและโลหะต่างๆ
           เลข ๔  
   -ถ้าเลข  ๔  เป็นอัตตะหรือตนุ   ผู้นั้นจะมีลักษณะดังนี้
       -รูปร่าง:- รูปร่างท้วมผิวเนื้อค่อนข้างขาวหรือขาวอมแดง  ริมฝีปากหยักบางจึงจะต้องโฉลก
    -นิสัย:- ชอบคิดเป็นคนมีเหตุผล  มีความเชื่อมั่นในตนเอง  มักถ่อมตัว  เป็นคนสุภาพ  ฉลาดในการเจรจา
    -รสนิยม:- ชอบเรียบๆ  ชอบความสะดวกสบาย  และชอบสังคม
   -ถ้าเลข ๔ ตั้งอยู่บนเลขกำลังวันหรือเลขกำลังพิเศษ   เจ้าชะตาจะมีระดับดังนี้
       -ระดับสูง:- เป็นนักวิชาการ  นักการทูต  นักประพันธ์  พ่อค้าใหญ่ระดับชาติ
       -ระดับกลาง:- ทนายความ  นายทะเบียน  นักข่าว  นักการบัญชี  ข้าราชฝ่ายสื่อสารและการพาณิชย์
       -ระดับต่ำ:- บุรุษไปรษณีย์  ช่างเรียงพิมพ์  ช่างฝีมือ  และพ่อค้าแม่ค้าย่อย
        เลข ๕
   -ถ้าเลข ๕  เป็นอัตตะหรือตนุ   ผู้นั้นจะมีลักษณะดังนี้
       -รูปร่าง:- รูปร่างสันทัดผิวขาวหรือขาวเหลืองมีเนื้อเล็กน้อย  หน้าผากกว้าง  ใบหน้ารูปไข่  นิ้วมือนิ้วเท้าอูมจึงจะต้องโฉลก
       -นิสัย:- เชื่อในความคิดเห็นของตนเองเป็นใหญ่  หัวแข็ง  ถืออุดมคติ
       -รสนิยม:- ชอบเรียบๆ  ชอบความมีระเบียบ  มักสนใจในวิชาการต่างๆ
   -ถ้าเลข ๕  ตั้งอยู่บนเลขกำลังวันหรือเลขกำลังพิเศษ   เจ้าชะตาจะมีระดับดังนี้
       -ระดับสูง:- สมณชีพราหมณ์ชั้นผู้ใหญ่  เป็นข้าราชการฝ่ายการศึกษา  ฝ่ายศาสนา  ตุลาการ  โหราจารย์  นายแพทย์ผู้อำนวยการ  ที่ปรึกษาประจำกระทรวงหรือระดับชาติ  
       -ระดับกลาง:- ข้า ราชการฝ่ายการศึกษา  การศาสนา  ผู้ค้าของชำขนาดใหญ่   ผู้จัดการธนาคาร  เจ้าของภัตราคารร้านอาหารขนาดใหญ่  เจ้าของห้างขายยาหรือคลีนิกใหญ่ๆ  
       -ระดับต่ำ:- ช่างทอผ้า  ร้านขายของชำยอย  ช่างทำเครื่องสังฆภัณฑ์  ช่างทำเครื่องประดับศาลพระภูมิ
          เลข ๖
   -ถ้าเลข ๖  เป็นอัตตะหรือตนุ   ผู้นั้นจะมีลักษณะดังนี้
       -รูปร่าง:- สูงโปร่ง  กระดูกใหญ่  ใบหน้ากลม จึงจะต้องโฉลก  ถ้ารูปร่างเล็กจะอาภัพ
       -นิสัย:- สำรวย  เจ้าชู้  ฟุ่มเฟือย  หยิบโหย่ง  ประณึต  พิถีพิถัน
       -รสนิยม:- ชอบศิลปะ  ชอบการตกแต่ง  ชอบการเสริมสวย  ชอบวรรณกรรม  ชอบบทกวีและการแสดง
   -ถ้าเลข ๖  ตั้งอยู่บนเลขกำลังวันหรือเลขกำลังพิเศษ   เจ้าชะตาจะมีลักษณะดังนี้
       -ระดับสูง:- ขุนคลัง  ผู้ว่าการธนาคาร  นักธุรกิจระดับใหญ่  ข้าราชการระดับใหญ่ของกระทรวงการคลังและกรมศิลป์ 
       -ระดับกลาง:- ข้า ราชการฝ่ายศิลป์  บัณฑารักษ์  พิพิธภัณฑ์  นักโบราณคดี  ผู้จัดการโรงแรม  นักออกแบบเหรียญตราและคื่องประดับต่างๆ  ผู้ออกแบบเสื้อผ้าและทรงผม
       -ระดับต่ำ:- ร้านขายของสำเร็จรูปประเภทสวยงาม  ร้านขายเครื่องประดับตกแต่งและภาพศิลป์  ช่างตัดเสื้อผ้าและทรงผม  นักแสดง  และนักศิลปะ
           เลข ๗
   -ถ้าเลข ๗   เป็นอัตตะหรือตนุ   ผู้นั้นจะมีลักษณะดังนี้  
       -รูปร่าง:- ท้วม หรืออ้วนสูง ผิวเนื้อดำคล้ำหรือดำมาก  น่องอ่อน  ท่าทางบึกบึนทะมัดทะแมง  ริมฝีปากเผยอหรือฟันเขยินจึงจะต้องโฉลก   ถ้ารูปร่างสูงใหญ่ผิวขาวจะอาภัพ
       -นิสัย:- เงียบขรึม  ไม่ยอมเสียเปรียบใคร  มักเป็น
       -รสนิยม:- ชอบการปกครอง  การคุ้มครอง  จิตมีมานะสูง
   -ถ้าเลข ๗   ตั้งอยู่บนเลขกำลังวันหรือเลขกำลังพิเศษ   เจ้าชะตาจะมีระดับดังนี้
       -ระดับสูง:- ขุนพลทหาร  ข้าราชการฝ่ายป้องกันและกลาโหม  นักการเมืองคนสำคัญ  ผ.อ.หรือ ผ.จ.เหมืองแร่และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
       -ระดับกลาง:- ขัาราชการฝ่ายทหาร  นักอุตสาหกรรม  เจ้าของเหมืองแร่บ่อเพชรบ่อพลอย  กิจการอุตสาหกรรมขนาดย่อม  เกษตรกรรม  ทรัพยากรธรรมชาติ  และปศุสัตว์ 
       -ระดับต่ำ:- ชาว ไร่ชาวนาชาวสวน  นักค้าปุ๋ย  ร้านขายเครื่งยนต์  ร้านขายเครื่องอุปกรณ์ทำเหมืองและทำเครื่องมือเครื่องใช้ทางเกษตร  ร้านขายเครื่องอุปกรณ์การก่อสร้างเช่น อิฐดินหินปูนและกรวดทราย
            เลข ๘
   -ถ้าเลข ๘  เป็นอัตตะหรือตนุ   ผู้นั้นจะมีลักษณะดังนี้
       -รูปร่าง:- ถ้าเป็นชายรูปร่างท้วมใหญ่  ตาพอง  อ้วนล้ำพุงยุ้ย  ผิวเนื้อดำหรือดำคล้ำ  ถ้าเป็นหญิงผิวดำสูงเพียวจึงจะต้องโฉลก 
       -นิสัย:- เสียงดังมีอำนาจ  ชอบลุ่มหลงในอบายมุข  ขาดสติ  มีโทสะร้ายแรง  หงุดหงิดหาเรื่องเอะอะโวยวาย
       -รสนิยม:- ชอบของมึนเมา  ชอบการพนัน  ชอบการเป็นนักเลง  เจ้าชู้  ชอบของแปลกๆ
   -ถ้าเลข ๘  ตั้งอยู่บนเลขกำลังวันหรือเลขกำลังพิเศษ   เจ้าชะตาจะมีระดับดังนี้
       -ระดับสูง:- ผู้แทนราษฎร ผู้แทนสาคม  นักพัฒนา  นักปาฐกถา  นักวิชาการ
       -ระดับกลาง:- ฝูงชน  หมอสมุนไพร  นักไสยศาสตร์  ผู้นำฝูงชน  
       -ระดับต่ำ:- นักเลง  นักพนัน  นักดื่ม  นักรบ
          เลขที่เป็นสถานที่
   -เลข ๑  หมายถึง:-  
      -พระราชวัง  ที่ทำการของรัฐบาล  
      -รัฐวิสาหกิจทุกประเภท  องค์กร  โรงงานไฟฟ้า  โรงงานแก้ว
      -บริษัทห้างร้านที่หรูๆ  สถานที่ใหญ่โตโอ่อ่า  ร้านขายเพชรพลอย  

      -บ้านเรือนที่เด่นเป็นสง่า
   -เลข ๒  หมายถึง:-
      -วัง  ที่ทำการของรัฐบาลที่เกี่ยวกับยวดยานพาหนะทุกชนิด
      -กรมประมง  กิจการประมง  โรงงานผลิตสินค้าทางน้ำทุกชนิด  ร้านขายสัตว์น้ำทุกชนิด
      -ร้านขายพืชผลทางเกษตร

      -บ้านเรือนที่ไม่ค่อยใหญ่มองดูกระจุ๋มกระจิ๋มสดชื่นดี
   -เลข ๓  หมายถึง:-
      -ที่ทำการของรัฐบาลที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยและการปราบปราม
      -โรงงานผลิตหรือเก็บอาวุธทุกชนิด  โรงผลิตหรือเก็บอาวุธทางเคมี  โรงงานเครื่องจักรกล
      -สนามกีฬา  สนามฝึกอาวุธ
      -บ้านพักตำรวจ  
      -บ่อนการพนัน

      -บ้านที่เป็นมุมหรือมีเนื้อที่ไม่เท่ากันคือเป็นเสี้ยวหรือเฉียง
   -เลข ๔  หมายถึง:-
      -ที่ทำการของรัฐบาลเกี่ยวกับการสื่อสาร  กรมสื่อสาร  โรงงานผลิตเครื่องมือสื่อสารต่างๆ
      -กรมบัญชีกลาง  การบัญชี  การพาณิชย์  
      -การศึกษาในระดับต้น  กรมสามัญศึกษา
      -โรงงานผลิตสิ่งที่เป็นผืนหรือเป็นแผ่น  

      -บ้านเรือนที่ร่มรื่นเป็นแบบสวน
   -เลข ๕   หมายถึง:-
      -ที่ทำการของรัฐบาล  กระทรวงยุติธรรม  ศาล
      -โรงพยาบาล  คลีนิค  อนามัย  กระทรวงสาธาสุข  
      -ราชภัฏ  ทบวงมหาวิทยาลัย  มหาวิทยาลัย
      -วัด  โบสถ์  วิหาร  ศาลาการเปรียญ  กรมศาสนา  กระทรวงศึกษา  สถานที่เผยแพร่ความรู้ทางด้านศาสนา  
      -หัตถศาสตร์  โหราศาสตร์  วิชาพยากรณ์ต่างๆ  วิชาพยากรณ์ด้วยเลข ๗ ตัว
      -ช่างทอ

      -การพิมพ์
      -บ้านเรือนที่มีทรวดทรงกระทัดรัดเรียบร้อยตามเอกลักษณ์ของท้องถิ่น
   -เลข ๖   หมายถึง:-
      -ที่ทำกรของรัฐบาล  กระทรวงการคลัง  ธนาคาร  สถาบัญทางการเงิน
      -กรมศิลปากร  มหาวิทยาลัยศิลปากร
      -ร้านขายของชำ  เซเว้น  โลตัส  บิ๊กซี  ห้างร้านต่างๆ
      -ร้านขายของสำเร็จรูป  โรงงานผลิตของสำเร็จรูปประเภทเครื่องสำอางค์หรือเครื่องประดับต่างๆ
      -ร้านขายทอง
      -บ้านที่มองดูเป็นศิลป์ฉูดฉาดสดใสแลดูชื่นฉ่ำบรรยากาศชวนฝัน

   -เลข ๗   หมายถึง:-
      -ที่ทำการของรัฐบาลอันเกี่ยวกับการป้องกันและการรักษาความปลอดภัย  กระทรวงกลาโหม  โรงฝึกทหาร  บ้านพักทหาร
      -กระทรวงเกษตร  กรมปศุสัตว์  ชาวไร่ชาวนาชาวสวน
      -โรงสี  โรงเลื่อย  ร้านขายไม้
      -กระทรวงอุตสาหกรรม  ร้านขายเครื่องอุปกณ์การก่อสร้าง  ร้านขายเครื่งมือเครื่องใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม

      -กระทรวงแรงงาน  กรรมกร  ผู้ใช้แรงงาน

      -บ้านที่แลดูเงียบสงัดทึบมีบรรยากาศเป็นแบบป่า
         เลขที่เป็นอวัยวะร่างกายและโรคภัยไข้เจ็บ
   -เลข ๑   หมายถึง:-
      -อวัยวะร่างกาย   คือ ผิวหนัง  นัยน์ตาข้างขวา  โลหิตแดง  เส้นโลหิตใหญ่ในสมอง
      -โรค   คือ โรคที่เกี่ยวกับสายตา  โรคผิวหนัง  โรคที่เกี่ยวกับเส้นโลหิต  โรคร้อนใน  โรคเส้นโลหิตอุดตัน
   -เลข ๒   หมายถึง:-
      -อวัยวะร่างกาย   คือ นัยน์ตาข้างซ้าย  ระบบการดูดซึมอาหาร  น้ำที่หล่อเลี้ยงร่างกาย  เต้านม  เนื้อเยื้อต่างๆ
      -โรค   คือ โรคเกี่ยวกับสายตา  โคเบาหวาน  โรคโลหิตระดูไม่ปกติ  โรคบวมน้ำ  โรคต่อมในเต้านม  โรคเนื้อเยื้อักเสบ
   -เลข ๓   หมายถึง:-
      -อวัยวะร่างกาย   คือจมูก   อวัยวะเพศชาย   เส้นโลหิตดำ   กล้ามเนื้อ   เส้นเอ็น   พลังงาน   ม้าม
      -โรค   คือโรคภูมิแพ้   โรคแพ้อากาศ   โรคขาดความรู้สึกในการดมกลิ่น   โรคกล้ามเนื้ออักเสบ   โคเส้นเอ็นพืการ
 โรคโลหิตเป็นพิษ   โรคอัมพฤก   โรคม้ามพิการ   โรคอวัยวะเพศพิการ
   -เลข ๔   หมายถึง:-
      -อวัยวะร่างกาย   คือสมอง   ทรงอก   มือ   เท้า   แขน   ขา   ปาก   ทวารหนัก   กระเพาะอาหาร   ลำไส้
      -โรค   คือโรคเกี่ยวกับประสาท   โรคสมองพิการ   โรคปัญญาอ่อน   โรคในทรงอก   โรคมือเท้าพิการ   โคแขนขาพิการ   โรคริดสีดวงทวาร   โรคกระเพาะอาหาร   โรคลำไส้พิการ
   -เลข ๕   หมาย:- 
      -อวัยวะร่างกาย   คือหู   หัวใจ   ประสาทความจำ   
      -โรค   คือโรคหูพิการ   โรคหัวใจ   โรคความดันโลหิต   โรคความจำเสื่อม   โรคเบาหวาน   โรคผิดสำแดง   โรคประสาทแปรปรวน
   -เลข ๖   หมายถึง:-
      -อวัยวะร่างกาย   คือคอ   ไต   มดลูก   อวัยวะเพศหญิง   โลหิตขาว   น้ำกาม   ไขมัน   ต่อมน้ำเหลืองในร่างกาย
      -โรค   คือโรคคออักเสบ   โรคไตพิการ   โรคมดลูกพิการ   โรคอวัยวะเพศพิการ   โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
 โรคโลหิตขาวมากกว่าโลหิตแดง   โรคกามตายด้าน   โรคไขมันอุดตัน   โรคผิวหนังเสียเป็นเม็ดผื่นคัน   โรคน้ำเหลืองเสีย
   -เลข ๗   หมายถึง:-
     -อวัยวะร่างกาย   คือ
ฟัน   กระดูกโครงสร้างต่างๆของร่างกาย   ประสาทใหญ่   เซลล์ต่างๆ
     -โรค   คือโรคฟัน   โรคกระดูก   โรคปวดในข้อ   โรคอัมพฤกอัมพาต   โรคผมร่วงล้าน   โรคเซลล์เสื่อมสภาพ
   ** ขัอสังเกต:- 
         -ถ้าเลขใดก็ตามตั้งอยู่บนเลขฐานบวก ๑๒ ผู้นั้นจะมีสมุฏฐานของโรคที่เกิดจากการดื่มสุรา ยาเสพติด   โรคใหม่ๆที่เจริญขึ้นมาจากสภาพของสิ่งแวดล้อมเช่น  โรคมะเร็ง   โรคภูมิแพ้ เป็นต้น 
         -ให้ใช้ทำนายคู่กับภพต่างๆ  เช่น  หินะ   อริ   มรณะ   พยายะ

         -ถ้าเลขใดตั้งอยู่บนฐานบวก ๙ ผู้นั้นมักจะป่วยโดยไม่รู้สาเหตุ
                  เลขที่เป็นทิศ
    
     -เลข ๑    คือ  ทิศอิสาณ  ได้แก่ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
     -เลข ๒    คือ  ทิศบูรพา   ได้แก่ ทิศตะวันออก
     -เลข ๓    คือ  ทิศอาคเณย์   ได้แก่ ทิศตะวันอกเฉียงใต้
     -เลข ๔    คือ  ทิศทักษิณ   ได้แก่ ทิศใต้
     -เลข ๕    คือ  ทิศประจิม   ได้แก่ ทิศตะวันตก
     -เลข ๖    คือ  ทิศอุดร   ได้แก่ทิศเหนือ
     -เลข ๗   คือ  ทิศหรดี   ได้แก่ทิศตะวันตกเฉียงใต้

     -เลข ๘    คือ  ทิศพายัพ   ได้แก่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
     -เลขที่เป็นทิศถ้าใช้ร่วมกับภพ    สหัชชะ   จะหมายถึงการเดินทาง, การท่องเที่ยว, ในระยะใกล้ๆ

      ,,                                       ,,      พันธุ       จะหมายถึงสถานที่ๆจะตั้งบ้านเรือน, บรืษัท, ห้างร้าน, โรงเรียน, สมาคม
      ,,                                       ,,      มรณะ      จะหมายถึงการเดินทางไปในต่างถิ่น, ชนบท, ตำบล,อำเภอ, จังหวัด
      ,,                                       ,,      สุภะ        จะหมายถึงการเดินทางไปต่างประเทศ
                 เลขที่เป็นสี
    เลข ๑        = สีแดง   สีทอง   สีทองบรอนซ์
    เลข ๒        = สีขาว   สีเงิน   สีขาวปรอท   สีไข่มุก   สีขาวบรอนซ์
    เลข ๓        = สีชมพู   สีน้ำตาล   สีเลือดหมู   
    เลข ๔        = สีเขียว   สีเขียวหัวเป็ค  สีเขียวยอดตองอ่อน   สีเขียวไข่กา   สีหยกเขียว   
    เลข ๕        = สีเหลือง   สีส้ม   สีแสด   สีกากี
    เลข ๖        = สีฟ้า   สีน้ำเงิน   สีไพลิน
    เลข ๗       = สีดำ   สีคราม   สีเทา   สีนิล
    เลข ๘        = สีดำมืด  สีม่วงแก่   สีสำริด   สีดำแดง

    เลข ๙       = สีปลีกแมลงทีบ   สีรุ่ง   ฉัพพรรณรังสี   หลายๆสีรวมกัน
 

                  เลขที่เป็นมณี
    เลข ๑   คือ  ทับทิม   พลอยแดง   พลอยสีเลือดนก
    เลข ๒   คือ  เพชร   ไข่มุก
    เลข ๓   คือ  โกเมน   เพชรสีชมพู
    เลข ๔   คือ  มรกต   สีเขียวหยก
    เลข ๕   คือ  บุศราคัม   พลอยสีส้ม   พลอยสีแสด
    เลข ๖   คือ  ไพลิน   พลอสีน้ำเงิน
    เลข ๗  คือ  นิล
    เลข ๘   คือ  จันทรคราส   

    เลข ๙   คือ  โอปอ  
   **หมายเหตุ:- เลขที่เป็นสีและเลขที่เป็นมณี  
       -ถ้าทำนายร่วมกับภพ
ธนัง จะหมายถึงเคริ่องประดับ
      -ถ้าทำนายร่วมกับภพ พันธุ จะหมายถึงบ้านเรือนและที่อยู่อาศัย
      -ถ้าทำนายร่วมกับภพ สหัชชะ จะหมายถึงยวดยานพาหนะเช่น  รถ  เรือ  เครื่องบิน   

      -จงเลือกสีและมณีที่อยู่ในภพที่ดีที่สุดเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตนเอง       ตัวอย่าง   เช่น:-
                น.ส.ชนิสา    แก้วบุดดา
           6         7         1         2         3         4         5
          2         3         4         5         6         7         1
          5         6         7         1         2         3         4
         13       16       12        8        11       14       10
       -ดวงชะตาของ น.ส.ชนิสา   แก้วบุดดา เลข 6 เป็นเลขที่เด่นที่สุดและเลข 6 ยังมีเลขของฐานบวกที่ดีอีกด้วย  
       -เครื่องประดับกายที่เหมาะสมกับชะตาชีวิตคือ ไพลิน  หรือพลอยสีน้ำเงิน

       -สีบ้านเรือนต้องเป็น สีฟ้า หรือ สีน้ำเงิน  จึงจะต้องโฉลก
       -สีของรถยนต์ต้องเป็นสีในโทนเขียวจึงจะต้องโฉลก
       -สีที่ห้ามคือ สีดำ   สีแดง   สีเหลือง  

       -สีที่อนุญาตคือ สีฟ้า   สีน้ำเงิน   สีขาว   สีชมพู   สีเขียว
                น.ส.นิรมล    พลทวี
            2         3         4         5         6         7         1
                  1         2         3         4         5         6
                  1         2         3         4         5         6
         16        5 
        8        11       14       17       13

     -ดวงชะตาของ น.ส.นิรมล   พลทวี  เลขที่เด่นที่สุดคือเลข 1 ซึ่งมีเลข 5 เป็นฐานบวก  1 กับ 5  เป็นเลขคู่มิตรกันจัดว่าเป็นเลขที่ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว ถึงแม้นว่าเลข 5 จะเป็นเลขกำลังเล็กก็ตาม  
     -เครื่องประดับทีเหมาะสมกับชะตาคือ ทับทิมสยาม   พลอยแดง
     -สีของบ้านเรือน   คือสีในโทนแดง   สีน้ำเงิน  สีฟ้า
     -สีของรถยนต์   คือสีในโทนแดง   สีน้ำเงิน  สีฟ้า
​     -สีที่ห้าม   คือสีขาว   สีชมพู   สีเขียว   สีเหลือง   สีดำ
     -สีที่อนุญาต   คือสีน้ำเงิน   สีฟ้า  และสีในโทนแดง 
     -ถ้าสีที่ดีที่สุดเป็นสีที่ท่านไม่ชอบให้เลือกเอาสีที่อนุญาตก็ได้
                 อัญมณีประจำวันเกิด
     -ทิบทิม           เป็นอัญมณีของวันอาทิตย์
     -เพชร            เป็นอัญมณีของวันจันทร์
     -โกเมน          เป็นอัญมณีของวันอังคาร
     -มรกต           เป็นอัญมณีของวันพุธ
     -บุษราคัม       เป็นอัญมณีของวันพฤหัสบดี
     -ไพลิน           เป็นอัญมณีของวันศุกร์
     -นิล                เป็นอัญมณีของวันเสาร์

     -โอปอ            เป็นอัญมณีของวันราหู
                  ประโยชน์ของทับทิม
   -ทับทิมมีประโยชน์ดังนี้
     -ทับทิมช่วยคงความสมดุลระหว่างร่างกาย, ความรู้สึก, และวิญญาณเอาไว้อย่างดีเยี่ยม  เชื่อกันว่า
"ทิบทิมมีเปลวไฟแห่งความสว่างที่ไม่มีวันดับ" 

      ทับทิม เป็นสัญญาลักษณ์แห่งความรักชั่วนิรันดร, การแต่งงาน, และพลังแห่งจิตวิญญาณ  มันจะช่วยกระตุ้นพลังงานต่างๆในร่างกายให้มีอำนาจมากขึ้นและยังสามารถ เชื่อมต่อกับอณูเล็กๆที่มีอยู่ในจิตใจของมนุษย์ซึ่งเป็นตัวบรรจุความรู้ ต่างๆและความทรงจำในตัวของคนเราทั้งที่เป็นอดีต, อนาคต, และปัจจุบันได้อย่างดีเยี่ยม  เชื่อกันมาแต่โบราณว่า "ผู้ใดมีทับทิมไว้ครอบครอง ผู้นั้นก็จะพ้นจากพลังอำนาจที่ชั่วร้ายทั้งหลาย"
      ทับทิมมีความสัมพันธ์กับเลือดในตัวเราเป็นอย่างดีสามารถเปลี่ยนสีของเลือด ในร่างกายของคนให้เปลี่ยนไปตามสุขภาพของผู้สวมใส่อย่างน่าพิศวง  ถ้าใครมีทับทิมโตเท่าหัวแม่มือขึ้นไปให้ใช้ทับทิมถูไปมาที่ใบหน้าและหน้า ผากในตอนเช้าทุกวันผู้นั้นก็จะมีใบหน้าผ่องใสใบหน้าไม่เหี่ยวย่นเป็นหนุ มเป็นสาวเสมอไม่ค่อยแก่เฒ่า
                   ประโยชน์ของเพชร
   -เพชรมีประโยชน์ดังนี้
      -เพชรถ้ามีตำหนิเอามาบดเป็นผงละเอียดจะกลายเป็นยาพิษที่ร้ายแรง  เพชรถ้าไม่มีตำหนิเอามาบดเป็นผงจะกลับกลายเป็นยาอายุวัฒน์ชั้นยอดเลยที เดียว  เพชรยังช่วยปกป้องความฝันให้เป็นจริงและยังช่วยสามารถทำให้เราคาดการณ์ ในภายภาคหน้าได้อย่างทะลุปรุโปร่ง  เพชรมีการกระจายแสงมากที่สุดในบรรดาอัญมณีทั้งหลาย ดังนั้นมันจึงช่วยขจัดปัดเป่าความมืดมน
                  ประโยชน์ของโกเมน
   -โกเมนมีปะโยชน์ดังนี้
      -ช่วยรักษาอาการซึมเศร้า โรคต่อมไธรอยไม่ทำงาน
      -ช่วยคงความสมดุลของจักระในช่องขับถ่ายและแก้ปัญหาทางเพศได้โดยการกระตุ้น อารมณ์ปราถนาในผู้ที่มีความต้องการทางเพศต่ำละช่วยควบคุมสำหรับผู้ที่มีความ ต้องการทางเพศสูงมากเกินไป
      -ช่วยสร้างความมั่นใจและนำชีวิตให้ประสบความสำเร็จ

      -ช่วยทำให้โลหิตในร่างกายเกิดการไหลเวียนเป็นปกติ
                     ประโยชน์ของมรกต
  -มรกตมีประโยชน์ดังนี้
      -เป็นอัญมณีแห่งความรัก
      -เป็นอัญมณีอันศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์และความซื่อสัตย์
      -ช่วยกระตุ้นความจำและสมองจึงทำให้เนาสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้สำเร็จ
      -การใส่แหวนรกตขณะคลอดลูกจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้
      -ในแง่ของจิตใจ มรกตช่วยให้ความคิดเห็นเกิดความกระจ่างและส่งเสริมความสามารถในการทำนาย
      -มรกตมีผลดีสำหนับกระดูกละฟัน  ถ้าคุณมีความู้สึกว่าความสัมพันธ์ด้านความรักกำลังเริ่มมีปัญหาควรจะสวมใส่มรกตไว้กับตัว

     -หินที่มีสีเขียวมรกตจะเป็นผลดีต่อจักระของหัวใจสามารถสร้างความรักอันไม่มีขอบเขต
                      ประโยชน์ของบุษราคัม
   -บุษราคัมมีปโยชน์ดังนี้
      -บุษราคัมเป็นอัญมณีที่นำแสงสว่างมาสู่ชีวิตและบรรเทาความเครียดและยังช่วยปกป้องคุ้มครองผู้สวมใส่ให้รอดพ้นจากอันตราย

      -เชื่อกันว่าบุษราคัมสามารถรักษาไข้หวัดและวัณโรคเพราะมีส่วนช่วยการทำงาน ของปอด  ถ้าวางบุษราคัมไว้ใต้หมอนในเวลกลางคืนจะนอนหลับสบายและยังช่วยให้ร่าง กายกระชุ่มกระชวยแม้ในขณะนอนหลับ  และยังช่วยคุ้มครองทางการเงิน ช่วยสร้างมิตรภาพและช่วยทำให้จิตใจเกิดความกล้าหาญอีกด้วย
                      ประโยชน์ของไพลิน
   -ไพลินมีประโยชน์ดังนี้
      - 
เสริม ดวงชะตา เสริมบารมีให้ผู้คนรักใคร่นับถือ สามารถใช้ได้ทั้งชาย และหญิง แต่หากเป็นหญิงที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โต ควรสวมใส่ไพลินไว้เป็นเครื่องประดับ จะช่วยลดปัญหาระหว่างลูกน้องกับหัวหน้าได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ไพลินยังเหมาะกับผู้ที่ต้องใช้สมาธิ มีสติตลอดเวลา ช่วยให้เกิดความไม่ประมาท ตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ เหมาะกับผู้ป่วยที่พักฟื้นเกี่ยวกับระบบประสาท หรือผ่าตัดสมองได้เป็นอย่างดี
                       ประโยชน์ของนิล
   -นิลมีประโยชน์ดังนี้
      -นิลเป็นหินที่พบมากในประเทศไทย ที่ จ.กาญจนบุรี จ.จันทบุรี จ.ตราด สามารถปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภัยจากภยันตรายต่างๆ และคุ้มครองให้รอดพ้น จากอุบัติเหตุ หรือจากคนที่ไม่หวังดี พกติดตัวไปงานศพ ก็สามารถแก้เคล็ดให้กับคนที่ไม่ค่อยถูกกับงานศพ และคนที่สุขภาพร่างกายอ่อนแอป่วยบ่อยๆ จึงควรสวมใส่หรือพกติดตัวไว้ ก็จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และนำพาโชคลาภมาสู่ผู้เป็นเจ้าของ
                     ประโยชน์ของโอปอล

