๒.ไหว้พระสวดมนต์ ภาคที่ ๒

                ภาคที่สอง

          ว่าด้วยเรื่องคาถาต่างๆ

           พระคาถาชินบัญชร

 

    พระคาถาชินบัญชรนี้เป็นคาถาที่ศักดิ์สืทธิ์  ได้รับการตกทอดมาจากประเทศศรีลังกา  ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต  พรหมรังสี)  แห่งวัดระฆังโฆสิตารามวรมหา วิหาร  กรุงเทพมหานคร ได้ค้นพบในคัมภีร์โบราณและได้ดัดแปลงแก้ไขแต่งเติมให้ดีขึ้นจนมีเอกลักษณ์เป็นพิเศษ   ได้เนื้อความถูกต้องสมบูรณ์ เมื่อแปลออกมาแล้วจะมีแต่สิ่งที่เป็นศิริมงคลแก่ผู้สวดภาวนาเป็นอย่างยิ่ง

   พระคาคาชินบัญชรนี้เป็นคาถาอันเชิญเอาพุทธานุภาพ แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงตรัสรู้ผ่านมาแล้วทั้งหลาย ตลอดจนได้อัญเชิญเอาพระสูตรอันเป็นพระพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ มารวมกันเป็นกำแพงแก้วล้อมรอบคุ้มครองป้องกันผู้สวดภาวนาตั้งแต่กระหม่อมจอมขวัญจนถึงฝ่าเท้าไม่ให้มีเหตุเภทภัยอันตะรายใดๆมาเบียดเบียนได้

   ผู้ใดได้สวดภาวนาคาถาชินบัญชรเป็นประจำทุกวัน ผู้นั้นก็จะเจริญด้วยศิริมงคลและความสุขสมบูรณ์เจริญพูนผลด้วย  ลาภ  ยศ  สรรเสริญสุข  ศัตรูหมู่มารทั้งหลายก็จะไม่มากล้ำกราย ไปทิศใดก็จะมีแต่คนนิยมชมชอบเกิดลาภผลพูนทวี  ขจัดเภทภัยจากภูตผีปีศาจตลอดจนคุณไสย์ต่างๆได้  พระคาถาชินบัญชรนี้ยังใช้ทำน้ำมนต์รักษาโรคภัยไข้เจ็บ

และกำจัดปัดเป่าเสนียดจัญไรได้ดีอีกด้วย

   ถ้าจะออกเดินทางไปไปทำธุรกิจใดๆ ให้สวดพระคาถาชินบัญชรนี้ ๑๐ จบ ก่อนไป  ธุรกิจนั้นก็จะสำเร็จผลตามเป้าหมาย  แต่ต้องเป็นเรื่องที่ถูกตัองศีลธรรมอันดีงามเท่านั้น  เรื่องที่

ผิดศีลธรรมจะไม่ประสบผลสำเร็จ

   อนึ่งผู้ใดป่วยเป็นโรคร้ายแรงที่หมอรักษาไม่หาย  เช่น โรคมะเร็ง  โรคเบาหวาน  โรคอัมพฤกษ์อัมพาต ให้สวดคาถาชินบัญชรวันละ ๑๐ จบ ก่อนสวดให้หาขันน้ำมนต์มาหนึ่งขันเอาน้ำใส่จนเกือบเต็มตั้งไว้ตรงหน้าแล้วจุดเทียนตั้งไว้บนขอบขัน ๓ เล่ม  เอาดอกมะลิหอม๙ ดอกใส่ลงไปในขันน้ำมนต์ แล้วจึงระลึกถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์โตให้ท่านมาช่วยทำน้ำมนต์ให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์เดชรักษาโรคร้ายให้หายไป  ต่อจากนั้นให้ว่า นะโม  ๓  จบ   อิติปิโสอีก ๙ จบ  ต่อจากนั้นให้สวดพระคาถาชินบัญชรว่า

    ปุตตะกาโม  ละเภปุตตัง               ธะนะกาโม  ละเภธะนัง

อัตถิกาเย  กายะญายะ                       เทวานัง  ปิยะตัง  สุตะวา

อิติปิโส  ภะคะวา  ยะมะราชาโน           ท้าวเวสสุวัณโณ

มะระณัง  สุขัง  อะระหัง                      สุคะโต  นะโมพุทธายะ ฯ

   ๑.ชะยาสะนากะตา  พุทธา               เชตะวา  มารัง  สะวาหะนัง

จะตุสัจจาสะภัง  ระสัง                         เย  ปิวิงสุ  นะราสะภา

   ๒.ตัณหังกะราทะโย  พุทธา             อัฏฐะวีสะติ  นายะกา

สัพเพ  ปะติฏฐิตา  มัยหัง                    มัตถะเก  เต  มุนิสสะรา

   ๓.สีเส  ปะติฏฐิโต  มัยหัง                 พุทโธ  ธัมโม  ทะวิโลจะเน

สังโฆ  ปะติฏฐิโต  มัยหัง                     อุเร  สัพพะคุณากะโร

   ๔.หะทะเย  เม  อะนุรุทโธ                 สารีปุตโต  จะ  ทักขิเณ

โกณฑัญโญ  ปิฏฐิภาคัสะมิง               โมคคัลลาโน  จะ  วามะเก

   ๕.ทักขิเณ  สะวะเน  มัยหัง               อาสุง  อานันทะราหุโล

กัสสะโป  จะ  มะหานาโม                     อุภาสุง  วามะโสตะเก

   ๖.เกสะโต  ปิฏฐิภาคัสะมิง                สุริโย  วะ  ปะภังกะโร

นิสินโน  สิริสัมปันโน                           โสภิโต  มุนิ  ปุงคะโว

   ๗.กุมาระกัสสะโป  เถโร                   มะเหสี  จิตตะวาทะโก

โส  มัยหัง  วะทะเน  นิจจัง                   ปะติฏฐาสิ  คุณากะโร

   ๘.ปุณโณ  อังคุลิมาโล  จะ               อุปาลี  นันทะสีวะลี

เถรา  ปัญจะ  อิเมซาตา                      นะลาเฏ  ติละกา  มะมะ

   ๙.เสสาสีติ  มะหาเถรา                     วิชิตา  ชินะสาวะกา

เอเตสีติ  มะหาเถรา  ชิตะวันโต            ชิโนระสา  ชะลันตา

สีละเตเชนะ  อังคะมังเคสุ                    สัณฐิตา

   ๑๐.ระตะนัง  ปุระโต  อาสิ                 ทักขิเณ  เมตตะสุตตะกัง

ธะชัคคัง  ปัจฉะโต  อาสิ                      วาเม  อังคุลิมาละกัง

   ๑๑.ขันธะโมระปะริตตัญ  จะ             อาฏานาฏิยะ  สุตตะกัง

อากาเส  ฉะทะนัง  อาสิ                       เสสา  ปาการะสัณฐิตา

   ๑๒.ชินาณา  วะระสังยุตตา              สัตตัปปาการะลังกะตา

วาตะปิตตาทิสัญชาตา                        พาหิรัชฌัตตุปัททะวา

   ๑๓.อะเสสา  วินะยัง  ยัตุ                   อะนันตะชินะเตชะสา

วะสะโต  เม  สะกิจเจนะ                       สะทา  สัมพุทธะปัญชะเร

   ๑๔.ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ                วิหะรันตัง  มะหีตะเล

