3.Article

        

       http://www.authorstream.com/Presentation/rahulsindhi-1516663-grammar-articles/

         https://www.slideshare.net/tarcin2009/a-anthe-ppt

         https://www.youtube.com/watch?v=qZyLP4ICGBw

         https://www.youtube.com/watch?v=zmR_CYJrz8o

         https://www.youtube.com/watch?v=3zJQoQLCeNo

         https://www.youtube.com/watch?v=VNyLSD-L9VQ

         https://www.youtube.com/watch?v=QYk0XUucLus

         https://www.youtube.com/watch?v=k8KQTMd0gmE

         https://www.youtube.com/watch?v=drTyYqbz6Xk

 

                   Article      
      -Article (อาร์ทิเคิล)     แปลว่า "คำนำหน้านาม"
     -Article   แบ่งออกเป็น  2  ชนิด  คือ:-
       1.Indefinite  Article (อินเดฟฟินิท  อาร์ทิเคิล)     แปลว่า "คำนำหน้านามที่ไม่ชี้เฉพาะเจาะจง"     มี  2  ตัว  คือ:- 
           1.1 a (เอ,อะ)      แปลว่า "คนหนึ่ง, อันหนึ่ง, ตัวหนึ่ง, สิ่งหนึ่ง"
                 -a     ถ้าออกเสียงเป็น "เอ"  เพื่อต้องการเน้นข้อความและจะวางเอาไว้ต้นประโยค       เช่่น:-
                    - bird  is  flying  on  the  sky.
                      =นกตัวหนึ่งกำลังบินไปบนท้องฟ้า.
                    -A  book  puts  on  the  desk.
                      =หนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ.
                 -a  ถ้าออกเสียงเป็น "อะ"  จะวางไว้กลางและท้ายประโยค       เช่น:-
                    -I  have  book  in  the  bag. (a วางไว้กลางประโยค)
                      =ฉันมีหนังสือเล่มหนึ่งในกระเป๋า.
                    -
He  walks  into  the  supermarket  to  buy  a  computer. (a วางไว้ท้ายประโยค)
                       =เขาเดินเข้าไปในซุเปอร์มาร์เก็ตเพื่อจะซื้อคอมพิวเตอร์สักหนึ่งเครื่อง.
            
-A   ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นพยัญชนะ, เป็นนามนับได้, และเป็นเอกพจน์ด้วย       เช่น:-
                 -A  car  stopped  on  bus stop.
                   =รถยนต์คันหนึ่งจอดบนป้ายรถเมล์แห่งหนึ่ง.
                - man  see  woman  sleeping.
                  =ชายคนหนึ่งเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนอนหลับ.
            -เมื่อแปลเอาใจความ  A  อาจจะไม่แปลว่า "หนึ่ง"   ก็ได้       เช่น:-
               - beggar  seats  on  sidewalk  to  beg.
                 =คนขอทานนั่งบนทางเท้าเพื่อจะขอทาน. 
            -A   ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นสระ แต่ออกเสียงเป็นพยัญชนะได้       เช่น:-
               -a  university (อะ  ยูนิเวอร์ซิทิ)      =มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
               -a  european (อะ  ยัวระเพียน)      =ชาวยุโรปคนหนึ่ง
               -a  used  car (อะ  ยูสดฺ  คาร์)     =รถยนต์ที่ใช้แล้วคันหนึ่ง 
             -A  one-way  street  (อะ  วันเว  สทรีท)     =ถนนรถเดินทางเดียว
        1.2 an (แอน)     แปลว่า "คนหนึ่ง, ตัวหนึ่ง,อันหนึ่ง, สิ่งหนึ่ง"
               -an    ใช้นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่เป็นสระ คือ: a     e     i     o     u    
     เช่น:-

                  -An  asian  lives  in  that  room.
                    =ชาวเอเซียคนหนึ่งอาศัยอยู่ในห้องนั้น.
                  -I  have  an  umbrella  in  the   storeroom.
                    =ฉันมีร่มคันหนึ่งในห้องเก็บของ.
                  -This  village  has  an  inn  only.
                    =หมู่บ้านนี้โรงแรมขนาดเล็กเพียงแห่งเดียว.
                  -There  is  an  old  maid  woman  in  this  house.
                     =มีสาวแก่คนหนึ่งในบ้านนี้.
                  -An  useful  book  is  in  my  bookcase.
                     =หนังสือที่มีประโยชน์เล่มหนึ่งอยู่ในตู้หนังสือของฉัน.
               -an    ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นพยัญชนะก็ได้แต่พยัญชนะตัวนั้นจะต้องไม่ออกเสียง      เช่น:-
                  -an  hour (แอน  อาวเออะ)     =ชั่วโมงหนึ่ง
                  -an  honesty (แอน  ออนเนสทิ)     =ความซื่อสัตย์สุจริต 
                  -Example:-
                     -He  had  under  an  hour.
                        =เขามีเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง.
                     -She  is  an  honourable  person.
                        =หล่อนเป็นคนสัตย์ซื่อคนหนึ่ง.
                -an   อาจจะไม่แปลว่า "หนึ่ง" ก็ได้      เช่น:-
                   -An  actress   acted  the  movie  of  this  story  well.
                      =นักแสดงหญิงแสดงภาพยนต์เรื่องนี้ได้ดี.
                   -In  this  forest,  there  is  an  animal  live.
                       =ในปป่านี้มีสัตว์อาศัยอยู่.   
                  -a  และ  an  ใช้นำหน้าคำนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์เท่านั้น
   
                        Article a  and  an

       -a  และ  an    มีหน้าที่แยกแยะในการใช้ออกไปอีกได้หลายอย่างดังต่อไปนี้
        1.a, an ใช้นำหน้าคำนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์และคำนามนั้นเป็นนามที่ถูกกล่าวขึ้นเป็น ครั้งแรก, ใช้แทนบุคคลและสิ่งของที่ไม่ชี้เฉพาะเจาะจง
       เช่น:-