     

   -โอปอมีประโยชน์ดังนี้
      -โอปอล (Opal) 
เหมาะ กับคนที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในวงการมายา หรือวงการบันเทิงทุกรูปแบบ และมีลักษณะพิเศษเฉพาะคือ สามารถปกป้องคุ้มครองเสริมสิริมงคล ให้กับบุคคลที่เกิดในราศีตุลย์ ซึ่งเป็นการเสริมดวงชะตาให้เฉพาะกับราศีนี้ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ นอกจากนี้ คนโบราณยังมีความเชื่อเรื่องการเสริมเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามให้มารักใคร่ เสน่หาอีกด้วย
  
   -โอปอลที่สวยที่สุดในโลกคือโอปอลจากประเทศเอธิโอเปีย 

     กรุณาเปิดดูความสวยงามของโอปอลจากปนะเทศเอธิโอเปียที่ลิ้งค์ข้างล่างนี้  
       https://www.opalauctions.com/learn/opal-information   
  
                 
               เลขที่เป็นธาตุ

   -เลข ๑   คือธาคุไฟ    เป็นธาตุไฟที่ให้พลังความร้อนและแสงสว่าง
   -เลข ๒   คืดธาตุดิน    เป็นดินที่ชุ่มชื่น   ดินที่อยู่ริมน้ำ
   -เลข ๓   คือธาตุลม     เป็นลมกรด   ลมแก๊ส   ลมพิษ
   -เลข ๔   คือธาตุน้ำ     เป็นน้ำที่ขุ่นข้นมีตะกอน   น้ำในลำครอง
   -เลข ๕   คือธาตุดิน     เป็นดินที่แห้งงวดแข็งตัว   ดินในที่ดอน
   -เลข ๖   คือธาตุน้ำ      เป็นน้ำฝน   น้ำที่กลั่นกรองแล้ว
   -เลข ๗  คือธาตุไฟ     เป็นไฟที่เผาไหม้   ไฟหุงต้ม
   -เลข ๘   คือธาตุลม     เป็นลมพายุ   ลมบนผิวโลก   ลมหายใจ

   -เลข ๙  คืออากาศธาตุ
   **หมายเหตุ:- ตัวเลขที่เป็นธาตุเหล่านี้ ใช้ทำนายร่วมกับตัวเลขที่เป็นอวัยวะร่างกายและโรคภัยไขเจ็บ  เพื่อจะทำให้รู้ว่าในร่างกายมีธาตุอะไรเสียบ้าง  เป็นโรคอะไร
      -ถ้าต้องการจะรู้ว่าในร่างกายมีธาตุอะไรเสียบ้าง  ให้ทำนายร่วมกับภพ หินะ   อริ   มรณะ   พยายะ
      -ถ้าใครมีธาตุลมเสียผู้นั้นจะมีอายุสั้น       ตัวอย่าง     เช่น:-
         นายอนุสิทธิ์     พิมพาเลิศ
       1          2          3          4          5          6          7
       5          6          7          1          2          3          4
       5          6          7          1          2          3          4
      11        14        17         6          9         12        15
   -เลข 3 ธาตุลมยู่ในภพอริ  เขาจะป่วยเป็นโรคเหล่านี้คือ:-                
        
   -โรคภูมิแพ้   โรคแพ้อากาศ   โรคขาดความรู้สึกในการดมกลิ่น   โรคกล้ามเนื้ออักเสบ   โรคเส้นเอ็นพืการ    โรคโลหิตเป็นพิษ   โรคอัมพฤก   โรคม้ามพิการ   โรคอวัยวะเพศพิการ  โรคเกี่ยวกับยาเสพติด   โรคพิษสุราเรื้อรัง   โรคตับ
   -เลข 3 ซึ่งเป็นเลขของธาตุลมในพื้นดวงชะตาเสียคือไปตกในภพ อริ และมีเลข 12 เลขกำลังของพระราหูเป็นฐานบวกเขาจะมีอายุสั้น  เพราะเป็นโรคตับ
                   
 เลขที่เป็นแร่
   -เลข ๑    เป็นแร่ทองคำ
   -เลข ๒    เป็นแร่เงิน
   -เลข ๓    เป็นแร่เหล็ก
   -เลข ๔    เป็นแร่ปรอท
   -เลข ๕    เป็นแร่สังกะสี
   -เลข ๖    เป็นแร่ดีบุก
   -เลข ๗   เป็นแร่ตะกั่ว
   -เลข ๘    เป็นแร่ทองแดง

   -เลข ๙    เป็นแร่ยูเรเนี้ยม   แร่เหล็กไหล
   **หมายเหตุ:- เลขที่เป็นแร่เหล่านี้ใช้ทำนายร่วมกับภพ โภคา และเลขฐานบวกของภพโภคาที่เป็นเลข ๙ และ เลข ๑๒
ได้อีกด้วย
   -เลขที่เป็นแร่ทั้งหลายเหล่านี้มีประโยชน์ในการทำนายดังนี้
     ๑.เจ้าชะตาควรจะมีแร่อะไรจึงจะทำให้เกิดมีทรัพย์สินเงินทองมาก
     ๒.ในบ้านเรือนของเจ้าชะตาจะฝังแร่อะไรเอาไว้จึงจะเป็นศิริมงคลและโชคลาภ
     ๓.แร่อะไรจึงจะถูกโฉลกกับชะตา
 
  แต่ถ้าเลขของภพโภคาไปตรงกับภพที่เสียและมีเลขฐานบวกไม่ดีห้ามมีแร่นั้นเป็น
เด็ดขาด
                  เลขที่เป็นรสอาหาร
   -เลข ๑       รสเผ็ด
   -เลข ๒       รสหวาน
   -เลข ๓       รสขม
   -เลข ๔       รสเปรี้ยว
   -เลข ๕       รสมัน
   -เลข ๖       รสฝาด
   -เลข ๗      รสเค็ม
   -เลข ๘       รสเมา

   -เลข ๙       รสซ่า   หรือหลายๆรสรวมกัน
   **หมายเหตุ:- เลขที่เป็นรสอาหาร ใช้ทำนายร่วมกับตัวเลขที่เป็นบุคคลเพื่อที่จะทำให้รู้ว่าคนๆนั้นเขาชอบรสอะไร และให้ดูตัวเลขในภพที่ดีที่สุดในพื้นดวงชะตาประกอบไปด้วย
                  การทำนายชะตาแฝด
   -ชะตาแฝดแบ่งออกได้เป็น  ๒  ชนิด  คือ:-
      ๑.ชะตาแฝดร่วมครรภ์   คือเกิดในท้องแม่เดียวกัน  เรียกง่ายๆว่า "ลูกฝาแฝด"
      ๒.ชะตาแฝดร่วมวันเดือนปีเกิดเดียวกัน
              
 การทำนายแฝดร่วมครรภ์
   -แฝดร่วมครรภ์มีหลักในการทำนายดังนี้
      -ผู้ใดคลอดออกมาจากท้องแม่ก่อน  ให้ใช้เลขในภพอัตตะ เป็นตัวทำนาย  ผู้ใดคลอดจากท้องแม่ทีหลังให้ใช้เลขในภพ ตนุ เป็นตัวทำนาย
      -ต่อไแนี้ข้าพเจ้าจะยก
เขาทรายและเขาค้อ  แกแลคซี่  อดีตนักมวยแชมโลก
ซึ่งเป็นฝาแฝดร่วมแม่เดียวกันมาพยาการณ์ดูเป็นตัวอย่าง
      -เขาทราย     กาแลคซี่  และ เขาค้อ   กาแลคซี่  เกิดเมื่อวันที่  ๑๕  พฤษภาคม   พ.ศ.๒๕๐๒  

                                 เลขในพื้นดวงชะตา
       ตรงกับวันศุกร์   ขึ้น  ๘  ค่ำ  เดือน  ๖  ปึกุน
        6           7           1           2           3           4           5
        6           7           1           2           3           4           5
        5           6           7           1           2           3           4

       17         20          9           5           8          11         14
   -เขาทรายและเขาค้อ กาแลคซี่
   -ลข 6 เป็นเลขของภพอัตตะซึ่งไปตรงกับภพตนุและภพสุภะ  และมีเลข 20 ซึ่งเป็นเลขกำลังของเสาร์กำลังสอง  เป็นฐานบวก
    ทำนายว่า "เขาค้อและเขาทรายเป็นคนขยันนักเอาเบาสู้ ตั้งใจจะเอาอะไรต้องพยายามทำสิ่งนั้นจนประสบผลสำเร็จจนมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ผลสำเร็จนั้นจะอยู่ได้ไม่นาน เพราะเลขของฐานบวกเป็นเลขคู่ศัตรูใหญ่ยกกำลังสอง เมื่อมีชื่อเสียงโด่งดังแล้วชะตาชีวิตจะเกิดความผันผวนสับสนวุ่นวายจนไม่ สามารถจะรักษาชื่อเสียงนั้นเอาไว้ได้ฐานะทางการเงินที่มีอยู่ก็จะหดหายไปจะ มีหนี้สินจนแทบจะหมดตัวจนทำให้คู่ครองต้องหลบหนีตีจาก
   -เลข 7 เป็นเลขของภพหินะซึ่งไปตรงกับภพกฎุมพะและภพกัมมะ โดยมีเลข 9 คือเลขกำลังของญาณ เป็นฐานบวก  ทำนายว่า "ฐานะทางการเงินและการงานจะตกต่ำเงินที่ได้มาจะหมดไปงานที่ทำอยู่ก็จะดำเนิน ต่อไปไม่ได้ต้องล้มเหลว  ถึงมีโชคลาภก็มีเล็กน้อยไม่สามารถเอาไปลงทุนทำอะไรได้"
   -เลข 1 เป็นเลขของภพธนังซึ่งจะไปตรงกับภพสหัชชะและภพลาภะ  โดยมีเลข 5 กำลังเล็กเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะมีโชคลาภทางการเงินเพราะมีเพื่อนให้ความช่วยเหลือแต่จะเก็บเงิน นั้นไว้ไม่อยู่จะหมดเพราะภรรยาเป็นสาเหตุ"
   -เลข 2 เป็นเลขของภพปิตาซึ่งไปตรงกับภพพันธุและภพพยายะ  โดยมีเลข 8  กำลังของดาวอังคารเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "ญาติพี่น้องที่มีก็พึ่งพาอาศัยกันไม่ได้ต่างคนต่างไปต่างคนต่างทำไม่ค่อยจะ ลงลอยกัน แม้กระทั่งพ่อก็ยังพึ่งพาอาศัยไม่ได้จะต้องตายจากไปก่อนหรือถ้ายังมีชีวิต อยู่ก็จะเป็นโรคร้ายแรงแบบพึ่งพาอาศัยไม่ได้"
   -เลข 3   เป็นเลขของภพมาตาซึ่งไปตรงกับภพปัตตนิและภพทาสา  โดยมีเลข 11 เลขของราชาโชคเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "เจ้าชะตามีแม่ดีเป็นเสาหลักและที่พึ่งของลูกได้หนักเอาเบาสู้ขยันขันแข็งใน การหาเลี้ยงครอบครัวและมีสุขภาพดี"
   -เลข 4   เป็นเลขของภพโภคาซึ่ไปตรงกับภพของอริและภพทาสี   โดยมีเลข 14  เป็นฐานบวก    ทำนายว่า "โภคะสมบัติที่มีและได้มาจะถูกศัตรูฉ้อโกงและเบียดเบียนเอาไปหมดศัตรูคนนี้ เป็นผู้หญิงที่อยู่ในครอบครัวก็คงหมายถึงภรรยานั่นเองในที่สุดก็จะกลายเป็น พ่อร้างคือเลิกลากันไป" 
   -เลข 5   เป็นเลขของภพมัชฌิมาซึ่งไปตรงกับภพปัตตนิและภพมรณะ     โดยมีเลข 17  เป็นฐานบวก    ทำนายว่า
"ภรรยาจะมาจากแดนไกลแต่จะอยู่ด้วยกันไม่นานจะต้องเลิกร้างกันไปหรือมิฉะนั้นก็จะตายจากกัน
   -เขาค้อและเขาทรายมีชะตาชีวิตคล้ายๆกัน  แต่จแตกต่างกันตรงนี้    คือ:-
     ๑.ศีล   คือศีล ๕ ข้อจะมีคนละกี่ข้อ
     ๒.กรรม   คือการกระทำทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว
     ๓.นิสัยใจคอ
     ๔.รสนิยม
     ๕.ความรู้  

    ศีลและกรรมจะทำให้คนเรามีความแตกต่างกันทั้งในด้านของโชคลาภความสำเร็จหน้าที่การงานฐานะทางการเงินและความร่ำรวยข้อนี้โปรดจำไว้ให้ดี 
               ฝาแฝดคู่ที่สองคือไก่-ไข่
   -ฝาแฝดคู่ที่ ๒ คือ เฮเดนและโจซัว  ชื่อเล่นว่า "ไก่ ไข่"   เป็นแฝดลูกครึ่งไทย-ออสเตเรีย  เกิดเมื่วันที่ ๖  พฤษภาคม  พ.ศ.๒๕๕๑  
                    เลขในพื้นดวงชะตา
            2          3          4          5          6          7          1
           6          7          1          2          3          4          5
           1          2          3          4          5          6          7

           9         12         8         11        14        17        13
                 ทำนายเฮเดน    ฟิชเชอร์
      -เลข 2   เป็นเลขของภพอัตตะซึ่งไปตรงกับภพพันธุและภพสุภะ   โดยมีเลข 12  เลขกำลังของพระราหูเป็นฐานบวก
ทำนายว่า "เจ้าชะตามีญาติพี่น้องดีมีส่วนผักดันให้เขาเป็นคนมีชื่อเสียงเด่นดังในสังคมจะเป็นนักแสดงที่มีชื่ิเสียงมาก"
      -เลข 3   เป็นเลขของภพหินะซึ่งไปตรงกับภพปุตตะและภพกัมมะ   โดยมีเลข 8  เลขกำลังของดาวพระอังคารอันเป็นดาวซึ่งเป็นกำลังของตนเองเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะมีบุตรมี่มีนิสัยซุกซนขี้เล่นถือดีสอนยากแต่ก็เป็นคนขยันใน กิจการงานช่วยเหลือในกิจการงานของพ่อแม่ได้ดี"
      -เลข 4   เป็นเลขของภพธนังซึ่งไปตรงกับภพอริและภพลาภะ   โดยมีเลช 11  เลขของราชาโชคเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะถูกเขาหลอกและฉ้อโกงเกี่ยวกับเรื่องเงินจนเกิดเป็นคดีใหญ่โตแต่ ก็สามารถเอาชนะได้ในที่สุด"

      -เลข 5   เป็นเลขของภพปิตาซึ่งไปตรงกับภพปัตตนิและภพพยายะ    โดยมีเลข 14  เลขกำลังของพระเจ้าจักรพรรดิเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้คู่ครองเป็นคนที่มีอายุมากเป็นแม่ร้างหรือแม่หม้ายที่มีเงิน และมีชื่อเสียง"
      -เลข 6   เป็นเลขของภพมาตาซึ่งไปตรงกับภพตนุและภพทาสา    โดยมีเลข 17  เลขกำลังของดาวพระพุธเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "เจ้าชะตามีนิสัยใจคอเหมือนแม่อ่อนหวานนุ่มนวลขยันขันแข็งเป็นคนรักครอบครัว ดี"
      -เลข 7   เป็นเลขของภพโภคาซึ่งไปตรงกับภพกฎุมพะและภพทาสี   โดยมีเลข 13  เลขของมหาอุจเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะเป็นผู้มีฐานะทางการเงินดีมีฐานะร่ำรวยจะครอบครองทรัพย์สินที่ ได้มาไว้ไได้ดีไม่ค่อยเสียหาย"

      -เลข 1   เป็นเลขของภพมัชฌิมาซึ่งไปตรงกับภพสหัชชะและภพมรณะ   โดยมีเลข 9  เลขกำลังของดาวพระเกตุเป็นฐานบวก    ทำนายว่า " เจ้าชะตาจะได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อการศึกษาและหน้าที่การงาน"
   ทำนายโจซัว   ฟิชเชอร์
      -เลข 6   เป็นเลขของภพตนุซึ่งไปตรงกับภพมาตาและภพทาสา    โดยมีเลข 17  เลขกำลังของดาวพระพุธเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "เจ้าชะตามีนิสัยใจคอและหน้าตาเหมือนแม่ เป็นคนขยันขันแข็งในการประกอบอาชีพ  มีจิตสำนึกดีมีความรับผิดชอบสูง  รู้จักการผ่อนปรนในการติดต่อและการเจรจา เหมาะแก่การเป็นนักการทูต"
      -เลข 7   เป็นเลขของภพกฎุมพะซึ่งไปตรงกับภพโภคาและภพทาสี   โดยมีเลข 13  เลขของมหาอุจ หมายถึงวาสนาเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะมีฐานะร่ำรวยมีทรัพย์สมบัติมาก จะรักษาทรัพย์สมบัตินั้นไว้ได้ดีไม่ค่อยเสียหาย"
      -เลข 1   เป็นเลขของภพสหัชชะซึ่งไปตรงกับภพม้ชฌิมาและภพมรณะ    โดยมีเลข 9  เลขกำลังของดาวพระเกตุเป็นฐานบวก   ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อการศึกษาและหน้าที่การงาน  จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานเป็นอย่างดี"
      -เลข 2   เป็นเลขของภพพันธุซึ่งไปตรงกับภพอัตตะและภพสุภะ    โดยมีเลข 12  เลขกำลังของดาวพระราหูเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "เจ้าชะตามีญาติพี่น้องเป็นคนดีใจบุญสุนทานพึ่งพาอาศัยได้"
      -เลข 3   เป็นเลขของภพปุตตะซึ่งไปตรงกับภพหินะและภพกัมมะ   โดยมีเลข 8  เลขกำลังของดาวพระอังคารเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้บุตรซุกซนมีนิสัยดื้อดึงแต่ต่อมาในภายหลังก็จะมีจิตสำนึกดี ขึ้นรู้จักทำมาหากินจนมีชื่อเสียงดี"
      -เลข 4   เป็นเลขของภพอริซึ่งไปตรงกับภพธนังและภพลาภะ    โดยมีเลข 11  เลขของราชาโชคเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะถูกศัตรูเบียดเบียนเรื่องการเงินและขัดขวางในเรื่องของโชคลาภจน ทำให้ต้องสูญเสียเงินไปเป็นจำนวนมากสูญเสียโอกาสดีๆไปตั้งหลายครั้ง  แต่ด้วยความฉลาดของเจ้าชะตาก็จะสามารทำศัตรูให้พ่ายแพ้ไปเองและทำให้โชคลาภ นั้นบังเกิดขึ้นแก่ตนได้สำเร็จ"

      -เลข 5   เป็นเลขของภพปัตตนิซึ่งไปตรงกับภพปิตาและภพพยายะ    โดยมีเลข 14  เลขของพระเจ้าจักรพรรดิเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะมีคู่ครองที่ผู้ใหญ่เป็นคนจัดหาให้แต่คู่ครองเป็นคนขี้โรคมี สุขภาพไม่ดีอายุไม่ยืนจะทำให้เจ้าชะตาเป็นหม้าย"
              การทำนายแฝดร่วมชะตา
     -แฝดร่วมชะตา   คือแฝดที่มีวัน  เดือน  ปีเกิดเหมือนกัน   โดยมีหลักในการทำนายดังนี้
       -คนทีหนึ่ง ให้ใช้ภพอัตตะเป็นการทำนายรูปร่างและรสนิยม
       -คนที่สอง  ให้ใช้ภพตนุทำนายรูปร่างและรสนิยม
     -ตัวอย่างของคนที่มี วัน  เดือน  ปี เกิดเหมือน       เช่น:-

        -นายเป๋ง และ นายเพ็ง  เกิดในวันที่ ๑๔  ตุลาคม  พ.ศ.๒๕๑๙   ตรงกับวันพฤหัสบดี   แรม ๕  เดือน ๑๑  ปีมะโรง
                      เลขในพื้นดวงชะตา
​           5          6          7          1          2          3          4
          4          5          6          7          1          2          3     
          5          6          7          1          2          3          4

         14        17        20         9          5          8          11             
     -ทำนายนายเภา:-
        -เลข 5   เป็นเลขของภพอัตตะซึ่งไปตรงกับภพกฎุมพะและภพมรณะ   โดยมีเลข 14  เลขกำลังของพระเจ้าจักรพรรดิ
เป็น ฐานบวก    ทำนายว่า "เจ้าชะตาเกิดมาในตระกูลของครอบครัวที่มีฐานะทางการเงินดีจะได้เดินทางไป ต่างประเทศเพื่อการศึกษาและหน้าที่การงาน"
        -เลข 6   เป็นเลขของภพหินะซึ่งไปตรงกับภพสหัชชะและภพสุภะ    โดยมีเลข 17  เลขกำลังของดาวพระพุธเป็นฐาน
บวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆเพราะธุรกิจการค้าให้ระวังเรื่องธุรกิจการค้าจะมีถูกฉ้อโกง
แต่ไม่สู้จะร้ายแรงนักพอจะแก้ไขได้"
        -เลข 7   เป็นเลขของภพธนังซึ่งไปตรงกับภพพันธุและภพกัมมะ    โดยมีเลข 20  เลขของเสาร์กำลังสองเป็นฐาน
บวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะมีญาติพี่น้องและพรรคพวกเพื่อนฝูงมารบกวนเรื่องการเงินยืมเงินไป แล้วไม่ส่งคืนจนทำให้การงานของเจ้าชะตาตกต่ำจนขาดความเชื่อถือเป็นกรรมเก่า ที่เจ้าชะตาจะต้องได้รับ"
        -เลข 1   เป็นเลขของภพปิตาซึ่งไปตรงกับภพปุตตะและภพลาภะ     โดยมีเลข 9  เลขกำลังของดาวพระเกตุเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้บุตรดีมีนิสัยเรียบร้อมีความสุขุมเป็นผู้ใหญ่จะนำโชคลาภมาให้ เจ้าชะตาอยู่เสมอพึ่งพาอาศัยได้ดี  ถ้าเจ้าชะตามีผลืตภัณฑ์เกี่ยวกับไฟฟ้าขึ้นมาจำหน่ายจะทำให้เจ้าชะตาร่ำรวย และมีเงินทองมาก"
        -เลข 2   เป็นเลขของภพมาตาซึ่งไปตรงกับภพอริและพยายะ     โดยมีเลข 5  เลขกำลังเล็กเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตามักจะไม่ค่อยลงลอยกับมารดา มารดามักจะทำให้เกิดอุปสรรคยู่เสมอ"

        -เลข 3   เป็เลขของภพโภคาซึ่งไปตรงกับภพปัตตนิแลัภพทาสา     โดยมีเลข 8  เลขกำลังของดาวพระอังคารเป็นเลขบัมากของฐานบวก       ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้ภรรยาที่มีทรัพย์สินสมบั้ติมากมีฐานะทางการเงินดีและเป็นคน ขยันในกิจการภายในครอบครัวดี ฉลาดและกล้าหาญ"
        -เลข 4   เป็นเลขของภพมัชฌิมาซึ่งไปตรงกับภพตนุและภพทาสี     โดยมีเลข 11  เลขของราชาโชคเป็นฐานบวก  ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้ผู้รับใช้หญิงที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดีไว้เนื้อเชื่อใจได้"
     -ทำนายนายเภ็ก:-
        -เลข 4   เป็นเลขของตนุซึ่งไปตรงกับภพมัชฌิมาและภพทาสี     โดยมีเลข 11  เลขของราชาโชคเป็นฐานบวก
ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้ภรรยาที่ขยันในการหาเลี้ยงครอบครัวการงานภายในบ้านก็เรียบร้อยดีและมีความซื่อสัตย์ต่อสามีมาก"
        -เลข 5   เป็นเลขของภพกฎุมพะซึ่งไปตรงกับภพอัตตะและภพมรณะ    โดยมีเลข 14  เลขกำลังพระเจ้าักรพรรดิเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตาเป็นคนมีานะทางการเงินดีและจะได้มรดกจากพ่อแม่"
        -เลข 6   เป็นเลขของภพสหัชชะซึ่งไปตรงกับภพหินะและภพสุภะ     โดยมีเลข 17  เลขกำลังของดาวพุธเป็นฐานบวก

ทำ นนายว่า "เจ้าชะตาเมื่อเดินทางไปต่างประเทศจะมีคนให้ร้ายจนเสื่อมสียชื่อเสียงคอยขัด ขวางในการกระทำของเจ้าชะตาจนเกิดความขัดข้องขึ้นในที่สุดด้วยการรู้จักการ ผ่อนปรนของเจ้าชะตาก็จะเอาตัวรอดไปได้ คนที่คอยขัดขวางคือผู้หญิงรูปร่างขาวท้วมคนนี้ก็คือภรรยาของเจ้าชะตานั้นเอง   ข้อ นี้ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าข้าพเจ้าไปเอาผู้หญิงรูปร่างขาวท้วมมาจากไหน   ข้อนี้ข้าพเจ้าได้ย้อนขึ้นไปดูเลข 4 ซึ่งเป็นเลขของดาวพุธในพื้นดวง  เลข 4  ในพื้นดวงเป็นเลขของภพมัชฌิมา, ภพตนุ, และภพทาสี   ภพทาสีนี้แหละที่ข้าพเจ้านำเอามาร่วมในการทำนาย  การทำนายย้อนขึ้นอย่างนี้ท่านผู้อ่านโปรดจดจำไว้ให้ดี เมื่อท่านทำได้อย่างนี้ท่านก็จะเข้าเข้าใจวิชาการพยากรณ์แบบเลข 7 ตัวตามแบบข้าพเจ้าอย่างทะลุปรุโปร่งเลยที่เดียว   เมื่อเป็นเช่นนี้ท่านก็จะกลายเป็นนักนักพยากรณ์หรือนักทำนายที่แม่นยำจนหา ผู้ทัดเทียมได้ยาก" 
      
 -ลข 7   เป็นเลขของภพพันธุซึ่งไปตรงกับภพธนังและภพกัมมะ    โดยมีเลข 20  เลขของเสาร์กำลังสองเป็นฐานบวก
ทำนาย ว่า "เจ้าชะตาจะเกิดความเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องเงินในกิจการงานที่กระทำอยู่ คืองานขาดสภาพคล่องเพราะมีเงินหมุนเวียนในระบบน้อยเพราะญาติพี่น้องและพรรค พวกเพื่อนฝูงเป็นสาเหตุ แต่ไม่นานเจ้าชะตาก็สามรถทำให้งานกลับมามีสภาพคล่องเหมือนเดิมได้ไม่ล้ม ละลาย"
        -เลข 1   เป็นเลขของภพปุตตะซึ่งไปตรงกับภพปิตาและภพลาภะ    โดยมีเลข 9  เลขกำลังของดาวเกตุเป็นฐานบวก      ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้บุตรที่มีนิสัยเป็นผู้ใหญ่รูปร่างหน้าตาเหมือนพ่อและจะได้รับ ความช่วยเหลือจากพ่อเป็นอย่างดี
จะได้ลาภจากพ่อ ถ้าเจ้าชะตาขายเครื่องใช้ที่เกี่ยวกับไฟฟ้าหรือขายเครื่องผลิตไฟฟ้าจะทำให้ร่ำรวยมาก"
        -เลข 2   เป็นเลขของภพอริซึ่งไปตรงกับภพมาตาและภพพยายะ    โดยมีเลข 5  เลขพฤหัสบดีเล็กเป็นฐานบวก 
ทำนาย ว่า "เจ้าชะตามักจะมีความคิดเห็นเรื่องความเชื่อถือเกี่ยวกับศาสนาที่ไม่ค่อยจะ ลงรอยกับมารดาจนทำให้มารดเกิดความไม่สบายใจถึงกับล้มป่วยเสมอ"
        -เลข 3   เป็นเลขของภพปัตตนิซึ่งไปตรงกับภพโภคาและภพทาสา    โดยมีเลข 8  เลขกำลังของดาวพระอังคารเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "ภรรยาของเจ้าชะตาจะเป็นคนมีทรัพย์สมบัติมาก ทั้งฉลาดและขยันขันแข็งเข้มแข็งสปอร์ตพึ่งพาอาศัยได้ดีจนเจ้าชะตาต้องตกอยู่ ใต้อำนาจของนางอย่างสิ้นเชิง" 

    ตัวอย่างการตอบปัญหาเรื่องคำถามของคนที่มีเลขในพื้นดวงชะตาเหมือนกัน   
    -นายอนุศักดิ์   บุญแพง   และนายเทพไทย   บุญกู้   มีวันเดือนและปีเกิดตรงกันคือเกิดเมื่อวันที่ ๔   เมษายน   พ.ศ.๒๕๑๙
ตรงกับวันอาทิตย์   ขึ้น  ๕  ค่ำ   เดือน  ๕   ปีมะโรง    เลขในพื้นดวงชะตมีดังนี้
                    เลขในพื้นดวงชะตา
         1          2          3          4          5          6          7
        5          6          7          1          2          3          4
        5          6          7          1          2          3          4
       11        14        17         6          9         12        15
          คำถามของคนที่หนึ่ง
    -นายอนุศักดิ์   บุญแพง   ถามเมื่อวันที่  ๑๓  ตุลาคม  พ.ศ.๒๕๑๙   ว่า "ผมเกิดที่จังหวัดอุทัยธานี  รับราชการในกรมสรรพากร  กระทรวงการคลัง วิถีชีวิตในการรับราชการมีความราบรื่นดีในปี พ.ศ.๒๕๑๖ผมมีเงินซื้อรถยนต์และปลูกบ้านและยังได้เลื่อนตำแหน่งอีกด้วย   ขณะนี้ผู้ใหญ่ได้ขออัตราเงินเดือนให้ใหม่   แต่ผู้ใหญ่กว่าอีกท่านหนึ่งขอให้ผมย้ายไปเป็นสมุบัญชีผมจะไปดีหรือไม่ครับ?"
   **คำเตือน:- การตอบคำามที่เขาถามมาให้ใช้หลักของอายุจร, วันจร, เดือนจร, และปีจร  ตอบจะแม่นยำที่สุด
      -ตอบคำถามของนายอนุศักดิ์  บุญแพง:-
         -เลขของอายุจร  ไป ตกลงที่เลข 7 ในภพกัมมะซึ่งไปตรงกับภพสหัชชะและภพมัชฌิมา    โดยมีเลข 17  เลขกำลังของดาวพธเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "ดีตอนแรกแต่ผู้ใหญ่จะให้ความช่วยเหลือดีแต่ตอนหลังลูกน้องหรือคนใกล้ชิดจะ ทำให้เกิดความเสียหายขึ้นจนถึงกับมีโทษได้"
         -เลขวันจรไปตกที่เลข 4 ภพปิตาซึ่งไปตรงกับภพปัตตนิและภพทาสี    โดยมีเลข 15  เลขกำลังของดาวจันทร์เป็นเลขคู่มิตรและเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "การเดินทางไปรับตำแหน่งของเจ้าชะตาจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่และผู้ อยู่ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างดีแต่ต่อมาในภายหลังลูกน้องที่อยู่ใต้บังคับ บัญชาที่นิสัยไม่ดีจะทำให้เจ้าชะตาเกิดความเดือดร้อนมีโทษขึ้นแต่พอจะแก้ไข ได้"
        -เลขของเดือนจรไปตกลงที่ภพปัตตนิซึ่งไปตรงกับภพปิตาและภพทาสี    โดยมีเลข 15  เลขกำลังของดาวจันทร์เป็นเลขคู่มิตรเป็นฐานบวก      ทำนายว่า "การเดินทางไปรับตำแหน่งจะได้รับความเห็นชอบจากภรรยาและจะได้รับความช่วย เหลือจากผู้ใหญ่และลูกน้องที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างดีแต่ต่อมาใน ภายหลังลูกที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาที่นิสัยไม่ดีจะก่อให้เกิดความเดือดร้อน ขึ้นจนต้องเกิดเป็นคดีความ"