สะทา  ปาเลนตุ  มัง  สัพเพ  เต             มะหาปุริสา  สะภา

   ๑๕.อิจเจวะมันโต  สุคุตโต  สุรักโข    ชินานุภาเวนะ  ชิตูปัททะโว

ธัมมานุภาเวนะ  ชิตาริสังโฆ                  สังฆานุภาเวนะ  ชิตันตะราโย

สัทธัมมานุภาวะปาลิโต  จะ                   รามิชินะปัญชะเรติ ฯ

             วิธีเรียนเอาพระคาถาชินบัญชร

   ๑.ให้เรียนเอาในวันพฤหัสบดีข้างขึ้น

   ๒.เครื่องบูชาครูคือ ขัน ๕    ขันห้าคือ:-

       ๑.ดอกไม้ขาว  ๕  คู่

       ๒.ธุป  ๕  คู่

       ๓.เทียนขาว  ๕  คู่

    -เมื่อเรียนเอาให้อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเสียก่อน

    -ตั้งครื่องบูชาครูไว้หน้ารูปภาพของสมเด็จพระพุฒาจารย์โตหรือรูปหล่อท่านก็ได้

    -ถ้าต้องการน้ำมนต์เพื่อรักษาโรคร้ายที่หมอรักษาไม่ได้ ให้ตั้งขันน้ำมนต์ต่อจากขัน ๕ ลงมา สิ่งที่ต้องเตรียมคือ:-

       ๑.ขันหนึ่งใบ ถ้ามีขันสำริดให้ใช้ขันสำริดเพื่อทำให้น้ำมนต์มีอานุภาพ

       ๒.ใบหนาด  ๗  ใบ  อย่าเอาใบใหญ่นักให้เอาใบเล็กๆ

       ๓.ขมิ้น  ๗  แว่น

       ๔.ส้มป่อย  ๗  ข้อ

    -ให้เอาเครื่องน้ำมนต์ใส่ลงไปในขันแล้วเติมน้ำใส่ขันกะให้น้ำเกือบเต็มขันคือให้ระดับน้ำห่างจากขอบขันประมาณ  ๓  นิ้ว

     -เมื่อสวดครบ  ๙  วันแล้ว  ให้ตักเอาน้ำมนต์ในขันมาดื่มกิน  ก่อนกินให้อธิษฐานจิตให้สมเด็จพระพุฒาจารย์โตจงช่วยปัดเป่าโรคร้ายให้หายไปจากร่างกาย  ถ้าเป็นหลายโรคให้อธิษฐานทีละโรค เอาโรคที่ร้ายแรงที่สุดก่อน

     -วันหนึ่งให้ตักน้ำมนต์ขึ้นมาดื่มกินประมาณ  ๓  ครั้ง   คือ  ตอนเช้าหนึ่งครั้ง   ตอนเที่ยงหนึ่งครั้ง   ตอนเย็นก่อนเข้านอนอีกหนึ่งครั้ง  หมดแล้วให้เติมน้ำลงไปอีก  ส่วนเครื่องทำน้ำมนต์คือ  ใบหนาด ขมิ้น  ส้มป่อย  ๑  เดือนให้เปลี่ยนครั้งหนึ่ง  ให้ทำกินไปเรื่อยๆจนกว่าโรคร้ายจะหาย

     **คำเตือน

   ก่อนจะทำน้ำมนต์ให้ท่องคาถาให้ได้เสียก่อน จะทำให้น้ำมนต์มีความศักดิ์สิทธิ์  ในขณะสวดคาถาให้เพ่งสายตาลงไปที่น้ำมันต์ในขัน

         จบคาถาชินบัญชร

         คาถาเจริญอายุของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต

     ๐พุทธะ  พุทธา  พุทเธ  พุทโธ  พุทธัง  อะระหัง  พุทโธ  อิติปิโส  ภะคะวา  นะโม 

พุทธายะ ฯ

    ๐คาถาเจริญอายุบทนี้ใช้สวดเพื่อทำให้มีสุขภาพดีแลมีอายุยืนยาว

             คาถายอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก

 

                             นี้คือภาพของเมืองสวรรคโลกในสมัยโบราณ

   คาถายอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎกฉบับนี้  หลวงธรรมาธิกรณ์ (พระภิกษุแสง) ท่านได้มาจากพระแท่นศิลาอาสน์ในมณฑลพิษณุโลก ในตอนที่ท่านบวชเป็นพระภิกษุ  ต้นฉบับเดิม ได้จารึกเป็นอักษรขอม ได้ในกรุเมืองสวรรคโลกที่ขึ้นกับกรุงสุโขทัยในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ให้ดูภาพเมืองสวรรคโลกประกอบ

   ในหนังสือฉบับเดิมกล่าวอานิสงส์ของคาถานี้เอาไว้ว่า "พระคาถานี้ผู้ใดมีไว้ประจำบ้านเรือนและท่องบ่นสาธยายทุกๆวัน มีอานิสงส์มากกว่าการสร้างเจดีย์ทองคำสูงเทียมเท่าเทวโลก  และยังสามารถป้องกันภัยอันตะรายต่างๆ และการทำมาหากินให้เจริญรุ่งเรืองอีกด้วย

    ผู้ใดได้สร้างเอาไว้สักการะบูชา  ผู้นั้นจะได้กุศลมาก จะเจริญด้วย อายุ  วรรณะ  สุขะ  พละ  ปฏิภาณ ธนะสาร สมบัติ พิพัฒนมงคล ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

    ผู้ใดได้สร้างคาถายอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎกนี้ให้ได้จำนวนเล่มของหนังสือเท่ากับอายุของตนผู้นั้นจะมีเคราะห์เข็ญและทุกข์โศกโรคภัยไข้เจ็บน้อย และจะเจริญในหน้าที่การงานที่กระทำอยู่

    ผู้ใดสวดภาวนาคาถายอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎกนี้เป็นประจำทุกวันทั้งเช้าและเย็น  ผู้นั้นเมื่อตายจากโลกนี้ไปแล้วก็จะไม่ไปตกนรก เหมาะกับผู้ที่กลัวตกนรก  และเมื่อตายไปแล้วกระดูกก็จะไม่จมน้ำเหมือนกระดูกคนธรรมดา

    ถ้าผู้ใดได้บูชาคาถายอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎกฉบับนี้เอาไว้ในบ้านเรือน  ก็จะป้องกัน

ภัยพิบัติต่างๆ  การสวดบูชาคาถาอื่นเป็นเวลาตั้ง ๑๐๐ ปี ก็สู้การสวดบูชาคาถายอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎกนี้เพียงครั้งเดียวไม่ได้  แม้มาตรว่า อินทร์ พรหม ยม ยักษ์ ที่มีอิทธิฤทธิ์

จะเนรมิตก้อนอิฐให้เป็นทองคำแล้วสร้างเจดีย์สูงขึ้นไปจรดพรหมโลกก็มีอานิสงส์สู้การสวดคาถายอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎกนี้ไม่ได้

    อนึ่งผู้ใดบริจาคเงินสร้างหนังสือคาถายอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎกนี้ให้ได้เท่ากับอายุ