         -I  need  a  holiday.
             =ฉันต้องการวันหยุด.
           -She  lives  in  a  bungalow.
             =หล่อนอาศัยอยู่ในบังกะโล. (บ้านพักตากอากาศ)
           -There  is  a  doctor  in  this  room.
              =มีหมออยู่ในห้องนี้.
        2.a, an  ใช้นำหน้าคำนามที่นำมาใช้เป็นตัวอย่างของ, ชนิดของ, และสิ่งของต่างๆ       เช่น:-
           -A  car  must  be  insured.
              =รถยนต์ต้องมีประกัน.
           -An  apple  in  the  basket  there  are  ten  results.
              =แอ๊บเปิลในตะกร้ามี 10 ผล.
        3.a, an    ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นส่วนประกอบที่ทำให้กิริยาเกิดความสมบูรณ์       เช่น:-
            -He  is  teacher.
              =เขาเป็นครู.
            -She  is  an  actress.
              =หล่อนเป็นนักแสดง.
        4.a, an    ใช้นำหน้าคำนามที่แสดงจำนวนที่แน่นอน      เช่น:-
            -a  couple (อะ  คัพเพิล)                     =หนึ่งคู่
            -a  dozen (อะ  ดัซเซิน)                       =หนึ่งโหล
            -a  million (อะ  มิลเยิน)                      =หนึ่งล้าน
            -a  thousand (อะ  เธาเซินด์)              =หนึ่งพัน
            -a  hundred (อะ  ฮันเดรด)                 =หนึ่งร้อย
            -a  lot  of (อะ  ลอท  อ๊อฟ)                  =มาก, จำนวนมาก, สองสาม
            -a  quarter (อะ  คอร์เทอะ)                 =เศษหนึ่งส่วนสี่
            -half  a  dozen (ฮาล์ฟ  อะ  โดเซิน)   =ครึ่งโหล
            -an  eight  (แอน  เอท)                        =จำนวนแปด
            -Example:-
               -I  have  couple  shoes.
                  =ฉันมีรองเท้าหนึ่งคู่.
               -They  receive  a  dozen  pencils.
               -They  get  a  dozen  pencils.
                  =พวกเขาได้รับดินสอหนึ่งโหล.
               -She  has  a  million  bath. (bath ไม่เติม s)
                  =หล่อนมีเงินหนึ่งล้านบาท.
               -In  this  village  there's  a  thousand  people.
                 =ในหมู่บ้านนี้มีคนหนึ่งพันคน.
               -In  the  basket  there's  a  hundred  fruits.
                  =ในตะกร้ามีผลไม้หนึ่งร้อยผล.
               -You can enjoy yourself without spending a lot of money.
                  =คุณสามารถสนุกกับตัวเองโดยปราศจากการใช้เงินมาก.
               -He  has  a  quarter  food  of  me.
                  =เขามีอาหารเศษหนึ่งส่วนสี่ของฉัน.
               -There  is  half  dozen  fruits  in  this  box.
                  =มีผลไม้ครึ่งโหลในกล่องนี้.
               -There  is  rice  of  an  eight  bag.
                  =มีข้าวแปดถุง.
         5.ใช้นำหน้าคำนามที่แสดง ราคา, ความเร็ว, และอัตราส่วนที่มีความหมายว่า "หนึ่งต่อ"       เช่น:-
             -ราคา   ตัวอย่างคือ:-
                 -20  bath  dozen.
                   =20  บาท ต่อหนึ่งโหล.
                -I  bought  the  house  cheap  price.
                -I  bought  a  cheap  price  house.
                   =ฉันซื้อบ้านราคาถูก. 
         **หมายเหตุ:- 2  ประโยคนี้แปลความได้เหมือนกัน ขอให้ผู้ศึกษาทั้งหลายโปรดสังเกตดูว่าประโยคไหนถูก
           -ความเร็ว   ตัวอย่างคือ:-
              -This  car  runs  100  kilometers  an  hour.
                 =รถยนต์คันนี้วิ่งได้ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.
              -This  plane  flies  300  miles  an  hour.
                 =เครื่องบินลำนี้บินได้ 300 ไมล์ต่อชั่วโมง.
          -อัตราส่วน   ตัวอย่างคือ:-
              -He  will  go  there  three  times  a  day.
                 =เขาจะไปที่นั้น 3 ครั้งต่อวัน.
              -We  learn  a  book  two  weeks  a  month.
                 =พวกเราเรียนหนังสือ 2 สัปดาร์ต่อ 1 เดือน.
          6.ใช้กับคำคุณศัพท์ 2 ตัวนี้คือ: few      little       เช่น:-
             -a  few (อะ  ฟิว)    แปลว่า "เล็กน้อย, สองสาม"      
             -a  little (อะ  ลิทเทิล)    แปลว่า "เล็กน้อย, นิดหน่อย"
             -a  few       เช่น:-
                -There  are  a  few  pencils  in  this  box.
                   =มีดินสอ 2 - 3  แท่ง ในกล่องนี้.
                -We  went  out  for  a  few  drinks after quited  work.
                   =พวกออกไปดื่มเล็กน้อยหลังจากเลิกงานแล้ว.
             -a  little      เช่น:-
                -There  is  little  water  in  the  bottle.
                   =มีน้ำเล็กน้อยในขวด.
                -We're  having  a  little  party  this  weekend.
                   =พวกเรากำลังมีงานเลี้ยงเล็กน้อยในวันหยุดสัปดาร์นี้.
            -few  และ  little   สามารถใช้โดยไม่ต้องมี article  ก็ได้   แต่ประโยคนั้นจะมีความหมายไปในทางปฏิเสธ
เช่น:-
              -Few  people  know  this.
                 =เกือบไม่มีคนรู้เรื่องนี้.
              -We  had  little  times  for  amusement  implies  that  we  have always  busy work.
                 =พวกเราไม่มีเวลาสำหรับงานมหรสพหมายความว่า "พวกเรามีงานยุ่งอยู่ตอดเวลา"
          7.a, an    ใช้นำหน้าคำนามที่นับได้เอกพจน์ในประโยคอุทาน       เช่น:-
              -What  a  pretty  girl !
                 =ช่างเป็นเด็กหญิงที่สวยอะไรเช่นนี้ !
              -What  a  good  atmosphere !
                 =ช่างเป็นบรรยากาศที่ดีอะไรเช่นนี้ !
              -แต่ถ้าคำนามนั้นเป็นพหูพจน์จะไม่มี article นำหน้า       เช่น:-
                 -What  pretty  girls !
                    =ช่างเป็นเด็กหญิงที่สวยอะไรเช่นนี้ !
                 -What  big  men !
                     =ช่างเป็นคนใหญ่อะไรเช่นนี้ ! 
         8.article  a    ใช้นำหน้าคำนามที่เป็น  Mr.    Mrs.      Miss      Dr.  บวกกับชื่อและนามสกุล       เช่น:-
              -a  Mr.Wanchai    Duangmalai         =นายวันชัย    ดวงมาลัย
              -a  Mrs.Thanida     Boonying             =นางธนิดา    บุญยิ่ง
              -a  Miss Tevee     Tongtai                   =นางสาวเทวี    ทองไทย
              -a  Dr.William   Belford                      =ด๊อกเตอร์ วิลเลียม    เบลฟอร์ด
              -บุคคลที่กล่าวมานี้ผู้พูดยังไม่เคยรู้จัก
              -แต่ถ้าเขียนโดยไม่มี article   a   นำหน้าแสดงว่าผู้พูดรู้จักคนนั้นดีแล้ว       เช่น:-
                 -Mr.Wanchai     Duangmalai