        -เลขของปีจรไป ตกลงที่ภพมรณะซึ่งไปตรงกับภพตนุและภพมาตา    โดยมีเลข 11  เลขของราชาโชคเป็นเลขของฐานบวก     ทำนายว่า "มารดาของเจ้าชะตาจะทุกข์ใจเกี่ยวกับคดีนี้มากจนล้มป่วยและเสียชีวิตได้"

        -สรูปคำพยากรณ์ออกมาสั้นๆว่า "ไปไม่ดีจะเกิดเป็นคดีความและความเดือดร้อนขึ้นในภายหลัง"
         คำถามของคนที่สอง
   -ตอบคำถามของนายเทพไทย   บุญกู้:-   
    -นายเทพไทย   บุญกู้ ถาม เมื่อวันที่ 21  ตุลาคม   พ.ศ.2519   "ผมเกิดที่จังหวัดร้อยเอ็ด รับราชการในกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย  วิถีชีวิตในการรับราชการไม่ค่อยจะราบรื่น  ในปีพ.ศ.2516  ได้หย่าขาดจากภรรยา ถูกถอดออกจากราชการ   ขณะนี้ผู้ใหญ่ให้ทำหนังสือยืนขอกลับเข้ารับราชการใหม่  อยากทราบว่าจะยืนได้สำเร็จหรือไม่?"
     -ตอบคำถามของนายเทพไทย   บุญกู้:-
        -เลข 7  ภพกัมมะเป็นเลขของอายุจร ซึ่งไปตรงกับภพสหัชชะและภพมัชฌิมา     โดยมีเลข 17  เลขกำลังของดาวพุธเป็นฐานบวก    ทำนายว่า "สำเร็จแต่ช้าหน่อย"
        -เลข 5   ภพมาตาเป็นเลขของวันจร ซึ่งไปตรงกับภพตนุและภพมรณะ    โดยมีเลข 11  เลขราชาโชคเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงจะช่วยทำให้เบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญกลับคืนมา"
        -เลข 4  ภพปัตตนิเป็นเลขของเดือนจร ซึ่งไปตรงกับภพปิตาและภพทาสี    โดยมีเลข 15  เลขกำลังของดาวจันทร์เป็นเขของฐานบวก     ทำนายว่า "ผู้ใหญ่ฝ่ายชายและภรรยามีส่วนให้ยืนได้สำเร็จ"

        -เลข 5  ภพมรณะเป็นเลขของปีจร  ซึ่งไปตรงกับภพตนุและภพมาตา    โดยมีเลข 11  เลขของราชาโชคเป็นฐานบวก   ทำนายว่า "ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงจะช่วยให้กลับคืนมารับราชการได้สำเร็จ"             
           การทำนายชะตาที่มีเลขซ้ำกันทั้ง 3 ฐาน
     -หลักในการทำนายชะตาที่มีเลขซ้ำกันทั้ง ๓ ฐาน  มีหลักในการทำนายดังนี้
      ๑.ให้ทำนายเลขในพื้นดวงชะตาไปตามลำดับ
      ๒.ให้ทำนายเลขของอายุจร, วันจร, เดือนจร, และเลขของปีจร ประกอบในการทำนาย
      ๓.ถ้าเลขในภพอัตตะก็ดี   เลขในภพตนุก็ดี   และเลขในภพพันธุก็ดี   ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะไม่ได้อยู่ในถื่นกำเนิดหรือบ้านเกิด  จะไปใช้ชีวิตในถิ่นอื่น"

      ๔.ให้ใช้เลขของทิศประกอบในการทำนาย
       ตัวอย่างของผู้มีเลขพื้นชะตาซ้ำกันทั้ง ๓ ฐาน
   -อาจารย์แสวง    สารสิทธิ์  เกิดเมื่อวันที่ ๑๗  มกราคม  พ.ศ.๒๔๘๗    ซึ่งตรงกับวันจันทร์  แรม ๘ ค่ำ เดือน ๒   ปีวอก
เวลา  ๑๗.๐๐ น. 
                    เลขในพื้นดวงชะตา
       2          3          4          5          6         7          1
       2          3          4          5          6         7          1
       2          3          4          5          6         7          1
       6          9         12        15        18       21         3
    -การทำนายเลขในพื้นดวงชะตามีดังนี้

    -เลข 2   เป็นเลขของภพอัตตะซึ่งไปตรงกับภพตนุและภพมรณะ    โดยมีเลข 6  เลขกำลังของดาวพระอาทิตย์เป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตามีความเชื่อมั่นในนเองและมีความพยายามสูง  จะประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจเอาไว้  จะได้เดินทางไปต่างประเทศ  และไปประกอบอาชีพในถิ่นอื่น๙ึ่งไม่ใช่บ้านเกิดของตนเองอย่างแน่นอน  ให้ระวังจะเกิดความขัดแย้งขึ้นภายในครอบครัวเพราะภรรยาเป็นสาเหตุ  
    **หมายเหตุ:-
       -การทำนายในข้อนี้บางคนอาจจะสงสัยว่าข้าพเจ้าไปเอาภรรยามาจากไหน?"   จงดูข้าพเจ้าจะแจกแจงให้เห็นอย่างจะแจ้งไปเลย  เลข 2  ที่เป็นภพอัตตะของเจ้าชะตามันเป็นเลขของดาวพระจันทร์  เลข 6 ที่เป็นเลขของฐานบวกมันเป็นเลขของดาวพระอาทิตย์  1 กับ 2  คือเลขของพระอาทิตย์และเลขของดาวพระจันทร์มาคู่กัน  จะเป็นเลขคู่แห่งความขัดแย้ง ทีนี้ถ้าเราอยากรู้ว่าเจ้าชะตาจะเกิดความขัดแย้งกับใครก็ให้ดูจาก 6 ที่เป็นเลขกำลังของดาวพระอาทิตย์  ทีนี้ให้ไปดูที่เลข
1 ซึ่งเป็นเลขของพระอาทิตย์ในพื้นดวงชะตา  ในพื้นดวงชะตาเลข 1 เป็นเลขของภพปัตตนิและภพทาสี  คำว่า "ภรรยา"
ข้าพเจ้าได้มาจากภพนี้
    -เลข 3   เป็นเลขของภพหินะซึ่งไปตรงกับภพกฎุมพะและภพสุภะ    โดยมีเลข 9  เลขของกำลังของดาวพระเกตุเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะมีฐานะทางการเงินค่อนข้างดีและจะดีเด่นในเรื่องของเกียรติยศชื่อ เสียง"
    -เลข 4   เป็นเลขของภพธนังซึ่งไปตรงกับภพสหัชชะและภพกัมมะ     โดยมีเลข 12  เลขกำลังของพระราหูเป็นฐานบวก
ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้เงินจากหน้าที่การงานและการเดินทางติดต่อค้าขายผลิตภัณฑ์ทางด้านอุตสาหกรรมบางประเภท"
    -เลข 5   เป็นเลขของภพปิตาซึ่งไปตรงกับภพพันธุและภพลาภะ     โดยมีเลข 15  เลขกำลังของดาวพระจันทร์เป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้ลาภจากพ่อและญาติพี่น้องเกี่ยวกับเรื่องของมรดก"
    -เลข 6   เป็นเลขของภพมาตาซึ่งไปตรงกับภพปุตตะและภพพยายะ    โดยมีเลข 18  เลขของพระเจ้ามหาจักรพรรดิเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้บุตรหญิงที่มีนิสัยรูปร่างหน้าตาเหมือนแม่มักจะเป็นคนมีโรค มากได้พึ่งพาอาศัยน้อย"
    -เลข 7   เป็นเลขของภพโภคาซึ่งไปตรงกับภพอริและภพทาสา    โดยมีเลข 21  เลขกำลังของดาวพระศุกร์เป็นฐานบวก
ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะเป็นคดีความเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งปลูกสร้างที่ดินและคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชา"
    -เลข 1   เป็นเลขของภพมัชฌิมาซึ่งไปตรงกับภพปัตตนิและภพทาสี    โดยมีเลข 3  เลขของดาวอังคารเล็กเป็นฐานบวก

ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้ภรรยาที่รักครอบครัวดีแต่จะอยู่ด้วยกันได้ไม่นาน"
              วิธีการดูการศึกษาและอาชีพ
    -วิธีการดูการศึกษาและอาชีพมีหลักในการดูดังนี้
          พื้นดวงชะตาของ น.ส.นฤมล  ศรีบุญเรือง
    เกิดเมื่อวันที่ ๒๙   เมษายน   พ.ศ.๒๕๒๔    ตรงกับ วันพุธ  แรม ๑๐ ค่ำ  เดือน ๕    ปึระกา
             4          5          6          7          1          2         3
             5          6          7          1          2          3         4
             3          4          5          6          7          1         2

            12        15        18        14        10         6         9
     -วิธีดูว่าเจ้าชะตาจะศึกษาและทำอาชีพไรดี?
        ๑.ให้ดูว่าเลขในพื้นดวงตัวไหนดีที่สุดและต้องมีฐานบวกที่ดีด้วย
        ๒.ให้ดูเลขในภพอัตตะประกอบด้วย  เพื่อจะดูแนวความคิดของเจ้าชะตา
     -ในพื้นดวงนี้เลขที่ดีที่สุดคือ เลข 4   เลข 6   เลข 1   เลข 2
     -น.ส.นฤมล    ศรีบุญเรือง  ควรศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของการสื่อสาร, การพาณิชย์, และการบัญชี

     -อาชีพที่เหมาะสมกับน.ส.นฤมล   ศรีบุญเรือง   คืออาชีพสารสนเทศและการสื่อสาร, นักข่าว, ถ้าเป็นข้าราชการให้ทำงานที่ กระทรวงพาณิชย์และกรมบัญชีกลาง
             ทำนายเลขในพื้นดวงชะตา
    -เลข 4   เป็นเลขของภพอัตตะซึ่งไปตรงกับภพปัตตนิและภพสุภะ    โดยมีเลข 15  เลขกำลังของดาวพระจันทร์ซึ่งเป็นเลขคู่มิตรกับเลข 4     ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้คู่ครองดีและมีฐานะเท่าเทียมกัน"
    -เลข 5   เป็นเลขของภพหินะซึ่งไปตรงกับภพตนุและภพกัมมะ    โดยมีเลข 18  เลขของพระเจ้ามหาจักรพรรดิเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตามีนิสัยดื้อดึงไม่ยอมคนง่ายๆ  ต่อไปจะทำให้งานเกิดความเสียหายจนทำให้ชีวิตตกต่ำ"
    -เลข 6   เป็นเลขของภพธนังซึ่งไปตรงกับภพกฎุมพะและภพลาภะ    โดยมีเลข 14  เลขพระเจ้าจักรพรรดิเป็นฐานบวก
ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะเป็นคนร่ำรวยอยู่ในขั้นเศรษฐีและมีเกียรติยศชื่อเสียงมาก"
    -เลข 7   เป็นเลขของภพปิตาซึ่งไปตรงกับภพสหัชชะและภพพยายะ    โดยมีเลข 10  เลขกำลังของดาวพระเสาร์เป็นฐานบวก     ทำนายว่า "พ่อของเจ้าชะตาเป็นคนกว้างขวางในวงสังคมมีพรรคพวกบริวารมาก จะเป็นป่วยเป็นโรคตายก่อนแม่"
    -เลข 1   เป็นเลขของภพมาตาซึ่งไปตรงกับภพพันธุและภพทาสา     โดยมีเลข 6  เลขกำลังของดาวพระอาทิตย์เป็นฐานบวก     ทำนายว่า "แม่ของเจ้าชะตามีญาติพี่น้องมากและเป็นคนขยันในการประกอบอาชีพจนมีฐานะดี"
    -เลข 2   เป็นเลขของภพโภคาซึ่งไปตรงกับภพปุตตะและภพทาสี     โดยมีเลข 9  เลขกำลังของดาวพระเกตุเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะมีลูกดีว่านอนสอนง่ายพ่อแม่พึ่งพาอาศัยได้  ถ้าเจ้าชะตาทำการผลิตเกี่ยวกับสิงที่เป็นผืนหรือแผ่นที่เป็นรูปภาพเกี่ยว แก่การบันเทิงจะดีมีชื่อเสียงมาก"

    -เลข 3   เป็นเลขของภพมัชฌิมาซึ่งไปตรงกับภพอริและภพพยายะ     โดยมีเลข 12  เลขของกำลังของพระราหูเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตามีศัตรูน้อยถึงมีก็ทำอะไรเจ้าชะตาไม่ได้ย่อมพินาศไปเองมีสุขภาพดี มีโรคน้อยและมีอายุยืน"
            การดูคู่ครอง
    -การดูคู่ครองมีหลักในการดูดังนี้
       ๑.ถ้าจะดูรูปร่าง, อุปนิสัยใจคอ, รสนิยม, แนวความคิด, และการกระทำของคู่ครอง   ให้ดูเลขในภพปัตตนิ
       ๒.ถ้าจะดูอาชีพของคู่ครอง   ให้ดูเลขในภพปัตตนิและเลขในภพสุภะประกอบกัน
       ๓.ให้ดูความหมายของตัวเลขประกอบกันไปด้วย       เช่น:-

          -น.ส.วรรณิภา     แก้วไชยะ    เกิดเมื่ิอวันที่ ๑๙   มิถุนายน    พ.ศ.๒๕๓๑    ตรงกับวันจันทร์   ขึ้น ๑๔  ค่ำ  เดือน ๗   ปีมะเมีย   เวลา ๑๘.๐๐ น. 
          -ถาม:-จะไดคู่ครองรูปร่างอย่างไร?    มีอุปนิสัยใจคอเป็นอย่างไร?   มีรสนิยมอย่างไร?   มีแนวความคิดอย่างไร?  การกระทำของคู่ครองจะเป็นอย่างไร?    และคู่ครองจะมีอาชีพอะไร? 
                 เลขในพื้นดวงชะตา
        2          3          4          5          6          7          1
      7          1          2          3          4          5          6
      7          1          2          3          4          5          6
     16         5          8         11        14        17        13
        -ตอบ:-เลข 6  เป็นในภพปัตตนิ  
          ๑.เจ้าชะจะได้คู่ครองที่มีอายุมากรูปร่างขาวท้วมหน้าตาดีมีวาสนาสูง  
          ๒.คู่ครองจะมีอุปนิสัยใจคอเป็นผู้ใหญ่ใจบุญสปอร์ตชอบช่วยเหลือผู้อื่นเป็นนิสัย  
          ๓.คู่ครองมีรสนิยมในทางศิลปะ, การแสดงและการประพันธ์  
          ๔.คู่ครองมีแนวความคิดในทางสร้างสรรค์มีแนวความคิดใหม่ๆอยู่เสมอ  
          ๕.
คู่ครองชอบในการทำบุญชอบช่วยเหลือผู้อื่นเป็นคนขยันในการประกอบอาชีพจนมีฐานะทางการเงินดี    
          ๖.คู่ครองมีอาชีพเป็นนักธุรกิจระดับใหญ่มีเกียรติยศชื่อเสียงดี      ดวงชะตานี้ถ้าได้คู่ครองไม่ถูกกับโฉลกของตนเองจะทำให้มีคู่หลายคน
          -เลข 2   เป็นเลขของภพอัตตะซึ่งไปตรงกับภพสหัชชะและภพกัมมะ    โดยมีเลข 8  เลขของกำลังของดาวพระอังคารซึ่งเป็นเลขของคู่ศัตรูใหญ่ที่กล้าในการกระทำใน สิ่งที่ผิด     ทำนายว่า "เจ้าชะตาชอบคบหาเพื่อนที่กล้ากระทำในสิ่งที่ผิด  ทำงานไม่เป็นชิ้นเป็นอันทำงานจับจดไม่พอใจก็เลิกค่อนข้างจะเอาใจยาก"
          -เลข 3   เป็นเลขของภพหินะซึ่งไปตรงกับภพพันธุและภพลาภะ    โดยมีเลข 11  เลขของราชาโชคเป็นฐานบวก
ทำนายว่า "เจ้าชะตามีญาติพี่น้องเยอะแต่พึ่งพาอาศัยไม่ค่อยได้  โชคลาภมักอับเฉา หวังอะไรมักจะไม่ประสบความสำเร็จ"
          -เลข 4   เป็นเลขของภพธนังซึ่งไปตรงกับภพปุตตะและภพพยายะ    โดยมีเลข 14  เลขของพระเจ้าจักรพรรดิเป็น
ฐาน บวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะมีลูกที่มีฐานะทางการเงินดีแต่พึ่งพาอาศัยไม่ได้   ไม่ตายก่อนก็จะเป็นโรคที่รักษายากต้องหมดเงินไปเยอะ"
          -เลข 5   เป็นเลขของภพปิตาซึ่งไปตรงกับภพอริและภพทาสา    โดยมีเลข 17  เลขกำลังของดาวพระพุธเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "เจ้าชะตามักจะมีความไม่ลงรอยกับพ่อ  พ่อจะมีความประพฤติไม่ดีทำตนเองให้ตกต่ำจนเจ้าชะตาขาดความเชื่อถือ"
          -เลข 6   เป็นเลขของภพมาตาซึ่งไปตรงกับภพปัตตนิและภพทาสี     โดยมีเลข 13  เลขของมหาอุจเป็นฐานบวก
ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะได้สามีที่มีอายุมากเพราะแม่เป็นคนจัดแจงให้ สามีเป็นคนดีรักเจ้าชะตามาก"
          -เลข 7   เป็นเลขของภพโภคาซึ่งไปตรงกับภพตนุและภพมรณะ     โดยมีเลข 16  เลขกำลังเศษฐีเป็นฐานบวก
ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะมีทรัพย์สมบัติมากและได้จะรับมรดกที่สามีทิ้งไว้ให้เป็นจำนวนมาก"

          -เลข 1   เป็นเลขของภพมัชฌิมาซึ่งไปตรงกับภพกฎุมพะและภพสุภะ     โดยมีเลข 5  เลขของดาวพระพฤหัสบดีเล็กที่เป็นเลขคู่มิตรเป็นฐานบวก      ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะมีฐานทางการเงินดีมีความเป็นอยู่ค่อนข้างสบายเพราะผู้ใหญ่เป็นคน มอบให้"   
                 คำถามเกี่ยวกับเรื่องของคู่ครอง
     ๑.ถาม:เมื่อแต่งงานไปแล้วจะดีหรือไม่?
        -ตอบ:ถ้าเลขของภพปัตตนิเป็นเลขดีไปตรงกับภพที่ดีในอีกสองฐานและมีเลขฐานบวก เป็นเลขที่ดีด้วยขอรับประกันได้เลยว่าแต่งงานไปแล้วจะดีเอามากๆ  แต่ถ้าเลขในฐานบวกของภพปัตตนิเป็นเลขไม่ดีแม้เลขในพื้นดวงจะดีก็ตาม  แต่งงานไปแล้วะลำบากไม่ราบรื่นอย่างแน่นอน.
     ๒.ถาม:คู่ครองจะเป็นคนดีหรือไม่?
         -ตอบ:ถ้าเลขในภพปัตตนิดีไปตรงกับภพที่ดีอีกในสองฐาน และมีเลขในฐานบวกเป็นเลขที่ดีด้วยจะได้สามีที่เป็นคนดีอย่างแน่นอน   แต่ถ้าเลขในภพปัตตนิไม่ดีและเลขในฐานบวกก็ไม่ดี  ก็จะได้สามีที่ไม่ดี  จะไม่ดีในเรื่องอะไรก็ให้ดูความสัมพันธ์ของเลขประกอบกันไปด้วยถึงจะทำนาย ได้แม่นยำดี.
     ๓.ถาม:คู่ครองจะเป็นคนหนุ่มหรือแก่?
        -ตอบ:ถ้าเลขในภพปัตตนิไปตรงกับภพปิตาและภพมาตา  หรือมีความสัมพันธ์ถึงภพทั้งสองนี้จะได้คู่ครองแก่  ถ้าไปตรงกับภพอื่นจะได้คู่ครองหนุ่ม.
     ๔.ถาม:แต่งงานเมื่อไหร่จึงจะดี?

        -ตอบ:ให้ใช้หลักของการทายจรเป็นตัวทำนาย  ถ้าเลขตัวใดไปตรงกับภพพันธุหรือมีความสัมพันธ์ถึงให้เลขของภพพันธุเป็นตัว ตัดสินชี้ขาด.
      **ข้อสังเกตุ:-
     ๑.ถ้าเลขของภพปัตตนิไปตรงกับภพมัชฌิมาและภพทาสี เจ้าชะตาะมีคู่ครองหลายคน  เว้นไว้แต่เลขในภพปัตตนินั้นจะมีความสัมพันธ์ถึงภพหินะซึ่งให้ผลว่าเป็นคน ขี้โรคและถ้าไปตรงกับภพพยายะซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีโรคประจำตัวที่รักษายากและ ต้องบาดเจ็บพิกลพิการอย่างหนึ่งอย่างใดมาก่อนก็จะมีคู่ครองคนเดียวหรืออาจจะ ไม่มีเลยก็ได้
    ๒.ถ้าเลขของภพมัชฌิมาไปตรงกับภพปุตตะและทาสี  เจ้าชะตาจะได้กับคนที่สนิทสนมกันมาก่อน ซึ่งเหินห่างกันไปนานแล้วแต่จะกลับมาสนิทสนมกันใหม่
    ๓.การแต่งงานจะเร็วหรือช้าให้พิจารณาดูจากอายุจรเป็นสำคัญ   เลขของอายุจรไปตกที่ภพดีหรือไม่ดีเป็นจุดสังเกตุที่สำคัญในขั้นแรก  ต่อมาก็ให้ดูที่เลขของเดือนจรและปีจรเป็นจุดการดูตัวที่สอง
     ความหมายของตัวเลขที่เป็นคู่ครอง
    -ถ้าเลข 1   เป็นเลขของภพปัตตนิ
       -ทำนายว่า "จะได้คู่ครองที่พึ่งพาอาศัยได้  รูปร่างงามกระทัดรัดผิวเนื้อดำแดงไม่ค่อยแก่  แต่ใจร้อนโกรธง่ายหายเร็วเป็นกำพร้ามีใจโอบอ้อมอารีดี เจ้าชู้ความรู้ดี แต่มักดุมีคนยำเกรง"
   -ถ้าเลข 2   เป็นเลขของภพปัตตนิ
       -ทำนายว่า "จะได้คู่ครองที่มีเชื้อสายสกุลดี  รูปร่างน่ารัก  ผิวขาวแต่ใจน้อยแสนงอนอ่อนไหวง่ายและเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว เห็นแก่ได้ มีความรู้ดีมักได้เป็นหัวหน้าคน รู้จักการประจบในที ผู้คนมักเอ็นดู"
   -ถ้าเลข 3   เป็นเลขของภพปัตตนิ  
      -ทำนายว่า "จะได้คู่ครองที่มีความคิดอ่านดี  รูปร่างสันทัด ผิวเนื้อดำแดง เป็นกำพร้า  ปากร้ายใจนักเลง ใจร้อนมุทะลุ
เก็บทรัพย์ไม่อยู่ มักตามใจคนฃักนำ เพื่อนฝูงรักใคร่ดี"
   -ถ้าเลข 4   เป็นเลขของภพปัตตนิ
      -ทำนายว่า "จะได้คู่ครองที่มีหัวคิดดี  ฉลาดอ่อนโยน  รูปร่างท้วมเล็กน้อย  ผิวขาวอมปดงหรือขาวเหลือง  ทำมาหากินเก่ง  รู้จักเก็บรู้จักำ  รู้จักการถ่อมตน  ผู้คนมักชอบใจในการเจรจา  แต่มักเชื่อคนง่าย"
   -ถ้าเลข 5   เป็นเลขของภพปัตตนิ
     -ทำนายว่า "จะได้คู่ครองที่มีหลักฐานดี  ชอบทำบุญสร้างกุศล  รูปร่างขาวท้วมใจคอหนักแน่นเยือกเย็นสุขุมดี  รู้จักจังหวะและโอกาศอันสมควร  เป็นหม้าย  วางท่าสมถะผู้คนมักยกย่องนับถือ"
   -ถ้าเลข 6   เป็นเลขของภพปัตตนิ
      -ทำนายว่า "จะได้คู่คองที่มีหลักทรัพย์ดี  ใจบุญชอบในการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้อื่น  รูปร่างท้วมหรือสูงโปร่ง  ผิวขาวมักมีเสน่ห์อยู่ในตัว  เป็นคนประณีตและพิถีพิถัน  รู้จักเก็บกำรักษา  ชอบความสวยงาม  มักยินดีในโลภะเจตนาเป็นคนอยากได้อยากดี  มีศิลปะในการพูดและการแสดง  ผู้คนทั้งหลายมักนิยมชมชอบ"
   -ถ้าเลช 7   เป็นเลขของภพปัตตนิ

     -ทำนายว่า "จะได้คู่ครองที่มีหลักฐานมั่นคงดี  เป็นหม้าย  หย่าร้างหรือมีพันธะผูกพันธ์มาก่อน  รูปร่างท้วมแก่  ผิวดำคล้ำ  ผมบางมีความรู้  เป็นคนมีความอดทนดีใจคอมั่นคงหนักแน่น  แต่พูดจาไม่ค่อยแน่นอนและมักเป็นคนเจ้าชู้"
    **หมายเหตุ:- 
       ๑.ถ้าจะให้แม่นยำและถูกต้องควรดูเลขในภพที่เกี่ยวข้องกันและเลขของฐานบวกประกอบด้วยข้อนี้จะลืมเสียมิได้โดยเด็ดขาด
       ๒.คนที่มีชะตาแต่งงานช้ากว่าปกติให้ดูเลขของฐานบวกประกอบจะได้รู้ว่าช้า เพราะเหตุอะไร มีอุปสรรคมาตัดรอนหรือไม่  เจ้าชะตาอาจจะเลือกมากหรืออาจจะตั้งความวังไว้สูงเกินไปเลือกเท่าไร่ก็ไม่ ถูกใจสักที 

       ๓.การแต่งงานที่เร็วกว่ากำหนดก็เหมือนกัน ให้พิจารณาดูเลขฐานบวกของภพปัตตนิจะช่วยให้เรารู้ว่าเร็วเพราะเหตุอันใด  ตลอดไปถึงการแต่งงานที่ถูกต้องตามประเพณีนิยมเป็นการสมัครใจกันเองไม่มีผู้ ขัดขวาง หรือขัดขวางแต่ก็ไม่สำเร็จ
       การทำนายบุตร
    -การทำนายบุตรมีหลักเกณฑ์ในการทำนายดังนี้
      -บุตรคนที่ ๑        ให้ดูจากภพปุตตะ
      -บุตรคนที่ ๒        ให้ดูจากภพปัตตนิ
      -บุตรคนที่ ๓        ให้ดูจากภพสุภะ
      -บุตรคนที่ ๔        ให้ดูจากภพลาภะ
      -บุตรคนที่ ๕        ให้ดูจากภพตนุ

      -บุตรคนที่ ๖        ให้ดูจากภพสหัชชะ
    -ถ้ามีบุตรมากกว่า ๖ คน ให้นับเริ่มต้นที่ภพปุตตะซ้ำอีกครั้งหนึ่ง  แต่อย่าทำนายซ้ำกันในเรื่องของรูปร่าง  ลักษณะท่าทาง  รสนิยม  อุปนิสัยใจคอ  แนวความคิดและการกระทำ  และให้ดูเลขของฐานบวกประกอบด้วยเสมอ

 
  ​   การทำนายเพศของบุตร
       ๑.ถ้าเป็นเลขของดาวสุภะเคราะห์คือ ๒   ๔   ๕   ๖   ให้ทำนายเป็นเพศหญิง
       ๒.ถ้าเป็นเลขของดาวบาปเคราะห์คือ ๑   ๓   ๗   ๘   ให้ทำนายเป็นเพศชาย  และให้ดูเลขของฐานบวกประกอบด้วย
       ๓.ถ้าเลขในภพปุตตะ ตรงกับเลขในภพปิตาหรือมีความสัมพันธ์ถึง  แม้เลขในภพปุตตะจะเป็นเลขของดาวสุภะเคราะห์ก็ตาม  ให้ทำนายเป็นเพศชายทั้งหมด

    -ตัวอย่างเช่น:- น.ส.วรรณิภา    แก้วไชยะ      เกิดเมื่อวันที่ ๑๙  มิถุนายน  พ.ศ.๒๕๓๑   ตรงกับวันจันทร์   ขึ้น ๑๔ ค่ำ  เดือน  ๗   ปีมะเมีย
      เลขในพื้นดวงชะตาของน.ส.วรรณิภา   แก้วไชยะ    