ของตนเองเช่นมีอายุได้ ๕๐ ปีก็สร้างให้ได้ ๕๐ เล่ม  แล้วแจกให้เป็นทานแก่ผู้อื่น  ผู้นั้นจะบังเกิดโชคลาภและความสำเร็จในหน้าที่การงาน ชีวิตก็จะเจริญรุ่งเรืองยิ่งนัก

    อีกประการหนึ่งผู้ที่ทำงานมาหลายปีแต่ตำแหน่งไม่ขึ้นให้สวดคาถายอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎกนี้ทั้งเช้าและเย็น สวดไปเรื่อยๆเดี๋ยวตำแหน่งก็จะขึ้นเอง ข้าพเจ้าผู้เขียนตำราเล่มนี้เคยให้คนทำงานมาหลายปีแต่ตำแหน่งไม่ขึ้นเพราะไม่มีเงินวิ่งและประจบเจ้านายไม่เป็นได้ผลดีมาแล้ว  ผู้ที่สวดแล้วได้ผลเร็วคือผู้ที่ท่องได้กับปาก

    คาถายอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎกมีด้วยกัน  ๒๗  บท    คือ:-

    ๑.อิติปิโส  ภะคะวา  อะระหัง  วะตะโส  ภะคะวา ฯ

อิติปิโส  ภะคะวา  สัมมาสัมพุทโธ  วะตะโส  ภะคะวา ฯ

อิติปิโส  ภะคะวา  วิชชาจะระณะสัมปันโน  วะตะโส  ภะคะวา ฯ

อิติปิโส  ภะคะวา  สุคะโต  วะตะโส  ภะคะวา ฯ

อิติปิโส  ภะคะวา  โลกะวิทู  วะตะโส  ภะคะวา ฯ

    ๒.อะระหันตัง  สะระณัง  คัจฉามิ  อะระหันตัง  สิระสา  นะมามิ

สัมมาสัมพุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ  สัมมาสัมพุทธัง  สิระสา  นะมามิ

วิชชาจะระณะสัมปันนัง  สะระณัง  คัจฉามิ  วิชชาจะระณะสัมปันนัง  สิระสา  นะมามิ

สุคะตัง  สะระณัง  คัจฉามิ  สุคะตัง  สิระสา  นะมามิ  โลกะวิทัง  สะระณัง  คัจฉามิ  โลกะวิทัง  สิระสา  นะมามิ ฯ

    ๓.อิติปิโส  ภะคะวา  อะนุตตะโร  วะตะโส  ภะคะวา ฯ

อิติปิโส  ภะคะวา  ปุริสะธัมมะสาระถิ  วะตะโส  ภะคะวา ฯ

อิติปิโส  ภะคะวา  สัตถา  เทวะมะนุสสานัง  วะตะโส  ภะคะวา ฯ

อิติปิโส  ภะคะวา  พุทโธ  วะตะโส  ภะคะวา ฯ

    ๔.อะนุตตะรัง  สะระณัง  คัจฉามิ  อะนุตตะรัง  สิระสา  นะมามิ ฯ

ปุริสะธัมมะสาระถิ  สะระณัง  คัจฉามิ  ปุริสะธัมมะสาระถิ  สิระสา  นะมามิ ฯ

สัตถา  เทวะมะนุสสานัง  สะระณัง  คัจฉามิ  สัตถา  เทวะมะนุสสานัง  สิระสา  นะมามิ ฯ

พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ  พุทธัง  สิระสา  นะมามิ ฯ

    ๕.อิติปิโส  ภะคะวา  รูปักขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมี  จะ  สัมปันโน  อิติปิโส 

ภะคะวา ฯ

    อิติปิโส  ภะคะวา  เวทะนากขันโธ  อะนิจจะลักขะณะปาระมี  จะ  สัมปันโน  อิติปิโส 

ภะคะวา ฯ

    อิติปิโส  ภะคะวา  สัญญากขันโธ  อะนิจจะลักขะณะปาระมี  จะ  สัมปันโน  อิติปิโส 

ภะคะวา ฯ

    อิติปิโส  ภะคะวา  สังขารักขันโธ  อะนิจจะลักขะณะปาระมี  จะ  สัมปันโน  อิติปิโส 

ภะคะวา ฯ

    อิติปิโส  ภะคะวา  วิญญาณักขันโธ  อะนิจจะลักขะณะปาระมี  จะ  สัมปันโน  อิติปิโส 

ภะคะวา ฯ

    ๖.อิติปิโส  ภะคะวา  ปะฐะวีจักกะวาฬะ  จาตุมมะหาราชิกา  ตาวะติงสา  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

    อิติปิโส  ภะคะวา  เตโชจักกะวาฬะ  จาตุมมะหาราชิกา  ตาวะติงสา  ธาตุสัมมาทิยานะ

สัมปันโน ฯ

    อิติปิโส  ภะคะวา  วาโยจักกะวาฬะ  จาตุมมะหาราชิกา  ตาวะติงสา  ธาตุสัมมาทิยานะ

สัมปันโน ฯ

    อิติปิโส  ภะคะวา  อาโปจักกะวาฬะ  จาตุมมะหาราชิกา  ตาวะติงสา  ธาตุสัมมาทิยานะ

สัมปันโน ฯ

    อิติปิโส  ภะคะวา  อากาสะจักกะวาฬะ  จาตุมมะหาราชิกา  ตาวะติงสา  ธาตุสัมมาทิยานะ  สัมปันโน ฯ

    ๗.อิติปิโส  ภะคะวา  ยามา  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

 อิติปิโส  ภะคะวา  ตุสิตา  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

 อิติปิโส  ภะคะวา  นิมมานะระติ  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

 อิติปิโส  ภะคะวา  กามาวะจะระ   ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

 อิติปิโส  ภะคะวา  รูปะวะจะระ  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

    ๘.อิติปิโส  ภะคะวา  ปะฐะมะฌานะ  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

  อิติปิโส  ภะคะวา  ทุติยะฌานะ  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

  อิติปิโส  ภะคะวา  ตะติยะฌานะ  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

  อิติปิโส  ภะคะวา  จะตุตถะฌานะ  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

    ๙.อิติปิโส  ภะคะวา  ปัญจะมะฌานะ  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

   อิติปิโส  ภะคะวา  อากาสานัญจายะตะนะ  เนวะสัญญานาสัญญายะตะนะ  อะรูปาวะจะระ

ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

    อิติปิโส  ภะคะวา  วิญญาณัญจายะตะนะ  เนวะสัญญานาสัญญายะตะนะ  อะรูปาวะจะระ

ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

    อิติปิโส  ภะคะวา  อากิญจัญญายะตะนะ  เนวะสัญญานาสัญญายะตะนะ  อะรูปาวะจะระ

ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

    ๑๐.อิติปิโส  ภะคะวา  โสตาปฏิมัคคะ  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

    อิติปิโส  ภะคะวา  สักกิทาคา  ปะฏิมัคคะ  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

    อิติปิโส  ภะคะวา  อะนาคา  ปะฏิมัคคะ  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

    อิติปิโส  ภะคะวา  อะระหัตตะ  ปะฏิมัคคะ  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

    ๑๑.อิติปิโส  ภะคะวา  โสตาอะระหัตตะปะฏิผะละ  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

   อิติปิโส  ภะคะวา  สักกิทาคาอะระหัตตะปะฏิผะละ  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