                 -Mrs.Thanida     boonying
                 -Miss Tevee     Tongtai
                 -Dr.William     Belford
             Indefinite  Article  A   An
  -Indefinite  Article  คือ  a, an  มีข้อห้ามดังนี้
      1.ห้ามใช้ a, an  นำหน้าคำนามที่เป็นพหูพจน์
      2.ห้ามใช้ a, an  นำหน้าคำนามที่นับจำนวนไม่ได้
         -คำนามที่นับจำนวนไม่ได้จะมีรูปเป็นเอกพจน์เสมอ       เช่น:-
            -advice (แอ๊ดไวซ์)           =คำแนะนำ
            -information (อิฟอร์เมชั่น)      =ข้อมูล
            -news (นิวซ์)          =ข่าว
            -baggage (แบกเกจ)       =กระเป๋าเดินทาง, โสเภณี,หีบห่อ, สัมภาระ         
            -luggage (ลักเกจ)     =กระเป๋าเดินทาง, หีบห่อ, อุปกรณ์เครื่องเดินทาง
            -furniture (เฟอนิเจอร์)      =เครื่องเรือน
          -คำนามเอกพจน์ที่นับจำนวนไม่ได้เหล่านี้มักนำหน้าด้วยคำคุณศัพท์เหล่านี้ คือ:-
             -some (ซัม)              =บางส่วน, บางอัน, บางชิ้น, บางอย่าง
             -any (เอนี่)                 =บ้าง, เลย, ไหน, ใคร, ทุก, ทั้งหมด
             -a  little (อะ  ลิทเทิล)      =เล็กน้อย, ไม่มาก
             -a  lot  of (อะ  ลอท  อ๊อฟ)      =จำนวนมาก
             -a   piece  of (อะ  พีส  อ๊อฟ)       =สักชิ้น, สักอย่าง, สักอัน
             -Example:- 
                -I  have  some  advice  to  tell  you.
                   =ผมมีคำแนะนำบางอย่างที่จะบอกคุณ.
                -Do  you  have  any  money?
                   =คุณมีเงินบางไหม?
                -In  the  bag, there  is  a  little  baggage.
                   =ในกระเป๋ามีสัมภาระเล็กน้อย.
                -There  isn't any  news in  this  today.
                   =ไม่มีข่าวสารอะไรเลยในวันนี้.
                -I  have  a  piece  of  furniture  in  this  month.
                   =ผมอยากได้เครื่องเรือนสักชิ้นในเดือนนี้.
      3.คำนามที่เป็น abstract  noun  คือคำนามที่ไม่มีตัวตนที่เรียกวา่ "อาการนาม"  ไม่ต้องมี article  a    an   นำหน้า       เช่น:-
         -beauty (บิวทิ)     =ความสวยงาม
         -happiness (แฮ๊พพิเนส)     =ความสุข
         -goodness (กู๊ดเนส)     =ความดี
         -fear (เฟียร์)      =ความกลัว
         -hope (โฮพ)     =ความหวัง
         -death (เดธ)     =ความตาย
         -Example:-
            -Beauty  is  thing  everyone  wish.
               =ความสวยงามเป็นสิ่งที่ทุกคนปราถนา.
            -Everyone  needs  happiness.
               =ทุกคนต้องการความสุข.
            -Death  is  thing  everyone  will  inevitably.
               =ความตายเป็นสิ่งที่ทุกคนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้.
      4.คำนามที่เป็นชื่อของอาหารจะไม่มีอาร์ทิเคิล a    an    นำหน้า   เว้นไว้แต่คำนามที่เป็นชื่อของอาหารนั้นมีคำคุณศัพท์ขยายอยู่ข้างหน้า ให้เติม article  a  หรือ   an   ได้       เช่น:-
         -We  have  lunch  at  noon.
            =พวกเรารับประทานอาหารกลางวันในเวลาเที่ยง.
         -Dinner  in  today  will  start  at  19.00  o'clock.
           =อาหารค่ำวันนี้จะเริ่มในเวลา  19.00  นาฬิกา.
         -We  eat  breakfast  at  time  07.00  o'clock.
           =พวกเรารับประทานอาหารเช้าในเวลา  7.00  นาฬิกา.
         -She  gave  us  a  good  dinner.
            =หล่อนให้อาหารค่ำที่ดีแก่พวกเรา.
         **หมายเหตุ:- ใน ข้อนี้อาจจะมีข้อยกเว้นพิเศษ ถ้าในกรณีที่มีอาหารมื่อพิเศษคือมีการเลี้ยงฉลองเพื่อเป็นเกียรติแก่บุคคล อาหารมื้อนั้นมี article  a  หรือ   an    นำหน้าได้       เช่น:-
               -I  was  invited  to  a  dinner  to  welcome  the  honored  guests.
                  =ผมถูกเชิญให้ไปรับประทานอาหารค่ำเพื่อต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ.