                2         3          4          5          6          7          1
            7         1          2          3          4          5          6
            7         1          2          3          4          5          6
           16        5          8         11        14        17        13
    -ในพื้นดวงชะตานี้   เลขในภพปุตตะเป็นเลข 4  บ่งบอกให้รู้ว่าเป็นเพศหญิง   มีเลข 14  เป็นเลขของฐานบวก  เลข 14  เป็น เลขของพระเจ้าจักรพรรดิซึ่งเป็นเลขของผู้ชาย   ดูให้ลึกลงไปอีกให้เอาเลขฐานบวกของภพปัตตนิบวกกันคือให้เอาเลข 14  บวกกันก็จะได้เลข 5  และให้ดูเลข 5 ในพื้นดวงชะตาเป็เลขของภพปิตาซึ่ไปตรงกับภพอริและภพทาสา   โดยมีเลข 17  เลขกำลังของดาวพุธเป็นเลขของฐานบวก  บ่งบอกให้รู้ว่าจะได้ลูกคนแรกเป็นผู้ชายอย่างแน่นอน
    -ถ้าเลขในภพปุตตะ  ไปตรงกับเลขของภพมาดา หรือมีความสัมพัธ์ถึง  แม้เลขในภพปุตตะจะเป็นเลขของดาวบาปเคราะห์ก็ตามให้ทำนายเป็นเพศหญิง   
     -ตัวอย่างเช่น:- นายอัครนันท์    มิ่งสรวงเกื้อชัย     เกิดเมื่อวันที่ ๑๕   มิถุนายน   พ.ศ.๒๕๐๙     ตรงกับวันพุธกลางคืน

แรม ๑๒ ค่ำ  เดือน ๗    ปีมะเมีย
      เลขในพื้นดวงชะตาของนายอัครนันท์   มิ่งสรวงเกื้อชัย
             1          2          3          4          5          6          7
           7          1          2          3          4          5          6
           7          1          2          3          4          5          6
          15         4          7         10        13        16        19
    -ในพื้นดวงชะตานี้   เลขในภพปุตตะเป็นเลข 4  บ่งบอกให้รู้ว่าเป็นผู้หญิงแต่เลขในภพปัตตนิมีความสัมพันธ์ถึงภพปิตาซึ่งเป็นผู้ชาย 
และ เมื่อเอาเลขของฐารบวกในภพปัตตนิบวกกันคือเอาเลข 13  บวกกันก็จะได้เท่ากับ 4  ให้ดูเลข 4 ในพื้ดวงก็จะเป็นเลขของภพปิตา  ให้ทำนายได้เต็มปากว่าลูกคนแรกของเจ้าชะตาเป็นผู้ชายอย่างแน่นอน

      การทำนายลักษณะของบุตร
      -การทำนายลักษณะของบุตรว่าจะดีหรือไม่ดีให้ดูเลขในภพปุตตะเป็นสำคัญ ถ้ามันไปตรงกับภพดีก็จะได้บุตรดี  แต่ถ้ามันไปตรงกับภพไม่ดีก็จะได้บุตรไม่ดี   บุตรจะดีหรือไม่ดีให้ดูเลขในฐานบวกประกอบด้วยจึงจะทำนายได้ถูกต้องแม่นยำ
      การคลอดลูกจะยากหรือง่าย
       -การคลอดลูกจะยากหรือง่ายให้ดูเลขในภพ  อัตตะ   ตนุ   มรณะ   ถ้าตั้งอยู่ในฐานบวกคู่ศัตรู  และเลขในภพปุตตะ  ​ตั้งอยู่บนเลขฐานบวกคู่ศัตรู หรือมีความสัมพันธ์ถึงภพที่ร้ายก็จะให้ผลร้ายคือจะต้องมีการผ่าตัดออกอย่างแน่นอน
  การทำนายเรื่องของบ้านเรือน,ยวดยานพาหนะ,และสถานที่ต่างๆ
   -การทำนายเรื่องของบ้านเรือน, ยวดยานพาหนะ, และสถานที่ต่างๆที่มีความเก่ยวข้องกับเจ้ชะตาว่า
      -เมื่อไหร่จะมีบ้านเรือนเป็นของตนเอง?
      -เมื่อไหร่จะมีรถยนต์เป็นของตนเอง?
      -เมื่อไหร่จึงจะตั้งโรงงานได้สำเร็จ?
      -วิธีการพิจารณาให้ดูเลขในภพพันธุ  ถ้าตั้งอยู่บนเลขของฐานบวกที่ดี และไม่ไปตรงกับภพที่ร้ายหรือมีความสัมพันธ์ถึง  มีแล้วจะเจริญุ่งเรืองและถาวรดี   แต่ถ้าเลขในภพพันธุตั่งอยู่บนฐานบวกที่ร้าย ตรงกับภพที่ร้ายหรือสัมพันธ์ถึง  ถึงมีก็ไม่สามารถปกครองรักษาเอาไว้ได้คือไม่เจริญรุ่งเรืองในทรัพย์สมบัติ
      อนึ่งการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของบ้านเรือนหรือยวดยานพานะก็เหมือนกัน   เมื่อเลขจรบ่งบอกว่าดีหรือไม่ดีก็ให้
พิจรณาทำนายไปตามเกณฑ์ของเลขจรดีหรือร้ายตามที่เห็นนั้นเถิด
      -ถาม:-อายุเท่าไหร่จึงจะมีรถยนต์?
      -ตอบ:- วิธีการทำนายให้ปฏิบัติดังนี้
         ๑.ให้ดูเลขของอายุจร  ถ้าเลขอายุจรไปตกเลขในภพที่ดี  เลขของฐานบวกดี  และสัมพันธ์ถึงภพที่ดีก็จะได้ในปีนั้น
         ๒.เลขอายุจรไปสิ้นสุดลงที่ภพใดก็ให้คิดเป็น พ.ศ.ปัจจุบัน  และวันเดือนปีเกิดด้วย เพื่อจะได้รู้ว่าจะได้รถยนต์ใน วัน
เดือน ปีอะไร 
      -ตัวอย่างเช่น:-
         -น.ส.ชนิสา    แก้วบุดดา     เกิดเมื่อวันที่  ๑๙   สิงหาคม   พ.ศ.๒๕๒๖   ตรงกับวัน ศุกร์  ขึ้น  ๑๑  ค่ำ  เดือน  ๙    ปีกุล   ปัจจุบันอายุได้  ๓๒ ปี
                  เลขในพื้นดวงชะตา
      6          7          1          2          3          4          5
      2          3          4          5          6          7          1
      5          6          7          1          2          3          4
     13        16        12         8         11        14        10
   -ถาม:-เจ้าชะตาจะมีบ้านเรือนเป็นของตนเองเมื่ออายุเท่าไร่?
   -ตอบ:- เลข ในภพพันธุคือเลข 5 ตรงกับภพที่ร้ายคือ ภพมรณะ  แต่ตั้งอยู่บนเลขฐานบวกที่ดี  เจ้าชะตาจะมีบ้านเรือนเป็นของตนเองอยู่ระหว่างอายุได้ 31 - 34  ปีอย่างแน่นอน
    -ถาม:- เจ้าชะตาจะมีรถยนต์ขี่เมื่ออายุเท่าใด?
    -ตอบ:- เจ้าชะตาจะมียนต์ขี่เมื่ออายุอยู่ระหว่าง 24 - 29 ปี
    -ถาม:- เจ้าชะตาจะมีบริษัทเป็นของตนเองเมื่ออายุเท่าไหร่?
    -ตอบ:- เจ้าชะตาจะมีบริษัทเป็นของตนเองเมื่ออายุอยู่ระหว่าง 32-34 ปี 
           การตรวจสอบชะตา
    -การตรวจสอบชะตามีหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบดังนี้
       -ถาม:- ถ้ามีคนมาให้พยากรณ์  แต่เขาไมรู้วัน  เดือน  ปีเกิด  จะทำอย่างไร?
       -ตอบ:- ถ้าคนมาให้พยากรณ์แต่ไม่รู้วันเดือนปีเกิดให้ทำดังนี้
         ๑.ให้เอาวันที่  เดือน  และพ.ศ.ในวันที่เขามานั้น      เช่น น.ส.ฤทัย  ใจดี  มาให้พยากรณ์ในวันที่ ๒๒  ธันวาคม  พ.ศ.๒๕๕๘  เวลา  ๑๓.๕๑ น.   ตรงกับวันอังคาร   ขึ้น ๑๒ ค่ำ  เดือน ๑   ปีมะแม   ไม่รู้วันเดือนปีเกิด
      เลขในพื้นดวงชะตาของน.ส.ฤทัย  ใจดี
          3          4          5          6          7          1          2
         1          2          3          4          5          6          7
         1          2          3          4          5          6          7
         5          8         11        14        17        13        16
      -เจ้าชะตามีคำถาม  ๔  ข้อ  คือ:-
         ๑.เจ้าชะตาถามว่า "จะได้แต่งงานหรือไม่?"
         ๒.เมื่อแต่งงานไปแล้วฐานะทางการเงินจะเป็นอย่างไร?
         ๓.ลูกจะพึ่งพาอาศัยได้หรือไม่?

         ๔.ธุรกิจที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้จะไปรอดหรือไม่?
      -เริ่มทำนาย:-
          ๑.จะได้แต่งงานอย่างแน่นอนกับผู้ชายที่มีอายุมากมีทรัพย์สมบัติมากเป็นคน เข้มแข็งในการประกอบอาชีพและเป็นคนรัก และซื่อสัตย์ต่อครอบครัวดีมาก
          ๒.ฐานะทางการเงินพอปานกลางทรัพย์สมบัติที่มีอยู่จะหมดสิ้นไปมากพราะลูกและญาติพี่น้อง
          ๓.ลูกจะพึ่งพาอาศัยได้น้อยมาก
          ๔.จะดำเนินไปได้ดีเพราะสามีเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการค้าขายดีมาก
         ๒.ให้พยากรณ์โดยวิธีของเลขศาสตร์   การพยากรณ์โดยวิธีของเลขศาสตร์นี้จะแสดงวิธีการพยากรณ์ให้ศึกษาในบทเรียนข้างหน้า 

       **ข้อควรสังเกต:-
           -ผู้ที่จะเป็นแพทย์หรือพยาบาลหรือทำงานที่เกี่ยวข้องกับแพทย์และพยาบาล   เลขของวันเดือนปีเกิดมักจะตรงกับภพหินะ   อริ   มรณะ   พยายะ  หรือมีความสัมพันธ์ถึง
        -ถ้าเลขในภพอัตตะไปตรงกับเลขในภพพันธุและมรณะ  โดยมีเลข ๑๒  เป็นเลขฐานบวก   จงทำนายไปได้เลยว่า "เจ้าชะตาเป็นคนต่างประเทศ"
             การศึกษาภาคที่ ๓                 
     -การศึกษาภาคที่ ๓ ว่าด้วยกลวิธีในการทำนายจรของวิชาเลข ๗ ตัว  ซึ่งมีหลักการและวิธีการดังนี้
        ๑.วิธีการหาชะตาจร
        ๒.เกณฑ์ดีและเกณฑ์ร้ายของของชะตา
        ๓.เลขประจำจังหวัดและภูมิประเทศ
        ๔.การทำนายชั้นและตำแหน่ง
        ๕.การทำนายวิธีการโยกย้ายตำแหน่ง, หน้าที่การงาน, และบ้านเรือน
        ๖.การทำนายเรื่องความเจ็บไข้ได้ป่วยและอายุขัย
                   วิธีการหาชะตาจร            
     -การหาชะตาจรมีหลักเกณฑ์ในการทำนายดังนี้
        ๑.ต้องอ่านตัวเลขในพื้นชะตาให้ถูกต้อง
        ๒.ต้องหาอายุจร
           -วิธีการหาอายุจร   ให้ตั้งเลข พ.ศ.ในปัจจุบันลงไปแล้วเอาเลขของ พ.ศ. เกิดของเจ้าชะตามาลบออกเหลือเท่าไหร่ ให้นับเป็นอายุในปัจจุบัน  แต่ต้อง หักเดือนเกิดและวันเกิดออกไปด้วย     ข้อนี้ควรระวังให้มากๆอาจจะผิดได้ง่ายๆ ถ้าปีเกิดของใครยังไม่ถึง วันที่  ๑๓  เมษายน  จะป็นอายุเต็มไม่ได้      เช่น:-
          -นายทองทิว    ไผ่งาม   เกิดเมื่อวันที่ ๕   มกราคม   พ.ศ.๒๕๓๕     ตรงกับวัน อาทิตย์   ขึ้น ๓   เดือน ๒   ปีวอก
          -เขามาขอให้ทำการพยากรณ์ให้เขา   ในวันที่  ๒๔    ธันวาคม    พ.ศ.๒๕๕๘   ตรงกับวัน พฤหัสบดี   ขึ้น ๑๔  ค่ำ   เดือน  ๑
          -เมื่อเอา พ.ศ.ปัจจุบันคือ พ.ศ.๒๕๕๘   ตั้งแล้วลบด้วย พ.ศ.เกิด คือ  ๒๕๓๕   จะได้เท่ากับ  ๒๓    เพราะฉะนั้นอายุของเขายังไม่ถึง  ๒๓  ปี    เหลืออีก  ๒๘  วัน  เขาจึงจะมีอายุเต็ม  ๒๓  ปี   เวลาจะหาอายุจร  ถ้าเราเอาเลข  ๒๓ ไปหาจะผิดทันที  เมื่อหาอายุจรผิดเราก็จะทำนายไม่แม่นข้อนี้ควรจะจำเอาไว้ให้ดี   แต่ถ้าเอาเลข  ๒๒  ไปหาอายุจรมันจะถูกและแม่นยำทันที        

      -การหาอายุจรตามวัยทีละหลักดังนี้ 
           -ตัวอย่างเช่น:-
              -น.ส.วรรณิภา    แก้วไชยะ     เกิดวันที่
 ๑๙  มิถุนายน  พ.ศ.๒๕๓๑   ตรงกับวันจันทร์   ขึ้น ๑๔ ค่ำ  เดือน  ๗   ปีมะเมีย
          -ให้เอา พ.ศ.๒๕๕๘  ตั้งแล้วเอา พ.ศ.๒๕๓๑  มาลบ      2558 - 2531    = 27       อายุปัจจุบัน  27  ปี    มาให้พยากรณ์เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๘   อายุเริ่ม 27 ปี มาได้  5 เดือน กับ 23 วันแล้ว  
                       เลขในพื้นดวงชะตา
               2          3          4          5          6          7          1
            7          1          2          3          4          5          6
            7          1          2          3          4          5          6
           16         5          8         11        14        17        13
             -เริ่มหาอายุจร:-
                -วัยที่หนึ่ง   เริ่มที่เลข 2 ในภพอัตตะ      
                   -อายุ  1 - 2  ปี       อยู่ในวัยจันทร์
                   -อายุ  3 - 9  ปี       อยู่ในวัยเสาร์
                   -อายุ  10 - 16  ปี   อยู่ในวัยเสาร์
                -วัยที่สอง   เริ่มที่เลข 3 ในภพหินะ
                   -อายุ  17 - 19 ปี     อยู่ในวัยอังคาร
                   -อายุ  20  ปี        อยู่ในวัยอาทิตย์
                   -อายุ  21  ปี         อยู่ในวัยอาทิตย์
               -วัยที่สาม   เริ่มที่เลข 4  ในภพธนัง
                   -อายุ  22 - 25  ปี        อยู่ในวัยพุธ
                   -อายุ  26 - 27  ปี        อยู่ในวัยจันทร์
                   -อายุ  28 - 29  ปี        อยู่ในวัยจันทร์ 
              -วัยที่สี่   เริ่มที่เลข 5  ในภพปิตา
                   -อายุ  30 - 35  ปี      อยู่ในวัยพฤหัสบดี
                   -อายุ  36 - 38  ปี       อยู่ในวัยอังคาร
                   -อายุ  39 - 42  ปี       อยู่ในวัยอังคาร

              -วัยที่ห้า   เริ่มที่เลข 6  ในภพมาตา

                   -อายุ  43 - 48  ปี      อยู่ในศุกร์
                   -อายุ  49 - 52  ปี       อยู่ในวัยพุธ
                   -อายุ  53 - 56  ปี      อยู่ในวัยพุธ
              -วัยที่หก   เริ่มที่เลข 7   ในภพโภคา
                   -อายุ  57 - 63  ปี      อยู่ในวัยเสาร์
                   -อายุ  64 - 68  ปี      อยู่ในวัยพฤหัสบดี
                   -อายุ  69 - 73  ปี      อยู่ในวัยพฤหัสบดี
             -วัยที่เจ็ด   เริ่มที่เลข 1   ในภพมัชฌิมา
                   -อายุ  74  ปี      อยู่ในวัยอาทิตย์
                   -อายุ   75 - 80  ปี      อยู่ในวัยศุกร์
                   -อายุ  81 - 86  ปี      อยู่ในวัยศุกร์        ถ้าจะนับอายุให้ถึง  100  ปี  ให้เริ่มต้นที่เลข 2  วัยจันทร์ใหม่อีก
             -วัยที่แปด   เริ่มที่เลข 2   ในภพอัตตะ
                   -อายุ 87 - 88  ปี      อยู่ในวัยจันทร์
                   -อายุ  89 - 95  ปี      อยู่ในวัยเสาร์
                   -อายุ 96 - 102  ปี      อยู่ในวัยเสาร์
            -เจ้าชะตามาขอให้ทำนาย  วันที่ 23    ธันวาคม   พ.ศ.2558   เวลา  15.44  น.  ตรงกับวันพุธ   ขึ้น 13  ค่ำ   เดือน 1
ปีมะแม

            -เจ้าชะตามีคำถามอยู่  3  ข้อ คือ:-
               ๑.สามีเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศเขาจะมีเงินกลับมาหรือไม่?
               ๒.ได้เอาเงินไปลงทุนกับเพื่อนจะถูกเขาโกงหรือไม่?
               ๓.ไปสอบเข้าทำงานจะสอบเข้าได้หรือไม่?
      
   -ตอบคำถามของเจ้าชะตา     

​          -วิธีหาอายุจร  เจ้าชะตามีอายุได้  27 ปี    อายุจรไปตกลงที่เลข 2  ในภพสหัชชะซึ่งไปตรงกับอัตตะและภพกัมมะ    โดยมีเลข 8  เลขกำลังของดาวพระอังคาร เป็นฐานบวก ซึ่งเป็นเลขคู่ศัตรูใหญ่กับเลข 2  ที่เป็นเลขอายุจร
          -วิธีหาวันจร  ให้ดูว่าวันที่เขามาให้ทำนายนั้นเป็นวันพุธคือเลข 4 ไปตกอยู่ที่ภพไหนในแถวของวันเกิด  ในข้อนี้เลข 4  ไปตกอยู่ในภพธนัง   ซึ่งไปตรงกับภพปุตตะและภพพยายะ    โดยมีเลข 14  เลขกำลังของพระเจ้าจักรพรรดิเป็นฐานบวก
          -วิธีหาเดิอนจร   ให้ดูว่าเดือนที่เขามาให้พยากรณ์เป็นเดือนอะไรก็ให้ดูในแถวของเดือนว่า หมายเลขของเดือนไปตกอยู่ภพไหน   ในข้อนี้เขามาให้พยากรณ์ในเดือน 1   เลขของเดือนไปอยู่ที่ภพกฎุมพะ    ซึ่งไปตรงกับภพมัชฌิมาและภพสุภะ     โดยมีเลข 5   เลขของดาวพฤหัสบดีเล็กเป็นฐานบวก
          -วิธีหาปีจร    ให้ดูหมายเลขของเดือนที่เขามาให้ดูนั้นในแถวของปีเกิดว่ามันไปอยู่ที่ภพไหน     ข้อนี้หมายเลขของปีเกิดคือ เลข 7 ไปอยู่ที่ภพมรณะ     ซึ่งไปตรงกับภพตนุและภพโภคา      โดยมีเลข 16  เลขกำลังเศรษฐีเป็นฐานบวก      
          -ตอบคำถามข้อที่ 1:- ได้เงินมาน้อยเพราะไปเสียในการเล่นการพนันมาก
          -ตอบคำถามข้อที่ 2:- จะถูกเขาโกงอย่างแน่นอน
          -ตอบคำถามข้อที่ 3:- จะสอบเข้าไม่ได้
       **หมายเหตุ:-
           -เมื่อมีใครมาให้เราทำการพยากรณ์   จงทำนายไปโดยไม่ต้องถามเขาว่าเขามีความประสงค์จะให้ทำนายเรื่องอะไร ตอนแรกถ้าเราพิจารณาไม่รอบคอบอาจจะทำนายผิดพลาดไปบ้าง   แต่ถ้าเข้าใจและรอบคอบดีแล้วจะทำนายไม่ผิดเลย ให้ถือเอาจุดทำนายจรนี้เป็นเกณฑ์ในการทำนายจรอื่นๆ  ถ้าเขาบอกว่าไม่แม่นก็จะเกิดจากสาเหตุ  ๒  ประการนี้คือ:-
      ๑.เขาบอกวันเดือนปีเกิดผิด
      ๒.เขาจะลองภูมิเรา
          -การทำนายดีหรือร้าย   ให้คุณหรือให้โทษ  ให้ยึดเอาเลขของฐานบวกของตัวเลขนั้นๆเป็นจุดในการทำนาย และให้ตามทำนายไปถึงความสัมพันธ์ของภพที่สัมพันธ์ถึงกันด้วยจึงจะเต็มเปรียม ไม่มีจุดบกพร่อง
                   ข้อเตือนใจจากชะตาจร
     -ชตาทุกชะตาจะต้องมีทั้งชะตาดีและชะตาร้าย
        -ชะตาดีมีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้
           ๑.เลขของภพอัตตะหรือตนุ   จะต้องตรงกับภพที่ดี คือ   ธนัง   โภคา   กฎุมพะ   สุภะ   ลาภะ   หรือมีความสัมพันธ์ถึง
           ๒.เลขตัวใดมาตรงกับภพ   ธนัง   โภคา   กฎุมพะ   สุภะ   ลาภะ     ย่อมให้ผลดีเช่นเดียวกัน   เว้นไว้แต่เลขในฐานบวกของภพเหล่านี้เป็นเลขในเกณฑ์ร้าย  หรือเลขในภพอีก 2 ภพ ไปตรงกับภพที่ร้ายก็จะต้องตัดทอนความดีลงไปบ้าง
           ๓.เมื่อเลขของอายุจร   เลขของวันจร   เลขของเดือนจร   เลขของปีจร  ไปตรงกับภพทีดีทั้งหลายเหล่านี้   และเป็นเลขคู่มิตร   เลขคู่ธาตุ   เลขคู่สมพล   เลขคู่สมพงษ์   เลขคู่อุปถัมภ์   เลขคู่โชคอนันต์   เลขคู่เกียรติยศชื่อเสียง    เลขกำลังวัน   และเลขกำลังพืเศษ   ย่อมจะทำให้เกิดผลดีทั้งนั้น
     -ส่วนชะตาร้ายมีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้
    ๑.เลขในภพอัตตะหรือตนุ  ไปตรงกับเลขในภพที่ร้าย คือ หินะ   อริ   มรณะ   พยายะ   และตั้งอยู่ในเลขฐานบวกที่ร้าย 
     ๒.เลขใดมาตรงกับภพหินะ   ภพอริ   ภพมรณะ  ภพพยายะ  หรือมีความสัมพันธ์ถึง  ย่อมให้ผลร้ายดุจเดียวกัน   เว้นไว้แต่เลขในฐานบวกของภพเหล่านี้เป็นเลขที่อยู่ในเกณฑ์ดีหรือเลขในอีก ๒ ภพไปตรงกับภพที่ดีก็จะทำให้ความเลวร้ายน้อยลงไปอีก   เวลาทำนายก็ให้ตัดทอนความเลวร้ายลงไปอีกหน่อย
     ๓.เมื่ออายุจร   วันจร   เดือนจร   ปีจร   ไปตรงกับภพที่ร้ายเหล่านี้   และเป็นเลขคู่ศัตรู   เลขคู่อัตคัดขัดสน   เลขคู่วิวาท   เลขคู่ขัดแย้ง   ย่อมจะทำให้เกิดผลร้ายทั้งนั้น
       
เลขประจำจังหวัดและภูมิประเทศ
     -จังหวัดที่ใช้เลข ๑  เป็นสัญญาลักษณ์  
        -ภาคกลางมี  ๓  จังหวัด  คือ:-
          ๑.อยุธยา
          ๒.อ่างทอง
          ๓.อุทัยธานี
        -ภาคเหนือมี  ๑  จังหวัด  คือ:- จังหวัดอุตรดิตถ์
        -ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี  ๓  จังวัด  คือ:-
          ๑.อุดรธานี
          ๒.อุบลราชธานี
          ๓.อำนาจเจริญ
       -ภาคใต้    ไม่มี
    -จังหวัดที่ใช้เลข  ๒  เป็นสัญญาลักษณ์  
       -ภาคกลางมี  ๒  จังหวัด  คือ:-
         ๑.กรุงเทพมหานคร
         ๒.กาญจนบุรี
       -ภาคเหนือมี  ๑  จังหวัด  คือ:- จังหวัดกำแพงเพขร
       -ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี  ๒  จังหวัด  คือ:-
         ๑.กาฬสินธุ์
         ๒.ขอนแก่น
       -ภาคใต้มี  ๑  จังหวัด  คือ:- จังหวัดกระบี่
    -จังหวัดที่ใช้เลข  ๓  เป็นสัญญาลักษณ์
       -ภาคกลางมี  ๔  จังหวัด  คือ:-
         ๑.จันทบุรื
         ๒.ฉะเชิงเทรา
         ๓.ชลบุรี
         ๔.ชัยนาท
       -ภาคเหนือมี  ๒  จังหวัด  คือ:-
         ๑.เชียงใหม่
         ๒.เชียงราย
       -ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี  ๑  จังหวัด  คือ:- จังหวัดชัยภูมิ
       -ภาคใต้มี  ๑  จังหวัด  คือ:- จังหวัดชุมพร
    -จังหวัดที่ใช้เลข  ๔  เป็นสัญญาลักษณ์
       -ภาคกลางไม่มี
       -ภาคเหนือไม่มี
       -ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่มี
       -ภาคใต้ไม่มี
       -ถ้าจะดูเลขของ หมู่บ้าน   ตำบล   อำเภอ   ให้เอาอักษรตัวหน้าของหมู่ บ้าน   ตำบล   อำภอ ไปเทียบอักษรเป็นตัวเลข   
      
 
   การเทียบอักษรเป็นตัวเลข
     -ก   ถ   ภ          = เลข ๑
     -ข   ช   ซ         = เลข ๒
     -ค   ศ               = เลข ๓
     -ฆ    ม              = เลข ๔
     -ง                     = เลข ๕
     -จ   ฉ   ล   ส     = เลข ๖
     -ฌ   ฒ             = เลข ๗
     -ญ                   = เลข ๘
     -ฎ   ฏ              = ๙
     -ฐ   ธ   ร          = ๑
     -ฑ   ท              = ๒
     -ณ   น             = ๓
     -ด   ต              = ๔
     -บ   ป   ษ         = ๕
     -ผ   ฝ   ย         = ๖
     -พ   ฟ   ฬ        = ๗
     -ห                    = ๘
       -ว   อ  ฮ         = ๙
   ตัวอย่างเช่น:- บ้านหนองบอน    ต.นาโป่ง    อ.เมือง
     -หนองบอน       ห        = เลข ๘
     -นาโป่ง             น        = เลข ๓
     -เมือง                ม       = เลข ๔
    -จังหวัดที่ใช้เลข  ๕  เป็นสัญญาลักษณ์
      -ภาคกลางมี  ๓  จังหวัด  คือ:-
        ๑.ประทุมธานี
        ๒.ปราจีนบุรี
        ๓.เพชรบุรี
      -ภาคเหนือมี  ๖  จังหวัด  คือ:-
        ๑.พิษณุโลก
        ๒.พิจิตร
        ๓.เพชรบูรณ์
        ๔.แพร่
        ๕.พะเยา
        ๖.แม่ฮองสอน
     -ภาคอิสานมี  ๓  จังหวัด  คือ:-
         ๑.บุรีรัมย์
         ๒.มหาสารคาม
         ๓.มุกดาหาร
     -ภาคใต้มี  ๕  จังหวัด  คือ:-
        ๑.พังงา
        ๒.พัทลุง
        ๓.ประจวบคีรีขันธ์
        ๔.ปัตตานี
        ๕.ภูเก็ต 
    -จังหวัดที่ใช้เลข  ๖  เป็นสัญญาลักษณ์
      -ภาคกลางมี  ๗  จังหวัด  คือ:-
         ๑.สิงห์บุรี
         ๒.สระบุรี
         ๓.สมุทรปราการ
         ๔.สมุทรสงคราม
         ๕.สมุทรสาคร
         ๖.สระแก้ว