   อิติปิโส  ภะคะวา  อะนาคามิอะระหัตตะปฏิผะละ  ธาตุสัมมาทิยานะสัมปันโน ฯ

    ๑๒.กุสะลา  ธัมมา  อิติปิโส  ภะคะวา  อะอายาวะชีวัง  พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ

ชัมภูทิปัญจะ  อิสสะโร  กุสะลา  ธัมมา  นะโมพุทธายะ  นะโมธัมมายะ  นะโมสังฆาย

ปัญจะพุทธานะมามิหัง  อาปามะจุปะ  ทีมะสังอังขุ  สังวิธาปุกะยะปะ  อุปะสะชะ  สุเหปาสายะ  โสโส  สะสะอะอะอะอะนิ  เตชะสุเนมะภูจะนาวิเว  อะสังวิสุโรปุสะภุพะ  อิสะวาสุสุสะวาอิ  กุสะลา  ธัมมา  จิตติวิอัตถิ ฯ

    ๑๓.อิติปิโส  ภะคะวา  อะอายาวะชีวัง  พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ  สาโพธิปัญจะอิสสะโร  ธัมมา ฯ

    ๑๔.กุสะลา  ธัมมา  นันทะวิวังโก  อิติสัมมาสัมพุทโธ  สุคะลาโน  ยาวะชีวัง  พุทธัง

สะระณัง  คัจฉามิ  จาตุมมะหาราชิกา  อิสสะโร  กุสะลา  ธัมมา  อิติวิชชาจะระณะสัมปันโน  อุอุยาวะชีวัง  พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ  ตาวะติงสา  อิสสะโร  กุสะลา  ธัมมา  นันทะปัญจะสุคะโต  โลกะวิทู  มะหาเอโอยาวะชีวัง  พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ  ยามาอิสสะโร  กุสะลา

ธัมมา  พรัหมาสัทธะ  ปัญจะสัตตะ  สัตตาปาระมี  อะนุตตะโร  ยะมะกะขะ  ยาวะชีวัง 

พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ ฯ

    ๑๕.ตุสิตาอิสสะโร  กุสะลา  ธัมมา  ปุยะปะกะ  ปุริสะทัมมะสาระถิ  ยาวะชีวัง  พุทธัง 

สะระณัง  คัจฉามิ ฯ

    ๑๖.นิมมานะระติ  อิสสะโร  กุสะลา  ธัมมา  เหตุโปวะ  สัตถาเทวะมะนุสสานัง  ตะถะ

ยาวะชีวัง  พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ ฯ

    ๑๗.ปะระนิมมิตตะอิสสะโร  กุสะลา  ธัมมา  สังขารักขันโธ  ทุกขัง  อนิจจัง  อะนัตตา

รูปักขันโธ  พุทธะปะผะ  ยาวะชีวัง  พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ ฯ

    ๑๘.พรัหมาอิสสะโร  กุสะลา  ธัมมา  นัจจิปัจจะยา  วินะปัญจะ  ภะคะวะตา  ยาวะนิพพานัง  สะระณัง  คัจฉามิ   นะโมพุทธัสสะ  นะโมธัมมัสสะ  นะโมสังฆัสสะ  พุทธิลา  โลกะลา

กะระะนา  เอเตนะ  สัจเจนะ  สุวัตถิ  โหนตุ  หุลู  หุลู  หุลู  สะวาหายะ ฯ

    ๑๙.นะโมพุทธัสสะ  นะโมธัมมัสสะ  นะโมสังฆัสสะ  วิตติ  วิตติ  วิตติ  มิตติ  มิตติ  จิตติ

จิตติ  วัตติ  วัตติ  มะยะสุ  สุวัตถิ  โหนตุ  หุลู  หุลู  หุลู  สะวาหายะ ฯ

    ๒๐.อินทะสาวัง  มะหาอินทะสาวัง  พรัหมะสาวัง  มะหาพรัหมะสาวัง  จักกะวัตติสาวัง 

มะหาจักกะวัตติสาวัง  เทวาสาวัง  มะหาเทวาสาวัง  อิสิสาวัง  มะหาอิสิสาวัง  มุนีสาวัง

มะหามุนีสาวัง  สัปปุริสะสาวัง  มะหาสัปปุริสะสาวัง  พุทธะสาวัง  ปัจเจกะพุทธะสาวัง  อะระ

หันตะสาวัง  สัพพะสิทธิ  วิชชาธะระนังสาวัง  สัพพะโลกา  อิริยานังสาวัง  เอเตนะ  สัจเจนะ

สุวัตถิ  โหตุ ฯ

    ๒๑.สาวัง  คุณัง  วัชชัง  พะลัง  เตชัง  วิริยัง  สิทธิ  กัมมัง  นิพพานัง  โมกขัง  คุยหะกัง

ฐานัง  สีลัง  ปัญญา  นิกขัง  ปุญญัง  ภาคะยัง  ตัปปัง  สุขัง  สิริ  รูปัง  จตุวีสะสติเทสะนัง

เอเตนะ  สัจเจนะ  สุวัตถิ  โหนตุ  หุลู  หุลู  หุลู  สะวาหายะ ฯ

    ๒๒.นะโมพุทธัสสะ  ทุกขัง  อะนิจจัง  อะนัตตา  รูปักขันโธ  เวทะนากขันโธ  สัญญากขันโธ  สังขรักขันโธ  วิญญาณักขันโธ  นะโม  อิติปิโส  ภะคะวา ฯ

    ๒๓.นะโมพุทธัสสะ  ทุกขัง  อะนิจจัง  อะนัตตา  รูปักขันโธ  เวทะนากขันโธ  สัญญากขันโธ  สังขารักขันโธ  วิญญาณักขันโธ  นะโม  สะวากขาโต  ภะคะวะตา  ธัมโม ฯ

    ๒๔.นะโมธัมมัสสะ  ทุกขัง  อะนิจจัง  อะนัตตา  รูปักขันโธ  เวทะนากขันโธ  สัญญากขันโธ  สังขารักขันโธ  วิญญาณักขันโธ  นะโม  สะวากขาโต  ภะคะวะตา  ธัมโม ฯ

    ๒๕.นะโมธัมมัสสะ  ทุกขัง  อะนิจจัง  อะนัตตา  รูปักขันโธ  เวทะนากขันโธ  สัญญากขันโธ  สังขารักขันโธ  วิญญาณักขันโธ  นะโม  สุปะฏิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ  วาหะ

ปะริตตัง ฯ

    ๒๖.นะโมสังฆัสสะ  ทุกขัง  อะนิจจัง  อะนัตตา  รูปักขันโธ  เวทะนากขันโธ  สัญญากขันโธ  สัขารักขันโธ  วิญญาณักขันโธ  นะโม  สุปะฏิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ ฯ

    ๒๗.นะโมพุทธายะ  มะอะอุ  ทุกขัง  อะนิจจัง  อะนัตตา  ยาวะตัสสะ  หาโยนะโม  อุอะมะ

ทุกขัง  อะนิจจัง  อะนัตตา  อุอะมะ  อาวันทา  นะโมพุทธายะ  นะอะกะตินิสะระนะ  อาระปะ