  2.Definite  Article (เดฟฟินิท  อาร์ทิเคิล)    แปลว่า "คำนำหน้านามที่ชี้เฉพาะเจาะจง"   มีตัวเดียว คือ  The
    -The (เฑอะ)     แปลว่า "นั่น, นั้น, นี่, นี้"  article  the  เมื่อใช้นำหน้าคำนามส่วนมากจะไม่ค่อยแปล  ถ้านำหน้า   คำนามตัวไหนแล้วแปลก็แสดงให้เห็นว่าผู้เขียนหรือผู้พูดต้องการเน้นให้เห็นความสำคัญของคำนามตัวนั้นอย่างเด่นชัด  เช่น:-
    -I  see  a  book  puts  on  the  desk.
       =ฉันเห็นหนังสือวางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ.
    -I  have  read  the  book  puts  on  the  desk.
       =ฉันได้อ่านหนังสือเล่มที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือนั้นแล้ว. 
    -Article  The   คือคำนำหน้านามที่ชี้เฉพาะเจาะจง  ใช้นำหน้าได้ทั้งคำนามที่เป็นเอกพจน์และพหูพจน์ทุกเพศ

  เช่น:-
      เอกพจน์                  พหูพจน์ 

        -the  boy                          the  boys                    =เด็กชาย
      -the  girl                           the  girls                     =เด็กหญิง
      -the  man                         the  women                 =ผู้ชาย, ผู้หญิง
      -the  male bird                 the  female birds        =นกตัวผู้, นกตัวเมีย
      -the  table                        the  chairs                   =โต๊ะ, เก้าอี้    
      -the  apple                       the  fruits                    =แอ๊ปเปิล, ผลไม้ทั้งหลาย

               หน้าที่ของ Article  The 
    -Article  The  มีหน้าที่นำหน้าคำนามเพื่อชี้เฉพาะเจาะจง   คือ:-
       1.ใช้นำหน้าคำนามที่มีเพียงอย่างเดียว       เช่น:-
           -the  son                          =พระอาทิตย์        
           -the  moon                      =พระจันทร์
           -the  earth                      =โลก
           -the  sky                          =ท้องฟ้า
           -the  sea                          =ทะเล
           -the  north  pole            =ขั้วโลกเหนือ
           -the  south  pole            =ขั้วโลกใต้
           -the  weather                 =สภาพบรรยากาศ
        2.ใช้นำหน้าคำนามที่ได้กล่าวถึงมาแล้วและจำเป็นต้องกล่าวซ้ำขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง       เช่น:-
            -Her  car  struck tree;we  can  still  see  the  mark  on  the  tree.
               =รถยนต์ของเธอชนต้นไม้,เรายังสามารถมองเห็นรอยบนต้นไม้นั้น.
        3.ใช้นำหน้าคำนามที่มีวลีหรืออนุประโยคเข้าขยาย       เช่น:-
            -I  like  the  girl  in  blue
               =ผมชอบเด็กสาวในชุดสีฟ้าคนนั้น.
            -She  thinks  the  man  she  met  in  that  day.
               =
หล่อนคิดถึงชายที่เธอได้พบในวันนั้น.
            -in  blue     กลุ่มคำนี้เป็นวลีเข้ามาขยาย  girl
            -she  met  in  that  day.    กลุ่มคำเหล่านี้เป็นอนุประโยคที่เข้ามาขยาย  man
        4.ใช้นำหน้าคำนามที่อยู่ในที่บางแห่งแต่เมื่อเราต้องการสิ่งนั้นขึ้นมา คำนามตัวนั้นจะต้องเติม อาร์ทิเคิล the
  เช่น:- มีหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ  ถ้าจะเขียนเป็นประโยคก็เขียนได้ดังนี้
            - book  puts  on  the  table.
              =หนังสือวางอยู่บนโต๊ะ.  
            -ประโยค นี้แสดงให้เห็นว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่วางอยู่ทั่วไปไม่ได้ชี้เฉพาะ ว่าเป็นของใคร  แต่ถ้าเราเกิดต้องการหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาต้องเขียนเป็นประโยคดังนี้
            -Please  bring  the  book  to  me.
               =กรุณานำหนังสือเล่มนั้นมาให้ฉัน.