         ๗.สุพรรณบุรี
      -ภาคเหนือมี  ๑  จังหวัด  คือ:- สุโขทัย
      -ภาคอีสานมี  ๕  จังหวัด  คือ:-
         ๑.สกลนคร
         ๒.ศรีสะเกษ
         ๓.สุรินทร์
         ๔.หนองคาย
         ๕.หนองบัวลำพู
      -ภาคใต้มี  ๓   จังหวัด  คือ:-
         ๑.สุราษฎร์ธานี
         ๒.สงขลา
         ๓.สตูล
    -จังหวัดที่ใช้เลข  ๗  เป็นสัญญาลักษณ์
      -ภาคกลางมี  ๕  จังหวัด  คือ:-
        ๑.นนทบุรี
        ๒.นครปฐม
        ๓.นครนายก
        ๔.ตลาด
        ๕.นครสวรรค์
      -ภาคเหนือมี  ๒  จังหวัด  คือ:-
        ๑.ตาก
        ๒.น่าน
      -ภาคอีสานมี  ๒  จังหวัด  คือ:-
        ๑.นครพนม
        ๒.นครราชสีมา
      -ภาคใต้มี  ๓  จังหวัด  คือ:-
        ๑.นครศรีธรรมราช
        ๒.ตรัง
        ๓,นราธิวาส
    -จังหวัดที่ใช้เลข  ๘   เป็นสัญญาลักษณ์
       -ภาคกลางมี  ๓  จังหวัด  คือ:-
         ๑.ลพบุรี
         ๒.ราชบุรี
         ๓.ระยอง
      -ภาคเหนือมี  ๒ จังหวัด  คือ:-
         ๑.ลำปาง
         ๒.ลำพูน
      -ภาคอีสาน  ๓  จังหวัด  คือ:-
         ๑.เลย
         ๒.ร้อยเอ็ด
         ๓.ยะโสธร
      -ภาคใต้มี  ๒  จังหวัด  คือ:-
         ๑.ยะลา
         ๒.ระนอง
     **หมายเหตุ:-
         -เลข  ๘  ใช้เลขฐานบวก  ๑๒  แทน
         -เลข  ๙  ใช้เลขฐานบวก  ๙  แทน
         -เลข  ๑๐  ใช้เลขฐานบวก  ๑๐  แทน
      การทำนายชั้นและยศตำแหน่ง
     -การทำนายยศตำแหน่งมีหลักการในการทำนายดังนี้
        ๑.จงพิจารณาพื้นดวงชะตาว่าเป็นพื้นดวงชะตาระดับไหน
        ๒.อาชีพที่เจ้าชะตากระทำอยู่ในปัจจุบันถูกต้องกับแนวความคิดของเจ้าชะตาหรือไม่
        ๓.ยศตำแหน่งของเจ้าชะตาบ่งบอกไว้สูงแค่ไหน
        ๔.มีเกณฑ์ที่จะออกจากราชการก่อนการเกษียณอายุหรือไม่
      **หมายเหตุ:-
         -ในเวลาทำการทำนายนั้นให้ดูว่า อายุจร   และปีจร  อยู่ในเกณฑ์ดีหรือร้าย  มีอะไรที่ตรงกันหรือสัมพันธ์ถึงกันหรือไม่  ​ถ้าหากพื้นชะตาดี  จรดี  ย่อมให้ผลในทางดี    ถ้าหากพื้นชะตาร้าย  จรร้าย   ย่อมให้ผลในทางร้าย   ส่วนดีบ้างร้ายบ้างนั้นโปรดพิจารณาดูให้รอบคอบจงพยยามให้อยู่ในหลักเกณฑ์มาก ที่สุด
         -ตัวอย่างเช่น:-
           -นายนรเศรษฐ์    อรรถวิภาควาที     เกิดเมื่อวันที่ ๘  มิถุนายน  พ.ศ.๒๔๙๑   ตรงกับวันอังคาร   ขึ้น ๒  ค่ำ  เดือน ๗  ปีชวด    เจ้าชะตามีอาชีพราชการ   เจ้าชะตาถามว่า "ในชีวิตราชการจะได้ยศตำแหน่งสูงขนาดไหน?"  
                     เลขในพื้นดวงชะตา
          3          4          5          6          7          1          2
          7          1          2          3          4          5          6
          1          2          3          4          5          6          7
         11         7         10        13        16        12        15
      -วิธีการทำนาย:-
         ๑.ให้ดูตัวเลขในภพอัตตะและตัวเลขในภพตนุ  เพื่อจได้รู้ว่าเจ้าชะตามีพื้นชะตาระดับไหน
             -ในพื้นชะตานี้เลขในภพอัตตะคือเลข 3  ซึ่งไปตรงกับภพสหัชชะและภพสุภะ    โดยมีเลข 7  เลขของเสาร์เล็กเป็นฐานบวกซึ่งเป็นเลขคู่ศัตรูเล็กที่มีความหมาย  "ในทางพลัดพรากจากกันและความผิดหวัง"
             -ในพื้นดวงชะตาเลขในภพตนุคือเลข 7  ซึ่งไปตรงกับภพมาตาและภพทาสี    โดยมีเลข 15  เลขกำลังของดาวพระจันทร์เป็นฐานบวก เลข 2  คือเลขของดาวพระจันทร์เป็นเลขคู่ศัตรูเล็กกับเลข 7  คือเลขของดาวพระเสาร์  ด้วยวิธีการดูระดับของพื้นดวงชะตาเราก็รู้ได้ว่า "เจ้าชะตามีพื้นดวงชะตาอยู่ในระดับต่ำ"
          
๒.เจ้า ชะตามีอาชีพราชการ   เมื่อดูระดับของพื้นดวงชะตาแล้วแสดงให้เห็นว่าเจ้าชะตามีอาชีพที่ไม่เหมาะสม กับดวงชะตาชีวิตของตนเอง   เจ้าชะตาถ้ามีอาชีพเป็นกรรมกรจึงจะถูกโฉลกกับชะตาชีวิตของตนเอง   เมื่อเจ้าชะตามามีอาชีพราชการ   ชะตาชีวิตจะเดือดร้อนจะทุกข์ยากลำบากมาก  จะเจอกับอุปสรรคที่ใหญ่ๆจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด  จะมีตำแหน่งในขั้นสูงรู้สึกจะยากเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา จะเจอศัตรูและอุปสรรคทุกรูปแบบจนแทบจะฆ่าตัวตาย
         ๓.ยศตำแหน่งของเจ้าชะตาบ่งบอกไว้ต่ำ
         ๔.เจ้าชะตามีเกณฑ์บ่งบอกเอาไว้ว่าจะต้องได้ออกจากราชการก่อนการเกษียณอายุอย่างแน่นอน  
เพราะฉะนั้นอาชีพราชการของเจ้าชะตาจะไม่ยังยืนตำแหน่งจะไม่สูง

       **หมายเหตุ:-
            -เลขของวันเกิด   และเลขของปีเกิด  จะบ่งบอกให้รู้ถึงชั้นพิเศษ
            -เลขฐานของปีเกิด  จะบ่งบอกให้รู้ถึงชั้นเอก

            -เจ้าชะตาจะมียศตำแหน่งสูงสุดในตำแหน่งหน้าที่การงาน  มีเกียรติยศชื่อเสียงดี  ถ้าเป็นฆารวาสจะได้เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่   ถ้าเป็นสมณะจะได้เป็นเจ้าอาวาสและพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่  จะมีความรู้ในพุทธธรรมได้อย่างลึกซึ่ง
         การทำนายเรื่องการเดินทาง  
 
     -การทำนายเรื่องของการเดินทางไม่ว่าจะเดินทางไปทำธุรกิจอะไรก็ตามเช่น  การเดินทางไปท่องเทียว   การเดินทางเพื่อติดตาม   การเดินทางไปเพื่อการแข่งขัน  ก่อนอื่นจะต้องพิจารณาดูว่า "ในขณะนั้น เลขของอายุจร   เลขของวันจร
เลขของเดือนจร   และเลขของปีจร  ไปตกในภพสหัชชะ   ภพมรณะ   และภพสุภะ  หรือสัมพันธ์ถึงภพเหล่านี้หรือไม่   หากในวันนั้นไม่มีจงพิจารณาดูว่า "ในวันข้างหน้า   เดือนข้างหน้า  ปีข้างหน้าจะมีหรือไม่   ถ้าไม่มีจงอย่าคล้อยตามจงตรวจดูให้แน่ใจว่า "เลขพื้นชะตาถูกต้องหรือไม่  เลขวันเดือนปีเกิดถูกต้องหรือไม่  ถ้ามีเกณฑ์ได้เดินทางให้พิจารณาดูว่า "ขณะนั้นเจ้าชะตาอยู่ในเกณฑ์ดีหรือเกณฑ์ร้าย"  ถ้าอยู่ในเกณฑ์ดีการเดินทางก็จะราบรื่นดีสะดวกและปลอดภัย   ถ้าอญุ่ในเกณฑ์ร้าย การเดินทางก็จะไม่ราบรื่น  จะเกิดอันตรายต้องพิจารณาดูเลขในพื้นชะตาให้รอบคอบ   แม้พื้นชะตาเดิมดี  จรดีก็ยิ่งดีเด่นชัดยิ่งขึ้น   พื้นชะตาดีแต่จรเสียกับพื้นชะตาเสียแต่จรดี   ก็ดีพอปานกลางเดินทางได้แต่ต้องระมัดระวังให้ดีอย่าประมาท   แต่ถ้าพื้นชะตาเสียและจรเสียไม่ดีเลยห้ามเดินทางโดยเด็ดขาด

  
 -เจ้าชะตามีคำถาม ๔  ข้อ  คือ:-
      ๑.จะมีเกณฑ์ได้เดินทางไปนอกหรือไม่?
      ๒.จะได้ไปเมื่อไหร่?
      ๓.จะได้ไปประเทศไหน?
      ๔.จะได้ไปนานเท่าใด? 
    -ตัวอย่างเช่น:-
      -นายโจม    ครองสิน    เกิดเมื่อวันที่ ๙  มิถุนายน    พ.ศ.๒๕๐๐      ตรงกับวันพุธ   ขึ้น ๗  ค่ำ   เดือน ๑๐   ปีกุน
      -มาขอให้พยากรณ์ในวันที่ 28   ธันวาคม   พ.ศ.๒๕๕๘   เวลา ๙.๒๔  น.  ตรงกับวันจันทร์   แรม  ๓  ค่ำ   เดือน ๑   ปีมะแม

                เลขในพื้นดวงชะตา
         4          5          6          7          1          2          3
        3          4          5          6          7          1          2
        5          6          7          1          2          3          4
       12        15        18        14        10         6         11   
     -วิธีการพยากรณ์   ให้หาเลขของอายุจร   วันจร   เดือนจร   ปีจร   ก่อนเป็นอันดับแรก
     -ในปี พ.ศ.2558  เจ้าชะตามีอายุได้  2558 - 2500   เหลือเท่ากับ  58  ปี
     -ให้เอาอายุจริงคืออายุที่คิดได้ในวันที่มาขอให้พยากรณ์ได้แก่เลข  58  ไปไล่หาอายุจร   วันจร   เดือนจร   ปีจร
     -เลขของอายุจรคือเลข 1 ที่อยู่ในภพลาภะ    ซึ่งไปตรงกับภพมาตาและภพและภพอริ   โดยมีเลข 14  เลขกำลังพระเจ้าจักรพรรดิเป็นฐานบวก
     -เลขของวันจรคือเลข 2  ไปอยู่ในภพโภคา  ซึ่งไปตรงกับภพปัตตนิและภพพยายะ    โดยมีเลข  10  เลขกำลังของดาวพระเสาร์เป็นฐานบวกซึ่งเป็นเลขคู่ศัตรูเล็ก  ให้โทษในทางพลัดพรากจากกันและความผิดหวัง
     -เลขของเดือนจรคือเลข 3  ที่ไปอยู่ในภพตนุ  ซึ่งไปตรงกับภพมัชฌิมาและภพทาสา    โดยมีเลข 6  เลขกำลังดาวพระอาทิตย์เป็นฐานบวกซึ่งเป็นเลขคู่ศัตรูใหญ่กับเลข 3  ให้โทษในทางแก่งแย่งหักล้างกันและกัน
     -เลขของปีจรคือเลข 5  ที่อยู่ในภพมรณะซึ่งไปตรงกับภพสหัชชะและภพหินะ     โดยมีเลข 12  เลขกำลังพระราหูเป็นฐานบวกซึ่งเป็นเลขคู่ศัตรูเล็ก   ให้โทษในทางการสูญเสีย
     -ตอบคำถาม:-
       ๑.เลขของอายุจรบอกว่า "มีเกณฑ์จะได้ไป"  แต่ไม่สามารถไปได้เพราะผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงได้ขัดขวางเอาไว้
       ๒.เลขของวันจรบอกว่าผิดหวังจะไม่ได้ไป
       ๓.เลขของเดือนจรบ่งบอกว่าจะเกิดทะเลาะวิวาทแก่งแย้งกันกับคนที่ทำงานร่วมกันจนเป็นเหตุให้ถูกยกเลิก
       ๔.เลขของปีจรบ่งบอกว่าจะสูญเสียโอกาสที่จะได้ไป
           การทำนายเรื่องการโยกย้าย
     -การทำนายเรื่องการโยกย้ายใช้หลักการทำนายแบบเดียวกันกับการเดินทางแบ่งออกเป็น ๓ ชนิด  คือ:-
        ๑.การโยกย้ายบ้านเรือน
        ๒.การโยกย้ายสถานที่
        ๓.การโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่การงาน
                การโยกย้ายบ้านเรือน
     -ตัวอย่างการโยกย้ายบ้านเรือน  นายวาที   ใจแก้ว  เกิดเมื่อวันที่ ๙   เมษายน   พ.ศ.๒๕๓๐  ตรงกับวันอังคาร  แรม ๕
ค่ำ  เดือน ๕   ปีฉลู
     -มาให้พยากรณ์ในวันที่ ๒๘   ธันวาคม   พ.ศ.๒๕๕๘   เวลา  ๑๔.๓๔  น.   ตรงกับวันจันทร์   แรม  ๓ ค่ำ   เดือน ๑   ปีมะแม
​     -มีคำถามว่า
         ๑.ในเดือนมีนาคม  พ.ศ.๒๕๕๙  จะย้ายบ้านไปอยู่จังหวัดนนทบุรีจะได้ย้ายหรือไม่?
         ๒.ย้ายไปแล้วจะดีหรือไม่?
                        เลขในพื้นดวงชะตา
         3          4          5          6          7          1          2
         5          6          7          1          2          3          4
         2          3          4          5          6          7          1
        10        13        16        12        15        11         7
     -วิธีพยากรณ์:-
        1.ให้หาเลขของอายุจร    โดยการเอาพ.ศ.ปัจจุบันคือ 2558  ตั้งแล้วเอาพ.ศ.เกิดคือ 2530  มาลบ    2558 - 2530
จะ ได้ผลลัพธ์เท่ากับ   28     ในขณะมาให้พยากรณ์เจ้าชะตามีอายุได้  28  ปี เต็ม    แล้วให้เอาเลข  28  ไปไล่หาอายุจรโดยเริ่มต้นที่ภพอัตตะ  เมื่อไล่ตามลำดับไปแล้วเลขของอายุจรคือเลข 5  ไปตกลงที่ภพธนัง    ซึ่งไปตรงกับภพตนุและภพลาภะ โดยมีเลข 12  เลขกำลังของพระราหูเป็นฐานบวกซึ่งเป็นเลขคู่ศัตรูเล็กในการสูญเสีย     

        2.เลขของวันจรคือเลข 2  ไปตกที่ภพมัชฌิมาซึ่งไปตรงกับภพปุตตะและภพมรณะ    โดยมีเลข 10  เลขกำลังของดาวพระเสาร์
เป็นฐานบวกซึ่งเป็นเลขคู่ศัตรูเล็กกับเลข 2  ที่ให้โทษ
ในทางพลัดพรากจากกันและความผิดหวัง
        3.เลขของเดือนจรคือเลข 1  ไปตกที่ภพพันธุซึ่งไปตรงกับภพโภคาและภพทาสี     โดยมีเลข 7  เลขของเสาร์เล็กเป็นฐานบวก
ซึ่งเป็นเลขคู่ธาตุกับเลข 1   ให้คุณในทางอำนาจ
        4.เลขของปีจรคือเลข 7  ไปตกที่ภพทาสาซึ่งไปตรงกับภพมาตาและภพสหัชชะ     โดยมีเลข 11  เลขของราชาโชคเป็นฐานบวก
     
    -ตอบคำถาม:-
        1.จะได้ย้ายอย่างแน่นอน   แต่ก่อนจะได้ย้ายจะต้องมีการสูญเสียตำแหน่งหน้าที่การงานไป
        2.ย้ายไปแล้วจะทำมาหากินคล่องกว่าเดิม
              ทำนายการโยกย้ายสถานที่
    -การโยกย้ายสถานที่ใช้หลักในการพยากรณ์เหมือนการโยกย้ายบ้านเรือน       เช่น:-
         -นางอรุณรัตน์     ดวงแก้ว     เกิดเมื่อวันที่ ๑๕  กรกฎาคม   พ.ศ.๒๕๑๓     ตรงกับวันพุธ   ขึ้น  ๑๒  ค่ำ   เดือน  ๘
​ ปีจอ    ทำงานอยู่ที่ศาลากลางจังหวัด  แผนกประชาสัมพันธ์   มีความประสงค์อยากจะย้ายไปอยู่แผนกที่ดินในปี ๒๕๕๙              -เจ้าชะตามีคำถามอยู่  ๒  ข้อ  คือ:-  
       
            ๑.ในปี พ.ศ.๒๕๕๙  จะได้ย้ายงานไปอยู่แผนกที่ดินหรือไม่?
            ๒.ถ้าได้ย้ายจะได้ย้ายในเดือนอะไร   วันที่เท่าไหร่?
         -เจ้าชะตามาขอให้พยากรณ์ ในวันที่  ๒๙  ธันวาคม  พ.ศ.๒๕๕๘   ในเวลา  ๑๒.๒๕  น.    ตรงกับวันอังคาร   แรม ๔
เดือน  ๑   ปีมะแม
                     เลขในพื้นดวงชะตา
          4          5          6          7          1          2          3
          1          2          3          4          5          6          7
          4          5          6          7          1          2          3
          9         12        15        18         7         10        13
        -วิธีการทำนาย:-
           1.หาเลขอายุจร
               -ให้เอาพ.ศ.ปัจจุบันคือ 2558  ตั้งแล้วลบด้วยพ.ศ.เกิดคือ 2513     2558 - 2513   ได้ผลลัพธ์เท่ากับ  45  เป็นอันทราบได้ว่าในขณะที่มาขอคำทำนายเจ้าชะตามีอายุได้   45  ปีเต็ม    ให้เอาเลข  45  ไปไล่ในเลขพื้นดวงชะตา เริ่มตั้งแต่ ภพอัตตะเป็นต้นไปตามลำดับ   อายุ  45  ปี  เลขของอายุจรไปตกลงที่เลข 4  ในภพพันธุ   ซึ่งไปตรงกับภพอัตตะและภพมรณะ    โดยมีเลข 9  เลขกำลังของดาวพระเกตุเป็นฐานบวก
           2.หาเลขของวันจร     เลขของวันจรคือเลข 3  ไปตกลงที่ภพมัชฌิมาซึ่งไปตรงกับภพสหัชชะและภพทาสี    โดยมีเลข 13  เลขของมหาอุจเป็นฐานบวก    
          **คำเตือน:- อธิบาย การหาเลขวันจรคือให้เอาวันที่เขามาขอให้พยากรณ์เป็นตัวหา ให้หาดูว่าเลขของวันที่เขามาขอคำพยากรณ์นั้นมันไปตกอยู่ที่ภพไหน  เช่นตัวอย่างข้างบนนี้เขามาขอให้พยากรณ์ในวันอังคาร  เพราะฉะนั้นจึงได้เอาวันอังคารไปหาเลขของวันจร  เลขของเดีอนจรและเลขของปีจรก็หาแบบเดียวกันโปรดจำเอาไว้ให้ดี
           3.หาเลขของเดือนจร    เลขของเดือนจรคือเลข 1  ไปตกอยู่ในภพตนุซึ่งไปตรงกับภพมาตาและภพพยายะ     โดยมีเลข 7   เลขของเสาร์เล็กเป็นฐานบวก   เลข 7 เป็นเลขคู่ธาตุกับเลข 1   ให้คุณในทางอำนาจ
           4.หาเลขของปีจร   เลขของปีจรคือเลข 7   ไปตกอยู่ในภพลาภะซึ่งไปตรงกับภพปิตาและภพปัตตนิ     โดยมีเลข 18
เลขของพระเจ้ามหาจักรพรรดิเป็นฐานบวก
          -ตอบคำถามข้อที่ 1 :- ได้ย้ายไปอย่างแน่นอน  100 %
          -ตอบคำถามข้อที่ 2:- จะได้ย้ายไปใน เดือน 4    วันที่ 3
     ทำนายการโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่การงาน
    การทำนายเรื่องการโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่การงานใช้หลักการเดียวกันกับการโยกย้ายสถานที่       เช่น:-
          -นายอัมพร      บุรเชฏฐ์       เกิดเมื่อวันที่ ๑๗  กันยายน   พ.ศ.๒๕๒๗   ตรงกับวันจันทร์   แรม ๘  เดือน ๑๐   ปีชวด   ทำงานอยู่ที่กรมการข้าวกระทรวงเกษตร
          -เจ้าชะตามีคำถามดังนี้
            ๑.ในปี ๒๕๕๙ จะได้ย้ายงานหรือไม่?
            ๒.ถ้าย้ายจะย้ายไปอยู่ที่ไหนจึงจะดี?
            ๓.จะได้ย้ายเมื่อไหร่?
          -เจ้าชะตามาขอให้พยากรณ์เมื่อวันที่  ๓๐  ธันวาคม   พ.ศ.๒๕๕๘   เวลา  ๘.๒๗  น.     ตรงกับวันพุธ   แรม  ๕  ค่ำ  
​เดือน  ๑  ปีมะแม
                          เลขในพื้นดวงชะตา
            2          3          4          5          6          7          1
            3          4          5          6          7          1          2
            1          2          3          4          5          6          7
            6          9         12        15        18        14        10
      -วิธีการพยากรณ์:-
         1.หาเลขของอายุจร   ให้เอาพ.ศ.2558  ตั้งแล้วลบด้วยพ.ศ.ปัจจุบันคือ 2527      2558 - 2527    = 31   เจ้าชะตาในปัจจุบันมีอายุ  31  ปี   เลขของอายุจรคือเลข 3   ไปอยู่ในภพกัมมะซึ่งไปตรงกับภพหินะและภพตนุ      โดยมีเลข 12   เลขกำลังของพระราหูเป็นฐานบวก ซึ่งเป็นเลขคู่ธาตุกับเลข 3   ให้คุณในทางเจ้านักเลง 
         2.เลข ของวันจรคือเลข 4   อยู่ในภพธนังซึ่งไปตรงกับภพกฎุมพะและภพลาภะ     โดยมีเลข 15  เลขกำลังของดาวพระจันทร์เป็นฐานบวก   ซึ่งเป็นเลขคู่มิตรกับเลข 5  ให้คุณในทางความมานะพยายาม
         3.เลขของเดือนจรคือเลข 1   อยู่ในภพอริซึ่งไปตรงกับภพมัชฌิมาและภพมรณะ     โดยมีเลข 6  เลขกำลังดาวพระอาทิตย์เป็นฐานบวก
         4.เลขของปีจรคือเลข 7    อยู่ในภพทาสีซึ่งไปตรงกับภพปุตตะและภพโภคา     โดยมีเลข 10  เลขกำลังของดาวพระเสาร์เป็นฐานบวก  ซึ่งเป็นเลขกำลังของตนเอง
     -ตอบคำถามของเจ้าชะตา
         1.
เจ้าชะตามีเกณฑ์จะได้ย้าย

         2.ย้ายไปอยู่ที่กรมชลประทานจึงจะดีจะมีทรัพย์สินเงินทองมาก
         3.จะได้ย้ายในวันที่ 5 เดือนพฤษภาคม  2559
            การทำนายความเจ็บไข้ได้ป่วย
     -การทำนายเรื่องความเจ็บไข้ได้ป่วยมีหลักในการพยากรณ์ดังนี้
        ๑.ให้ดูจากเลขของอายุจร    ถ้าเลขของอายุจรไม่ตรงกับภพเหล่านี้คือ หินะ   อริ   มรณะ   พยายะ  หรือไปตกลงที่ภพที่เป็นเลขเดียวกับภพเหล่านี้   หรือสัมพันธ์ถึงกับภพเหล่านี้   และไม่เป็นเลขคู่ศัตรู   เลขคู่อัตคัดขัดสน   เลขคู่วิวาท   
เลขคู่ขัดแย้ง   จะมีผลดี ๒๕ %
        ๒.เลขของวันเกิดไม่ตรงกับภพหินะ   อริ   มรณะ   พยายะ   หรือสัมพันธ์ถึง  และจะต้องไม่เป็นเลขคู่ศัตรู   เลขคู่อัตคัดขัดสน   เลขคู่วิวาท   เลขคู่ขัดแย้ง   และไม่สัมพันธ์ถึงภพถึงภพเหล่านี้   จะมีผลดี  ๒๕ %
        ๓.เลขของเดือนเกิด   ไม่ตรงกับภพหินะ   อริ   มรณะ   พยายะ  และไม่สัมพันธ์ถึงภพเหล่านี้    และไม่เป็นเลขคู่ศัตรู
เลขคู่อัตคัดขัดสน   เลขคู่วิวาท   เลขคู่วิวาท   เลขคู่ขัดแย้ง   และไม่สัมพันธ์ถึงเลขคู่เหล่านี้    จะมีผลดี ๒๕ %
        ๔.เลขของปีเกิดไม่ตรงกับภพเหล่านี้คือ หินะ   อริ   มรณะ   พยายะ   และไม่สัมพันธ์ถึงกับภพเหล่านี้   จะต้องไม่เป็นเลขคู่ศัตรู   เลขคู่อัตคัดขัดสน   เลขคู่วิวาท   เลขคู่ขัดแย้ง  และไม่สัมพันธ์ถึงภพเหล่านี้    จะมีผลดี ๒๕ %  
     -ตัวอย่างเช่น:-  คนป่วยคือ นายอรุณเวช    เก่งดี    เกิดเมื่อวันที่ ๙   สิงหาคม    พ.ศ.๒๔๙๐     ตรงกับวันเสาร์   แรม ๘  ค่ำ  เดือน   ๘    ปีกุน
     -มีญาติมาให้พยากรณ์เกี่ยวกับเขาในวันที่ 30  ธันวาคม   พ.ศ.๒๕๕๘    เวลา  ๑๓.๓๒  น.   ตรงกับวันพุธ  แรม ๕  ค่ำ
เดือน ๑   ปีมะแม
     -ถาม:-
        ๑.เขาป่วยเป็นโรคมะเร็งอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช  เขาจะหายจากโรคร้ายนี้หรือไม่? 
        ๒.จะรักษาโดยวิธีไหนเขาจึงจะหายจากโรคนี้?
        ๓.เขาจะมีอายุได้ประมาณกี่ปี?
              เลขในพื้นดวงชะตา
        7          1          2          3          4          5          6
        1          2          3          4          5          6          7
        7          1          2          3          4          5          6
       15         4          7         10        13        16        19 
    -วิธีการทำนาย:-
        ๑.หาเลขอายุจร   ให้เอา พ.ศ. ปัจจุบันตั้งแล้วเอา พ.ศ. เกิดมาลบออกคือ   2558 - 2490   = 68      เลขอายุปัจจุบันคือเลข 68  แล้วนำเอาไปไล่หาเลขของอายุจรในพื้นดวงชะตา    เลขของอายุจรคือเลข 5  อยู่ในภพทาสา   ซึ่งไปตรงกับภพโภคาและภพปุตตะ     โดยมีเลข 16  เลขกำลังเศรษฐีเป็นฐานบวก
        ๒.เลขของวันจรคือเลข 4  อยู่ในภพมาตาซึ่งไปตรงกับพันธุและภพพยายะ     โดยมีเลข 13  เลขของมหาอุจเป็นฐานบวก
        3.เลขของเดือนจรคือเลข 1  อยู่ในภพตนุซึ่งไปตรงกับภพหินะและภพสุภะ     โดยมีเลข 4  เลขของพุธเล็กเป็นฐานบวก
        4.เลขของปีจรคือเลข 7   อยู่ในภพมรณะซึ่งไปตรงกับภพปัตตนิและภพอัตตะ     โดยมีเลข 15  เลขกำลังของดาวพระจันทร์เป็นฐานบวก   ซึ่งเป็นเลขคู่ศัตรูเล็กกับเลข 7  ให้โทษ
ในทางพลัดพรากจากกันและความผิดหวัง 
    -ตอบคำถาม:-
       1.ใน 125 %  เขามีโอกาสหายจากโรคนี้เพียง 25 %   โอกาสจะหายจากโรคนี้ยากมาก  ตอบง่ายๆคือไม่หาย
       2.เลขที่ดีที่สุดในพื้นดวงชะตาคือเลข 5  เป็นเลขที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา  ต้องสวดมนต์ไหว้พระ  สวดคาถารักษาโรค
สวดคาถาต่ออายุและคาถาอายุวัฒนะ  กินยาอายุวัฒนะ  ทำบุญให้มากนั่งสมาธิให้มาก   ปล่อยวางอย่าไปยึดติดกับเรื่อง
ของ โรคที่กำลังเป็นอยู่และเรื่องราวที่จะทำใจไม่ให้สบาย ไม่ต้องกลัวตาย    ถ้าท่านทำใจได้เช่นนี้โรคจะหายไปแล้วครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว  อย่ายอมแพ้โดยเด็ดขาด   โรคที่เป็นอยู่อาจจะเกิดปาฏิหาริย์ก็ได้ขอให้ลองดู
      3.ถ้าเขาไม่ถูกโรครุมเร้ามากเกินไป  เขาจะมีอายุยืนได้ 75 ปี
                    การศึกษาภาคพิเศษ
     -การศึกษาภาคพิเศษแบ่งออกเป็น  ๖  ชนิด  คือ:-
       ๑.การทำนายกาลชะตา
       ๒.ทำนายกลบทงูกินหาง
       ๓.ทำนายกลบทฤาษีแปลงสาร
       ๔.ทำนายกลบทหนุมานประสานกาย
       ๕.เคล็ดลับเบ็ดเตล็ด

       ๖.การทำนายเรื่อหายของหาย
                  การทำนายด้วยกาลชะตา
     -การทำนายด้วยกาลชะตา   ใช้เลขของยามอัฏฐกาลเป็นจุดในการทำนาย   ถ้ามีคนมาขอคำพยากรณ์ต้องรู้ว่า เขามาใน วัน  เดือน  ปีอะไร  เวลาเท่าไหร่  และในขณะที่เขามาขอให้พยากรณ์นั้นมันเป็นเลขของยามอะไร  ให้ถือเอาเวลาของยามนั้นเป็นจุดในการทำนายเช่น วันที่ ๑๐  พฤษภาคม  พ.ศ.๒๕๐๖    เวลา  ๙.๐๗  น.   ตรงกับวันศุกร์  แรม  ๒  ค่ำ  เดือน  ๖  ปีเถาะ   มีผู้หญิงคนหนึ่งรูปร่างสันทัด ผิวเนื้อดำแดง  มาขอคำพยากรณ์ว่า "ลูกคนโตของเขาไปเล่นน้ำกับเพื่อนในแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อวานนี้ซึ่งตรงกับ วันพฤหัสบดี  แรม ๑  เดือน ๖   ปีเถาะ   ยังไม่กลับมาบ้านจนกระทั่งปานนี้  ไมรู้หายไปไหนจะเป็นหรือตายก็ไม่รู้   ขอให้ดูให้หน่อยว่า "เด็กจะเป็นอะไรหรือไม่?  จะกลับมาบ้านหรือเปล่า?"
     -วิธีการทำนายมีดังนี้คือ:-
        ๑.ให้ตั้งเลขของพื้ดวงชะตาขึ้นมา       เช่น:-
            6          7          1          2          3          4          5
            6          7          1          2          3          4          5
            4          5          6          7          1          2          3
           16        19         8         11          7        10        13
    -วิธีการพยาการณ์
       ๑.ให้ถือเอาเวลา  9.07 น. เป็นจุดในการททำนาย
       ๒.ต้องรู้ว่าเวลา 9.07 น. เป็นเวลาของยามอะไร
       ๓.เวลา 9.07 น. เป็นเลขของยามพุธะ
       ๔.จุดเวลาของยามพุธะุไปตกลงที่เลข 1 ในภพธนังซึ่งไปตรงกับภพสหัชชะและภพพยายะ     โดยมีเลข 7  เลขของเสาร์เล็กเป็นฐาน  ซึ่งเป็นเลขคู่สมพลกับเลข 1     ทำนายว่า "เด็กคนนี้ไปเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยากับเพื่อนได้เกิดอุบัติเหตุรถชนมีคนช่วย เหลือเอาไว้แล้วนำส่งโรงพยาบาล เมือมีอาการดีขึ้นแล้วก็จะออกจากโรงพยาบาลกลับมาบ้าน
        -ตอบ:- เด็กคนนี้ไม่เป็นอะไร    อีกประมาณ 6-7 ก็จะได้กลับมาบ้าน
            

           ยามอัฏฐกาล
            ยามอัฏฐกาลภาคกลางวัน ๘ ยาม
    -วันอาทิตย์:       สุริชะ      สุกระ    พุธะ    จันเทา   เสารี    คะรู     ภุมมะ   สุริชะ
    -วันจัทร์:            จันเทา    เสารี     คะรู     ภุมมะ    สุริชะ   สุกระ   พุธะ     จันเทา
    -วันอังคาร:        ภุมมะ     สุริชะ    สุกระ   พุธะ      จันเทา  เสารี   คะรู      ภุมมะ
    -วันพุธ:              พุธะ       จันเทา  เสารี    คะรู      ภุมมะ    สุริชะ  สุกระ   พุธะ
    -วันพฤหัสบดี:    คะรู        ภุมมะ   สุริชะ   สุกระ    พุธะ     จันเทา เสารี    คะรู
    -วันศุกร์:            สุกระ      พุธะ     จันเทา  เสารี     คะรู     ภุมมะ   สุริชะ   สุกระ

    -วันเสาร์:           เสารี       คะรู      ภุมมะ    สุริชะ   สุกระ   พุธะ     จันเทา  เสารี
     เวลายามวันอาทิตย์ภาคกลางวัน
    -ยามสุริชะ      เวลาตั้งแต่ 6.00 น. -   7.30 น.
    -สุกระ            เวลาตั้งแต่ 7.30 น. -   9.00 น.
    -พุธะ              เวลาตั้งแต่ 9.00 น. - 10.30 น.
    -จันเทา          เวลาตั้งแต่ 10.30 น. - 12.00 น.
    -เสารี             เวลาตั้งแต่ 12.00 น. - 13.30 น.
    -คะรู              เวลาตั้งแต่ 13.30 น. - 15.00 น.
    -ภุมมะ           เวลาตั้งแต่ 15.00 น. - 16.30 น.

