2.Two Noun

 

          
                     http://www.clipartkid.com/common-nouns-cliparts/

                   กลุ่มคำที่ทำหน้าทีเป็นคำนาม
   -ก่อน ที่จะผ่านเรื่องราวของคำนามไป  ข้าพเจ้าใคร่จะนำเอากลุ่มของคำที่ใช้เป็นคำนามได้มาแสดงให้ผู้ศึกษาทั้ง หลายดูเพื่อจะได้รู้ว่าคำนามนั้นยังมีกลุ่มคำอีกชนิดหนึ่งที่ใช้เป็นนามได้  กลุ่มคำที่ใช้เป็นนามได้ชนิดนี้แหละที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องเกิดความสงสัยมา เป็นเวลาถึง 10 ปี  เมื่อข้าพเจ้ามาเรียนภาษาอังกฤษในทางอินเตอร์เน็ตและอ่านข้อความในเว็บไซต์ มากเข้า  ข้าพเจ้าจึงเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มคำที่ใช้เป็นนามทั้งหลายเหล่านี้อย่างทะลุ ปรุโปร่งโดยไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป  ข้าพเจ้าคิดว่ากลุ่มคำเหล่านี้มันมีประโยชน์มากถึงอย่างไรผู้ศึกษาทั้งหลาย ก็จะต้องได้เรียนกลุ่มคำเหล่านี้อย่างแน่นอน  เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงนำมันมาสอนให้ผู้ศึกษาทั้งหลายได้รู้เอาไว้  ถ้าใครรู้กลุ่มคำเหล่านี้อย่างทะลุปรุโปร่งแล้วผู้นั้นจะพูดและเขียนภาษา อังกฤษได้ดีมากทีเดียว
  ประโยคที่ทำให้ข้าพเจ้าเกิดความสงสัยมา 10 ปี คือ:- 
     -To  attack  a  white  friend  is  evil  sin.
       =การประทุษร้ายมิตรผู้บริสุทธิ์เป็นบาปอันมหันต์.
     -To  attack  a  white  friend   กลุ่มคำเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นนามและเป็นประธานของประโยค
     -is    ทำหน้าที่เป็นกิริยาของประโยค
     -evil  sin      ทำหน้าที่เป็น complement คือเป็นส่วนประกอบที่ทำให้ประโยคเกิดความสมบูรณ์
   เมื่อผู้ศึกษาทั้งหลายังสนใจการเรียนภาษาอังกฤษอยู่ท่านจะหลีกหนีการเรียน รู้กลุ่มคำเหล่านี้ไปไม่ได้  เมื่อหลีกหนีไม่ได้ก็ควรจะเรียนรู้มันให้แจ่มแจ้งเสียเลยดีกว่า  กลุ่มคำเหล่านี้มีอยู่ด้วยกัน  4  ชนิด คือ:
     1.Noun  Clause (นาวน์  คลอส)    คือ  อนุประโยคที่ใช้เป็นคำนาม
     2.Noun  phrase (นาวน์  เฟรส)     คือ  วลีที่ใช้เป็นคำนาม
     3.Infinitive (อินฟินิทีฟว์)     คือ  รูปกิริยาที่ใช้เป็นนามที่ตั้งต้นด้วย to
     4.Gerund (เจอรันดฺ)     คือ  คำนามที่มาจากกิริยาที่เติม ing 
        หน้าที่ของกลุ่มคำทั้งหลายเหล่านี้  
       -กลุ่มคำทั้งหลายเหล่านี้มีหน้าที่  5  อย่างในประโยค คือ:-
      1.เป็น subject   คือเป็นประธานของประโยค
      2.เป็น object   คือเป็นกรรมของกิริยา
      3.เป็นกรรมของ  preposition   คือเป็นกรรมของคำบุรพบท
      4.เป็น complement   คือเป็นส่วนประกอบที่ทำให้ประโยคเกิดความสมบูรณ์
      5.เป็นคำ overlap noun   คือเป็นนามซ้อน 
            Noun  Clause
    -Noun  Clause  คืออนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นคำนามและมีหน้าที่เหมือนคำนามทุกประการ Noun  Clause จะต้องประกอบด้วยคำเชื่อมต่อไปนี้ตัวใดตัวหนึ่งเสมอ คือ:- that,     when,     what,     why,     where,     how,     if
  -กิริยาที่ใช้กับ Noun  Clause มักเป็นกิริยาที่ไม่เรียกหากรรม  เช่น  say,     tell,     know,     hope,     hear,     understand,     see,     believe.     ask,     thank     เป็นต้น 
   Noun  Clause ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค
   -Noun  Clause  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค       เช่น:-
     -That  she  will  come  back  home  tomorrow  is  uncertain.
       =ที่ว่าหล่อนจะกลับบ้านวันพรุ่งนี้ยังไม่แน่นอน.
       อธิบาย:-That  she  will  come  back  home  tomorrow.      กลุ่มคำเหล่านี้เป็น Noun Clause ทำหน้าที่เป็นคำนามและทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคอีกด้วย     is  ทำหน้าที่เป็นกิริยาของประโยค       uncertain  ทำหน้าที่เป็น complement คือคำประกอบกิริยาทำให้ประโยคเกิดความสมบูรณ์   อีก 6 ประโยคข้างล่างนี้ก็อธิบายเป็นทำนองเดียวกันกับประโยคนี้ ขอให้ผู้ศึกษาโปรดทำความเข้าใจให้ดี  
     1.When  Miss  Nonglag   Boonying  will  come  back  is  not  yet  known.
       =เมื่อไหร่นางสาวนงลักษณ์ บุญยิ่ง จะกลับมาก็ยังไม่รู้.

         -When  Miss  Nonglag  Booying  will  come  back   กลุ่มคำเหล่านี้เป็นอนุประโยค  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค

         -is    ทำหน้าที่เป็นกิริยาของประโยค

         -not     เป็นคำปฏิเสธ  ทำหน้าที่เป็น  adverb  ขยาย  verb  คือ  is

         -yet     ทำหน้าที่เป็นกิริยาวิเศษณ์ขายกิริยาคือ is

         -known   เป็นกิริยาช่องที่ 3  ทำหน้าที่เป็นคำนาม  และเป็น complement  ขยายกิริยาคือ  is
    2.What  the  Buddha  said  is  true everything.
      =สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสเป็นความจริงทุกอย่าง.
    3.Why I am clever is  my  younger sister's  question.

        =ทำไมฉันฉลาดเป็นคำถามของน้องสาวของฉัน.
    4.Where place she  will  go  it  is  dangerous.