        5.ใช้นำหน้าคำเปรียบเทียบขั้นสูงสุด superlatives, first, second, เเละ  only   เมื่อใช้เป็นคุณศัพท์และคำสรรพนาม       เช่น:-
           -superlative     เช่น:-
               -I  think  that  Sunday  is  the  best  day  of  the  week.
                  =ผมคิดว่าวันอาทิตย์เป็นวันที่ดีที่สดของสัปดาห์.
               -Everest  is  the  highest  muontain  in  the  world.
                 =ภูเขาเอเวอเรสต์เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในโลก.
           -first     เช่น:-
               -You  are  the  first  Thai  to  graduate  from  the  Internet  University.
                  =คุณเป็นคนไทยคนแรกที่เรียนจบจากอินเตอร์เน็ตยูนิเวอร์ซิตี้.
               -The  first  comes  here. (ประโยคนี้ใช้ first เป็นสรรพนาม)
                  =คนแรกจงมาที่นี่.
               -In the first century, people also have good moral.
                  =ในศตวรรษแรกประชาชนยังมีศีลธรรมดี.
           -second       เช่น:-
               -We sat in the second row.
                  =พวกเรานั่งอยู่ในแถวที่ 2.
               -The  second  stands  up. (ประโยคนี้ใช้ second เป็นสรรพนาม)
                  =คนที่สองจงยืนขึ้น.
           -only       เช่น:-
              -The  only  man  remains  in  this  room. 
                 =ผู้ชายเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในห้องนี้.
              -He  is the only  one  that  I  loved.
                 =เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ฉันรัก.
        6.ใช้นำหน้าคำนามที่มีความสำคัญต่อมนุษย์       เช่น:-
            -The   whale  helps  people at sea not  sink water down die.
               =ปลาวาฬช่วยคนที่อยู่ในทะเลไม่ให้จมน้ำตาย.
             -The herbal medicine has beneficial to humans very much.
                =ยาสมุนไพรมีประโยชน์ต่อมนุษย์มาก.
         7.the  เมื่อใช้นำหน้าคุณศัพท์จะทำให้คำคุณศัพท์นั้นกลายเป็นนามพหูพจน์       เช่น:-
             -the  old            =คนแก่ทั้งหลาย
             -the  strong      =คนแข็งแรงทั้งหลาย
             -the  weak        =คนอ่อนแอทั้งหลาย
             -the  beautiful    =คนสวยทั้งหลาย
             -the  unattractive   =คนขี้เหร่ทั้งหลาย
             -คำนามทั้งหลายเหล่านี้เมื่อจะเขียนให้้เป็นประโยคต้องใช้กิริยาที่เป็นพหูพจน์และสรรพนามที่ใช้แทนคำ
นามทั้งหลายเหล่านี้ก็ต้องเป็น they เท่านั้น       เช่น:-
                -The  old  are  long  life.
                   =คนแก่ทั้งหลายมีอายุยืน.
                -The  strong  have  very  power.
                   =คนแข็งแรงทั้งหลายมีกำลังมาก.
                -The  weak  are  unhealthy.
                   =คนอ่อนแอทั้งหลายมีสุขภาพไม่ดี.
                -The  beautiful  have  a  gorgeous  body.
                   =คนสวยทั้งหลายมีร่างกายอันงดงาม.
                -The  unattractive  are  ugly shaped.
                   =คนขี้เหร่ทั้งหลายมีรูปร่างน่าเกลียด.
                *-The  rich  are  diligent; they  like  to  send  life  autistic  with  finding  only  money.
                     -พวกคนรวยทั้งหลายขยัน,พวกเขาชอบใช้ชีวิตให้หมกหมุ่นอยู่กับการหาเงินเพียงเท่านั้น.
          8.article  the  ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นชื่อเฉพาะของ  ทะเล   แม่น้ำ   หมู่เกาะ   เทือกเขา   ทะเลทราย   และ
ชื่อของประเทศที่มีรูปเป็นพหูพจน์       เช่น:-
                   ทะเล
        -the  Caribbean  Sea          =ทะเลแคริบเบียน     อยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก
      -the  Caspian  Sea              =ทะเลแคสเปี้ยน   เป็นทะเลปิดที่อยู่ระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป
      -the  South China Sea        =ทะเลจีนใต้    เป็นทะเลปิดที่เป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิก ครอบคลุมอาณาบริเวณตั้งแต่ประเทศสิงคโปร์ไปจนถึงช่องแคบไต้หวัน รวมทั้งอ่าวตังเกี๋ยและอ่าวไทย
                  แม่น้ำ
      -the  Jaopraya river       =แม่น้ำเจ้าพระยา      อยู่ในประเทศไทย
    -the  Mekong  river        =แม่น้ำโขง    อยู่ในประเทศจีน,ไทย,ลาว,กัมพูชา,และเวียตนาม
                   หมู่เกาะ
       -the  Solomon Islands          =หมู่เกาะโซโลมอน     อยู่ในประเทศปาปัวนิวกินี
     -the  Oeungtong  islands     =หมู่เกาะอ่างทอง  อยู่ในจังหวัดสุราษกร์ธานี
     -the   Surin  islands               =หมู่เกาะสุรินทร์    อยู่ในจังหวัดพังงา
                  เทือกเขา
      -the  Himalai  range              =เทือกเขาหิมาลัย    อยู่ในประเทศอินเดีย
    -the  Pooparn  range            =เทือกเขาภูพาน    อยู่ในจังหวัดสกลนคร
    -the  Alps  range                    =เทือกเขาแอลป์     อยู่ในทวีปยุโรป โดยครอบคลุมตั้งแต่ออสเตรีย, อิตาลี และสโลวีเนียทางด้านตะวันออก ไปจนถึงสวิตเซอร์แลนด์, ลิกเตนสไตน์, เยอรมนี และฝรั่งเศสทางด้านตะวันตก
                 ทะเลทราย
      -the  Gobi  Desert           =ทะเลทรายโกบี    อยู่ระหว่างพรมแดนประเทศจีนตะวันตกเฉียงใต้ กับประเทศมองโกเลีย
    -the  Sahara  desert       =ทะเลทรายสะฮาร่า     
ทะเล ทรายสะฮาราครอบคลุมส่วนใหญ่ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย, ชาด, อียิปต์, ลิเบีย, มาลี, มอริเตเนีย, โมร็อกโก, ไนเจอร์, เวสเทิร์นสะฮารา, ซูดานและตูนิเซีย
    -the 
Atacama  desert        =ทะเลทราย อาคาตามา  ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเปรูไปถึงตอนเหนือของประเทศชิลี เป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดในโลก
            ประเทศที่มีรูปเป็นพหูพจน์
              -the  United  States         =ประเทศสหรัฐอเมริกา
              -the  United  Nations       =องค์การสหประชาชาติ
              -the  Philippines               =ประเทศฟิลิปปินส์
             
-the  Laos                          =ประเทศลาว
              -the  Netherlands            =ประเทศเนเธอ์แลนด์
          9.article  the   ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นชื่อที่มีคำบุรพบทคือ of  เข้ามาประกอบเพื่อเป็นคำขยาย   เช่น:-
              -He  is  the  good  person  of  this  village.
                =เขาเป็นคนดีของหมู่บ้านนี้.
              -A  bird  catch  the  branch  of  that  tree.
                =นกตัวหนึ่งจับอยู่บนกิ่งของต้นไม้นั้น.
              -the  cape  of  Good  Hope.
                =แหลมกู๊ดโฮป.
              -the  Gulf  of  Persia.
                =อ่าวเปอร์เซีย.
          10.article the ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นเครื่องดนตรี       เช่น:-
               -He  play  the  saxophone  well.
                 =เขาเล่นแซ็กโซโฟนได้ดี.
               -The organ is a musical instrument that sounds more melodic.
                  =ออร์แกนเป็นเครื่องดนตรีที่มีเสียงไพเราะมาก.
               -the  Accordion (แอคคอร์เดียน)   แปลว่า "หีบเพลง" 
         11.article  the  ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นอาหาร       เช่น:-
               -I  ate  the  breakfast  at  time  07.00  o'clock.
                  =ฉันรับประทานอาหารเช้าในเวลา  7.00  นฺ
               -She  eats  the  lunch  at  time  12.00  o'clock.
                  =หล่อนรับประทานอาหารกลางวันในเวลา  12.00  น.
               -We  eat  the  dinner  at  time  19.00  o'clock. 
                  =พวกเรารับประทานอาหารเย็นในเวลา  19.00  น.
    Article the  ไม่ใช้นำหน้าคำนามในกรณีนี้
  