    -สุริชะ           เวลาตั้งแต่ 16.30 น. - 18.00 น. 
    -หลักในการจำมีดังนี้
       1.ให้ท่องชื่อยามในแต่ละวันให้ได้ให้หมดเสียก่อน  พยายามว่าเรื่อยๆจนคล่องปาก
       2.ชื่อของยามของแต่ละวันเหมือนกันต่างแต่ว่าเวลาทำนายถ้าเขามาขอให้ทำนายใน วันไหนก็จงเอาชื่อของยามของวันนั้นขึ้นก่อนโปรดพิจารณาดูข้างบน
       3.เวลาของแต่ละวันก็เหมือนกันคือเริ่มตั้งแต่ 6.00 น. - 7.30 น.  แต่ละยามก็มีเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที  เหมือนกันหมด ไล่ไปเรื่อยๆจนถึง 18.00 น.
        ยามอัฏฐกาลภาคกลางคืน ๘ ยาม
    -วันอาทิตย์:       ระวิ      ชีโว      ศะศิ      สุกะโร    ภุมโม    โสโร     พุโธ      ระวิ
    -วันจันทร์:         ศะศิ     สุกะโร  ภุมโม    โสโร       พุโธ      ระวิ       ชีโว      ศะศิ
    -วันอังคาร:        ภุมโม  โสโร     พุโธ      ระวิ        ชีโว       ศะศิ      สุกะโร  ภุมโม
    -วันพุธ:             พุโธ     ระวิ       ชีโว      ศะศิ       สุกะโร    ภุมโม   โสโร     พุโธ
    -วันพฤหัสบดี:   ชีโว     ศะศิ      สุกะโร  ภุมโม     โสโร      พุโธ      ระวิ       ชีโว
    -วันศุกร์:           สุกะโร  ภุมโม   โสโร     พุโธ       ระวิ        ชีโว       ศะศิ     สุกะโร
    -วันเสาร์:          โสโร     พุโธ     ระวิ       ชีโว        ศะศิ       สุกะโร   ภุมโม   โสโร
       เวลายามวันอาทิตย์ภาคกลางคืน
    -ยามระวิ           เวลาตั้งแต่ 18.00 น. - 19.30 น.
    -ยามชีโว          เวลาตั้งแต่ 19.30 น. - 21.00 น.
    -ยามศะศิ          เวลาตั้งแต่ 21.00 น. - 22.30 น. 
    -ยามสุกะโร      เวลาตั้งแต่ 22.30 น. - 24.00 น.
    -ยามภุมโม       เวลาตั้งแต่ 24.00 น. - 2.30 น.
    -ยามโสโร        เวลาตั้งแต่ 1.30 น. - 3.00 น.
    -ยามพุโธ         เวลาตั้งแต่ 3.00 น. - 4.30 น.
    -ยามระวิ          เวลาตั้งแต่ 4.30 น. - 6.00 น.
    ประโยชน์ของการทำนายแบบกาลชะตา
    ๑.ใช้ประโยชน์ในการทำนาย โทรเลข   โทรศัพท์   โทรสาร   และข่าวสารที่ได้รับการบอกเล่ามา   หรือการสอบถามถึงเรื่องราวอื่นๆในทำนองเดียวกันนี้ก็ได้
    ๒.ใช้ในการทำนายคนที่ไม่รู้วัน  เดือน  ปีเกิดก็ได้
    ๓.ใช้ในการทำนายจดหมาย   ข่าวสารที่เร่งด่วน

​    ๔.ใช้ในการทำนาย ของหาย   คนหาย   สิ่งของหาย   รถหาย   เงินหาย   สร้อยหาย  สัตว์เลี้ยงหายเป็นต้น
    ๕.ถ้าเราคบใครถ้าเราอยากรู้ว่าคนนั้นดีหรือไม่ ให้ใช้การทำนายด้วยกาลชะตาดูก็จะรู้ในทันที

    ๖.คนที่เราใช้ไปทำงานสำคัญแทนตัวเราคนนั้นจะทำงานดีหรือไม่  จะทำงานสำเร็จหรือไม่ให้ใช้กาลชะตาทำนายดูก็จะรู้ในทันที

   แบบเรียนดวงยามอัฏฐกาลคลิกอ่านได้เลย

  https://sites.google.com/site/exguitarhora/bth-reiyn-dwng-yam-hor-thay-hnu
            ตัวอย่างคนไม่รู้วันเดือนปีเกิด
    -นางอุไรรัตน์    แปลงเมือง   มาขอให้พยากรณ์แต่นางไม่รู้วันเดือนปีเกิด   เมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ให้ใช้กาลชะตาทำการพยากรณ์   หล่อนมาให้พยากรณ์ในวันที่ ๕  มกราคม  พ.ศ.๒๕๕๙   เวลา ๑๐.๒๐ น.  ตรงกับวันอังคาร  แรม ๑๐  ค่ำ  เดือน ๑  ปีวอก
                    พื้นดวงชะตา
      3          4          5          6          7          1          2
      1          2          3          4          5          6          7
      7          1          2          3          4          5          6
     11         7         10        13        16        12        15
   -หล่อนมีคำถามอยู่ ๓ ข้อ คือ:-
        ๑.สามีไปทำงานอยู่ต่างประเทศ ๑๐ ปีแล้วไม่ได้ส่งข่าวให้ทราบเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่?
        ๒.รถยนต์ได้หายไป เมื่อวันที่ ๑๙  ธันวาคม  พ.ศ.๒๕๕๘  จะได้รถกลับคืนมาหรือไม่?
        ๓.ลูกสาวป่วยเป็นโรคมะเร็งเธอจะหายจากโรคนี้หรือไม่? 
​    -วิธีการทำนาย:-
       ๑.ให้ตั้งเลขในพื้นดวงชะตาก่อนโดยใช้ วันเดือนปีและเวลาที่เขามาขอคำพยากรณ์นั้นเป็นตัวตั้ง 
       ๒.ให้ดูวาสนาชะตาชีวิตของหล่อนก่อนว่าอยู่ในเกณฑ์ดีหรือเกณฑ์ร้ายให้ดูจากตัวเลขในภพอัตตะ 
       ๓.ให้ดูตัวเลขในภพปัตตนิเป็นจุดในการทำนายเรื่องของสามี
​       ๔.รถยนต์หายให้ดูตัวเลขในภพสหัชชะเป็นจุดในการทำนาย และให้ใช้ยามอัฏฐกาลยามที่ ๓ คือยามสุกระเป็นตัวชี้ขาดในการทำนาย
       ๕.ลูกสาวป่วยให้ดูตัวเลขในภพปุตตะเป็นจุดในการทำนาย
    -ตอบคำถาม:-
       -คำตอบที่ 1:- เลข 3  อยู่ในภพอัตตะซึ่งไปตรงกับภพสหัชชะและภพลาภะ     โดยมีเลข 13  เลขของมหาอุจหมายถึงวาสนาเป็นฐานบวก      ทำนายว่า "เจ้าชะตามีวาสนาชะตาชีวิตอยู่ในเกณฑ์ดี"
       -คำตอบที่ 2:- เลข 7  อยู่ในภพปัตตนิซึ่งไปตรงกับภพซึ่งไปตรงกับภพมาตาและภพมรณะ      โดยมีเลข 11  เลขของราชาโชคเป็นฐานบวก      ทำนายว่า "สามีไปทำงานที่ต่างประเทศได้ไปติดพันธ์กับผู้หญิงสูงอายุคนหนึ่งจึงสามารถ จะเดินทางมาบ้านได้ในตอนนี้อีก 7 ปี จึงจะเดินทางกลับบ้าน"
       -คำตอบที่ 3:-
 เลข 3  อยู่ในภพสหัชชะซึ่งไปตรงกับภพอัตตะและภพลาภะ   โดยมีเลข 13  เลขของมหาอุจเป็นฐานบวก      ทำนายว่า "รถถูกลักไปไม่ไกลประมาณ ๕-๖ วัน จะได้ข่าวไม่นานก็จะได้รถกลับคืนมา"
       -คำตอบที่ 4:- เลข 5  อยู่ในภพปุตตะซึ่งไปตรงกับภพธนังและภพทาสา      โดยมีเลข 12  เลขกำลังของดาวพระราหูเป็นฐานบวกซึ่งเป็นเลขคู่ศัตรูเล็กกับเลข 5  ซึ่งให้โทษในทางการสูญเสีย      ทำนายว่า "หายช้า  ถ้าได้หมอที่ไม่ชำนาญและยาที่ไม่ถูกกับโรคอาจจะถึงแก่ความตายก็ได้"
               กลบทฤาษีแปลงสาร
     -กลบทฤาษีแปลงสารมีประโยชน์ในการพยากรณ์ดังนี้
       ๑.ใช้ในการทำนายบุคคลที่ไม่รู้จักวันเดือนปีเกิด
       ๒.ใช้ในการทำนายบุคคลผู้ที่รู้วันเดือนปีเกิด แต่ตรวจดูในปฏิทิน ๑๕๐ ปีแล้ว  ปรากฏว่าไม่ถูกต้อง
     -หลักในการทำนายมีดังนี้:-
       ๑.ให้เอาชื่อจริงไปตรสจดูตามแบบเทียบอักษรที่เป็นตัวเลข  โดยใช้อักษรตัวหน้าของชื่อไปเทียบดูได้เลขอะไรให้ถือเป็นเลขของปีเกิด
       ๒.ให้เอาตัวอักษรตัวหน้าของนามสกุลไปเทียบเป็นตัวเลขได้เลขอะไร   ให้ถือเป็นเลขของเดือนเกิด
       ๓.ให้เอาเลขของวันเกิดและเลขของปีเกิดบวกกันได้ผลลัพธ์เท่าไหร่ให้ถือเป็น เลขของปีเกิด   แต่ถ้าบวกกันแล้วได้ผลลัพธ์มากกว่า ๗ ให้เอา ๗ หาร  ได้ผลลัพธ์เท่าไหร่ให้ถือเป็นเลขของปีเกิด
       ๔.ให้เอาเลขวันเดือนปีเกิดที่หาได้แล้วไปตั้งเป็นเลขของพื้นดวงชะตา  เป็นจุดสำคัญในการทำนาย
       ๕.การเทียบอักษรเป็นตัวเลขมีหลักในการเทียบดังนี้
           การเทียบอักษรเป็นตัวเลข
     -อะ        อา         อิ          อี          อุ          อู          เอ          โอ       = ๑
    
-ก          ข          ค          ฆ          ง          = ๒
     -จ          ฉ          ช          ซ          ญ        = ๓
     -ฎ          ฏ          ฐ          ฑ          ฒ        ณ         = ๔ 
     -บ          ป          ผ          ฝ          พ         ฟ          ภ          ม         = ๕
     -ศ          ษ          ส          ห          ฬ          อ          ฮ          = ๖
     -ด          ต          ถ          ท          ธ          น       = ๗

     -ย          ร           ล          ว        = ๘                         
      ตัวอย่างคนที่ไม่รู้จักวันเดือนปีเกิด
     -นายอุทิศ    เลิศรส   มาขอคำพยากรณ์ในวันที่ ๖   มกราคม   พ.ศ.๒๕๕๙    เวลา  ๑๒.๔๓ น.  ตรงกับวันพุธ   แรม ๑๑ เดือน ๑
     -หลักในการพยากรณ์:-
       1.อุ   เป็นสระตัวหน้าของชื่อ อุทิศ  เทียบอักษรได้เท่ากับเลข 1  เป็นเลขของวันเกิด
       2.เอ  เป็นสระตัวหน้าของนามสกุล เลิศรส  เทียบอัษรได้เท่ากับเลข 1   เป็นเลขของเดือนเกิด
       3.ให้เอาเลขของชื่อและนามสกุลที่หาได้แล้วมาบวกกัน    1 + 1   = 2   เลข 2  จึงเป็นเลขของปีเกิด
     -เจ้าชะตามีคฎถามอยู่ 3 ข้อ  คือ:-
       ๑.เมียได้หนีไปจากบ้านประมาณ ๒ เดือนกว่าแล้วหล่อนจะกลับมาหรือไม่?
       ๒.ลูกสาวเอาเงินสองแสนไปให้ร้านขายทองยืมจะได้คืนหรือไม่?
       ๓.ลูกชายจะไปสอบเข้าทำงานในเดือนหน้าจะสอบเข้าได้หรือไม่? 
                     เลขในพื้นดวงชะต
         1          2          3          4          5          6          7
       1          2          3          4          5          6          7
       2          3          4          5          6          7          1
       4          7         10        13        16        19        15 

    -วิธีการพยากรณ์:-  
       1.ให้ดูตัวเลขในภพอัตตะเพื่อที่จะได้รู้ว่าเจ้าชะตามีชะตาอยู่ในเกณฑ์ดีหรือร้าย
       2.เมียได้หนีไปจากบ้านให้ดูตัวเลขในภพปัตตนิเป็นจุดในการทำนาย
       3.ลูกสาวเอาเงินให้ร้านขายทองยืม ให้ดูเลขในภพปุตตะและภพธนังเป็นจุดในกาทำนาย
       4.ลูกชายไปสอบเข้าทำงาน ให้ดูเลขในภพปุตตะและเลขในภพกัมมะประกอบกัน
    -ตอบคำถามของเจ้าชะตา:-
     
 -เลข 1   อยู่ในภพอัตตะซึ่งไปตรงกับภพตนุและภพทาสี      โดยมีเลข 15  เลขกำลังของดาวพระจันทร์เป็นฐานบวก
ซึ่งเป็นเลขคู่ขัดแย้งกับเลข 1    เขามีเกณฑ์ชะตาอยู่ในเกณฑ์ต่ำ      ทำนายว่า "เจ้าชะตามีชะตาชีวิตอยู่ในเกณฑ์ตต่ำ"
       -ตอบปัญหาข้อที่ 1:- เลข 7  อยู่ในภพปัตตนิซึ่งไปตรงกับภพมัชฌิมาและภพทาสา     โดยมีเลข 19  เลขกำลังของดาวพฤหัสบดีเป็นฐานบวกซึ่งเป็นเลขคู่อัตคัดขัดสนกับเลข 7    ข้อนี้เป็นข้อที่คนหายต้องเอาเวลาที่เขามาขอให้พยากรณ์ประกอบด้วย เวลาที่เขามาขอคำพยากรณ์ในเวลา 12.43 น.  จะอยู่ในยามภุมมะ ยามอังคาร คือเลข 3   เลข 3  อยู่ที่ภพธนังซึ่งไปตรงกับภพสหัชชะและภพสุภะ     โดยมีเลข 7  เลขของเสาร์เล็กเป็นฐานบวกซึ่งเป็นเลขคู่ศัตรูเล็กกับเลข 3  ให้โทษในทางอิทธิพลมืด   ทำนายว่า "ภรรยาเกิดความขัดสนเรื่องเงินทองเพราะลูกสาวเป็นสาเหตุจึงได้ตัดสินใจไปทำ งานหาเงินที่ต่างประเทศเลยถูกพวกตุ้มตุ๋นหลอกให้ไปทำงานที่ต่างประเทศอีกไม่ นานก็จะถูกส่งกลับประเทศไทย"
       -ตอบปัญหาข้อที่ 2:- เลข 5  อยู่ในภพปุตตะซึ่งไปตรงกับภพมาตาและภพลาภะ   โดยมีเลข 13  เลขของมหาอุจเป็นฐานบวก   ถ้าเขายืม  เงินเลย 5 เดือนไปแล้วจะไม่ได้คืน  คือจะถูกโกง  
       -ตอบปัญหาข้อที่ 3:- ลูกชายจะสอบเข้าทำงานได้อย่างแน่นอน
                   กลบทงูกินหาง
    -กลบทงูกินหางมีประโยชน์ในการพยากรณ์ดังนี้
       ๑.ใช้พยากรณ์บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าชะตา    เช่น:-
           -บิดา  มารดา
           -พี่ชาย   น้องชาย
           -พี่สาว   น้องสาว
           -แฟน   ดู่ครอง
           -ลูกชาย   ลูกสาว
           -มิตรสหาย
           -ข้าทาสบริวาร
           -การลงทุน   การร่วมหุ้น   การเล่นแชร์
           -คดีความ
             -พ่อ หรือ บิดา   ให้ใช้เลขในภพปิตาเป็นจุดในการทำนาย
             -แม่ หรือ มารดา   ให้ใช้เลขในภพมาตาเป็นจุดในการทำนาย
             -พี่ชาย หรือ น้องชาย   ให้ใช้เลขในภพสหัชชะเป็นจุดในการทำนาย
             -พี่สาว หรือ น้องสาว    ให้ใช้เลขในภพสหัชชะเป็นจุดในการทำนาย
             -แฟน   คู่ครอง    ให้ใช้เลขในภพปัตตนิเป็นจุดในการทำนาย
             -มิตรสหาย    ให้ใช้เลขในภพสหัชชะเป็นจุดในการทำนาย
             -ทาสชาย   คนรับใช้ชาย    ให้ใช้เลขในภพทาสาเป็นจุดในการทำนาย
​             -ทาสหญิง   คนรับใช้หญิง    ให้ใช้เลขในภพทาสีเป็นจุดในการทำนาย
             -การลงทุน   การร่วมหุ้น   การเล่นแชร์    ให้ใช้เลขในภพปัตตนิเป็นจุดในการทำนาย
             -คดีความ    ให้ใช้เลขในภพปัตตนิเป็นจุดในการทำนาย

         ๒.วิธีการทำนาย:-
              ๑.ถ้าทำนายบุคคลให้เอาเลขในภพนั้นเป็นจุดในการทำนายให้ทำนายย้อนขึ้นด้วยเพื่อจะได้ดูความเกี่ยวข้องบุคคลนั้น  เช่น:-
               -นางนภารัตน์      ดวงดี    มาขอให้พยากรณ์เกี่ยวกับลูกชายที่ไปทำงานในต่างประเทศ  ลูกชายเกิดในวันที่ ๕  พฤษภาคม  พ.ศ.๒๕๐๕   ตรงกับวันเสาร์  ขึ้น  ๒  ค่ำ  เดือน ๖  ปีขาล  มาในวันที่ ๘  มกราคม   พ.ศ.๒๕๕๙    เวลา  ๙.๔๗ น.   ตรงกับวันศุกร์  แรม  ๑๔  ค่ำ  เดือน ๑   ปีวอก
              -มีคำถามอยู่ ๓ ข้อ  คือ:-
                ๑.เขาไปทำงานที่ต่างประเทศจะเป็นผลดีหรือผลร้ายแก่เขา?
                ๒.เขาจะทำงานอยู่ต่างประเทศประมาณกี่ปี?
                ๓.ลูกชายคนนี้เขาชอบเอาเงินไปร่วมหุ้นกับเพื่อนมันจะเป็นผลดีแก่เขาหรือไม่? 
                 
     เลขในพื้นดวงชะตา
           7          1          2          3          4          5          6
           6          7          1          2          3          4          5
           3          4          5          6          7          1          2
          16        12         8         11        14        10        13
     -วิธีพยากรณ์:-
          ๑.ให้ดูวาสนาชะตาชีวิตเขาก่อนว่าอยู่ในเกณฑ์ดีหรือร้าย
          ๒.ให้ดูเลขในภพสหัชชะซึ่งเป็นตัวแทนของลูกชาย
          ๓.ให้ดูตัวเลขในภพกัมมะเพื่อดูการงานของเขา
          ๔.ให้ดูอายุจรของเขาประกอบในการทำนาย
     -เลข 7   อยู่ในภพอัตตะซึ่งไปตรงกับภพกฎุมพะและภพพยายะ     โดยมีเลข 14  เลขพระเจ้าจักรพรรดิเป็นฐานบวก
 ทำนายว่า " วาสนาชะตาชีวิตของเขาอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง"
     -เลขใหภพสหัชชะคือเลข 1  ซึ่งไปตรงกับภพหินะและภพทาสา    โดยมีเลข 10  เลขกำลังของดาวพระเสาร์เป็นฐานบวก  ซึ่งเป็นเลขคู่ธาตุให้คุณในทางอำนาจ   ทำนายว่า "ลูกชายคนนี้เป็นคนขยันขันแข็งในการทำงานดีแต่มีนิสัยเป็นคนดื้อดึงมักทำตาม ใจของตนเองไมค่อยมีเหตุผล นิสัยอันนี้แหละจะเป็นผลเสียแก่เขาในภายหลัง"  
     -เลข 5   อยู่ในภพกัมมะซึ่งไปตรงกับภพโภคาและภพปัตตนิ     โดยมีเลข 8  เลขกำลังของดาวพระอังคารเป็นฐานบวก  ซึ่งเป็นเลขคู่สมพล ให้คุณในทางการพนัน    ทำนายว่า "ดวงชะตาของเขามีผลดีในการร่วมหุ้นลงทุนมากเขาจะได้เงินในการร่วมหุ้นในครั้งนี้มากพอสมควรมันจึงเป็นผลดีแก่เขามาก" 

     -เลขของอายุจรไปตกลงที่เลข 3  ในภพปุตตะซึ่งไปตรงกับภพปิตาและภพมรณะ     โดยมีเลข 16  เลขกำลังเศณษฐีเป็นฐานบวก     ทำนายว่า"การเดินทางไปหาเงินในต่างประเทศจะเป็นผลดีแก่เขามากจะได้ทั้งเงิน และจะไปเจอคู่ครองที่มีฐานะทางการเงินดีอึกด้วย"
     -ตอบปัญหาข้อที่ 1:- จะเป็นผลดีมากกว่าผลร้าย
     -ตอบปัญหาข้อที่ 2:- ประมาณ 4 ปี  ปีที่ 5 จะถูกศัตรูป้องร้ายจึงต้องเดินทางกลับ

     -ตอบปัญหาข้อที่ 3:- จะเป็นผลดีแก่เขามาก จะได้รับเงินก้อนใหญ่เกี่ยวกับการลงร่วมหุ้นในครั้งนี้
           ตัวอย่างเกี่ยวกับการทำนายคดีความ
   -นางวารินทร์    ถุงทอง   เกิดวันที่  ๙   มิถุนายน   พ.ศ.๒๕๓๕    ตรงกับวันอังคาร   ขึ้น  ๙  ค่ำ  เดือน ๗  ปีวอก  มาให้ทำนายคดีความเกี่ยวกับเรื่องที่ดินที่กำลังฟ้องร้องกันอยู่
      -ถามว่า:- จะแพ้หรือชนะคดี?
     -เจ้าชะตามาให้ทำนายเมื่อวันที่ ๙  มกราคม   พ.ศ.๒๕๕๙   เวลาา  ๑๐.๓๓ น.    ตรงกับวันเสาร์   ขึ้น ๑  ค่ำ  เดือน  ๒
ปีวอก

              เลขในพื้นดวงชะตา
          3          4          5          6          7          1          2
        7          1          2          3          4          5          6
        7          1          2          3          4          5          6
       17         6          9         12        15        11        14
     -หลักในการทำนาย:-
        1.ให้ดูเลขในภพอัตตะเพื่อจะดูว่าวาสนาชะตาชีวิตอยู่ในเกณฑ์ดีหรือร้าย
        2.ให้ดูเลขในภพปัตตนิเป็นจุดในการทำนายเรื่องคดีความ   จงพิจารณาดูภพปัตตนิให้ดีว่ามันไปตรงกับภพอะไร  ถ้าตรงกับภพที่ดีและฐานบวกก็ดีด้วย  คดีความนั้นจะต้องชะนะอย่างแน่นอนแน่นอน 
        3.ให้ดูอายุจร   วันจร   เดือนจร   ปีจร  เป็นจุดในการตัดสินชี้ขาดในการทำนาย
           -วิธีดูอายุจร  ให้เอาพ.ศ.ปัจจุบันคือ 2559  ตั้งแล้วลบด้วย พ.ศ.เกิดคือ 2535  ได้ผลลัพธ์ถือเป็นอายุปัจจุบัน
2559 - 2535     = 24  ปี เต็ม  เมื่อหาอายุปัจจุบันได้แล้วให้เอาไปไล่หาเลขอายุจรในพื้นดวงชะตา
           -วิธีหาเลขวันจร ให้เอาวัที่เขามาขอให้ทำนายนั้นไปตรวจดูว่ามันไปตกอยู่ภพไหน
           -วิธีหาเดือนจร  ให้เอาเดือนที่เขามาให้ขอให้ทำนายนั้นไปตรวจดูที่พื้นดวงชะตาว่ามันไปตกอยู่ภพไหน
           -วิธีหาปีเกิด   ให้เอาเลขประจำปีเกิดที่เขามาขอให้ทำนายนั้นไปตรวจดูที่พื้นดวงชะตาว่ามันไปตกอยู่ภพไหน
      -วิธีการทำนาย:-

         -เลขในภพอัตตะคือเลข 3  ซึ่งไปตรงกับภพพันธุและภพลาภะ     โดยมีเลข 12  เลขกำลังของพระราหูเป็นฐานบวกซึ่ง เป็นเลขคู่ธาตุ ให้คุณในทางการเป็นเจ้านักเลข      ทำนายว่า "เจ้าชะตาชอบดำเนินอาชีพแบบอิสระส่วนมากจะหนักไปในเล่นหุ้นเล่นแชร์การลงทุนและ การพนัน  ถ้าเจ้าชะตาเป็นเจ้าของบ่อนหรือเป็นเจ้ามือแทงหวยจะถูกโฉลกกับชะตาชีวิตมาก  ชะตาชีวืตอยู่ในเกณฑ์ดี"
        -เลข 6  อยู่ในภพปัตตนิซึ่งเลขคดีความไปตรงกับภพปิตาและภพทาสี     โดยมีเลข 14  เลขกำลังของพระเจ้าจักรพรรดิเป็นฐานบวก     ทำนายว่า "คดีความของเจ้าชะตามีผู้ใหญ่ชายที่เป็นญาติของสามีคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ อย่างลับๆ"
        -เลขของอายุจรคือเลข 5  อยู่ในภพธนังซึ่งไปตรงกับภพอริและภพทาสา     โดยมีเลข 11  เลขของราชาโชคเป็นฐานบวก      ทำนายว่า "เจ้าชะตาต้องหมดเงินไปเยอะเหมือนกันจึงชนะคดี"
        -เลข 7  อยู่ในภพมาตาเป็นเลขของวันที่มาให้ดูซึ่งไปตรงกับภพตนุและภพมรณะ      โดยมีเลข 17  เลขกำลังของดาวพระพุธเป็นฐานบวกซึ่งเป็นเลขคู่สมพลกับเลข 7  ให้คุณในทางความจริง
        -เลข 2  คือเลขของเดือนที่มาให้ดูอยู่ในภพมัชฌิมาซึ่งไปตรงกับภพสหัชชะและภพกัมมะ     โดยมีเลข 9  เลขกำลังของดาวพระเกตุเป็นฐานบวก   ทำนายว่า "จะให้ผลโดยฉับพลันทันทีในสิ่งที่กระทำเอาไว้อย่างเหนือความคาดหมาย"
        -เลข 7  คือเลขของปีที่มาขอให้ทำนายอยู่ในภพมาตาซึ่งไปตรงกับภพตนุและภพมรณะ     โดยมีเลข 14  เลขกำลังของดาวพระพุธเป็นฐานบวก  ซึ่งเป็นเลขคู่สมพล ให้ผลในทางความจริง      ทำนายว่า "เจ้าชะตาจะชนะคดีนี้ร้อยเปอร์เซ็นเต็ม"
      -ตอบปัญหา: จะชนะคดี  100 %  เต็มอย่างแน่นอน.  
        การทำนายเรื่องของหาย
     การ ทำนายเรื่องของหายให้ใช้การทำนายแบบยามอัฏฐกาลดีที่สุดแม่นยำดีง่ายสะดวก สบายรวดเร็วกว่าการทำนายแบบอื่น เพราะมันสามารถทำการทำนายได้ทุกชนืดทุกรูปแบบ 
         เช่น:- 
นางรวี   ศรีสกุล  เกิดวันที่ ๘  มกราคม   พ.ศ.๒๕๑๘    ตรงกับวันพฤหัสบดี   ขึ้น ๗  ค่ำ  เดือน ๒   ปีเถาะ  