        =สถานที่เธอจะไปมันเป็นอันตราย.
    5.How  long  Munisa  will  stay  here  is  doubtful.
      =มุนิสาจะพักอยู่ที่นี่นานเท่าไรคาดเดาไม่ได้. 
    6.If  she  does  not  go  there  is  very  well. 
      =ถ้าหล่อนไม่ไปที่นั้นจะดีมาก.
   **ข้อสังเกต:- กลุ่มคำที่พิมพ์เป็นตัวอักษรสีน้ำเงินล้วนเป็น Noun Clause ที่ทำหน้าที่เป็นคำนามและทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคอีกด้วย
   Noun Clause  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกิริยา
   -Noun Clause ทำหน้าที่เป็นกรรมของกิริยา       เช่น:-
     1.I  hope  that  you  will  reply  me  quick.
       =ฉันหวังว่าคุณคงจะตอบฉัน อย่างรวดเร็ว.
     2.I  want  to  know  when  she  will  come  back.
       =ผมต้องการที่จะรู้ว่าหล่อนจะกลับมาเมื่อไหร่.
     3.He  knows  what  she  will  do  tomorrow.
       =เขารู้ว่าหล่อนจะกระทำอะไรในวันพรุ่งนี้.
     4.I  understand  why  you  don't  go  from  here.
       =ผมเข้าใจว่าทำไมคุณจึงไม่ไปจากที่นี่.
     5.We  know  where  she  lives.
       =พวกเรารู้ว่าหล่อนอาศัยอยู่ที่ไหน.
     6.Wanchai  can  not  tell  how  long  she  will  stay  here.
       =วันชัยไม่สามารถบอกได้ว่าหล่อนจะพักอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่.
     7.She  knows  if  he  lives  here, he will not be safe.       
       =หล่อนรู้ว่าถ้าเขาอาศัยอยู่ที่นี่เขาจะไม่ปลอดภัย
    **ข้อสังเกต:- กลุ่ม คำที่พิมพ์เป็นตัวอักษรสีน้ำเงินในทั้ง 7 ประโยคที่อยู่ข้างบนนี้ล้วนแล้วแต่เป็น Noun Clause ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของกิริยาในประโยค
      ตัวอย่างในประโยคที่ 1  เช่น:-
       -that you  will  reply  me   กลุ่มคำเหล่านี้เป็น Noun Clause ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของกิริยา hope
       -คำเชื่อมที่ใช้ในอนุประโยคที่เป็น Noun Clause จะไม่เติม Question  Mark (?)  ข้อนี้ผู้ศึกษาทั้งหลายโปรดจำไว้ให้ดี      เช่น:-
         -I  know  where  she  will  go.
          =ผมรู้ว่าหล่อนจะไปที่ไหน.
       ถาม:-ประโยคนี้ทำไมถึงไม่เติม Question  Mark?
       ตอบ:-เพราะรูปประโยคที่เขียนใน Noun Clause นี้มันเป็นรูปประโยคบอกเล่ามันไม่ใช่รูปประโยคคำถาม.
      Noun Clause  ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบท 
   -Noun Clause  ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบท   คำบุรพบทที่นำเข้ามาเชื่อมส่วนมากจะเป็น  to,   for,   in,   on,  under,   at,   before,   after       เช่น:-
      -Pay  attention  to  what  Prime  minister  says.  
        =จงเอาใจใส่ต่อสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูด.
      -what  Prime  Minister  says.    กลุ่มคำนี้เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นนามและเป็นกรรมของคำบุรพบทคือ  to  อีกด้วย
      -My  father  very  pleased  for  what  I  have  done
        =พ่อของผมยินดีมากต่อสิ่งที่ผมได้กระทำไป.
      -what  I  have  done.     กลุ่มคำนี้เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นคำนามและทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบทคือ  for อีกด้วย
      -His  wife  hates  in  what  her  husband   has   received.
        =ภรรยาของเขาเกลียดในสิ่งที่สามีของเธอได้รับ.
        -what  her  husband  has  received.    กลุ่มคำนี้เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นคำนามและทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบทคือ  in  อีกด้วย
      -The  project  was  finished  on  when  he  will  come  to  here
       =โครงการณ์นี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วในตอนที่เขาจะมาถึงที่นี่.
       -when  he  will  come  to  here.     กลุ่มคำนี้เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นนามและทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบทคือ  on อีกด้วย
      -The  work  is  within  where  she  had  never  been  to.
        =งานทำอยู่ภายในสถานที่ๆหล่อนไม่เคยไป.
      -where  she  had  never  been  to.     กลุ่มคำเหล่านี้เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นคำนามและทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบทคือ  within  อีกด้วย
      -I  want  to  go  to  that  she  works.
        =ผมต้องการที่จะไปยังที่หล่อนทำงานอยู่.   
        -that  she  works.     กลุ่มคำเหล่านี้เป็นอนุประโยคทำหน้าที่เป้นคำนามและทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบทคือ  to  อีกด้วย
        -I shall go to before rain is falling.
          =ผมจะไปให้ถึงก่อนที่ฝนจะตก.
          -before  rain  is  falling.     กลุ่มคำเหล่านี้เป็นอนุประโยคทำหน้าที่เป็นนามและทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบทคือ  to  อีกด้วย    
      Noun  Clause ทำหน้าที่เป็น complement 
   -Noun Clause ทำหน้าที่เป็น complement  คือองค์ประกอบที่ใช้ขยายกิริยาที่ทำให้ประโยคเกิดความสมบูรณ์    กิริยาที่ใช้กับ Noun Clause ที่เป็น complement นี้คือ verb to be  ได้แก่  am,   is,  are,   was,   were,   be,   been    และคำเชื่อมที่ใช้กับ Noun Clause  ชนิดนี้ก็คือ that,   what,   where       เช่น:-
      -To  go  away  is  that  you  must  make  now.
       =การหนีไปเป็นสิ่งที่คุณต้องกระทำในตอนนี้
       -that  you  must  make  now     กลุ่มคำเหล่านี้เป็นอนุประโยคทำหน้าที่เป็น complement  ขยายกิริยาคือ is เพื่อทำให้ประโยคเกิดความสมบูรณ์
      -I believe that  your action is what you have done  most accurately
        =ผมเชื่อว่าการกระทำของคุณคือสิ่งที่คุณได้กระทำถูกต้องที่สุดแล้ว.
        -what  you  have  done  most  accurately.     กลุ่มคำเหล่านี้เป็นอนุประโยคทำหน้าที่เป็น complement ขยายกิริยาคือ is เพื่อทำให้ปรนะโยคเกิดความสมบูรณ์
      -This  is  where  I  was  born
        =นี้คือสถานที่ๆผมเกิด.
      -where  I  was  born.       กลุ่มคำเหล่านี้เป็นอนุประโยคทำหน้าที่เป็น complement ขยายกิริยาเพื่อทำให้ประโยคเกิดความสมบูรณ์
          Noun Clause ทำหน้าที่เป็นนามซ้อน
   -Noun Clause  ทำหน้าที่เป็นนามซ้อน  นามซ้อนคือคำนามที่ซ้อนเข้ามาเพื่อขยายคำนามตัวที่อยู่ข้างหน้าหรือข้างหลังของมันให้มีความหมายเด่นชัดขึ้น      เช่น:-
     -The  news  that  he  had  been  killed  by  an  unknown  gunman  was  not  true.
       =ข่าวว่าเขาได้ถูกฆาตกรรมโดยมือปืนลึกลับไม่เป็นความจริง.
     -that  he  had  been  killed  by  an  unknown  gunman.     กลุ่มคำเหล่านี้เป็นอนุประโยคทำหน้าที่เป็นนามซ้อนขยายนามคือ  news  ที่อยู่ข้างหน้าของมัน
     -His belief that the boozing is beneficial to the body is incorrect  story.
       =ความเชื่อของเขาว่าการดื่มเหล้าเป็นประโยชน์ต่อร่างกายเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง.
       -that the  boozing  is  beneficial  to  the  body.     กลุ่มคำทั้งหลายเหล่านี้เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นนามซ้อนขยายคำนามคือ belief
              ข้อสังเกต
     1.ในประโยค Noun Clause  ที่เป็นภาษาพูดมักจะนิยมละ that ในเวลาพูด  เช่น:-  
        -ถ้าเป็นภาษาเขียนจะเป็นดังนี้คือ:-
         -He  says  that  delicious  coffee  grows  in  khao Chong.
          =เขาพูดว่ากาแฟที่อร่อยเจริญเติบโตในเขาช่อง.
         -I  know  that  she  will  return  tomorrow.
          =ผมทราบว่าหล่อนจะกลับในวันพรุ่งนี้.
        -แต่ถ้าเป็นภาษาพูดจะเป็นดังนี้คือ:-
          -He  says  delicious  coffee  grows  in  Khao  Chong.
          -I  know  she  will  return  tomorrow.
     2.ในกรณีที่ประโยค Nou Clause ที่ขึ้นต้นด้วย that จะต้องใส่ that เข้ามาที่หน้าประโยคเสมอ       เช่น:-
         -That  coffee  grows  in  Khao  Chong  is  delicious  as  true. 
           =ที่ว่ากาแฟที่เจริญเติบโตในเขาช่องมีรสชาติอร่อยเป็นความจริง.
         -That  she  is  most  beautiful  woman  in  your  village  is true  story.
           =ที่ว่าหล่อนเป็นคนที่สุดในหมู่บ้านของคุณเป็นเรื่องจริง.
             Noun  Phrase
    -Noun  phrase (นาวน์  เฟรส)  แปลว่า "นามวลี"   นามวลี คือกลุ่มคำที่ใช้เป็นคำนาม  มีหน้าที่เหมือนคำนามทุกประการคือ:-
        1.เป็นประธานของประโยค
        2.เป็นกรรมของกิริยา
        3.เป็นกรรมของคำบุรพบท
        4.เป็นคำคุณศัพท์
        5.เป็นคำกิริยาวิเศษณ์
        6.เป็นนามซ้อน
    -Noun (นาวน์)   แปลว่า "นาม"   นามคือชื่อของคนสัตว์สิ่งของและสถานที่      
    -Prase (เฟรส)  แปลว่า "วลี"   วลีคือกลุ่มคำที่ประกอบด้วยคำนาม,สรรพนาม,คำที่ใช้แทนนามและส่วนขยายแต่ยังไม่เป็นประโยค
        -วลีอาจจะมีข้อความสั้นหรือยาวก็ได้
          -วลีที่มีข้อความสั้น     เช่น:-
            -letter  in  envelope      =จดหมายในซอง    
            -pen  in  box      =ปากกาในกล่อง
            -shirt  in  wardrobe      =เสื้อชั้นในอยู่ในตู้เสื้อผ้า    
            -book  on  desk       =หนังสือบนโต๊ะเขียนหนังสือ
            -work  before  us    =ทำงานก่อนพวกเรา
            -door  of  home     =ประตูบ้าน
          -วลีที่มีข้อความยาว     เช่น:-
            -the  good  person  in  the  blue  room  on  the  building    =คนดีในห้องสีฟ้าบนตึกหลังนั้น
            -a  white  bird  on  branch  of  a  tree     =นกสีขาวบนกิ่งไม้     
            -delicious  food  on  green  pate  in  the  cupboard     =อาหารอร่อยบนจานสีเขียวในตู้อาหาร
          -วลีที่ประกอบกันขึ้นเป็นคำนามแบ่งออกเป็น  2  ชนิด คือ:-
             1.วลีที่ประกอบขึ้นด้วยคำคุณศัพท์, คำนาม, คำสรรพนาม, และคำที่ใช้แทนคำนาม   คำบุรพบทที่ใช้เป็นคำเชื่อมในข้อนี้ส่วนมากจะเป็น  on,   before,   in,   with,   to,   for,   of        เช่น:-
                -the  box  on  the  table     =กล่องบนโต๊ะ
                -the  work  before  me       =ทำงานก่อนข้าพเจ้า
                -the  woman  in  the  office     =ผู้หญิงในสำนักงาน
                -the  girl  with  her  mother     =เด็กหญิงพร้อมด้วยแม่ของเธอ
                -the  key  to  the  house     =กุญแจบ้าน
                -the  money  for  the  tickets     =เงินซื้อตั๋ว
                -the  window  of  the  computer     =หน้าต่างคอมพิวเตอร์
            -Noun  phrase  จะวางไว้หลังคำนามตัวที่มันขยายเสมอ       เช่น:-
               -The  lamp  which  is  on  the  table
                  =โคมไฟซึ่งอยู่บนโต๊ะ 