ขุทธัง  มะอะอุ  ทุกขัง  อะนิจจัง  อะนัตตา ฯ

          จบคาถายอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก

            พระคาถาอาการะวัตตาสูตร 

    พระคาถาอาการวัตตาสูตรนี้เป็นคาถาที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสแสดงแก่พระสารีบุตร  ผู้เป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา ในคราวที่พระพุทธองค์ทรงเเสด็จประทับอยู่ ณ ที่ภูเขาคิชฌ

กูฏใกล้กรุงราชคฤห์ในแคว้นมคธ

     

               นี้คือภาพของภูเขาคิชฌกูฏในประเทศอินเดีย

    ในสมัยนั้นท่านพระสารีบุตรได้เกิดความปริวิตกขึ้นในใจว่า "ต่อแต่นี้ไปสรรพสัตว์ทั้งหลายจะมีจิตใจหนาไปด้วยกิเลสถูกอะวิชชาหุ้มห่อเอาไว้จนมีสันดานอันรกชัฏหนาไปด้วยอกุศลมูลคือ  โลภ  โกรธ  หลง  กุศลมูลคือ  ความไม่โลภ   ความไม่โกรธ   และความไม่หลง  จะเสื่อมหายไปจากจิตใจของพวกมนุษย์ทั้งหลาย  เมื่อเป็นเช่นนี้มนุษย์ทั้งหลายเหล่านี้ก็จะพากันไปบังเกิดในอบายภูม คือ  นรก   เปรต   อสุรกาย   และสัตว์เดรัจฉานเป็นส่วนมาก  ธรรมที่จะทำให้พวกมนุษย์ทั้งหลายเหล่านี้พ้นจากสังสารทุกข์นี้มีอยู่หรือไม่หนอ" 

    เมื่อพระเถระเกิดความปริวิตกเช่นนี้จึงได้ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ

มนุษย์ทั้งหลายมีความโฉดเขลาเบาปัญญา ไม่รู้จักพุทธะกะระณะธรรม ทำแต่กรรมชั่วถูก

ราคะ   โทสะ   โมหะ  เข้าครอบงำจิตใจ  ครั้นตายไปแล้วก็จะไปบังเกิดในอบายภูมิ ธรรมเป็นเครื่องป้องกันไม่ให้มนุษย์ทั้งหลายเหล่านี้ไปบังเกิดในอบายภูมิมีอยู่หรือพระเจ้าข้า" 

    พระพุทธเจ้าตรัสว่า"มีสิ  สารีบุตร"

    พระสารีบุตรทูลถามพระพุทธเจ้าต่อไปว่า "ธรรมนั้นชื่อว่าอะไร ?  พระพุทธเจ้าข้า"

    พระพุทธเจ้าตรัสบอกพระสารีบุตรว่า "ธรรมนั้นชื่อว่า อาการะวัตตาสูตร   สารีบุตร"

และพระพุทธเจ้าก็ได้ตรัสบอก คาถาอาการะวัตตาสูตรแก่พระสารีบุตรโดยพิสดาร  พระคาถาอาการะวัตตาสูตรนี้มีเนื้อความในการสวด ๑๗ บท   คือ:-

    ๐เอวัมเม  สุตตัง  เอกัง  สะมะยัง  ภะคะวา  ราชะคะเห  วิหะระติ  คิชฌะกูเฏ  ปัพพะเต

เตนะ  โข  ปะนะ  สะมะเยนะ  สัพพะสัตตานัง  พุทธคุโณ  ธัมมะคุโณ  สังฆะคุโณ 

อายัสะมา  อานันโท  อะนุรุทโธ  สารีปุตโต  โมคคัลลาโน  มะหิทธิโก  มะหานุภาเวนะ

สัพพะสัตตานัง  เอตะทะโวจะ ฯ

    ๑.อิติปิโส  ภะคะวา  อะระหัง

อิติปิโส  ภะคะวา  สัมมาสัมพุทโธ

อิติปิโส  ภะคะวา  วิชชาจะระณะสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สุคะโต 

อิติปิโส  ภะคะวา  โลกะวิทู

อิติปิโส  ภะคะวา  อะนุตตะโร  ปุริสะทัมมะสาระถิ

อิติปิโส  ภะคะวา  สัตถา  เทวะมะนุสสานัง

อิติปิโส  ภะคะวา  พุทโธ

อิติปิโส  ภะคะวา  ภะคะวาติ

    พุทธะคุโณ  ปะฐะโม ฯ

    ๒.อิติปิโส  ภะคะวา  อะภินิหาระ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อุฬารัชฌาสะยะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปะณิธานะ ปารมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  มะหากะรุณา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ญาณะ ปาระมิสัปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปะโยคะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ยุติ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ชุติ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  คัพภะโอกกันติ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  คัพภะฐิติ ปาระมิสัมปันโน

    อะภินิหาระวัคโค  ทุติโย ฯ

    ๓.อิติปิโส  ภะคะวา  คัพภะวุฏฐานะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  คัพภะมะละวิระหิตะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อุตตะมะชาติ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  คะติ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อะภิรูปะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สุวัณณะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สิริ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อโรหะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปะริณามะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สุนิฏฐะ ปาระมิสัมปันโน

    คัพภะวุฏฐานะวัคโค  ตะติโย ฯ

    ๔.อิติปิโส  ภะคะวา  อะภิสัมโพธิ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สีละธันธะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สะมาธิขันธะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปัญญาขันธะ ปาระมิสัทปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ทะวัตติงสะมหาปุริสะลักขะณะ ปาระมิสัมปันโน

    อะภิสัมโพธิวัคโค  จะตุตโถ ฯ

    ๕.อิติปิโส  ภะคะวา  มะหาปัญญา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปุถุปัญญา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  หาสะปัญญา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ชะวะนะปัญญา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ติกขะปัญญา ปาระมิสัมปัโน

อิติปิโส  ภะคะวา  นิพเพธิกะปัญญา ปาระมิสัม

อิติปิโส  ภะคะวา  ป้ญจะจักขุ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อัฏฐาระสะพุทธะกะระ ปาระมิสัมปันโน

    มะหาปัญญาวัคโค  ปัญจะโม ฯ

    ๖.อิติปิโส  ภะคะวา  ทานะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สีละ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  เนกขัมมะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปัญญา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  วิริยะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ขันติ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สัจจะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อะธิฏฐานะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  เมตตา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อุเปกขา ปาระมิสัมปันโน

    ปาระมิวัคโค  ฉัฏโฐ ฯ

    ๗.อิติปิโส  ภะคะวา  ทะสะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ทะสะอุปะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ทะสะปะระมัตถะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สะมะตึงสะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ตังตังชานะหะนัง ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อะภิญญา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สะติ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สะมาธิ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  วิมุตติ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  วิมุตติญาณะ ปาระมิสัมปันโน

    ทะสะปาระมิวัคโค  สัตตะโม ฯ

    ๘.อิติปิโส  ภะคะวา  วิชชาจะระณะวิปัสสะนาวิชชา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  มะโนมะยิทธิวิชชา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อิทธิวิชชา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ทิพพะโสตะวิชชา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปะระจิตตะวิชชา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปุพเพนิวาสานุสสะติวิชชา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ทิพพะจักขุวิชชา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  วิชชาจะระณะวิชชา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อะนุปุพพะวิหาระ ปาระมิสัมปันโน