        -รถมอเตอร์ไซค์ได้หายไปเมื่ิอวันที่ ๒๐  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๒    เวลาประมาณบ่าย 3 โมงเย็น  ตรงกับวันเสาร์   ขึ้น ๗  ค่ำ  เดือน ๓  ปีฉลู
        -มีคำถามอยู่ ๓ ข้อ คือ:-
          ๑.ใครเป็นคนลักไป?
          ๒.ตอนนี้รถอยู่ที่ไหน? 
          ๓.รถที่หายไปจะได้คืนหรือไม่?
              เลขในพื้นดวงชะตา
          5          6          7          1          2          3          4
        2          3          4          5          6          7          1
        3          4          5          6          7          1          2
       10        13        16        12        15        11         7
     -หลักในการทำนาย:-
       ๑.ให้ดูว่าเลขของวันเกิดในภพอัตตะเป็นเลขคู่ศัตรูกับเลขของเดือนเกิดในภพตนุหรือไม่
       ๒.ให้ดูว่าเลขของเดือนเกิดในภพตนุเป็นเลขคู่ศัตรูกับเลขของปีเกิดในภพมรณะหรือไม่
       ๓.ให้ดูเลขในภพสหัชชะและฐานบวกเป็นจุดในการทำนาย
       ๔.ให้ดูเลขของยามที่รถหายเป็นจุดในการทำนาย
       ๕.ถ้าอยากรู้ว่ารถที่หายไปตอนนี้อยู่ที่ไหน?   ให้ดูเลขของเดือนเกิดเป็นจุดในการทำนาย
       ๖.ถ้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนลักขโมยไป    ให้ดูเลขในฐานของปีเกิดเป็นจุดในการทำนาย
     -วิธีการทำนาย:-
        ๑.เลข 5  ในภพอัตตะเป็นเลขคู่ศัตรูใหญ่กับเลข ๒ ในภพตนุ     ให้โทษในทางมีความคิดเห็นขัดแย้งทะเลาะวิวาทกัน
เสียคะแนนไป ๒๕ %
​         ๒.เลข 2  ในภพตนุเป็นเลขคู่ศัตรูใหญ่กับเลข 3  ในภพมรณะซึ่งเป็นเลขของปีเกิด    ให้โทษในทางกล้าทำในทางที่ผิด   เสียคะแนนไป ๒๕ %  
        3.เลข 4  อยู่ในภพสหัชชะซึ่ไปตรงกับภพมัชฌิมาและภพสุภะ     โดยมีเลข  13  เลขกำลังมหาอุจเป็นฐานบวก  ได้คะแนน 25 %
        4.เวลา 15.00 น. - 16.30 น.  ของวันเสาร์  เป็นยามจันเทา  เลข 2  อยู่ในภพมาตาซึ่งไปตรงกับตนุและภพทาสี     โดยมีเลข 7  เลขของเสาร์เล็กเป็นฐานบวก   ซึ่งเป็นเลขคู่ศัตรูเล็กกับเลข 2  ให้โทษ
ในทางพลัดพรากจากกันและความผิดหวัง
เสียคะแนน 25 %
 
      -ตอบปัญหาที่ถาม:-
         ๑.คนที่ลักขโมยรถไปเป็นชาย
รูปร่างสันทัด  ผิวเนื้อดำแดง
         ๒.ผู้หญิงรูปร่างข้าวท้วมมีอายุชาวสวนเป็นคนซื้อเอาไว้
         ๓.รถมีโอกาสได้คืน 25 %    มีโอกาสไม่ได้รถคืน 75 %    เพราะฉะนั้นจึงทำนายได้อย่างเต็มปากว่า "รถที่หายไปจะไม่ได้คืนอย่างแน่นอน" 


              การทำนายตามตำราของยามอัฏฐกาล

               ยามอัฏกาล ภาคกลางวัน

        

                       วันอาทิตย์ภาคกลางวัน
     -เวลา ๖.๐๑ น. - ๗.๓๐ น.          เป็นยามสุริชะ
       -ยามนี้ข่าวที่ได้รับร้ายทั้งสิ้น อย่าได้เชื่อถือ  จะรับคนเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านมีแต่จะถูกทรยศหักหลัง สิ่งของที่เขามาเสนอเป็นของลักขโมยมาถ้ารับไว้ระวังจะมีโทษ  ถ้าสิ่งของหายก็อยู่ไม่ไกล คนในบ้านนั้นแหละลักเอาไป   ห้ามทำการมงคลโดยเด็ดขาด 
     -เวลา  ๗.๓๐ น. - ๙.๐๐ น.          เป็นยามสุกระ
       -ยามนี้ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวลวงไม่แน่นอนบอกว่าตายอาจจะรอด  ใครมาชักชวนไปไหนอย่าได้ไปโดยเด็ดขาดอาจจะถูกลวงไปฆ่าหรือไปทำมิดีมิร้ายก็ ได้หรืออาจจะลวงไปเรียกค่าไถ่หรือปล้นทรัพย์ก็ได้   ทำการมงคลไม่ดีเลย
     -เวลา  ๙.๐๑ น. - ๑๐.๓๐ น.          เป็นยามพุธะ
       -ยามนี้เป็นยามที่จะเกิดถ้อยคดีความหรือข้าวของเสียหาย  ให้ระวังคนมาบอกข่าวล้วนเป็นข่าวร้ายทั้งสิ้น
     -เวลา  ๑๐.๓๑ น. - ๑๒.๐๐ น.         เป็นยามจันเทา
       -ยามนี้ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวที่แน่นอน  ถ้าของหายจะถูกนำเอาไปซ่อนไว้ในที่ลับตา ของอยู่นอกบ้านไม่ได้อยู่ในบ้านเลย
     -เวลา  ๑๒.๐๑ น. - ๑๓.๓๐ น.          เป็นยามเสารี
       -ยามนี้ไม่ควรเจรจากันเรื่องการงานหรือคุยกันในเรื่องที่จะถกเถียงกัน ไม่ควรทำการมงคลเพราะจะทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้นในภายหลัง
     -เวลา  ๑๓.๓๑ น. - ๑๕.๐๐ น.          เป็นยามคะรู
       -ยามนี้เป็นยามวุ่นวายไม่ควรประกอบการมงคลใดๆทั้งสิ้น  ยกเว้นแต่การพิจารณาคดีหรือสืบพยานจึงจะต้องโฉลก
     -เวลา  ๑๕.๐๑ น. - ๑๖.๓๐ น.          เป็นยามภุมมะ
       -ยามนี้เหมาะสำหรับการตกลงยอมความประนีประนอมและการจับกุมคนร้าย  ถ้าได้ข่าวเกี่ยวกับคนป่วยทำนายว่ายังไม่หายแต่ก็ยังไม่ตาย  การตกลงทำสัญญาใดๆจะมีอุปสรรคไม่สำเร๊จ
     -เวลา  ๑๖.๓๑ น. - ๑๘.๐๐ น.          เป็นยามสุริชะ
       -ยามนี้เป็นยามที่ปลอดโปร่งดีเหมาะแก่การเจรจาง้อนง้อคืนดี  ประนีประนอมเรื่องหนี้สิน  การเดินทางเพื่อแสวงหาโชคลาภก็สดใสผ่องแผ้วดี  จะทำสัญญาเงินกู้ก็ได้ผลดี  คนเจ็บหรือข่าวที่ได้ยินมาเป็นข่าวจริงไม่หลอกลวง

     -สรูปยามดียามร้ายของวันอาทิตย์ ภาคกลางวัน

        -ยามดี  คือยามที่  ๔    ๗    ๘

        -ยามร้าย  คือยามที่  ๑    ๒    ๓    ๕    ๖     


                   วันจันทร์ภาคกลางวัน
     -๖.๐๐ น. - ๗.๓๐ น.          เป็นยามจันเทา
       -ยามนี้ไม่ดี ถ้าตกลงทำสัญญาใดๆจะมีการเบี้ยวเกิดขึ้นในภายหลัง รับจำนองจำนำอะไรก็ตามให้ระวังของปลอม  และให้ระวังเรื่องร้อนรนร้าวฉาน  ข่าวที่ได้ยินมาไม่ว่าจะดีหรือร้ายมีโอกาสผลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ ง่ายๆ  ห้ามทำการมงคล
     -๗.๓๑ น. - ๙.๐๐ น.          เป็นยามเสารี
       -ยามนี้เป็นยามอุบาทว์  การหลอกลวงต้มตุ๋นหลอกลวงรับอรุณก็ยามนี้แหละ  จะรับคนเข้าบ้านเปิดประตูรับใครให้ดูหน้าดูหลังเสียก่อนไม่งั้นจะวุ่นวาย แน่  ข่าวที่รับได้รับเป็นข่าวลวงทั้งสิ้น ใครมาชวนให้ไปไหนมาไหนด้วยอย่าไปโปรดระวังให้ดี
     -๙.๐๑ น. - ๑๐.๓๐ น.          เป็นยามคะรู
       -ยามนี้เป็นยามดี  จะไปทวงหนี้  ขอกู้หนี้  ประนอมหนี้หรือติดต่อธุรกิจทำมาค้าขายให้ทำได้ในทันที  จะมีการตกลงทำสัญญาใดๆให้ทำได้ในทันที  ข่าวที่ได้รับส่วนมากเป็นข่าวดีและแน่นอน  ทำการมงคลได้ทุกชนิด
     -๑๐.๓๑ น. - ๑๒.๐๐ น.          เป็นยามภุมมะ
       -ยามนี้เป็นยามอุบาทว์  ตกลงทำสัญญาใดๆก็จะกลับกลายเป็นร้ายไปหมด  ทำการเปิดร้านดีแต่ตอนแรกต่อไปในภายหลังจะเกิดความพินาศฉิบหาย  เป็นยามที่เหมาะแก่การหลอกลวงต้มตุ๋นของพวกมิจฉาชีพ  อย่าไว้ใจคนแปลกหน้าโดยเด็ดขาด  อย่าซื้อขายของร้อนของไม่ดีจะเดือดร้อนในภายหลัง
     -๑๒.๐๑ น. - ๑๓.๓๐ น.          เป็นยามสุริชะ
       -ยามนี้เป็นยามไม่ดี จะมีผู้คิดปองร้ายมีผู้วางแผนอันเร้นลับให้ร้าย  ห้าทเดินทางจะเกิดเป็นอันตราย
     -๑๓.๓๑ น. - ๑๕.๐๐ น.          เป็นยามศุกะระ
       -ยามนี้ทำการมงคลดี  เรื่องร้ายจะกลับกลายเป็นดี  จะปรับความเข้าใจต่อรองยอมความกันได้  ข่าวที่ได้ยินมาล้วนแต่เป็นข่าวดี  คนป่วยว่าไม่ตาย  ที่ป่วยเกือบตายถ้าได้ข่าวยามนี้แล้วหาย
     -๑๕.๐๑ น. - ๑๖.๓๐ น.          เป็นยามพุธะ
       -ยามนี้เรียกว่าเป็นยามมรณะ  จะเดินทางไปไหนมาไหนโปรดระมัดระวังให้ดีเดี๋ยวจะเป็นอันตรายไม่ตายก็คาง เหลือง  จำได้ว่าในสมัยพล ต.อ. เผ่า  ศรียานนท์  อธิบดีกรมตำรวจ ได้ใช้ฤกษ์นี้เข้าปราบปรามโจรผู้ร้ายบาดเจ็บล้มตายกันระนาว  ท่านห้ามนักอย่าได้ทำการใดๆเลยมีแต่เสียกับเสียไม่มีได้  ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวร้ายแทบทั้งสิ้น
     -๑๖.๓๐ น. - ๑๘.๐๐ น.          เป็นยามจันเทา
       -ยามนี้ดีทำการมงคลได้ทุกชนิด  เจรจาความเมืองดี  ทวงหนี้สินดีตกลงซื้อขายดี  ฉลองการขึ้นบ้านใหม่ก็ดีทั้งนั้น  เป็นยามที่มีฤกษ์ดีแต่ถ่ายเดียว  ข่าวที่ได้รับล้วนแล้วแต่เป็นข่าวดีแทบทั้งสิ้นไม่มีเสียเลย  ถ้าถามถึงคนป่วยว่าไม่ตาย จะหายป่วย

     -สรูปยามดียามร้ายของวันจันทร์ ภาคกลางวัน

        -ยามดี  คือยามที่  ๓    ๖    ๘

        -ยามร้าย  คือยามที่  ๑    ๒    ๔    ๕    ๗

            
           วันอังคารภาคกลางวัน
     -๖.๐๑ น. - ๗.๓๐ น.     เป็นยามภุมมะ
       -ยามนี้ ทำกิจการงานใดๆดีครึ่งเสียครึ่ง  ไม่ทำเสียเลยจะดีกว่า  ข่าวที่ได้รับดีและร้ายปานๆกันนั่นแหละ
     -๗.๓๑ น. - ๙.๐๐ น.     เป็นยามสุริชะ
       -ยามนี้เป็นยามปลอดโปร่ง จะทำอะไรจะติดต่ออะไรก็ดีทั้งนั้น  จะมีความสำเร็จดีนักแล  ข่าวที่ได้รับล้วนแล้วเป็นข่าวดีแทบทั้งสิ้น
     -๙.๐๑ น. - ๑๐.๓๐ น.    เป็นยามศุกะระ
       -ยามนี้เป็นยามร้ายไปไหนไม่สะดวกมักจะมีการหลอกลวงคดโกงต้มตุ๋นและทรยศหัก หลังกันต่างๆนานา  เซ็นสัญญาใดๆไม่ดี  ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวลวงแทบทั้งสื้น
     -๑๐.๓๑ น. - ๑๒.๐๐ น.    เป็นยามพุธะ
       -ยามนี้เป็นยามปลอดโปร่งโล่งใจดี จะทำอะรไก็ดีทั้งนั้น  ข่าวที่ได้รับล้วนเป็นข่าวดี
     -๑๒.๐๑ น. - ๑๓.๓๐ น.          เป็นยามจันเทา
       -ยามนี้ ห้ามตกลงเป็นนายประกันให้เขาและการค้ำประกันทุกอย่าง  ห้ามรับคนเข้ามาอยู่ในบ้านจะกลับกลายเป็นงูพิษใครมาบกข่าวให้ไปไหนจงอย่าไปโดยเด็ดขาดจะเกิดเป็นอันตราย
     -๑๓.๓๑ น. - ๑๕.๐๐ น.     เป็นยามเสารี
       -ยามนี้เป็นยามร้าย ร้อนใจจะแพ้แก่คนพาล  ไปไหนมาไหนไม่ดีโปรดระวัง  ข่าวที่ได้รับไม่ดีทั้งสิ้น
     -๑๕.๐๑ น. - ๑๖.๓๐ น.    เป็นยามคะรู
       -ยามนี้เป็นยามมรณะกาล ห้ามเดินทาง  ห้ามทำการรณรงค์สงคราม  ห้ามทำการมงคลทุกชนิด  ไม่จำเป็นอย่าทำการหักาญโดยเด็ดขาด ยามนี้ร้ายยิ่งนัก  ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวร้ายทั้งนั้น  ใตรมาชวนไปไหนมาไหนอย่าได้ไปเป็นเด็ดขาดขืนไปตายลูกเดียว
     -๑๖.๓๑ น. - ๑๘.๐๐ น.          เป็นยาภุมมะ
       -ยามนี้เป็นยามดีมาก  จะย่าตราไปไหน ทำอะไรล้วนปลอดโปร่ง  จะจัดเลี้ยงสังสรรค์และทำสัญญาใดๆ ก็ใหรีบทำดีนักแล  ข่าวที่ได้รับล้วนเป็นขาวดีทั้งสิ้น  ตำรวจจะจู่โจมจับตัวผู้ร้ายก็จะจับกุมได้หมด

     -สรูปยามดียามร้ายของวันอังคาร ภาคกลางวัน

        -ยามดี  คือยามที่  ๒    ๔    ๘

        -ยามร้าย  คือยามที่  ๓    ๕    ๖    ๗

        -ยามที่  ๑   คือยามครึ่งดีครึ่งร้าย 
        
           วันพุธภาคกลางวัน
     -๖.๐๑ น. - ๗.๓๐ น.    เป็นยามพุธะ
       -ยามนี้ดีมากจะทำอะไรมักจะได้ผลดี  เด็กที่เกิดในยามนี้ท่านว่าสวรรค์ส่งมาเกิดมีบุญวาสนาดีจะเดินทางไปทางใดก็ สะดวกสบายดีมีอุปสรรคน้อยไม่ค่อยลำบากเหมือนคนอื่น   ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวดีแทบทั้งนั้น
     -๗.๓๑ น. - ๙.๐๐ น.    เป็นยามจันเทา
       -ยามนี้เหมาะแก่ฤกษ์มงคลรดน้ำสังข์ในการแต่งงาน  จะเข้าพระเข้านางก็ดี  จะเจรจาสู่ขอใช้ยามนี้ปลอดภัยยิ่งนัก  ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวดีแทบทั้งสิ้น
     -๙.๐๑ น. - ๑๐.๓๐ น.     เป็นยามเสารี
       -ยามนี้เป็นยามร้าย  เป็นทหารตำรวจออกลาดตระเวนโปรดระวังให้ดียามนี้ร้ายนัก  จะไปไหนมาไหนในที่เปลี่ยวอย่าได้ประมาทอาจจะถูกโจมตีได้ง่ายๆ  มีคนมาชวนให้ไปในที่เปลี่ยวด้วยกันอย่าได้ไปยามนี้ร้ายมากกว่าดี  ข่าวที่ได้รับล้วนเป็นข่าวร้ายแทบทั้งนั้น
     -๑๐.๓๑ น. - ๑๒.๐๐ น.     เป็นยามคะรู
       -ยามนี้เป็นยามร้ายที่ต่อเนื่องกันมา  ไม่ควรทำการมงคลใดๆ  หากจะเดินทางไกลให้เลื่อนออกไปอย่าได้ไปในยามนี้เดี่๋ยวจะกลายเป็นผีเฝ้า ถนนได้ง่ายๆ   ข่าวที่ได้รับมาล้วนเชื่อถือไม่ได้เลย
     -๑๒.๐๑ น. - ๑๓.๓๐ น.     เป็นยามภุมมะ
       -ยามนี้ดี เดินทางไกลไปค้าขายดีจะมีโชคลาภและผลกำไรงาม  ทำการมงคลดี  ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวดี
     -๑๓.๓๑ น. - ๑๕.๐๐ น.      เป็นยามสุริชะ
       -ยามนี้ไม่ดีจะมีคนคิดปองร้าย  จะเดินทางไปไหนโปรดระวังให้ดีเดี๋ยวภัยจะมาถึงตัวอย่างไม่คาดฝัน คนคิดร้ายจะจู่โจมเอา  ข่าวที่ได้รับร้ายนักแล
     -๑๕.๐๑ น. - ๑๖.๓๐ น.     เป็นยามศุกะระ
       -ยามนี้เหมาะแก่การทวงหนี้หรือไปพบปะเจรจาเรื่องการงาน  จะไปหาใครเลือกยามนี้ดีที่สุดจะได้พบปะไม่หนีไปไหน
ตำรวจที่จะตามจับผู้ร้ายให้ใช้ยามนี้ดีที่สุดคงจะได้ตัวผู้ร้ายอย่างแน่นอนทีเดียว  โอกาสที่จะพบมีมาก   ข่าวที่ได้รับล้วนเป็นข่าวดี
     -๑๖.๓๑ น. - ๑๘.๐๐ น.     เป็นยามพุธะ
       -ยามนี้ห้ามการเดินทางไปในที่เปลี่ยวๆหรือในที่ๆมีอันตราย ถ้าไม่จำเป็นให้ยับยั้งเอาไว้ก่อนเป็นดีที่สุด  หากทำการอะไรแล้วมันไม่งอกเงยให้อยู่เฉยๆดีกว่า  ใครมาชักชวนให้ไปไหนการไม่ไปนั้นแหละเป็นดีที่สุด ถ้าไปอาจจะตายหรือมิฉะนั้ก็คางเหลือง   ข่าวที่ได้รับมาร้ายมากกว่าดีโปรดระมัดระวังให้มาก

      -สรูปยามดียามร้ายของวันพุธ ภาคกลางวัน

        -ยามดี  คือยามที่  ๑    ๒    ๕    ๗

        -ยามร้าย  คือยามที่  ๓    ๔    ๖    ๘      
                
              วันพฤหัสบดีภาคกลางวัน
     -๖.๐๑ น. - ๗.๓๐ น.          เป็นยามคะรู
       -ยามนี้เป็นยามที่เป็นมงคล  สร้างบ้านใหม่ ขึ้นบ้านใหม่  แต่งงานออกรถออกเรือ  เปิดร้านทำธุรกิจการค้าดี  ใช้เป็นฤกษ์ในการไปนั่งทำงานเป็นวันแรกดี  ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวดีไม่มีเสีย
     -๗.๓๑ น. - ๙.๐๐ น.          เป็นยามภุมมะ
       -ยามนี้อยู่เฉยๆดีที่สุด  ไม่ต้องไปดิ้นรนอะไรเป็นดีที่สุด   ข่าวที่ได้รับมาล้วนไม่แน่นอน
     -๙.๐๑ น. - ๑๐.๓๐ น.          เป็นยามสุริชะ
       -ยามนี้เป็นยามดี จะทำการมงคลอะไรก็ดีทั้งนั้น จะไปสู่ขอและการแต่งงานดีทั้งนั้น   ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวดีทั้งนั้น
     -๑๐.๓๐ น. - ๑๒.๐๐ น.          เป็นยามศุกะระ
       -ยามนี้ให้ระวังของหาย  คนหนี  เจ้าหนี้ตาม  ยามพลัดพรากทำอะไรก็ไม่ดี  บั้นปลายมือจะร้ายทำอะไรโปรดระวังให้ดี   ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวร้ายทั้งสิ้น
     -๑๒.๐๑ น. - ๑๓.๓๐ น.          เป็นยามพุธะ
       -ยามนี้เป็นยามแคล้วคลาด  จะไปทวงหนี้หริอติดต่อทำสัญญาใดๆไม่สะดวกพบก็มีเหตุขัดข้อง  ทำอะไรไม่ดีเลย  ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวร้าย
     -๑๓.๓๑ น. - ๑๕.๐๐ น.          เป็นยามจันเทา
       -ยามนี้เป็นยามพลัดพรากโลเลไม่แน่นอน พบคนรักหรือทำอะไรในยามนี้เอาแน่นอนไม่ได้   ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวที่ไม่แน่นอน
     -๑๕.๐๑ น. - ๑๖.๓๐ น.          เป็นยามเสารี
       -ยามนี้เรียกว่ายามชนะศึก  จะยาตราไปรบและเข้าจู่โจมจับกุมทำลายล้างพวกมิจฉาชีพดีนักแล มีแต่ได้ไม่มีเสีย  เป็นยามอุดมมงคลของขุนศึก   ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวดี
     -๑๖.๓๑ น. - ๑๘.๐๐ น.          เป็นยามคะรู
       -ยามนี้ทำการมงคลดีทุกอย่างสะดวกสบายดีนักแล   ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวดีทั้งสิ้นแล

     -สรูปยามดียามร้ายของวันพฤหัสบดี ภาคกลางวัน

        -ยามดี  คือยามที่  ๑    ๒    ๓    ๕    ๗    ๘

        -ยามร้าย  คือยามที่  ๔    ๖        
          
               วันศุกร์ภาคกลางวัน
     -๖.๐๑ น. - ๗.๓๐ น.    เป็นยามศุกะระ
       -ยามนี้เป็นยอดยามอุดมมงคล  จะเปิดบริษัทห้างร้านโรงงานโรงเรียนสมาคมและสำนักงาน  ขึ้นบ้านใหม่แต่งงาน  ปลูกบ้านสร้างเรือนยกเสาเอก  หรือจะเริ่มทำกิจการใดๆให้ตั้งเป็นยามปฐมฤกษ์ดียิ่งนักท่านเอ๋ย ถ้าปลูก บ้านสร้างเรือนก็จะอยู่เย็นเป็นสุข  ถ้าใช้เป็นฤกษ์ในการแต่งงานก็จะถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร  ถ้าใช้เป็นฤกษ์เปิดร้านขายของกิจการค้าจะเจริญก้าวหน้าดียิ่งนัก   ข่าวที่ได้ยินมาล้วนแต่เป็นข่าวยอดดี
     -๗.๓๑ น. - ๙.๐๐ น.    เป็นยามพุธะ
       -ยามนี้เป็นยามดีในการรดน้ำสังข์ในเวลาแต่งงานหรือฤกษ์ยกขันหมากดีนักจะอยู่กันยืดยาวดีไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ขาวที่ได้รับส่วนมากจะเป็นข่าวดี
     -๙.๐๑ น. - ๑๐.๓๐ น.    เป็นยามจันเทา
       -ยามนี้ให้ระวังเรื่องข่าวลวงหรือคนพาไปไหนมาไหนอย่าได้ไปมันร้ายมากกว่าดี   ข่าวที่ได้รับร้ายทั้งสิ้นโปรดระมัดระวังให้ดี
     -๑๐.๓๑ - ๑๒.๐๐ น.    เป็นยามเสารี
       -ยามนี้ทำกิจการใดๆไม่ดี มักจะไม่สำเร็จ  จะตกลงทำสัญญาใดอย่าได้ทำในเวลานี้จะมีเรื่องให้ตามแก้ไม่มีที่สิ้นสุดข่าวที่ได้รับมาสับสนไม่แน่นอน
     -๑๒.๐๑ น. - ๑๓.๓๐ น.    เป็นยามคะรู
       -ยามนี้ห้ามทำการมงคลใดๆทั้งสิ้น  การเดินทางก็ควรงด อย่าได้ไปเป็นหมู่คณะในยามนี้ จะได้กลับมาไม่หมดแล ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวไม่ดี
     -๑๓.๓๑ น. - ๑๕.๐๐ น.    เป็นยามภุมมะ
       -ยามนี้เป็นยามแห่งการต่อสู้  การจู่โจม  การเข้าเจรจาขายของหรือการขอสินเชื่อดีนักแลจะทำสำเร็จโดยง่ายดายข่าวที่ได้รับล้วนเป็นข่าวดี
     -๑๕.๐๑ น. - ๑๖.๓๐ น.          เป็นยามสุริชะ
       -ยามนี้เป็นยามเหมาะแก่การนัดพบ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม  นัดพบแล้วได้ผลสมความมุ่งหมาย  จะขอเข้าพบผู้ใหญ่ก็ได้ทั้งนั้น  จะเจรจาขอความเห็นใจก็คล่องดี    ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวดีทั้งสิ้น
     -๑๖.๓๑ น. - ๑๘.๐๐ น.    เป็นยามศุกะระ
       -ยามนี้เป็นยามดี จะรดน้ำสังข์แต่งงานก็ดีทั้งนั้น  จะใช้ฤกษ์นี้เป็นฤกษ์สำเร็จก็ได้ดีนักแล   ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวดี

     -สรูปยามดียามร้ายของวันศุกร์ ภาคกลางวัน

        -ยามดี  คือยามที่  ๑    ๒    ๖    ๗    ๘

        -ยามร้าย  คือยามที่  ๓    ๔    ๕

  
               วันเสาร์ภาคกลางวัน
     -๖.๐๑ น. - ๗.๓๐ น.     เป็นยามเสารี
       -ยามนี้เป็นยามแห่งชัยชนะ  ใชเคลื่อนพลทหารหรือตำรวจเขาจับกุมพวกทุจิตมิจฉาชีพ     ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวดี
   -๗.๓๑ น. - ๙.๐๐ น.         เป็นยามคะรู     

     -ยามนี้เป็นยามหลอกลวงล้วงตับคู่ศัตรู  โปรดระวังการหลอกลวง   ถ้าจะทำเอกสารสัญญาใดๆให้ทบทวนดูให้ดีๆเสียก่อน  จะรับคนเข้ามาอยู่อาศัยภายในบ้านโปรดดูให้ดีๆเสียก่อนเดี๋ยวจะเสียใจในภาย หลัง   ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวลวง
     -๙.๐๑ น. - ๑๐.๓๐ น.    เป็นยามภุมมะ
       -ยามนี้เป็นยามที่เหมาะในทางการเจรจา    ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวดี
     -๑๐.๓๑ น. - ๑๒.๐๐ น.     เป็นยามสุริชะ
       -ยามนี้เหมาะแก่การการู่โจม ตัดหน้าและการเจรจาตัดสินใจโดยรีบด่วน  ต้องแก่งแย้งแข่งขันชิงดีชืงเด่นเอาชัยชนะใช้ฤกษ์นี้ดีนักแล    ข่าวที่ได้รับไม่แน่นอนอะไรอาจจริงหรืออาจเท็จก็ได้
     -๑๒.๐๑ น. - ๑๓.๓๐ น.    เป็นยามศุกะระ
       -ยามนี้เหมาะแก่การหลบหนี  แหกด่าน  แหกที่คุมข้ง หรือการโจมตีข้าศึกศัตรูให้พินาศ  จะมีโอกาสรอดมากกว่าเสียข่าวที่ได้รับมีทั้งข่าวดีและข่าวเสีย
     -๑๓,๓๑ น. - ๑๕.๐๐ น.    เป็นยามพุธะ
       -ยามนี้เป็นยามที่ไม่ดี  ห้ามทำการมงคลทั้งปวง  ถ้าเจ็บไข่ได้ป่วยจะร้ายแรง  ใครมาชวนไปไหนมาไหนให้ระวัง อย่าได้ไว้ใจเป็นเด็ดขาดจะเป็นอันตรายในภายหลัง     ข่าวที่ได้รับล้วนเป็นข่าวลวงอย่าไว้ใจ
     -๑๕.๐๑ น. - ๑๖.๓๐ น.     เป็นยามจันเทา
       -ยามนี้เป็นยามร้าย  ถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยจะมีอาการหนัก  จะไปไหนมาไหนถ้าไม่จำเป็นจริงๆให้งดไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง     ข่าวที่ได้รับล้วนเป็นข่าวร้ายทั้งสิ้น
     -๑๖.๓๑ น. - ๑๘.๐๐ น.          เป็นยามเสารี