               -which  is  on  the  table     กลุ่มคำเหล่านี้เป็นนามวลีทำหน้าที่ขยายคำนามตัวที่อยู่ข้างหน้าของมันคือ lamp
          2.วลีที่ประกอบขึ้นด้วยคำนามที่เป็นกิริยาซึ่งเติม ing       เช่น:-
                -the  man  driving  the  truck     =คนขับรถบรรทุก
                -driving  the  truck     กลุ่มคำเหล่านี้เป็น นามวลี ทำหน้าที่ขยายคำนามตัวที่อยู่ข้างหน้าของมันคือ man
                -the  person  selling  the  book     =คนขายหนังสือ
                -selling  the  book      กลุ่มคำเหล่านี้เป็น นามวลี ทำหน้าที่ขยายคำนามตัวที่อยู่ข้างหน้าของมันคือ person
                -the  professor  giving  the  lecture     =อาจารย์ผู้บรรยาย
                -giving  the  lecture      กลุ่มคำเหล่านี้เป็น นามวลี ทำหน้าที่ขยายคำนามที่อยู่ข้างหน้าของมันคือ professor 
                -the  woman  knowing  me     =ผู้หญิงคนที่รู้จักฉัน
                -knowing  me      นี้คือกลุ่มคำที่เป็น นามวลี ทำหน้าที่ขยายคำนามตัวที่อยู่ข้างหน้าของมันคือ woman 
      นามวลีที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค
   -นามวลี (noun phrase) ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค       เช่น:-
      -The professor giving the lecture was described about Thailand's history in the Internet University.
         =อาจารย์ผู้บรรยายได้บรรยายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในมหาวิทยาลัยอินเตอร์เน็ต.
         -The  professor  giving  the  lecture      กลุ่มคำเหล่านี้เป็น นามวลี ทำหน้าที่เป็นนามและเป็นประธานของประโยค
     -The  woman  knowing  me  is  my Colleague.
        =ผู้หญิงที่รู้จักฉันเป้นเพื่อนร่วมงานของฉัน.
        -The  woman  knowing  me      กลุ่มคำเหล่านี้เป็น นามวลี และทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค
    -The  person  selling  the  book  in  the  store  says  to  welcome well. 
      =คนขายหนังสือในร้านนั้นพูดให้การต้อนรับดี.
      -The  person  selling  the  book  in  the  store      กลุ่มคำเหล่านี้เป็น นามวลี และทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค
     นามวลีที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของกิริยา    
   -นามวลี (noun phrase) ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของกิริยา       เช่น:-
      -I  know  the  man  driving  the  truck  of  the  company  well. 
        =ผมรู้จักคนขับรถบรรทุกของบริษัทนั้นดี.
        -the  man  driving  the  truck  of  the  company      กลุ่มคำเหล่านี้เป็น นามวลี และทำหน้าที่เป็กรรมของกิริยาคือ know
      -He  shoots  a  white  bird  on  branch  of  the  tree  falls  down  on  the  ground.
        =เขายิงนกสีขาวบนกิ่งไม้ตกลงมาบนพื้นดิน.
        -a  white  bird  on  branch  of  the  tree     กลุ่มคำเหล่านี้เป็น นามวลี และทำหน้าที่เป็นกรรมของกิริยาคือ shoots
     -Manas  has  received  money  for  the  tickets  from  his  wife.
       =มนัสได้รับเงินซื้อตั๋วจากภรรยา.
       -money  for  the  tickets      กลุ่มคำเหล่านี้เป็น นามวลี และทำหน้าที่เป็นกรรมของกิริยาคือ has  received
     นามวลีทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบท
   -นามวลี (noun phrase) ทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบท       เช่น:-   
     -I  sleep  in  my  bedroom.
       =ฉันนอนหลับอยู่ในห้องนอนของฉัน.
       -my  bedroom      กลุ่มคำเหล่านี้เป็น นามวลี และทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบท  in
     -She  opens  the  tablet  on  the  desk  in  the  classroom.
       =หล่อนเปิดแท็บเล็ตบนโต๊ะเขียนหนังสือในห้องเรียน.
       -the  desk  in  the  classroom      กลุ่มคำเหล่านี้เป็น นามวลี และทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบทคือ on 
     -I  see  a  black  buffalo  standing  under  the  green  tree.
       =ผมเห็นควายสีดำยืนอยู่ใต้ต้นไม้สีเขียว.
       -the  green  tree  กลุ่มคำเหล่านี้เป็น นามวลี และทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบทคือ under
     นามวลีที่ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ 
   -นามวลี (noun phrase) ที่ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์       เช่น:-
      -Bangkok  is  a  beautiful  city  of  Thailand
        =กรุงเทพฯเป็นเมืองหลวงที่สวยงามของประเทศไทย.
        -of  Thailand     นี้คือกลุ่มคำที่เป็นนามวลีและทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ขยายนามคือ city
      -Miss  Maneewan  is  most  beautiful  woman  in  our  Santisook  village.  
        =นางสาวมณีวรรณ์เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในหมู่บ้านสันติสุขของพวกเรา.
        -in  our  Santisook  village       นี้คือกลุ่มคำที่เป็นนามวลีและทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์ขยายคำนามคือ woman
      -Mr.Naronggij  chief  of  sport  teams  of  our  school  is  in danger  event.
        =นายณรงค์กิจหัวหน้าทีมกีฬาของโรงเรียนของพวกเราอยู่ในเหตุการณ์อันตราย.
        -of  sport  teams  of  our  school     นี้คือกลุ่มคำที่เป็นนามวลีและทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ขยายนามคือ chief            
      นามวลีทำหน้าที่เป็นคำกิริยาวิเศษณ์
  -นามวลี (noun phrase) ทำหน้าที่เป็นกิริยาวิเศษณ์       เช่น:-      

-She  runs  with  great  speed.        =หล่อนวิ่งด้วยฝีเท้าเร็วเต็มที่.        

-with  great  speed     นี้คือกลุ่มคำที่เป็นนามวลีและทำหน้าที่เป็นคำกิริยาวิเศษณ์ขยายกิริยาคึอ runs      

-Chaiyagij  boy  goes  to  school  every day.        =เด็กชายชัยกิจไปโรงเรียนทุกวัน.        