    วิชชาวัคโค  อัฏฐะโม ฯ

    ๙.อิติปิโส  ภะคะวา  ปะริญญา  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปะหานะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สัจฉิกิริยา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ภาวะนา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปะริญญา ปะหานะ สัจฉิกิริยา ภาวะนา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  จะตุธัมมะสัจจะ ปาระมิสัมปันโน 

อิติปิโส  ภะคะวา  ปะฏิสัมภิทาญาณะ ปาระมิสัมปันโน

    ปะริญญาวัคโค  นะวะโม ฯ

    ๑๐.อิติปิโส  ภะคะวา  โพธิปักขิยะธัมมะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สะติปัฏฐานะปัญญา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สัมมัปปะธานะปัญญา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อิทธิปาทะปัญญา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อินทะรียะปัญญา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  พะละปัญญา  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  โพชฌังคะปัญญา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อัฏฐังคิกะมัคคะธัมมะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  มะหาปุริสะกิริยา ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อะนาวะระญาณะวิโมกขะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อะระหัตตะผะละวิมุตติ ปาระมิสัมปันโน

    โพธิปักขิยะธัมมะวัคโค  นะวะโม ฯ

    ๑๑.อิติปิโส  ภะคะวา  ทะสะพะละญาณะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ฐานาฐานะญาณะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ญาณะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สัพพัตถะคามินีปะฏิปะทาญาณะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  นานาธาตุญาณะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สัตตานัง  นานาธิมุตติกะญาณะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปะโรปะริยัตติ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  นิโรธะวุฏฐานะญาณะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ฌานาทิสังกิเลสาทิญาณะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  จุตูปะปาตะญาณะ ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปุพเพนิวาสานุสสะติญาณะ ปาระมิสัมปันโร

อิติปิโส  ภะคะวา  อาสะวักขะยะญาณะ ปาระมิสัมปันโน

     ทะสะพะละญาณะวัคโค  เอกาทะสะโม ฯ

    ๑๒.อิติปิโส  ภะคะวา  โกฏิสะหัสสานัง  ปะกะติสะหัสสานัง  หัตถีนัง  พะละธะระ ปาระมิ

สัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปุริสะโกฏิทะสะสะหัสสานัง  พะละธะระ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปัญจะจักขุญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ยะมะกะญาณะ  ปาระมิสัมปัโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สีละคุณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  คุณะปาระมี  สะมาปัตติ  ปาระมิสัมปันโน

     กายะพะละวัคโค  ทะวาทะสะโม ฯ

    ๑๓.อิติปิโส  ภะคะวา  ถามะพละ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ถามะพะละญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  พะละ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  พะละญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปุริสะ  ปาระมิสัมปันโน 

อิติปิโส  ภะคะวา  อะตุละยะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อุสาหะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  คะเวสิญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

     ถามะพะละวัคโค  เตระสะโม ฯ

    ๑๔.อิติปิโส  ภะคะวา  จะริยา  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  จะริยาญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  โลกัตถะจะริยา  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  โลกัตถะจะริยาญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ญาตัตถะจะริยา  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ญาตัตถะจะริยญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  พุทธัตถะจะริยา  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  พุทธัตถะจะริยาญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ติวิธะจะริยา  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปาระมิ  อุปะปาระมิ  ปะระมัตถะปาระมิ  สัมปันโน

     จะริยาวัคโค  จตุทะสะโม ฯ

    ๑๕.อิติปิโส  ภะคะวา  ปัญจุปาทานักขันเธสุ  อะนิจจะลักขะณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปัญจุปาทานักขันเสุ  ทุกขะลักขะณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปัญจุปาทานักขันเธสุ  อะนันตะลักขะณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อายะตะเนสุ  ติลักขะณะญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อัฏฐาระสะธาตูสุ  ติลักขะณะญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  วิปะริณามะลักขะณะ  ปาระมิสัมปันโน

       ลักขะณะวัคโค  ปัญจะทะสะโม ฯ

    ๑๖.อิติปิโส  ภะคะวา  คะตัฏฐานะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  คะตัฏฐานะญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  วะสิตะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  วะสิตะญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สิกขา  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สิกขาญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สังวะระ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สังวะระญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

     คะตัฏฐานะวัคโค  โสฬะสะโม ฯ

    ๑๗.อิติปิโส  ภะคะวา  พุทธะปะเวณิ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  พุทธะปะเวณิญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ยะมะกะปาฏิหาริยะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ยะมะกะปาฏิหาริยะญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  จะตุพรัหมะวิหาระ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  จะตุพรัหมะวิหาระญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อะนาวะระ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  อะนาวะระญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปะริยันตะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  ปะริยันตะญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สัพพัญญุตตะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  สัพพัญญุตตะญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  จะตุวีสะติโกฏิสะตะวะชิระ  ปาระมิสัมปันโน

อิติปิโส  ภะคะวา  จะตุวีสะติโกฏิสะตะวะชิระญาณะ  ปาระมิสัมปันโน

     พุทธะปะเวณิวัคโค  สัตตะระสะโม ฯ

        อาการะวัตตะสุตตัง  นิฏฐิตัง ฯ

    พระคาถาอาการะวัตตาสูตรนี้เป็นคาถาที่มีอานุภาพมาก  ผู้ใดไดัระลึกนึกถึงอยู่เสมอ

ผู้นั้นก็จะแคล้วคลาดจากอันตะรายทั้งหลาย  จิตใจก็จะผ่องใสปราศจากบาปกรรมทั้งปวง

    ผู้ใดได้ฟังก็ดี  ได้เขียนไว้ก็ดี  ได้ท่องจำเอาไว้ก็ดี  ได้สอนผู้อื่นก็ดี  ได้สักการะบูชาก็ดี