       -ยามนี้ดียิ่งนักแล  จะทำการมงคลสิ่งใดก็ดีทุกอย่าง จะติดต่อการงานใดๆก็ดีทั้งนั้นให้เร่งทำเถิด   ข่าวที่ได้รับล้วนแล้วแต่เป็นข่าวดีทั้งสิ้น

     -สรูปยามดียามร้ายของวันเสาร์ ภาคกลางวัน

        -ยามดี  คือยามที่  ๑    ๓    ๔    ๕    ๘

        -ยามร้าย  คือยามที่  ๒   ๖    ๗  

 

            ยามอัฏฐกาล ภาคกลางคืน 

    

     วันอาทิตย์ภาคกลางคืน
     -๑๘.๐๑ น. - ๑๙.๓๐ น.     เป็นยามระวิ
       -ยามนี้ให้ระวังโจรผู้ร้าย  การแตกหัก  การเสียข้าวของ  การพลัดตกหกล้ม  ระวังจะถูกงูพิษกัดหรือแมลงมีพิษต่อยไม่ควรกระทำการมงคล  แต่เป็นฤกษ์ดีในการจู่โจมเข้าจับกุมและการตรวจค้นเหมาะสมที่สุด   ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวร้ายแทบทั้งสิ้น
     -๑๙.๐๑ น. - ๒๑.๐๐ น.     เป็นยามชีโว
       -ยามนี้เหมาะแก่การโจมตี  การทำสงครามและการตกลงธุรกิจต่างๆที่ต้องมีการตกลงรายการใหญ่ๆ เหมาะมากในช่วงนี้  จะเข้าจับกุมผู้ร้ายก็ดีนักแล  จะมีชัยสมคะเนทุกประการ  ข่าวที่ได้รับสวนมากเป็นข่าวดี
     -๒๑.๐๑ น. - ๒๒.๓๐ น.     เป็นยามศะศิ
       -ยามนี้ทำการมงคลส่งตัวเข้าห้อหรือทำการฉลองขึ้นบ้านใหม่  เจิมเสาเอกเสาโทหรือทำการมงคลนีนักแล  ข่าวที่ได้รับล้วนเป็นข่าวดีแทบทั้งสิ้น
     -๒๒.๓๑ น. - ๒๔.๐๐ น.     เป็นยามศุกะโร
       -ยามนี้ไม่ให้ทำการมงคล  เพียงแต่ให้ตั้งทัพรออยู่ที่คอยรับมือโจรผู้ร้าย  ให้งดเว้นการเดินทาง  ข่าวที่ได้รับล้วนเป็นข่าวร้ายแทบทั้งสิ้น
     -๒๔.๐๑ น. - ๐๑.๓๐ น.     เป็นยามภุมโม
       -ยามนี้ไม่เหมาะแก่การทำมงคลทุกชนิด  แต่เหมาะสำหรับการเข้าทำศึกเพื่อชัยชนะนับว่าได้ผลดี
     -๐๑.๓๑ น. - ๐๓.๐๐ น.     เป็นยามโสโร
       -ยามนี้ห้ามทำการมงคลโดยเด็ดขาด    ถ้าเป็นทหารระวังจะถูกโจมตีรับอรุณ  รณรงค์สงครามก็ไม่ดีระวังจะถูกดักซุ่มโจมตี  เป็นยามไพร่พลเข้าเมืองไม่เฟื้องฟู
     -๐๓.๐๑ น. - ๐๔.๓๐ น.     เป็นยามพุโธ
​       -ยามนี้ไม่เหมาะแก่การทำมงคลทุกชนิด  เป็นยามที่กรุงศรีอยุธยาแตกเสียเอกราชแก่พม่าข้าศึก  ถ้าเป็นทหารให้ระวังข้าศึกจะโจมตีอย่าประมาท
     -๐๔.๓๑ น. - ๐๖.๐๐ น.     เป็นยามระวิ
       -ยามนี้เป็นยามที่ห้ามการทำมงคลทุกชนิด ห้ามการเดินทางยับยั้งอยู่กับที่ดีที่สุด
     -สรูปยามดียามร้ายของวันอาทิตย์ ภาคกลางคืน
       -ยามดี  คือยามที่  ๒    ๓    ๘

       -ยามร้าย  คือยามที่  ๑    ๔    ๕    ๖    ๗      

            วันจันทร์ภาคกลางคืน
     -๑๘.๐๑ น. - ๑๙.๓๐ น.     เป็นยามศะศิ
       -ยามนี้ดีนักแลทำอะไรก็ไม่ติดขัด  เด็กที่เกิดในยามนี้จะมีตบะเดชะมากและมีปัญญาประเสริฐเลิศนักแล
     -๑๙.๓๑ น. - ๒๑.๐๐ น.    เป็นยามศุกะโร
       -ยามนี้ทำงานมงคลดีนัก  จะส่งตัวเข้าหอดี  จะตกลงทำสัญญาใดๆก็ดีทั้งนั้น  ไม่เหมาะอย่างเดียวคือการจับกุมจี้ปล้นและหลอกลวงมีหวังติดคุกหัวโตอย่าง แน่นอน
     -๒๑.๓๑ น. - ๒๒.๓๐ น.     เป็นยามภุมโม
       -ยามนี้ห้ามการทำมงคลทุกชนิด  งดการเจรจาหารือ ควรจะออมชอมไม่งั้นจะวงแตก
     -๒๒.๓๑ น. - ๒๔.๐๐ น.     เป็นยามโสโร
       -ยามนี้ร้ายหรือดีก็พอๆกันได้ครึ่งเสียครึ่ง   ทำการได้แต่ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเช่น ตำรวจจะไปทะลายแก๊งมิจฉาชีพอย่างถอนรากถอนโคนจะทำการจับกุมไม่ได้หมดตัวการ จะหนีไปได้  ข่าวที่ได้รัยดีร้ายพอๆกัน
     -๒๔.๐๑ น. - ๑.๓๐ น.     เป็นยามพุโธ
       -ยามนี้ร้าย ห้ามออกจากเคหสานไปทธุรกิจข้างนอกบ้าน  เป็นยามยมขันธ์ไม่มีดีมีแต่ร้ายกับตาย  ถ้าไม่อยากคอขาดบาดตายอย่าได้ออกไปเชียวร้ายยิ่งนัก  ใครมาเรียกอย่าขานอย่าเปิดประตูรับ  เว้นไว้แต่ได้นัดเวลากันไว้หรือเคยเป็นคนเข้านอกออกในมาก่อน  ให้ระวังเอาไว้เป็นดีที่สุด
     -๑.๓๑ น. - ๓.๐๐ น.      เป็นยามระวิ
       -ยามนี้เป็นยามปลอดดีนักแล  แต่เวลานี้ส่วนใหญ่จะนอนหลับกันหมดแล้ว
     -๓.๐๑ น. - ๔.๓๐ น.     เป็นยามชีโว
       -ยามนี้เป็นยามดีรับอรุณ  จะจู่โจมจับกุมหรือทำการมงคลใดๆก็จงเลือกเอาตามสบาย  ข่าวที่ได้รับดีทั้งนั้น  คนป่วยว่าจะตายอาจจะไม่ตายก็ได้
     -๔.๓๑ น. - ๖.๐๐ น.     เป็นยามศะศิ
       -ยามนี้ยอดเยี่ยมดีนักแลจะทำอะไรก็ดีทั้งนั้น  
        -สรูปยามดียามร้ายของวันจันทร์ ภาคกลางคืน
         -ยามดี  คือยามที่  ๑    ๒    ๖    ๗    ๘

         -ยามร้าย  คือยามที่  ๓    ๕

         -ยามที่  ๔  เป็นยามครึ่งดีครึ่งร้าย     
 
           วันอังคารภาคกลางคืน
     -๑๘.๐๑ น. - ๑๙.๓๐ น.     เป็นยามภุมโม
       -ยามนี้เป็นยามที่พระรถได้ดวงตาของนางสิบสองแล้วจะกลับเมืองยักษ์  ยามนี้ปลอดโปร่งดีนักแล  จะทำการสิ่งใดก็จะสัมฤทธ์ผลทุกอย่าง ท่านว่าดีเยี่ยมให้รีบทำเถิด
     -๑๙.๓๑ น. - ๒๑.๐๐ น     เป็นยามโสโร
       -ยามนี้เป็นยามดีสำหรับผู้เล่นหุ้นและเล่นการพนัน  จะเล่นเป็นเจ้ามือหรือลูกมือก็ได้ท่านว่าดีนักแล  ท่านเรียกยามนี้ว่า "เป็นยามผีพนัน" แต่อย่างอื่นไม่ดี
     -๒๑.๐๑ น. - ๒๒.๓๐ น.     เป็นยามพุโธ
       -ยามนี้เป็นยามดี  ตกลงทำสัญญาอะไรก็ดีทั้งนั้นตลอดปลอดภัยดีทุกประการ
     -๒๒.๓๑ น. - ๒๔.๐๐ น.     เป็นยามระวิ
       -ยามนี้เป็นยามมรณะอีกยามหนึ่ง  ห้ามการทำมงคลทุกชนิด  และห้ามการเดินทางอีกด้วย
     -๒๔.๐๑ น. - ๑.๓๐ น.     เป็นยามชีโว
       -ยามนี้เป็นยามที่พิลึกกึกกือคือยามที่ทำให้ยามที่ร้ายกลับกลายเป็นดี  ทำการมงคลได้แม้ว่าฤกษ์แวดล้อมจะเสียก็ตาม  สำรับยามนี้ใช้ข่มฤกษ์อื่นยามอื่นได้ทั้งหมด  ทำอะไรให้รีบทำเถิดดีนักแล  ข่าวที่ได้รับถึงเป็นข่าวร้ายก็จะกลับกลายเป็นดีไปหมด
     -๑.๓๑ น. - ๓.๐๐ น.     เป็นยามศะศิ

       -ยามนี้เป็นยามฉุกละหุกมากจะจับกุมหรือหลบหนีมีโอกาสเท่าๆกัน คือรอดก็รอดไปเลย  ถ้าไม่รอดก็ปะทะหรือจะเอ๋กันไปเลย  ดังนั้นยามนี้จึงไม่เหมาะกับการเสี่ยงใดๆ ไม่ดีเลย  ข่าวร้ายกับข่าวดีก็พอๆกัน

     -๐๓.๐๑ น.  -  ๐๔.๓๐ น.     เป็นยามศุกะโร

       -ยามนี้เป็นยามร้าย ไม่ควรจะออกนอกชายคาบ้าน  โจรผู้ร้ายและภัยต่างๆมีมากหลายและอันตรายก็ล้นเหลือ  จะนัดผู้หญิงพาหนีหรือพาขึ้นโรงแรมระวังจะถูกจับได้ง่ายๆ  ยามนี้ไม่ควรทำมงคลทุกชนิด  ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวร้ายทั้งสิ้น

     -๐๔.๓๑ น.  -  ๐๖.๐๐ น.      เป็นยามภุมโม

       -ยามนี้ดีนักแล ทำมงคลอะไรก็ได้  ยกฤกษ์เบิกอรุณกันเลยทีเดียว ไม่ต้องกลัวทำการมงคลได้ทุกชนิด  ข่าวที่ได้รับดีมากไม่ต้องสงสัยเลย  คนป่วยทายว่าจะรอดไม่ตายเลย

     -สรูปยามดียามร้ายของวันอังคาร ภาคกลางคืน

        -ยามดี  คือยามที่  ๑    ๒    ๓    ๕    ๘

        -ยามร้าย  คือยามที่  ๔    ๖    ๗

        
     วันพุธภาคกลางคืน
     -๑๘.๐๑ น. - ๑๙.๓๐ น.      เป็นยามพุโธ
​       -ยามนี้ตกยามพระลอเดินดงไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวอะไรไม่ได้ไม่เสีย ไปไหนมาไหนเพื่อแสวงหาโชคลาภไม่ดีเลย  แต่ก็ไม่มีอันตรายอะไรเพราะผ่านยามร้ายมาแล้ว  ข่าวที่ได้รับมีทั้งดีและร้ายก้ำกึ่งกัน
     -๑๙.๓๑ น. - ๒๑.๐๐ น.     เป็นยามระวิ
       -ยามนี้ จะขอช่วยเหลืออะไรก็เร่งทำเถิดดีนักแล  เหมาะแก่ผู้หลักผู้ใหญ่จะให้ความเมตตาช่วยเหลือแก่ผู้น้อย  ข่าวที่ได้รับดีมากกว่าร้าย
     -๒๑.๐๑ น. - ๒๒.๓๐ น.     เป็นยามชีโว
       -ยามนี้เป็นยามเลือกคู่เรียงหมอนอ้อนออดงอนง้อขอความรักหรือเจรจาเรื่อง ปัญหาหัวใจดีที่สุด  มันจะทำให้ผู้หญิงหัวใจอ่อนเพราะมันเป็นยามที่ทำให้คนหัวใจอ่อนได้ง่ายๆ  ข่าวที่ได้รับส่วนมากจะเป็นข่าวดี
     -๒๒.๓๑ น. - ๒๔.๐๐ น.     เป็นยามศะศิ
       -ยามนี้ทำธุรกิจเรื่องความรักดีนักแล  ข่าวที่ได้รับส่วนใหญ่ดี
     -๒๔.๐๑ น. - ๑.๓๐ น.      เป็นยามศุกะโร
       -ยามนี้เป็นยามโสกาอาดูร  มีแต่ความหดหู่รันทดใจ  ไปไหนมาไหนโปรดระวังให้ดีเดี๋ยวจะมีภัย   ข่าวที่ได้รับมีแต่ข่าวร้ายทั้งนั้น
     -๑.๓๑ น. - ๓.๐๐ น.       เป็นยามภุมโม
       -ยามนี้เป็นยามไม่ดีเพราะเป็นยามปล่อยคุณไสย์  ยามผีออกหลอกหลอนและเป็นยามกาลีอีกด้วย  ห้ามมิให้ออกจากเคหสถานบ้านเรือน  ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวร้าย
     -๓.๐๑ น. - ๔.๓๐ น.      เป็นยาม็นยามโสโร 
       -ยามนี้เป็นยามกึ่งดีกึ่งร้าย ไม่ควรทำการมงคลใดๆทั้งสิ้น  ข่าวที่ได้รับมาล้วนแต่เป็นข่าวที่ไม่แน่นอน
     -๔.๓๑ น. - ๖.๐๐ น.      เป็นยามพุโธ
       -ยามนี้เป็นยามอุดมมงคล  จะยกขันหมากหรือยาตราทัพดีทั้งนั้น  ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวดีทั้งนั้น
     -สรูปยามดียามร้ายของวันพุธ ภาคกลางคืน
       -ยามดี  คือยามที่   ๒   ๓   ๔   ๘

       -ยามร้าย  คือยามที่  ๕    ๖    ๗

       -ยามที่ ๑  เป็นได้ทั้งดีและร้าย

        
               วันพฤหัสบดีภาคกลางคืน
     -๑๘.๐๑ น. - ๑๙.๓๐ น.    เป็นยามชีโว
       -ยามนี้เป็นยามบอกรัก ใช้ในการฝากรักดีนักแล  ทำการมงคลอะไรก็ดีทั้งนั้น   ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวดี
     -๑๙.๓๑ น. - ๒๑.๐๐ น.    เป็นยามศะศิ
       -ยามนี้เป็นยามดีใช้เป็นฤกษ์ในการสู่ขอหรือประกอบพิธีในการหมั่นดีนักแล  จะทำการมงคลอะไรก็ดีทั้งนั้น   ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวดี
     -๒๑.๐๑ น. - ๒๒.๓๐ น.     เป็นยามศุกะโร
       -ยามนี้เป็นยามดีในการแสวงหาคู่ บอกฝากรักดีนักแล  จะทำให้เพศตรงกันข้ามเกิดความเห็นอกเห็นใจ   ข่าวที่ได้รับล้วนเป็นข่าวดี
     -๒๒.๓๑ น. - ๒๔.๐๐ น.     เป็นยามภุมโม
       -ยามนี้ใช้เป็นฤกษ์ส่งตัวเจ้าสาวเข้าหอดีนักแล  ใช้เป็นฤกษ์เรียงหมอนอย่างง่ายๆดีนัก    ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวดี
     -๒๔.๐๑ น. - ๑.๓๐ น.    เป็นยามโสโร
       -ยามนี้เป็นยามครึ่งดีครึ่งร้าย  ไม่ควรทำการมงคลอะไรเป็นดีที่สุดเพราะเป็นฤกษ์เสีย   ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวไม่ดี
     -๑.๓๑ น. - ๓.๐๐ น.     เป็นยามพุโธ
       -ยามนี้เป็นยามมรณะห้ามออกจากบ้าน  ห้ามเปิดประตูรับคนเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้าน    ห้ามออกลาดตระเวณโดยเด็ดขาดจะมอดม้วยมรณา   ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวร้าย
     -๓.๐๑ น. - ๔.๓๐ น.      เป็นยามระวิ
       -ยามนี้เป็นยามร้ายสำหรับผู้เดินทางในทางน้ำ  อย่าเดินทางในทางเรือจะประสบกับภัยของพายุเรือจะอับปางหรือแตก  ยามนี้ชาวเรือควรระมัดระวังให้มาก  เพราะเป็นยามสมุทรพิโรธแล
     -๔.๓๑ น. - ๖.๐๐ น.      เป็นยามชีโว
       -ยามนี้เป็นยามที่ดีมาก  จะเดินทางและจะทำการมงคลใดๆก็ดีทั้งนั้นรีบทำเถิด  ยามนี้ถือเป็นมงคลฤกษ์   ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวดี
       -สรูปยามดียามร้ายของวันพฤหัสบดี       
         -ยามดี  คือยามที่  ๑    ๒    ๓    ๔    ๘

         -ยามร้าย  คือยามที่  ๖    ๗ 

         -ยามที่  ๕  เป็นได้ทั้งดีและร้าย


      วันศุกร์ภาคกลางคืน
     -๑๘.๐๑ น. - ๑๙.๓๐ น.     เป็นยามศุกะโร
       -ยามนี้เป็นยามดีเป็นฤกษ์ที่มีชัยใช้ทำมงคลได้ทุกอย่างตามแต่จะปราถนาดีนักแล    ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวดี
     -๑๙.๓๑ น. - ๒๑.๐๐ น.     เป็นยามภุมโม
       -ยามนี้ร้ายเหลือดีเรื่องดีจะกลับกลายเป็นร้ายไปหมด  การทวงหนี้การปรับความเข้าใจจะไม่สำเร็จ  ความอวดดีจะกลับกลายเป็นเรื่องเลวร้าย  ให้ระมัดระวังให้ดี    ข่าวที่ได้รับล้วนเป็นข่าวร้าย
     -๒๑.๐๑ น. - ๒๒.๓๐ น.     เป็นยามโสโร
       -ยามนี้ไม่กระทำการมงคลใดๆทั้งสิ้น  ห้ามโดยเด็ดขาด     ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวร้ายทั้งสิ้น
     -๒๒.๓๑ น. - ๒๔.๐๐ น.    เป็นยามพุโธ
       -ยามนี้ไม่ดีเลย ไม่ควรออกจากบ้านไปไหนมาไหน    ข่าวที่ได้รับร้ายนัก
     -๒๔.๐๑ น. - ๑.๓๐     เป็นยามระวิ
       -ยามนี้ร้ายนักไม่ดีเลย  ทำการร้ายมิได้เดี๋ยวจะถูกจับกุมหรือมีอันเป็นไปอย่างแน่นอน  ไม่ควรทำการมงคลใดๆทั้งสิ้นข่าวที่ได้รับไม่ดีเลย
     -๑.๓๑ น. - ๓.๐๐ น.    เป็นยามชีโว
       -ยามนี้เป็นดิถีพิฆาต  จะยาตราไปไหนโปรดระวังให้ดีจะเป็นอันตราย   ข่าวที่ได้รับร้ายทั้งนั้นไม่ควรเชื่อถือ   เป็นกฤษ์จี้ปล้น
     -๓.๐๑ น. - ๔.๓๐ น.    เป็นยามศะศิ
       -ยามนี้เป็นยามดี  จะทำการมงคลใดๆก็ดีทั้งนั้น    ข่าวที่ได้รับล้วนแต่เป็นข่าวดี
     -๔.๓๑ น. -๖.๐๐ น.     เป็นยามศุกะโร
       -ยามนี้เป็นยามดีรับอรุณ  จะเดินทางไปไหนมาไหนก็จะมีแต่ความปลอดภัย  จะประสบแต่ควาสุขความเจริญ  ทำการมงคลใดๆก็ดีทั้งนั้น     ข่าวที่ได้รับล้วนแล้วแต่เป็นข่าวดีทั้งสิ้นไม่มีเสีย
    -สรูปยามดียามร้ายของวันศุกร์ ภาคกลางคืน
      -ยามดี  คือยามที่   ๑   ๗   ๘
     -ยามดี คือยามที่   ๒   ๓    ๔    ๕    ๖  

            วันเสาร์ภาคกลางคืน
     -๑๘.๐๑ น. - ๑๙.๓๐ น.     เป็นยามโสโร
       -ยามนี้เข้าไปหาเจ้านาย  เจรจาปรับความเข้าใจกันดียิ่งนัก  เจรจาขอความช่วยเหลือต่างๆก็ดี     ข่าวที่ได้รับล้วนเป็นข่าวดี
     -๑๙.๓๑ น. - ๒๑.๐๐ น.    เป็นยามพุโธ
       -ยามนี้รับอาสาเจ้านายดี  สื่อข่าว  ส่งเอกสารและทำการติดต่อประสานงานต่างๆดีนักแล     ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวที่แน่นอน
     -๒๑.๐๑ น. - ๒๒.๓๐ น.    เป็นยามระวิ
       -ยามนี้เป็นยามที่เหมาะแก่การโจมตี  การแอบดูพฤติกรรมของคนร้ายที่ลักล้อบทำผิดกฏหมาย  จะรู้เบาะแสการทำชั่วของมันได้ดี     ข่าวที่ได้รับล้วนเป็นข่าวดี
     -๒๒.๓๐ น. - ๒๔.๐๐ น.    เป็นยามชีโว
       -ยามนี้เป็นยามดักพบลูกหนี้  หรือดักจับคนร้ายดีทำอย่างอื่นไม่ดี   ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวร้ายโปรดระวัง
     -๒๔.๐๑ น. - ๑.๓๐ น.     เป็นยามศะศิ
       -ยามนี้เหมาะแก่การส่งกำลังบำรุง  การรุกรบบุกโจมตีให้แตกกระจายจะได้ชัยชนะโดยง่าย  เรียกว่า "ฤกษ์หนุมานทลายสวน" ข่าวที่ได้รับครึ่งดีครึ่งร้าย
     -๑.๓๑ น. - ๓.๐๐ น.     เป็นยามศุกะโร
       -ยามนี้ห้ามทำการมงคลทุกชนิด  ถ้ามีเสียงเอะอะเอ็ดตะโรภายนอกบ้าน จงได้ใส่ใจมันเป็นยามร้าย   อย่าออกนกเคหสถานบ้านเรือน   ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวร้ายทั้งสิ้น
     -๓.๐๑ น. - ๔.๓๐ น.     เป็นยามภุมโม
       -ยามนี้ ห้ามทำการมงคลทุกชนิด  ถ้าคิดตัดช่องย่องเบาและจี้ปล้นในเวลานี้ มีหวังเข้าไปนอนในมุ้งสายบัวแน่นอนข่าวที่ได้รับล้วนเป็นข่าวร้าย
     -๔.๓๐ น. - ๖.๐๐ น.    เป็นยามโสโร
       -ยามนี้เป็นยามร้าย  ไม่ควรทำการมงคลทุกชนิด  ให้ระวงจะเกิดอุบัติเหตุ   ข่าวที่ได้รับเป็นข่าวร้ายแทบทั้งสิ้น
     -สรูปยามดียามร้ายของวันเสาร์ ภาคกลางคืน
       -ยามดี  คือยามที่  ๑   ๒    ๓   ๕   
       -ยามร้าย คือยามที่  ๔    ๖    ๗    ๘         

                ดิถีฤกษ์ชัย

       สำหรับดิถีฤกษ์ไชยแต่โบราณนั้นผมได้จัดทำเป็นตารางให้ดูง่ายๆดังนี้ครับ
ดิถี ขึ้น/แรม    ชื่อดิถี    ความหมาย
   ๑ ค่ำ    ขี่ม้าแก้วสู่โรงธรรม ฯ    หากเดินทางก็จะปลอดภัย ประสบผลสำเร็จ หากต้องการลาภก็จะได้ผลตามปรารถนา ท่าน
ว่าวันนี้ต้องการทำการอย่างใดก็ได้ทั้งสิ้น
   ๒ ค่ำ    ฟังธรรมกลางป่าช้า ฯ    วันนี้ท่าว่าเป็นวันที่ไม่ดี และไม่ดีผสมกัน หากต้องการความสำเร็จก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรค
อย่างมากมาย การเดินทางปลอดภัยแต่โดดเดี่ยวและมีอุปสรรค เป็นวันที่โดดเดี่ยวขาดผู้อุปถัมภ์
   ๓ ค่ำ    ล้างมือไว้ท่าคอยกิน ฯ    วันนี้เป็นวันดีทำอะไรก็จะสำเร็จผลทุกๆประการ
   ๔ ค่ำ    ฝ่าตีนส่องแดด ฯ    ท่านว่าวันนี้ไม่ดีไม่ควรริเริ่มทำการเดินทาง ขึ้นบ้าน หาลาภผล เพราะชื่อก็บอกเอาไว้ว่า ห้ามเดินทาง
   ๕ ค่ำ    ผีแวดเวียนเอา ฯ    ท่านว่าวันนี้มีอิทธิพลจากสิ่งที่มองไม่เห็นเช่นภูตผี ปิศาจมารังควาญดังนั้นจึงห้ามออกเดิน
ทาง ทำการมงคลใดใด
   ๖ ค่ำ    ลงสำเภาพ่อค้า ฯ    ท่านว่าวันนี้เป็นวันดี เหมาะแก่การแสวงหาลาภผล การเดินทางเจรจาติดต่อการค้าขาย
   ๗ ค่ำ    บ่ายหน้าควายชน ฯ    ท่านห้ามกระทำการมงคลใดใด หรือการเดินทางเพราะจะเผชิยกับอุปสรรค หนักเข้าอาจจะ
เลือดตกยางออก
   ๘ ค่ำ    ทำวนบ่ทันเมี้ยน ฯ    ท่านว่าวันนี้ไม่ดี ห้ามลงทุนค้าขาย ห้ามเดินทาง เปิดร้าน
   ๙ ค่ำ    ต้องเสี้ยนนารายณ์ฯ    ท่านว่าทำการวันนี้จะเป็นโทษเหมือนดังยักษ์ต้องศรนารายณ์ ผู้ใหญ่จะให้โทษ
   ๑๐ ค่ำ    หาความบ่มิได้ ฯ    ท่านว่าวันนี้เป็นวันดี ปลอดโปร่งไม่มีเพศภัยอันใด เหมาะแก่การเปิดร้านค้า เดินทาง ขึ้น
บ้านใหม่
   ๑๑ ค่ำ    ความไข้บ่ได้มี ฯ    ท่านว่าวันนี้เป็นวันดี เหมาะแก่การเดินทาง เปิดร้าน ย้ายบ้าน จะอยู่เย็นเป็นสุข
   ๑๒ ค่ำ    บ่ดีแต่สักคาบ ฯ    ท่านว่าวันนี้เป็นวันที่หาความเจริญไม่ได้ ห้ามทำการมงคล ออกเดินทางเพราะไม่ดีตลอด
ทั้งกลางวันกลางคืน ฯลฯ
   ๑๓ ค่ำ    ไชยปราบชมภู ฯ    วันนี้เป็นวันดี ควรแก่การมงคลทุกชนิด จะชนะอุปสรรคทั้งปวง
   ๑๔ ค่ำ    ศัตรูปองฆ่า ฯ    ท่านว่าวันนี้ร้ายมาก ห้ามทำการมงคล ออกเดินทาง จะพบศัตรูคู่อาฆาต หากขึ้นบ้านใหม่จะทะเลาะเบาะแว้ง หากออกรถใหม่ก็จะเป็นความ
   ๑๕ ค่ำ    วายชีวาบ่คืน ฯ    ห้ามพิเศษโดยเฉพาะวันดับ อมาวสีหรือแรม 15 ค่ำห้ามประการมงคลทั้งปวง

              ผ่าดวงชะตาเลข ๗ ตัว

  

    http://www.hora-thai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539515253&Ntype=21

   เมื่อผู้ศึกษาเรียนวิชาเลข ๗ ตัว  ๔  ฐานจบแล้ว  เรียนจบในที่นี่ผู้เขียนตำราไม่ได้ถึงการอ่านตำราจบนะ  แต่หมายถึงผู้ศึกษาตำราเล่มนี้  ได้ทำนายดวงชะตาชีวิตของคนได้อย่างถูกต้องแม่นยำแล้วเท่านั้น   ถ้าทำนายยังไม่แม่นยำให้ไปอ่านทบทวนตำราใหม่ เมื่อทบทวนเข้าใจแล้วให้ฝึกทำนายชะตาชีวิตของคนให้มากๆ  เมื่อเราได้ทำนายให้ใครแล้วโปรดติดตามดูว่า มันเป็นไปตามที่เราทำนายให้เขาหรือไม่  ถ้ามันผิดพลาดจากคำที่เราทำนายให้เขาโปรดทำการแก้ไขตรงนั้นให้ดี ให้ทำการบันทึกจดจำเอาไว้ให้ดี  ไม่นานเราก็จะรู้จักคำทำนายที่ถูกต้องตรงนั้นได้อย่างแน่นอน

    อนึ่งวันนี้ข้าพเจ้าอยากให้ผู้ศึกษาทั้งหลายคลิกอ่านดูวิธีผ่าดวงเลข  ๗  ตัว   ฉบับมหากาพย์ดู  ท่านจะได้ความรู้ประกอบคำทำนายเพิ่มขึ้นอีกมากมายทีเดียว              

                

     

     

                    

                    

 

 

 

 

    เป็นเนื้อหาของบทความหรือสินค้าโดยละเอียด

กรุณาใส่ข้อความ …

Visitors: 23,108