-to  school  every day      นี้คือกลุ่มคำที่เป็นนามวลีและทำหน้าที่เป็นคำกิริยาวิเศษณ์ขยายกิริยาคือ goes      

-Marnus  speaks  with  a  very  rude  maner.        =มานัสพูดด้วยกิริยาที่หยาบคายมาก.        

-with  a  very  rude  maner      นี้คือกลุ่มคำที่เป็นนามวลีและทำหน้าที่เป็นกิริยาวิเศษณ์ขยายกิริยาคือ speaks      

-To be honest  relieves  me  for  this  story.        =ความซื่อสัตย์ทำให้ผ่อนคลายสำหรับเรื่องนี้.        

-for  this  story     นี้คือกลุ่มคำที่เป็นนามวลีและทำหน้าที่เป็นคำกิริยาวิเศษณ์ขยายคำกิริยาคือ relieves           

นามวลีที่ทำหน้าที่เป็นนามซ้อน
   -นามวลีที่ทำหน้าที่เป็นนามซ้อน    คือกลุ่มคำที่ทำหน้าที่ขยายคำนามโดยมีคอมม่าร์คั่นเอาไว้  กลุ่มคำที่เป็นนามซ้อนนี้จะวางไว้หน้าคำนามตัวที่มันขยายเสมอ       เช่น:-
         -The  red  cover  on  the  white  table, book  is  very  expensive.
            =หนังสือปกสีแดงบนโต๊ะสีขาวมีราคาแพงมาก.

               -The  red  cover  on  the  white  table  กลุ่มคำเหล่านี้เป็นนามวลีทำหน้าที่เป็นนามซ้อนขยาย  book       
         -The  carpenter  of  this  company, Vorawet  lives  in  the  santisook  village.
            =วรเวทย์ช่างไม้ของบริษัทนี้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านสันติสุข.

               -The  carpenter  of  this  company     กลุ่มคำเหล่านี้เป็นนามวลีที่ทำหน้าที่เป็นนามซ้อนขยาย  Vorawet  
         -The  outspoken lawyer, Gengrug  likes  to  help  poor.
             =เก่งรักทนายความปากกล้าชอบช่วยเหลือคนจน.

-The outspoken lawyer กลุ่มคำเหล่านี้เป็นนามวลีทำหน้าที่เป็นนามซ้อนขยาย Grengrug
         INFINITIVE
   
     -infinitive (อินฟินิทีฟว์)     แปลว่า “รูปกิริยาที่เป็นนามที่ขึ้นต้นด้วย to”
        -infinitive  แบ่งออกเป็น  2  ชนิด  คือ:-
           1.infinitive  with  to      คือรูปกิริยาที่เป็นนามที่มี to นำหน้า  เวลาแปลเป็นไทยต้องมีคำว่า “การหรือความนำหน้าเสมอ”       เช่น:-
              -to  go              =การไป
              -to  learn         =การเรียน         
              -to  like            =ความชอบ
           2.infinitive  without  to     คือรูปกิริยาที่เป็นนามที่ไม่ต้องมี to นำหน้า   เวลาแปลเป็นไทยไม่ต้องมีคำว่า “การหรือความนำหน้า”       เช่น:-
              -go  to  school           =ไปโรงเรียน
              -learn  English           =เรียนภาษาอังกฤษ
              -like  you                     =ชอบคุณ
            หน้าที่ของ Infinitive
   -infinitive   มีหน้าที่  7   อย่าง   คือ:-
       1.ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค
       2.ทำหน้าที่เป็นกรรมของกิริยา
       3.ทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบท
       4.ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์
       5.ทำหน้าที่เป็นคำกิริยาวิเศษณ์
       6.ทำหน้าที่เป็นคอมพลีเม้นท์
       7.ทำหน้าที่เป็นนามซ้อน
      Infinitive ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค
   -Infinitive  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  ต้องวางไว้ข้างหน้าของประโยคเสมอ   เช่น:-
      -To  earn  English  in  this  present  is  very  needed.
         =การเรียนรู้ภาษาอังกฤษในสมัยปัจจุนนี้เป็นสิ่งจำเป็นมาก.

         -To  learn  English  in  this  present     กลุ่มคำเหล่านี้เป็น infinitive  with  to   ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค
      -To talk often with foreigners  will make us to speak better English.
         =การพูดคุยบ่อยๆกับชาวต่างปะเทศจะทำให้เราพูดภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น.

         -To  talk  often  with  foreingners      กลุ่มคำเหล่านี้เป็น infinitive  with  to

ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค         
      -To  make  goodness  is  habit  of  good  person.
         =การสร้างความดีเป็นนิสัยของคนดี.

             -To  make  goodness      กลุ่มคำเหล่านี้เป็น  infinitive  with  to   ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค
     Infinitive ทำหน้าที่เป็นกรรมของกิริยา
   -Infinitive  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกิริยา ต้องวางไว้หลังกิริยา       เช่น:-
       -Suragij  loves  to  play  football  with  his  friends.
         =สุรกิจรักการเล่นฟุตบอลกับเพื่อนของเขา.

           -to  play  football  with  his  friends     กลุ่มคำเหล่านี้เป็น infinitive  with  to  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกิริยาคือ   loves
      -Thanisa  likes  to  go  to  listen  the  music  always.
         =ธนิสาชอบการไปฟังเพลงเสมอ.

           -to  go  to  listen  the  music  always       กลุ่มคำเหล่านี้เป็น   infinitive  with  to    ทำหน้าที่เป็นกรรมของกิริยาคือ   likes     
      -I  have  heared  to  come  back  of  her.
         =ผมได้ยินการกลับมาของเธอ.