และได้สวดภาวนาอยู่ทุกวันก็ดี  ผู้ย่อมจะพ้นจากภัย  ๓๑  ประการ   คือ:-

    ๑.ภัยอันเกิดแต่งูพิษทั้งหลาย

    ๒.ภัยอันเกิดแต่สุนัขบ้าน

    ๓.ภัยอันเกิดแต่สุนัขป่า

    ๔.ภัยอันเกิดแต่โคบ้าน

    ๕.ภัยอันเกิดแต่โคป่า

    ๖.ภัยอันเกิดแต่ควายบ้าน

    ๗.ภัยอันเกิดแต่ควายป่า

    ๘.ภัยอันเกิดแต่เสือร้าย

    ๙.ภัยอันเกิดแต่พยัคฆ์ร้าย

    ๑๐.ภัยอันเกิดแต่สิงห์ร้าย

    ๑๑.ภัยอันเกิดแต่ช้างร้ายทั้งหลาย

    ๑๒.ภัยอันเกิดแต่ดิน คือธรณีภัย

    ๑๓.ภัยอันเกิดแต่น้ำ คืออุทกภัย

    ๑๔.ภัยอันเกิดแต่ไฟ คืออัคคีภัย

    ๑๕.ภัยอันเกิดแต่ลม คือวาตะภัย

    ๑๖.ภัยที่เกิดจากมนุษย์ทั้งหลาย

    ๑๗.ภัยที่เกิดจากอมนุษย์ทั้งหลาย

    ๑๘.ภัยที่เกิดจากภูตผีปีศาจ

    ๑๙.ภัยที่เกิดจากอาชญาของแผ่นดิน คือคดีอาญา

    ๒๐.ภัยที่เกิดจากยักษ์

    ๒๑.ภัยที่เกิดจากกุมภัณฑ์

    ๒๒.ถัยที่เกิดจากคนธรรพ์

    ๒๓.ภัยที่เกิดจากอารักขเทวดา

    ๒๔.ภัยที่เกิดจากเวทย์มนต์คาถา

    ๒๕.ภัยที่เกิดจากมเหศักดิ์หลักเมือง

    ๒๖.ภัยที่เกิดจากมารทั้งห้า คือ:-

         ๒๖.๑ขันธมาร

         ๒๖.๒กิเลสมาร

         ๒๖.๓อภิสังขารมาร

         ๒๖.๔มัจจุมาร

         ๒๖.๕เทวปุตตมาร

     รวมเป็นภัย ๓๑ ประการ  เมื่อยังมีชีวิตอยู่ในมนุษยโลกก็จะปราศจากโรคภัยไข้เจ็บจะมี

อายุยืนยาว มีสติปัญญาอันลึกซึ้ง  เวลาตายก็จะตายด้วยหมดอายุขัยเท่านั้นจะไม่ตายด้วย

อุบัติเหตุ  เมื่อตายไปจากโลกนี้แล้วก็จะไปบังในที่สุคติภูมิโลกสวรรค์จะไม่ไปบังเกิดในบายภูมิ  เมื่อกลับไปเกิดในโลกของมนุษย์อีกก็จะมีผิวพรรณวรรณะสวยงามผุดผ่องๆใส

ประดุจทองคำธรรมชาติ จะมีนัยน์ตาสดใสรุ่งเรืองและจะได้ไปเกิดเป็นพระอินทร์และพระเจ้าจักรพรรดิที่สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ

      จบคาถาอาการะวัตตาสูตรแต่เพียงเท่านี้

        พระคาถาปาระมี ๓๐ ทัศ

  

                         นี้คือภาพของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

   พระคาถาปาระมี ๓๐ ทัศนี้  พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ท้าวสักกเทวราช หรือพระอินทร์

ณะ ที่พระแท่นบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ภายใต้ต้นปาริกชาติ ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  ในคราวที่ทัาวสักกเทวราชทรงทูลถามพระพุทธเจ้าถึงเรื่องของธรรมอันประเสริฐที่จะทำให้ผู้ประพฤติปฏิบัติตามใหับรรลุมรรคผลนิพพาน  และขจัดเสียได้ซึ่งภัยพิบัติทั้งปวง  ที่จะเกิดขึ้นจาก  มนุษย์  อมนุษย์  และสัตว์เดรัจฉานทั้งหลายให้พ่ายแพ้ไปด้วยอำนาจแห่งการท่องบ่นสาธยาย  พระพุทธเจ้าทรงแสดงซึ่งยอดแห่งพระคาถานี้แก่ท้าวสักกเทวราชและเทวดาทั้งหลายในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  ให้นำเอาไปประพฤติปฏิบัติเพื่อให้เกิดเป็นประโยชน์แก่ตนเอง

    อนึ่งพระคาถาปาระมี ๓๐ ทัศนี้เป็นยอดแห่งธรรมทั้งหลาย  ที่พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์

และพระอรหันต์ทั้งหลายได้เคยบำเพ็ญมาแล้วอย่างครบถ้วนสมบูรณ์  จึงจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ได้

    พระคาถาปาระมี ๓๐ ทัศนี้  ผู้ใดได้สวดสาธยายเป็นประจำทุกวัน  ผู้นั้นก็จะมีปัญญา มีสง่าราศี มีโชคลาภ และมีสมบัติข้าวของเงินทองมาก  เวลานอนหลับก็จะฝันดีเป็นที่รักใคร่ของเทวดาและมนุษยทั้งหลาย  ภัยพิบัติทั้งหลายก็จะไม่มากล้ำกราย  จะปราถนาสิ่งใดก็จะได้สิ่งนั้นตามปราถนา

    พระคาถาปาระมี ๓๐ ทัศนี้แบ่งออกเป็น ๑๐ บท   คือ:-

    ๐ปัญญายุเปโต  สุคะโต  วีตะราคัง  ภาเสยยะ  เฉโก  ปัญญายะธะโร  โย  โลกะนาโถ

หิตัตถังวะ  จินเตนะ  หันตะวานะ  ปาปัง  สิระสา  นะมามิ ฯ

    ๑.ทานะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

ทานะอุปะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

ทานะปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

    พุทโธ  สัพพัญญุตตะญาโณ  อะนันตาทิคุณะสัมปันโน  คะโต  โส  ภะคะวา  อิติปิ

อะระหัง  วัตตะโส  ภะคะวา  อะระหันตัง  สะระณัง  คัจฉามิ  อะระหันตัง  สิระสา  นะมามิ ฯ

    ๒.สีละปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

สีละอุปะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

สีละปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

    พุทโธ  สัพพัญญุตตะญาโณ   อะระหันตาทิคุณะสัมปันโน  คะโต  โส  ภะคะวา  อิติปิ

สัมมาสัมพุทโธ  วัตตะโส  ภะคะวา  สัมมาสัมพุทธัง  สะระณัง  สัมมาสัมพุทธัง  สิระสา  นะมามิ ฯ

    ๓.เนกขัมมะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา 

เนกขัมมะอุปะปาระมี    สัมปันโน  อืติปิโส  ภะคะวา

เนกขัมมะปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

    พุทโธ  สัพพัญญุตตะญาโณ  อะนันตาทิคุณะสัมปันโน  คะโต  โส  ภะคะวา  อิติปิ

วิชชาจะระณะสัมปันโน  วัตตะโส  ภะคะวา  วิชชาจะระณะสัมปันนัง  สะระณัง  คัจฉามิ

วิชชาจะระณะสัมปันนัง  สิระสา  นะมามิ ฯ 

    ๔.ปัญญาปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

ปัญญาอุปะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

ปัญญาปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน  อิติโส  ภะคะวา

    พุทโธ  สัพพัญญุตตะญาโณ  อะนันตาทิคุณะสัมปันโน  คะโต  โส  ภะคะวา  อิติปิ

สุคะโต  วัตตะโส  ภะคะวา  สุคะตัง  สะระณัง  สุคะตัง  สิระสา  นะมามื ฯ

    ๕.วิริยะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

วิริยะอุปะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

วิริยะปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

    พุุทโธ  สัพพัญญุตตะญาโณ  อะนันตาทิคุณะสัมปันโน  คะโต  โส  ภะคะวา  อิติปิ

โลกะวิทู  วัตตะโส  ภะคะวา  โลกะวิทู  สะระณัง  คัจฉามิ  โลกะวิทู  สิระสา  นะมามิ ฯ