1.article  the    ไม่ใช้นำหน้าคำนามในสถานที่ต่างๆดังต่อไปนี้คือ:-
        -โรงเรียน       เช่น:-
          -Panomvittayarkarn  School        =โรงเรียนพนมวิทยาคาร
          -Home  College       =วิทยาลัยชาวบ้าน
          -Belford  University      =มหาวิทยาลัยเบลฟอร์ด
          -Internet  University      =มหาวิทยาลัยทางระบบอินเตอร์เน็ต
          -Internet  University  Of  Thailand      =มหาวิทยาลัยทางระบบอินเตอร์เน็ตแห่งประเทศไทย
        -โรงพยาบาล       เช่น:-
           -Jula Hospital        =โรงพยาบาลจุฬา
           -Sirirach  Hospital      =โรงพยาบาลศิริราช
           - Srinakarin Hospital      =โรงพยาบาลศรีนครินทร์
        -วัด       เช่น:-
           -Wad  Pragaew      =วัดพระแก้ว 
           -Wad  Pathatpanom      =วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
           -Tevarachgoonchorn  Temple      =วัดเทวราชกุญชร
        -โรงภาพยนต์     เช่น:-
           -King  Theater      =โรงหนังคิง
           -
Lido  Theater      =โรงภาพยนต์ลิโด้
           -Scala  Theater      =โรงหนังสกาล่า
        -โรงแรม       เช่น:-
           -Thatpanom   Hotel      =โรงแรมธาตุพนม
           -Nakornpanom  Hotel     =โรงแรมนครพนม
           -Sookhee  Hotel      =โรงแรมสุขี
       ข้อยกเว้นพิเศษ:-
          1.article the  ใช้นำหน้านามสกุลที่มีรูปเป็นพหูพจน์ซึ่งหมายถึงครอบครัวของเขาจะต้องเติม s    เช่น:-
            -the   Smiths       แปลว่า "ครอบครัวสมิธ"    จะหมายถึง  Mr.Smith     Mrs.Smith    และ    children
            -the  Williams     แปลว่า "ครอบครัววิลเลี่ยม"
            -the  Duangmalais     แปลว่า "ครอบครัวดวงมาลัย"
         2.article the   ใช้นำหน้าคำนามเอกพจน์ เพื่อจะแยกแยะเอาบุคคลที่มีชื่อที่พ้องกันหรือเหมือนกันออกมาจากผู้อื่นทำ ให้มีความหมายเด่นชัดขึ้น       เช่น:-
            -We  have  three  Miss Dara.  Which  one  do  you  want?
               =พวกเรามีคนชื่อนางสาว ดารา สามคน.  คุณต้องการคนไหน?
            -I  want  the  Miss Dara  who  is   the  best  pretty
               =ผมต้องการนางสาวดาราคนที่สวยน่ารักที่สุด.
        3.article  the  จะไม่ใช้นำหน้าคำนามที่เป็น "ตำแหน่งหรืออาชีพ"      เช่น:-
            -Colonel  Udomlert  was  walking  to  doctor  Gittichai.
               =พ.อ.อุดมเลิศ กำลังเดินไปหาหมอกิตติชัย.
            -แต่ก็ยังใช้ article  the  นำหน้าคำนามที่เป็นตำแหน่งหรืออาชีพเฉยๆได้       เช่น:-
               -The  colonel  seemed  angry  with  the  doctor
                  =พ.อ. ดูเหมือนว่าจะโกรธหมอ.
            -นอกจากนี้ก็ยังใช้  article  the  นำหน้าคำนามที่เป็นยศถาบรรดาศักดิ์ที่มี  of  ประกอบอยู่ด้วย     เช่น:-
                -the  Duke  of  York        =ท่านดยุ๊คแห่งยอร์ค
     4.article  the    ไม่ใช้นำหน้าใน อาการนาม (abstract  noun)       เช่น:-
          -Men  fear  death.
            =มนุษย์ทั้งหลายกลัวความตาย.
         -Happiness,  any  wish  it.
           =ความสุขใครๆก็ปราถนามัน.
         -Good  thinking  is  sri glory to the country.
            =ความคิดดีเป็นศรีสง่าแก่บ้านเมือง.
       ข้อควรจำ:-แต่ถ้าการพูดๆถึงความรู้สึกหรือความหมายโดยเฉพาะที่เด่นชัดเท่านั้นจึงจะมีอาร์ทิเคิล the  นำหน้าได้     เช่น:-
             -The death of the prime minister makes his party without a leader.
                 =การตายของนายกรัฐมนตรีทำให้พรรคของเขาปราศจากผู้นำ.
             -The  illness  of  my  uncle  makes  him  has  weak  health.
                =ความเจ็บปวยของลุงผมทำให้เขามีสุขภาพอ่อนแอ.
     5.article  the   จะต้องไม่วางไว้หลังคำสรรพนามที่แสดงความเป็นเจ้าของ       เช่น:-
         -my  the  mother          -เขียนอย่างนี้ผิด
         -my  mother                  -เขียนอย่างนี้ถูก
         -Vanisa's  the  sister    -เขียนอย่างนี้ผิด
         -Vanisa's  sister            -เขียนอย่างนี้ถูก
     6.article  the    จะไม่ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นส่วนต่างๆของร่างกายและเครื่องนุ่งห่ม       เช่น:-
         -ร่างกาย      เช่่น:-
            -Raise  your  right  hand.
              =จงยกมือขวาขึ้น.
            -Leg  of  him  is disabled.
              =ขาของเขาพิการ.
         -เครื่องนุงห่ม       เช่น:-
            -She  took  off  sweater.
              =หล่อนถอดเสื้อกันหนาว.
            -Coat is  very  expensive.
              =เสื้อโค๊ทมีราคาแพงมาก.
     7.คำนามต่อไปนี้จะไม่มีอาร์ทิเคิล the  นำหน้า คือ:-
        -school (สคูล)        =โรงเรียน
        -home (โฮม)          =บ้าน
        -church (เชิร์ช)      =โบสถ์คริสต์
        -market (มาร์เก็ท)  =ตลาด
        -sea (ซี)         =ทะเล       
        -hospital (ฮอสพิทัล)       =โรงพยาบาล
        -college (คอลเลจ)          =วิทยาลัย
        -court (คอร์ท)     =ศาล, ลาน, สนาม
        -bed (เบด)      =เตียง
        -Example:-
           -She  goes  to  school.
             =หล่อนไปโรงเรียน.
           -I  shall  go  home  today.
             =ฉันจะไปบ้านในวันนี้.
           -We  shall  go  to  church  to  pray.
             =พวกเราจะไปโบสถ์เพื่อสวดมนต์.
          -We  shall  go  to  market  to  buy  food.
             =พวกเราจะไปตลาดเพื่อซื้ออาหาร.
          -They  will  go  sea  to  buy  fishes.
             =พวกเขาจะไปทะเลเพื่อซื้อปลา.
         -He  goes  to  hospital  to  treat  fever.
            =เขาไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาไข้.
          -I  graduated  from  home  college.
            =ผมจบการศึกษาจากวิทยาลัยชาวบ้าน.
          -We go  up  court  today.
            =พวกเราไปขึ้นศาลวันนี้.
          -I  go  to  bed  at  time  24.00  o'clock.
            =ผมไปนอนในเวลา  24  นาฬิกา.
      8.คำนามที่ได้รับการยกเว้นไม่ให้ใช้ the  นำหน้า แต่ถ้าตัวไหนเป็น สามานยนาม (common  noun)  เติมอาร์ทิเคิล  the  ได้       เช่น:-
         -the  office (อ๊อฟฟิซ)     =สำนักงาน
         -the  cinema (ซิเนม่า)     =ภาพยนต์
         -the  theatre  (เธียเทอะ)     =โรงภาพยนต์
      -คำนามตัวไหนที่ต้องการเน้นให้มีความเด่นชัดขึ้นใช้  the  นำหน้าคำนามตัวนั้นได้เลย       เช่น:-
            -the  home              =บ้านหลังนั้น
            -the  school             =โรงเรียนนั้น
            -the  sea                  =ทะเลนั้น
            -the  hospital          =โรงพยาบาลนั้น
            -Example:-
               -I  shall  go  to  the  home.
                 =ฉันจะไปที่บ้านหลังนั้น.
               -She  goes  to  the  school  everyday.
                  =หล่อนไปโรงเรียนนั้นทุกวัน.
               -He  goes  to  the  sea  every  week.
                  =เขาไปยังทะเลนั้นทุกสัปดาห์.
               -The  patient  has  to  go  to  the  hospital  every  month.
                  =คนป่วยนั้นต้องไปที่โรงพยาบาลนั้นทุกเดือน.
                 Positive  Article
       -positive  article ( พอซซิทีฟว์  อาร์ทิเคิล)     แปลว่า "คำนำหน้านามที่แน่นอน" มี  2  ตัว คือ:-
           1.any (เอนี่)     ถ้าใช้เป็นคำนำหน้านามไม่ต้องแปลว่า "บ้าง"  เพราะถ้าแปลว่า "บ้าง"  มันจะกลายเป็นคำคุณศัพท์ไป      เช่น:-
             -I  havn't  got  any  sugar.
               =ผมไม่ได้ใส่น้ำตาลเลย.
             -Have  you  got  any  sugar?
               =คุณใส่น้ำตาลแล้วหรือ?
             -ถ้า  any   แปลว่า "บ้าง"  ก็จะกลายเป็นคำคุณศัพท์ไป       เช่น:-
                -Do  you  have  any  money ?
                   =คุณมีเงินบ้างไหม?
                -Do  you  have  any  oil ?
                  =คุณมีน้ำมันบ้างไหม?
                  -No, I  haven't  any  oil.
                    =เปล่า, ฉันไม่มีน้ำมันเลย.
          **ข้อควรจำ:-  any   ใช้ในประโยคคำถามและปฏิเสธ  กับคำนามที่นับไม่ได้
                                   some  ใช้ในประโยคบอกเล่ากับนามที่นับไม่ได้และนามที่นับได้ในรูปของพหูพจน์
        2.some (ซัม) -ถ้าเป็น adjective  แปลว่า "บางส่วน,บางอัน,บางชิ้น"
                               -ถ้าเป็น pronoun   แปลว่า "บางส่วน,บางอัน,บางชิ้น"
                               -ถ้าเป็น adverb    แปลว่า "ประมาณ,คร่าวๆ,ในราว,ค่อนข้าง" 
           -some   ใช้กับนามที่นับไม่ได้ที่เป็นวัตถุนาม       เช่น:-
              -I  have  some  coffee.
                =ฉันมีกาแฟบ้าง.
              -There  is  some  gold  in  this  jar.
                =มีทองคำบ้างในไหนี้.
              -There  is  some  water  in  the  bottle.
                 =มีน้ำบ้างในขวดนั้น.        
           -some    ใช้กับนามที่นับได้ที่เป็น สามานยนาม  ในรูปพหูพจน์       เช่น:-
              -
Some birds cannot fly.
                =นกบางตัวไม่สามารถบินได้.
              -Some  men  are  selfishness.
                =ผู้ชายบางคนมีความเห็นแก่ตัว.
              -
Some  planes  fall  from  the  sky.