             -to  come  back  of  her       กลุ่มคำเหล่านี้เป็น  infinitive  with  to   ทำหน้าที่เป็นกรรมของกิริยาคือ 
       Infinitive ทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบท
   -Infinitive  ทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบทต้องวางไว้หลังคำบุรพบทตัวนั้นเสมอ      เช่น:-
       -She  walks  up  to  upstairs.
          =หล่อนเดินขึ้นไปชั้นบน.
       -The water was up to my waist.
          =น้ำขึ้นถึงเอวของฉันแล้ว.
       Infinitive ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์
   -Infinitive ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้ขยายนามต้องวางไว้ข้างหลังนามตัวนั้นเสมอ     เช่น:-
      -Piyatep  has  a  lot  of  mission  to do today.
         =ปิยเทพมีภารกิจที่จะทำมากในวันนี้.
      -Miss  Thidalag  go  to  foreign  to  study  next.
         =นางสาวธิดารักษณ์ไปต่างประเทศเพื่อศึกษาต่อ.
      -Mary  travel  into  Thailand  to  find  her  husband.
         =แมรี่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยเพื่อค้นหาสามีของเธอ.
      **หมายเหตุ:- Infinitive ที่เป็นคุณศัพท์สามารถทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์ขยายคำคุณศัพท์ด้วยกันก็ได้     เช่น:-
            -I’m happy to meet you again.
               =ฉันมีความสุขที่จะได้พบคุณอีกครั้งหนึ่ง.
            -I'm so glad to see you.
               =ฉันดีใจมากที่ได้พบคุณ.
          Infinitive ทำหน้าที่เป็นคำกิริยาวิเศษณ์
   -Infinitive ทำหน้าที่เป็นคำกิริยาวิเศษณ์ที่ใช้ขยายกิริยาต้องวางไว้ข้างหลังกิริยาตัวที่มันขยายเสมอ      เช่น:-
        -Naree comes to see her mom in Bangkok.
           =นารีมาพบแม่ของเธอในกรุงเทพฯ.
        -Apichai  go  to  meet  his  friend  at  office.
           =อภิชัยไปพบเพื่อนของเขาที่สำนักงาน.
        -Chanatep  leaves  to  escape  disorder.
           =ชนเทพออกไปเพื่อจะหลีกหนีความวุ่นวาย.
        Infinitive ทำหน้าที่เป็นคอมพลีเม้นท์
    -Infinitive ทำหน้าที่เป็นคอมพลีเม้นท์ๆ คือการขยายกิริยาเพื่อทำให้ประโยคเกิดความสมบูรณ์
เช่น:-
        -To do not malice others is to forgive.
           =การไม่มุ่งร้ายผู้อื่นคือการให้อภัย.
        -Doing the right thing is to create the good.
           =การทำสิ่งที่ถูกต้องคือการสร้างความดี.
        -Compassion is to desire others happy.
           =ความเมตตาคือการปราถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข.
       Infinitive ทำหน้าที่เป็นนามซ้อน
   -Infinitive ทำหน้าที่เป็นนามซ้อนต้องวางไว้ข้างหน้าของนามตัวนั้น        เช่น:-
       -To  talk  English  everyday, the  practice  is  very  good   skill.
           =การฝึกหัดพูดภาษาอังกฤษทุกวันเป็นการฝึกฝนที่ดีมาก.
       -To  eat  useful  food, person  will  be  strong.
           =คนกินอาหารที่มีประโยชน์ร่างกายจะแข็งแรง.
       -To  drink  water  very, person will  be  bright.
           =คนดื่มน้ำมากร่างกายจะสดใส.
         Infinitive  สามารถเชื่อมด้วย Question words เหล่านี้ก็ได้  คือ:-
        who, what, where, when, why, how และ whether    โดยการวางไว้ข้างหลังคำเหล่านี้     เช่น:-
        -I  had  no  idea  who  to  ask.
           =ฉันไม่มีความคิดที่จะขอร้อง.
        -I  didn’t  know  what  to  do.
           =ข้าพเจ้าไม่รู้สิ่งที่จะกระทำ.
        -Please  tell  me  where  to  go.
           =โปรดบอกฉันว่าจะไปที่ไหน.
        -Tell  me  when  to  stop smoking.
            =จงบอกฉันว่าเมื่อไหร่ที่จะหยุดสูบบุหรี่.
         -I  want  to  know  why  to  go  there.
            =ฉันอยากทราบว่าทำไมถึงจะไปที่นั้น.
         -He  thinks  how  to  make.
            =เขาคิดถึงวิธีที่จะทำ.
         -I  think  whether  to  have  gone  there  certainly.
            =ฉันคิดว่าจะได้ไปที่นั้นอย่างแน่นอน.        
          โครงสร้างของ Infinitive with to
     -โครงสร้างของ Infinitive with to       แบ่งออกเป็น  4  ชนิด  คือ:-
        1.Simple infinitive with to      มีโครงสร้างดังนี้  to  +  v. ช่องที่ 1        เช่น:-
           -to  come               =การมา
           -to  go                    =การไป
           -to  learn               =การเรียน
           Example:-
              -To  come  of  her  is  thing  that  I  very  want.
                 =การมาของเธอเป็นสิ่งที่ผมต้องการมาก.
              -I  like  to  go  for  travel  always.
                 =ฉันชอบที่จะไปท่องเที่ยวเสมอ.
              -She  loves  to  learn  English  very  much.
                 =หล่อนรักการเรียนภาษาอังกฤษมาก.
         2.perfect infinitive with  to     มีโครงสร้างดังนี้  to  +  have  +  v. ช่องที่ 3       เช่น:-
             -to  have  been          =การได้อยู่
             -to  have  seen          =การได้พบ
             -to  have  said           =การได้พูด
             Example:-
               -I  like  to  have  been  with  her.
                 =ผมชอบการได้อยู่กับเธอ.
               -He likes  to  have  seen  his  girlfriend.
                 =เขาชอบการได้พบกับแฟนของเขา.
               -The  teacher  wishes  to  have  said  with  his  pupils.
                 =ครูประสงค์ที่จะพูดคุยกับนักเรียนของเขา.
           3.Passive  infinitive  with  to     มีโครงสร้างดังนี้  to  +  be  +  v. ช่องที่ 3       เช่น:-
             -to  be  taught           =ที่จะได้รับการสอน
             -to  be  made             =ที่จะได้รับการทำ
             -to  be  loved             =ที่จะได้รับความรัก
             Example:-
                -Students  will  receive  to  be  taught  from  professor.
                  =นักศึกษาทั้งหลายจะได้รับการสอนจากอาจารย์.
               -To  be  made  them  confident  is  the right thing to do.
                  =การทำให้พวกเขาเชื่อมั่นเป็นสิ่งถูกต้องที่ควรทำ.
               -To  be  loved  makes  chaotic  mind.
                  =การถูกรักทำให้จิตใจวุ่นวาย.
          4.Perfect  passive  infinitive  with  to      มีโครงสร้างดังนี้  to  +  have  +  been  +  v.  ช่องที่ 3       เช่น:-
            -to  have  been  written            =การที่จะได้รับการเขียน
            -to  have  been  lived                =การที่จะได้รับการอาศัยอยู่
            -to  have  been  watched         =การที่จะได้รับการเฝ้าดู
            Example:-
               -She  likes  to  have  been  written  this  book  much.
                 =หล่อนชอบที่จะได้รับการเขียนหนังสือเล่มนี้มาก.
              -He  beleive  to  have  been  lived  with  her  forever.
                 =เขาเชื่อว่าจะได้อยู่อาศัยกับเธอตลอดไป.
              -To  have  been  watched  TV  everyday  is  happiness  of  children.
                 =การได้รับการเฝ้าชมทีวีทุกวันเป็นความสุขของพวกเด็กๆ.
              Infinitive with to ในรูปประโยคปฏิเสธ
      -Infinitive with to  ในรูปประโยคปฏิเสธ   มีประโยคโครงสร้างดังนี้:-
           -not  +  to  +  v. ช่องที่ 1       เช่น:-
         -She likes not to go to see movie outdoors.
            =เธอชอบที่จะไม่ไปดูหนังกลางแปลง.
         -He  wants  not  to  do  along  wife’s  order.
            =เขาต้องการที่จะไม่ทำตามคำสั่งของภรรยา.
         -Chaiyawet  thinks  not  to  escape  from  his  good  wife.
            =ชัยเวทย์คิดที่จะไม่หลบหนีจากภรรยาที่แสนดีของเขา.
      Infinitive with to ที่เป็นประโยคคำสั่งหรือประโยคขอร้อง
   -Infinitive with to   ที่เป็นประโยคคำสั่งหรือประโยคขอร้อง  มีโครงสร้างดังนี้:-
      1.ใช้ประโยคโครงสร้างของ  verb to  be  +  to  +  v. ช่องที่ 1        เช่น:-
          -She  is  to  make  the  job  successful.
            =หล่อนเป็นคนที่จะทำงานนั้นให้ประสบความสำเร็จ.
          -They  are  to  leave  from  this  place  today.
             =พวกเขาจะออกจากสถานที่แห่งนี้ในวันนี้.
          -I  am  to  want  her  go  to  meet  your  friend  at  his  house.   
             =ผมอยากให้หล่อนไปพบเพื่อนของคุณที่สำนักงานของเขา.
       2.ใช้ประโยคโครงสร้างของ  verb  to  have  +  to  +  v. ช่องที่ 1       เช่น:-
          -I  have  to  be  in  her  office  about  three  hours.
             =ผมต้องอยู่ในห้องทำงานของเธอประมาณ 3 ชั่วโมง.
          -We  have  to  do  job  in  this  company  five  years.
             =พวกเราต้องทำงานในบริษัทนี้ 5 ปี.
          -You  have  to  go  there  provide  timely.
             =คุณจะต้องไปที่นั่นให้ทันเวลา
 