                 =เครื่องบินบางลำตกจากท้องฟ้า.
         ข้อห้ามในการใช้คำนำหน้านาม
     -ข้อห้ามในการใช้คำนำหน้านามมี  6   ข้อ คือ:-
        1.ห้ามใช้คำนำหน้ากับนามดังต่อไปนี้
          1.1proper  noun  คือวิสามายนามหรือนามที่เป็นชื่อเฉพาะ   เช่น:-
             -Pornchai                  =พรชัย
             -Naiyanet                  =นัยเนตร
             -Sonchai  Resort      =ศรชัยรีสอร์ท
             -Siam  Hotel              =โรงแรมสยาม
             -Grungtep                  =กรุงเทพ
             -Lodon                        =ลอนดอน
             -Washington              =วอชิงตัน
                   ฯลฯ
             -Example:-
                -Naiyanet  is  honest.
                  =นัยเนตรเป็นคนซื่อสัตย์.
                -Sonchai  Resort  services  customers  well.
                  =ศรชัยรีสอร์ทบริการลูกค้าดี.
                -Grungtep  is  city  of  Thailand.
                  =กรุงเทพฯเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย.   
          1.2 abstract  noun   คืออาการนาม  ไ่ม่ต้องมี article  นำหน้า       เช่น:-
             -death (เดธ)      =ความตาย
             -wealth (เวลธฺ)      =ความมั่งคั่ง
             -honesty (ออนเนสทิ)    =ความซื่อสัตย์
             -illness (อิลเนส)     =ความเจ็บป่วย
             -happiness (แฮ๊พพิเนส)     =ความสุข
                 ฯลฯ
             -Example:-
                -Death is something inevitable.
                  =ความตายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้.
                -Everyone  needs  wealth.
                  =ทุกคนต้องการความมั่งคั่งร่ำรวย.
                -Honest   is  habit  of  good  person.
                  =ความซื่อสัตย์เป็นนิสัยของคนดี.
          1.3 material  noun   คือวัตถุนาม  ไม่ต้องมี article  นำหน้า       เช่น:-
             -air (แอร์)                   =อากาศ           
             -water (วอเทอะ)        =น้ำ
             -bread (เบรด)            =ขนมปัง
             -money (มันนี่)           =เงิน
             -soap (โซพ)               =สบู่
             -rice (ไรซ์)                 =ข้าว
             -gold (โกลด์)              =ทองคำ
                 ฯลฯ
             -Example:-
                -Fresh air makes people healthier.
                  =อากาศบริสุทธิ์ทำให้คนมีสุขภาพดี.
                -Clean drinking water is not harmful to the body.
                  =น้ำดื่มที่สะอาดดื่มแล้วไม่มีโทษต่อร่างกาย.
                -Everybody needs money.
                  =ใครๆก็ต้องการเงิน.
         2.เมื่อพูดถึงเรื่องความจริงและนามนั้นก็เป็นนามพหูพจน์ด้วยไม่ต้องมี  article  นำหน้านาม       เช่น:-
            -Tigers  are  fierce.
               =เสือทั้งหลายดุร้าย.
           -Fishes  live  in  water. 
              =ปลาทั้งหลายอาศัยอยู่ในน้ำ.
           -Birds  fly  on  air.
            =นกทั้งหลายบินไปบนอากาศ.
        3.คำคุณศัพท์ 3 ตัวนี้คือ young     younger     elder   ขยายอยู่หน้านามตัวใด ห้ามใช้  article  a   an    the เข้ามานำหน้านามตัวนั้นอีก       เช่น:-
           -young  John               =หนุ่มจอห์น
           -young  man                =ชายหนุ่ม
           -young  woman           =หญิงสาว
           -younger  brother       =น้องชาย
           -younger  sister           =น้องสาว
           -elder  brother             =พี่ชาย
           -elder  sister                 =พี่สาว
           -Example:-
              -Young  John  is  british  people.
                =หนุ่มจอห์นเป็นคนอังกฤษ.            
              -Young  woman  is  very  lovely  people.
                 =หญิงสาวเป็นน่ารักมาก.
              -My  younger  sister  is  very  pretty.
                 =น้องสาวของฉันสวยน่ารักมาก.
         4.ห้าม ใช้  article     a     an     the     นำหน้าคำนามที่แสดงยศและตำแหน่งที่อยู่ข้างหน้าวิสามานยนาม (นามที่เป็นชื่อเฉพาะ)       เช่น:-
            -Sir Winston Leonard Spencer-Churchill     =เซอร์วินสตันลีโอนาร์สเปนเซอร์ - เชอร์ชิล
            -President Kennedy                               =ประธานาธิบดีเคนเนดี้
            -Chom Phon Sarit Thanarat                 =จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