     -เราสามารถนำเอา Infinitive with to ไปใช้ในเหตุการณ์ต่างๆดังต่อไปนี้ คือ:-
       1.เหตุการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันใช้ present  simple infinitive  with  to  ในรูปโครงสร้างนี้  
         to  +  v. ช่องที่ 1       เช่น:-    
           -Piyamit  likes  to  pay  football  everyday.
             =ปิยมิตรชอบที่จะเล่นฟุตบอลทุกวัน.
           -Noochnunt  loves  to  go  scenic  seaside.
             =นุชนันท์รักที่จะไปริมทะเลที่สวยงาม.
           -To  do  merit  is  the  duty  of  the  Buddhists.
             =การทำบุญเป็นหน้าที่ของชาวพุทธ.
        2.เหตุการณ์ที่กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันใช้  present  continuous  Infinitive  with  to  ในรูปของโครงสร้างนี้  to  +  be  +  v. เติม  ing       เช่น:-
          -Vanisa  likes  to  be  learning  English  always.
              =วนิสาชอบที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษอยู่เสมอ.
          -To  be  doing  goodness  is  the habits of a wise.
             =การทำความดีเป็นนิสัยของคนฉลาด.
          -To  be  Worshiping  the parents  every day is goodness  of children.
             =การเคารพกราบไหว้พ่อแม่ทุกวันเป็นความดีของพวกลูกๆ.
        3.เหตุการณ์ที่สำเร็จเสร็จสิ้นไปแล้วอย่างสมบูรณ์ใช้ present  perfect  Infinitive  with  to  ในรูปของโครงสร้างนี้  to  +  have  +  v. ช่องที่ 3         เช่น:-
           -She  seems  to  have  finished  homework.
              =เธอดูเหมือนว่าได้ทำการบ้านสำเร็จแล้ว
           -To  have  made  this  job  successful  is  the  duty  of  our.
              =การได้ทำงานนี้ให้สำเร็จเป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้ว.
           -We  hope  to  have  gone  at  the  supermarket.
              =พวกเราหวังที่จะได้ไปที่ตลาดสินค้าขนาดใหญ่นั้น.
        4.เหตุการณ์ที่ได้ดำเนินไปสู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องใช้  present  perfect  continuous  Infinitive  with  to  ในรูปของโครงสร้างนี้  to  +  have  +  been  +  v. เติม  ing       เช่น:-
           -She  seems  to  have  been  working  hard.
              =หล่อนดูเหมือนว่าจะได้รับการทำงานหนัก.
           -Children  want  to  have  been  watching  TV  in  my  house.
              =พวกเด็กๆต้องการที่จะได้รับการเฝ้าดูทีวีในบ้านของข้าพเจ้า.
           -To  have  been  meeting  in  my  office  is  thing  that  everyone  desire.
              =การที่จะได้รับการประชุมในสำนักงานของข้าพเจ้าเป็นสิ่งที่ทุกคนปราถนา.
         5.เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของผู้อื่นในปัจจุบันใช้  passive  infinitive  with  to  ในรูปของโครงร้างนี้  to  +  be  +  v. ช่องที่ 3       เช่น:-
           -Goodman  seems  to  be  commended  as  eminent  student  of  school.
              =กู๊ดแมนดูเหมือนว่าจะได้รับการยกย่องให้เป็นนักเรียนที่มีชื่อเสียงของโรงเรียน.
           -To  be  praised  as  importance  person  of  village  is  the  family's  reputation.
              =การที่จะได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของหมู่บ้านเป็นเกียรติภูมิของครอบครัว.
           -To be penalized too much is causes your child have an inferiority complex.
              =การถูกลงโทษมากเกินไปเป็นสาเหตุทำให้เด็กๆของท่านมีปมด้อย.
        6.เหตุการณ์ที่ถูกผู้อื่นกระทำเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วใช้  perfect  passive  infunitive  with  to
ในรูปของโครงสร้างนี้  to  +  have  +  been  +  v. ช่องที่ 3       เช่น:-
           -Arunee  seems  to  have  been  awarded  excellent  marks.
              =อรุณีดูเหมือนว่าจะได้รับรางวัลคะแนนยอดเยี่ยม.
           -Chanisa  hopes  to  have  been  exalted  from  socialnetwork  as  smart  woman  of  era.
              =ชนิสาหวังที่จะได้รับการยกย่องจากสังคมเครือข่ายให้เป็นผู้หญิงเก่งแห่งยุค
            -To  have  been  exalted  from  socialnetwork  is  her  special abillity.
               =การได้รับการยกย่องจากสัคมเครือข่ายเป็นความสามารถพิเศษของเธอ.
     ประโยคปฏิเสธของ Infinitive with to
   -Infinitive with to  มีรูปโครงสร้างของประโยคปฏิเสธดังนี้:-
       -not  +  to  +  v. ช่องที่ 1        เช่น:-
          -Gittiya  wants  not  to  go  supermarket  today.
             =กิตติยาต้องการที่จะไม่ไปซูปเปอร์มาร์เก็ตในวันนี้.
          -Naiyanet  likes  not  to  do  job  in  this  company.
             =นัยเนตรชอบที่จะไม่ทำงานในบริษัทนี้.
          -Pollatep  hopes  not  to  live  in  that  dangerous  place.
             =พลเทพหวังที่จะไม่อยู่ในสถานที่อันตรายนั้น.
    -ถ้าต้องการจะเน้นข้อความ, การออกคำสั่ง, และคำข้อร้อง  ให้แต่งประโยคเป็นประโยค verb to be  หรือประโยค verb to have  โดยมีโครงสร้างดังนี้
        ประโยค verb to be   
   -verb to be  +  to  +  v. ช่องที่ 1       เช่น:-
        -I  am  to  go  there  now.
          =ข้าพเจ้าต้องการที่จะไปที่นั้นเดี๋ยวนี้.
        -She  is  to  stay  at  Bangsan  two  days.
          =หล่อนต้องการที่จะพักอยู่ที่บางแสน 2 วัน.
        -We  are  to  go  to  dance  on  the  stage.
          =พวกเราต้องการที่จะไปเต้นรำบนเวที.

    -Verb  to  have  +  to  +  กิริยาช่องที่ 1     เช่น:-

        -You  have  to  go  there  now.

          =คุณต้องไปที่นั่นในตอนนี้.

        -She  has  to  go  home  today.

          =เธอจะต้องกลับบ้านในวันนี้.

        -Please  have  not  to  make  it  again.

          =โปรดอย่าทำมันอีก. 

     Gerund                              

       Gerund แปลว่า "กิริยานาม" คือคำกิริยา ที่เติม ing แล้วนำไปใช้เป็นคำนาม  เวลาแปลเป็นไทยต้องแปลว่า"การ หรือ ความ"  เช่น:-

        -reading       =การอ่าน
        -talking         =การพูด
        -writing        =การเขียน
        -walking       =การเดิน
        -doing           =การกระทำ  
    Gerund มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับ present participle แต่ทำหน้าที่ต่างกันดังนี้
      1.present participle ทำหน้าที่เป็น ‘predicative adjunct คือส่วนประกอบของคำกิริยา     เช่น:-
          -Ratiwan  is  going  to  school.
            =รติวรรณกำลังไปโรงเรียน.
            -going   เป็น present  participle  ทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบของกิริยาคือ is
          -They  are  reading  books  in  the  classroom.
            =พวกเขากำลังอ่านหนังสือในชั้นเรียน.
            -reading   เป็น  present  participle   ทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบของคำกิริยาคือ  are  
      2.present  participle   ทำหน้าเป็นคุณศัพท์        เช่น:-
          -I  see  Miss Arunee  standing  under  the  tree.
            =ฉันเห็นน.ส.อรุณี ยืนอยู่ใต้ต้นไม้.
            -standing     เป็นนามทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์ขยายคำนามคือ Arunee 
             หน้าที่ของ Gerund
    เมื่อ gerund เป็นคำนาม จึงมีหน้าที่  7  อย่าง  ในประโยค  คือ:-
    1.เป็นประธานของประโยค
    2.เป็นกรรมของคำกิริยา
    3.เป็นกรรมของคำบุรพบท
    4.เป็นคำคุณศัพท์
    5.เป็นกิริยาวิเศษณ์
    6.เป็น complement  เมื่อตามหลัง  verb to be
    7.เป็นนามซ้อน

     ตำแหน่งในการวาง Gerund

   Gerund เมื่อนำมาประกอบในประโยคอาจจะวางไว้หน้า, กลาง, และหลังประโยคก็ได้ตามความประสงค์    เช่น:-
       -วางไว้หน้า:-Smoking has been unpopular.    

                         =การสูบบุหรี่กลายเป็นสิ่งล้าสมัยแล้ว.
       -วางไว้กลาง:-Forgive my interfering you.        

                           =ขออภัยที่ฉันรบกวนคุณ.
       -วางไว้หลัง:-My favourite activity is singing.     

             =กิจกรรมโปรดของฉันคือการร้องเพลง.

         Gerund เป็นประธานของประโยค

     เมื่อใช้ gerund เป็นประธานของประโยค เราสามารถสร้างคำกิริยาให้เป็นคำนามได้โดยการเติม ing  ที่คำกิริยาแล้วนำมาใช้เป็นประธานของประโยค       เช่น:-
   -Eating healthily is good for you.
     =การกินเพื่อสุขภาพเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคุณ.
   -Playing football is his favorite sport.
     =การเล่นฟุตบอลเป็นกีฬาโปรดของเขา.
   -Watching movie is her leisure.
     =การดูหนังเป็นการพักผ่อนของเธอ.
   -Reading English novel is very easy.
     =การอ่านนวนิยายภาษาอังกฤษง่ายมาก.
   -Being punished is hard for him to accept.
     =การถูกลงโทษเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะยอมรับ.

 **หมายเหตุ:- คำกิริยาที่อยู่หลัง being เป็นกิริยาช่องที่ 3 ทำหน้าที่เป็นคำดุณศัพท์ขยาย being

       Gerund เป็นกรรมของกิริยา

  -Gerund  เป็นกรรมของกิริยา      เช่น:-

    -Begin  doing  something.

      =เริ่มการกระทำบางสิ่ง.

    -Continue  reading  the  book.

      =ดำเนินการอ่านหนังสือต่อไป.

    -I  forgot  remembering  that  story.

      =ฉันลืมการจดจำเรื่องนั้นไปแล้ว.

    -She  thinks  living  with  husband  very  happy.

       =หล่อนคิดถึงการมีชีวิตอยู่กับสามี มีความสุขมาก.

        Gerund เป็นกรรมของคำบุรพบท

  Gerund  ทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุรพบท      บุรพบท ที่นำมาใช้กับ Gerund  ตัวอย่างเช่น:-
   about      =เกี่ยวกับ
   by      =โดย
   after      =หลังจาก
   in       =ใน
   apart from      =นอกเหนือจาก
   instead of      =แทนที่จะ
   at       =ที่
   on      =บน
   because of     =เนื่องจาก
   without      =ปราศจาก
   before      =ก่อนหน้า

   of     =ของ, แห่ง, โดย

               About

    -I  am  learning  about  studying  English  everyday.

      =ฉันกำลังเรียนรู้เกี่ยวกับการศึกษาภาษาอังกฤษทุกวัน.

               By

    -She  writes  the  book  by  using  a  pen.

      =หล่อนเขียนหนังสือโดยการใช้ปากกา.

               After

    -He  will  go  home  after  working  finished.

      =เขาจะกลับบ้านหลังจากการทำงานเสร็จสิ้น.

               In

    -He has succeeded in starting job.

       =เขาได้ประสบความสำเร็จในการเริ่มงาน.

               Apart from

    -We  do  work  apart  from  targeting.

      =พวกเราทำงานนอกเหนือจากการตั้งเป้าหมายไว้.

               Instead of

    -I  will  do  work  at  this  office  instead  of  her  working.

      =ฉันจะทำงานที่สำนักงานนี้แทนการทำงานของเธอ.

               Because of

    -He  will  return  here  because  of  leaving  of  her.

      =เขาจะกลับมาที่นี่เพราะการจากไปของเธอ.

                Without

    -I will live without doing evil.

      =ฉันจะมีชีวิตอยู่โดยปราศจากการทำความชั่ว.

                Before

    -He will quit before evicting.

      =เขาจะลาออกก่อนการขับไล่.

                Of

    -She  is  very  fond  of  dancing.

      =เธอชอบการเต้นรำมาก.

             Gerund เป็นคุณศัพท์

    Gerund ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์ได้  แต่การทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ของเจอรั้นด์จะต้องอยู่ข้างหน้านามและจะต้องมีขีด (-) คั่นเอาไว้ด้วย      เช่น:-

     -a  walking-stick          =ไม้เท้า

     -a  swimming-pool       =สระว่ายน้ำ

     -a  knitting-needle       =เข็มถักผ้า

     -a  reading-room          =ห้องอ่านหนังสือ

     -a  dancing-teacher      =ครูสอนเต้นรำ

     **หมายเหตุ:- Gerund ทำหน้าที่คล้ายกับ present participle คือทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์ขยายคำนามเหมือนกันจึงเป็นเหตุให้สังเกตได้ยากว่าตัวไหนเป็น gerund ตัวไหนเป็น present participle วิธีสังเกต จงดูรูปที่แแตกต่างกันของ Gerund  และ  present participle

      -รูปคำของ Gerund                             -รูปคำของ present participle

        -a  reading-room                           -a  reading  boy

         =ห้องอ่านหนังสือ                             =เด็กชายซึ่งกำลังอ่านหนังสือ

         (ไม่ได้เป็ผู้กระทำการ)                       (เป็นผู้กระทำการคืออ่านหนังสือเอง)

        -a  running-pathway                       -running  water

          =ทางเดินสำหรับวิ่ง                            =น้ำซึ่งกำลังไหล

        -a  dancing-teacher                      -a  dancing  girl

          =ครูสอนการเต้นรำ                          =เด็กหญิงซึ่งกำลังเต้นรำ

          -dancing  girl     ซึ่งเป็น present participle  dancing  ตัวนี้ทำหน้าที่เป็นกิริยานามโดยตรงโปรดสังเกตดูให้ดี

       -ตัวอย่างที่ยกมาให้ดูนี้จะสังเกตได้ว่า Gerund ที่นำไปขยายนามนั้นจะต้องมี hyphen คือ (-) คั่นกลางระหว่างคำนามที่เป็น Gerund และคำนามตัวที่ Gerund ไปขยายนั้น แต่คำนามที่เป็น present participle  จะไม่มี hyphen (-) มาคั่นเลย  นี้คือข้อแตกต่างของ Gerund  และ  present participle

  1.gerund  ทำหน้าที่ขยายคำนามจะต้องมี hyphen (-) คั่นกลางระหว่างเจอรั้นด์กับคำนามนั้นเสมอ      เช่น:-

      -a  walking-stick                   =ไม้เท้า

      -a  swimming-room              =สระว่ายน้ำ

      -a  knitting-needle                =เข็มถักผ้า

      -a  reading-room                   =ห้องอ่านหนังสือ

      -a  dancing-teacher              =ครูสอนเต้นรำ

    2.Gerund   ที่นำมาใช้เป็นคำนามซึ่งทำหน้าที่เหมือนคำคุณศัพท์นั้นอาจจะมี  object คือตัวกรรม และ adverb  คือคำกิริยาวิเศษณ์มาขายก็ได้      เช่น:-

       -มีตัวกรรมขยาย   เช่น:-

         -His  robby  is  conlecting  stamps.

           =งานอดิเรกของเขาคือการสะสมแสตมป์.

         -Meeting  you  makes  me  happy.            

           =การพบคุณทำให้ฉันมีความสุข.

       -มีคำกิริยาวิเศษณ์ขยาย      เช่น:-

         -He  likes  driving  fast.

           =เขาชอบขับรถเร็ว.

         -Reading  well  will  need  a  lot  of  practice.

           =การอ่านหนังสือดีจะต้องฝึกฝนมาก.

     3.Gerund   อาจจะมี possessive  pronoun  คือสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของอยู่ข้างหน้า Gerund ก็ได้      เช่น:-

         -Your  reading  book  everyday is  a  good  practice.

            =การอ่านหนังสือทุกวันของคุณเป็นแนวทางที่ดี.

         -She  was  annoyed  at  my  saying  that.

            =หล่อนรำคาญต่อการพูดอย่างนั้นของฉัน.

         -His  thinking  make  me  unhappy.

            =ความคิดของเขาทำให้ฉันไม่สบายใจ.

    -กริยาต่อไปนี้มักตามด้วย gerund คือกริยาเติม ing เสมอ
      admit  (ยอมรับ)               appreciate  (ซาบซึ้ง)      avoid (หลีกเลี่ยง)
     compare  (เปรียบเทียบ)    confess   (สารภาพ)        consider (พิจารณา)
     delay (ทำให้ช้า)                deny  (ปฏิเสธ)                detest    (รังเกียจ)
     dislike (ไม่ชอบ)                enjoy   (สนุก)                 escape (หลบหนี)
     excuse (แก้ตัว อ้าง)           fancy (นึก จินตนาการ)   finish (เสร็จ)
     forgive  (ยกโทษ)              imagine (จินตนาการ)     involve (เกี่ยวข้อง)    
     mention (อ้างถึง)              mind (รังเกียจ)               miss  (พลาด)                    
     practice (ฝึกฝน)              postpone(เลื่อน)             recognize  (จำได้)   
     recollect  (ย้อนระลึก)       report (รายงาน)             resent  (ขุ่นเคือง)    
     resist (ต้านทาน)               risk (เสี่ยง)                      suggest (แนะนำ)

    Example:-
       -Suddenly everybody stopped talking. There was silence.
         =ทันใดนั้นทุกคนก็หยุดคุย มีแต่ความเงียบ.
       -I’ll do the shopping when I’ve finished cleaning the flat.    
         =ฉันจะไปฃื้อของเมื่อฉันทำความสะอาดที่พักเสร็จ.
       -I don’t fancy going out this evening.     
         =ฉันไม่อยากออกไปข้างนอกเย็นนี้.

      admit
 -He admitted having driven too fast.

   =เขายอมรับว่าได้ขับรถเร็วเกินไป.
     avoid
  -They avoid going on holiday on Saturdays.