            -Professor  Sanya   Thammasak          =ศาสตราจารย์สัญญา    ธรรมศักดิ์
            -Gen. Prayuth Chan-ocha                     =พลเอก  ประยุทธ    จันทร์โอชา

         5.ห้ามใช้  article     a     an     the     นำหน้าคำนามที่เป็นชื่อถนนและซอย       เช่น:-
            -ถนน       เช่น:-
               -Panompanarag
  Road          =ถนนพนมพนารักษ์
               -Ramkhamheang  Road         =ถนนรามคำแหง
               -Ratchadamneon   Road        =ถนนราชดำเนิน
            -ซอย       เช่น:-
               -Thonglor   Alley          =ซอยทองหล่อ
               -Maliwan   Alley           =ซอยมลิวัลย์
               -Narngsaw  Thai    Alley   =ซอยนางสาวไทย
         6.ห้ามใช้  article      a     an     the    นำหน้าคำนามที่มีคุณศัพท์เหล่านี้อยู่ข้างหน้า คือ:-
              -next (เน็คซฺทฺ)        =ต่อไป,ถัดไป
              -more (มอร์)        =มากกว่า, เพิ่มขึ้น
              -most (โมสทฺ)      =มากที่สุด
              -my (มาย)     =ของฉัน
              -our (อาวเออะ)     =ของพวกเรา
              -your (ยัวร์)     =ของคุณ
              -his (ฮิส)      =ของเขา
              -her (เฮอร์)     =ของเธอ
              -their (แฑร์)     =ของพวกเขา
              -its (อิทซฺ)     =ของมัน
              -Example:-
                 -She  will  go  Bangsan   next  week.  
                    =หล่อนจะไปบางแสนในสัปดาห์หน้า.
                 -He  reads  more  book.
                   =เขาอ่านหนังสือมากขึ้น.
                 -Its  leg  is  defective.

                    =ขาของมันพิการ.
 

      วิธีการใช้ Article นำหน้าคำนามจาก Youtube  จงเปิดลิ้งค์ข้างล่างนี้ขึ้นมาดู
     https://www.youtube.com/watch?v=ASWxGyoarVM  
 

     https://www.youtube.com/watch?v=3zJQoQLCeNo

      https://www.youtube.com/watch?v=seg9jEcWIo4

      https://www.youtube.com/watch?v=zmR_CYJrz8o              
         
กรุณาคลิกที่หน้าที่ 4 ที่แถบข้างบน

เป็นเนื้อหาของบทความหรือสินค้าโดยละเอียด

กรุณาใส่ข้อความ …

Visitors: 56,918