   =พวกเขาหลีกเลี่ยงการไปเที่ยวในวันเสาร์.
     carry on
  -If we carry on sleeping so badly, we may need help.

   =ถ้าเรานอนหลับไม่ดีเราอาจต้องการความช่วยเหลือ
     consider
   -Tairat is considering buying a new house.

   =ไตรรัตน์ กำลังพิจารณาการซื้อบ้านหลังใหม่.
     delay
 -I delay telling Max the news.
   =ฉันเลื่อนการบอกข่าวแก่แม็กซ์
    deny
 -She denies reading the book.
   =เธอปฏิเสธการอ่านหนังสือ.
   dislike
 -We dislike reading poems.
   =พวกเราไม่ชอบการอ่านบทกวี.
 -can't/couldn't help
   =ไม่สามารถ/ ไม่สามารถช่วยเหลือได้.
 -He couldn't help falling in love with her.
   =เขาไม่สามารถช่วยเหลือการตกหลุมรักกับเธอได้.
     enjoy
 -I enjoy playing chess.
   =ฉันสนุกสนานกับการเล่นหมากรุก.
     finish
 -They  have finished working in the garden.

   =พวกเขาได้เสร็จสิ้นการทำงานในสวน.
     give up
 -Susan gives up playing ice-hockey.
   =ซูซานยอมเล่นฮ็อกกี้น้ำแข็ง.
     imagine
 -He imagined driving a new car.
   =เขาคิดการขับรถคันใหม่.
       include
 -Your responsibility includes taking reservations on the phone.
   =ความรับผิดชอบของคุณรวมถึงการจองทางโทรศัพท์.
      involve
 -The project will involve growing plants.
   =โครงการจะเกี่ยวข้องกับการปลูกพืช.
     justify
 -I cannot justify paying $100 for this ticket.

   =ฉันไม่สามารถปรับการจ่ายเงิน 100 ดอลลาร์สำหรับตั๋วใบนี้.

     keep (on)
 -They keep on running.
   =พวกเขาดำเนินการวิ่งต่อไป.
     mention
 -Did Alex ever mention playing baseball?
   =อเล็กซ์เคยพูดถึงการเล่นเบสบอลไหม?
    mind
  -Did Alex ever mention playing baseball?

   =อเล็กซ์เคยพูดถึงการเล่นเบสบอลไหม?

    miss
 -They miss playing with their friends.
   =พวกเขาพลาดการเล่นกับเพื่อนของพวกเขา.
    practise
 -She practised playing hockey.

   =หล่อนฝึกหัดการเล่นฮ็อคกี้.
    regret*
 -Do you regret having mentioned it?
   =คุณเสียใจที่ได้กล่าวขวัญถึงมันหรือ?
    risk
 -You risk catching a cold.
   =คุณเสี่ยงต่อการติดหวัด.
    suggest
 -She suggested flying to London.

   =เธอแนะนำบินไปลอนดอน.

     Gerund เป็นกิริยาวิเศษณ์

  -gerund เป็นกิริยาวิเศษณ์ขยายได้ทั้งใน verb to be  และ verb ตัวอื่นๆ    

     -ขยาย verb to be       เช่น:-

        -We  are  working.

          =พวกเรากำลังทำงาน.

          -working  ตัวนี้เป็นนามทำหน้าที่เป็นกิริยาวิเศษณ์ขยาย  are

        -I  am  going  to  bed.

           =ฉันจะไปนอน.

           -going   เป็นกิริยาวิเศษณ์ขาย  am

      -ขยาย verb  อื่น     เช่น:-

         -He bakes sleeping comfortably.

           =เขาผิงหลับสบาย.

           -sleeping   ตัวนี้ทำหน้าที่เป็น adverb  ขยาย  bakes

         -We  drink  eating joyfully.

            =พวกเราดื่มกินอย่างสนุกสนาน.

            -eating   ตัวนี้เป็นนามทำหน้าที่เป็นกิริาวิเศษณ์ขยาย drink

        Gerund เป็น comlement

   -gerund  ทำหน้าที่เป็นคอมพลีเม็นท์  ส่วนมากมักจะขยาย verb to be     เช่น:-

        -The  only  thing  that  interests  her  is  dancing.

          =สิ่งเดียวที่ทำให้เธอสนใจคือการเต้นรำ.

        -Seeing  is  believing.

          =การเห็นคือความเชื่อ.

         Gerund  เป็นนามซ้อน

      กฏในการวางนามซ้อน (Overlap  Noun)  

    -Overlap  Noun   คือคำนามหรือกลุ่มคำนามที่เพิ่มเข้ามาขยายคำนามที่มีอยู่แล้วให้ได้ความหมายชัดเจนยิ่งขึ้นโดยเรียกง่ายๆว่า "นามซ้อน"   ไม่ว่าคำนามจะทำหน้าที่เป็นอะไรก็ตามในประโยค  นามซ้อนก็สามารถซ้อนได้ในทุกกรณี   เช่น:-

         1.คำนามทำหน้าที่เป็นประธาน  นามซ้อนสามารถซ้อนได้ทั้งข้างหน้าและข้างหลังของนามตัวนั้นไม่ว่าจะซ้อนข้างหน้าหรือซ้อนข้างหลังจะต้อมมีคอมม่าคั่นเอาไว้เสมอ  

            -ซ้อนข้างหน้าตัวประธาน       เช่น:-

                -That  beautiful  woman, Thanisa  is  my  younger  sister.

                  =ธนิสาผู้หญิงสวยคนนั้นเป็นน้องสาวของฉัน.

            -ซ้อนข้างหลังตัวประธาน       เช่น:-

                      -Amontep, that  cute  boy  is  my  younger  brother.

                         =อมรเทพเด็กชายน่ารักคนนั้นเป็นน้องชายของฉัน.

        2.คำนามทำหน้าที่เป็นกรรมก็สามารถซ้อนได้ทั้งข้างหน้าและข้างหลังเหมือนกัน

            -ซ้อนข้างหน้าตัวกรรม      เช่น:-

                     -I  saw  the  pretty  girl, Thanatip  in  the  next  room.

                         =ผมธนาทิพย์สาวสวยคนนั้นในห้องถัดไป.

               -ซ้อนข้างหลังตัวกรรม      เช่น:-

                  -She  beats  Tong  boy, her  pupil  in  front  of  the  class.

               =หล่อนเฆี่ยนเด็กชายต๋องนักเรียนของเธอหน้าชั้นเรียน.

    -Gerund  ทำหน้าที่เป็นนามซ้อนก็ใช้กฏข้อนี้เหมือนกันคือซ้อนได้ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง    

        -ซ้อนข้างหน้า      เช่น:-

           -Dancing,  girl  is  a  good  habit.

             =สาวนักเต้นรำเป็นคนนิสัยดี.

          -Making work home evryday, Laddawan  go  to  school later.

             =การทำการบ้านทุกวันลัดดาวัลย์จึงไปโรงเรียนสาย.

       -ซ้อนข้างหลัง      เช่น:-

          -She  likes  white  bird, fliying around home.

             =หล่อนชอบนกสีขาวตัวบินไปรอบๆบ้าน.

          -Raviwan,  loving  peace  is  the beloved  of  villagers.

             =รวิวรรณผู้รักสันติเป็นที่รักของชาวบ้าน.

   **ข้อควรจำในการวางนามซ้อน:-

        -Gerund  ที่ทำหน้าเป็นนามซ้อนไม่ว่าจะวางไว้ต้นประโยค, กลางประโยค, หรือท้ายประโยคก็ตามจะต้องมีคอมม่าร์คั่นเอาไว้เสมอ   ถ้านามซ้อนไม่มีคอมม่าร์คั่นเอาไว้  นามซ้อนตัวนั้นก็จะกลายเป็น present participle ไป      เช่น:-

   -John  teaching  pupil  well  is  a  teacher  of  goodman  school. 

      =จอห์นผู้สอนลูกศิษย์ดีเป็นครูของโรงเรีนกู๊ดแมน.

   -Teaching  pupils  well  John  is  a  talented  person.

      =จอห์นสอนนักเรียนดีเป็นคนมีความสามารถคนหนึ่ง.

   -teaching    ในทั้งสองประโยคเป็น present participle  ซึ่งเป็นคำนาม  ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ขยาย  John

    

       

  

        

            
    

 

  เป็นเนื้อหาของบทความหรือสินค้าโดยละเอียด

กรุณาใส่ข้อความ …

Visitors: 50,234