    ๖.ขันติปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

ขันติอุปะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

ขันติปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

    พุทโธ  สัพพัญญุตตะญาโณ  อะนันตาทิคุณะสัมปันโน  คะโต  โส  ภะคะวา  อิติปิ

อะนุตตะโร  วัตตะโส  ภะคะวา  อะนุตตะรัง  สะระณัง  คัจฉามิ  อะนุตตะรัง  สิระสา 

นะมามิ ฯ

    ๗.สัจจะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

สัจจะอุปะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

สัจจะปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

    พุทโธ  สัพพัญญุตตะญาโณ  อะนันตาทิคุณะสัมปันโณ  คะโต  โส  ภะคะวา  อิติปิ

ปุริสะทัมมะสารถิ  วัตตะโส  ภะคะวา  ปุริสะทัมมะสาระถิ  สะระณัง  คัจฉามิ  ปุริสะทัมมะ

สาระถิ  สิระสา  นะมามิ ฯ

    ๘.อะธิฏฐานะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

อะธิฏฐานะอุปะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

อะธิฏฐานะปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

    พุทโธ  สัพพัญญุตตะญาโณ  อะนันตาทิคุณะสัมปันโน  คะโต  โส  ภะคะวา  อิติปิ

สัตถา  เทวะมะนุสสานัง  วัตตะโส  ภะคะวา  สัตถา  เทวะมะนุสสานัง  สะระณัง  คัจฉามิ

สัตถา  เทวะมะนุสสานัง  สิระสา  นะมามิ ฯ

    ๙.เมตตาปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

เมตตาอุปะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

เมตตาปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

    พุทโธ  สัพพัญญุตตะญาโณ  อะนันตาทิคุณะสัมปันโน  คะโต  โส  ภะคะวา  อิติปิ

พุทโธ  วัตตะโส  ภะคะวา  พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ  พุทธัง  สิระสา  นะมามิ ฯ

    ๑๐.อุเปกขาปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา 

อุเปกขาอุปะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

อุเปกขาปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

    พุทโธ  สัพพัญญุตตะญาโณ  อะนันตาทิคุณะสัมปันโน  คะโต  โส  ภะควา  อิติปิ

ภะคะวา  วัตตะโส  ภะคะวา  ภะคะวันตัง  สะระณัง  คัจฉามิ  ภะคะวันตัง  สิระสา  นะมามิ ฯ

    พุทโธ  สัพพัญญุตตะญาโณ  ธัมโม  โลกุตตะโร  วะโร  สังโฆ  มัคคะผะลัฏโฐจะ  อิจเจตัง  ระตะนัตตะยัง  สิระสา  นะมามิ  เอเตสัง  อานุภาเวนะ  สัพพันตะราโย  วินัสสันตุ  สัพพะทา ฯ

     จบพระคาถาปาระมี ๓๐ ทัศ แต่เพียงเท่านี้

        พระคาถาธาระณะปะริตร

    พระคาถาธาระณะปะริตรนี้ พระธุดงค์ได้มาจากประเทศพม่า ถ้าใครสวดภาวนาทุกวัน

เทวดาทั้งหลายก็จะมาเฝ้ารักษาผู้นั้นให้อยู่เย็นเป็นสุข  ปราศจากอุปัทวะภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวงและปัดเป่าเสนียดจัญไรไม่ให้มาแผ่วพานได้

    อนึ่งหลวงปู่ทวดแห่งวัดช้างให้เคยกล่าวไว้ว่า "ผู้ใดได้สวดสาธยายพระคาถาธาระณะปะริตรนี้เป็นประจำทุกวัน  ผู้นั้นจะลอดพ้นวิกฤตมหาภัยที่จะบังเกิดขึ้นแก่โลกในอนาคต"

    พระคาถาธาระณะปะริตรนี้มี ๑๒ บท   คือ:-

    ๑.พุทธานัง  ชีวิตตัสสะ  นะ  สักกา  เกนะจิ  อันตะราโย  กาตุง  ตะถา  เม  โหตุ 

อะตีตัง  เส  พุทธัสสะ  ภะคะวะโต  อัปปะฏิหะตะญาณัง 

อะนาคะตัง  เส  พุทธัสสะ  ภะคะวะโต  อัปปะฏิหะตะญาณัง 

ปัจจุปันนัง  เส  พุทธัสสะ  ภะคะวะโต  อัปปะฏิหะตะญาณัง ฯ

    ๒.อิเมหิ  ตีหิ  ธัมเมหิ  สะมันนาคตัสสะ  พุทธัสสะ  ภะคะวะโต 

สัพพัง  กายะกัมมัง  ญาณะปุพพังคะมัง  ญาณานุปะริวัตตัง

สัพพัง  วะจีกัมมัง  ญาณะปุพพังคะมัง  ญาณานุปะริวัตตัง

สัพพัง  มะโนกัมมัง  ญาณะปุพพังคะมัง  ญาณานุปะริวัตตัง ฯ

    ๓.อิเมหิ  ฉะหิ  ธัมเมหิ  สะมันนาคะตัสสะ  พุทธัสสะ  ภะคะวะโต

นัตถิ  ฉันทัสสะ  หานิ

นัตถิ  ธัมมะเทสะนายะ  หานิ

นัตถิ  วิริยัสสะ  หานิ

นัตถิ  วิปัสสะนา  หานิ

นัตถิ  สะมาธิธัสสะ  หานิ

นัตถิ  วิมุตติยา  หานิ ฯ

    ๔.อิเมหิ  ทะวาทะสะหิ  ธัมเมหิ  สะมันนาคะตัสสะ  พุทธัสสะ  ภะคะวะโต 

นัตถิ  ทะวา   นัตถิ  ระวา  นัตถิ  อัปผุฏฏัง

นัตถิ  เวคายิตัตตัง  นัตถิ  พะยาวะฏะมะโน

นัตถิ  อัปปะฏิสังขารุเปกขา ฯ

    ๕.อิเมหิ  อัฏฐาระสะหิ  ธัมเมหิ  สะมันนาคะตัสสะ  พุทธัสสะ  ภะคะวะโต  นะโม  สัตตานัง

สัมมาสัมพุทธานัง

นัตถิ  ตะถาคะตัสสะ  กายะทุจจะริตตัง

นัตถิ  ตะถาคะตัสสะ  วะจีทุจจะริตตัง

นัตถิ  ตะถาคะตัสสะ  มะโนทุจจะริตตัง

นัตถิ  อะตีตัง  เส  พุทธัสสะ  ภะคะวะโต  ปะฏิหะตะญาณัง

นัตถิ  อะนาคะตัง  เส  พุทธัสสะ  ภะคะวะโต  ปะฏิหะตะญาณัง

นัตถิ  ปัจจุปันนัง  เส  พุทธัสสะ  ภะคะวะโต  ปะฏิหะตะญาณัง

นัตถิ  สัพพัง  กายะกัมมัง  ญาณานุปุพพัง  คะมัง  ญาณัง  นานุปะริวัตตัง

นัตถิ  สัพพัง  วะจีกัมมัง  ญาณานุปุพพัง  คะมัง  ญาณัง  นานุปะริวัตตัง

นัตถิ  สัพพัง  มะโนกัมมัง  ญาณานุปุพพัง  คะมัง  ญาณัง  นานุปะริวัตตัง ฯ

    ๖.อิมัง  ธาระณัง  อิมิตัง  อะสะมัง  สัพพะสัตตานัง  ตาณังเลณัง  สังสาระภะยะภีตานัง

อัคคัง  มะหาเตชัง

    อิมัง  อานันทะ  ธาระณะปะริตตัง  ธาเรหิ  วาเรหิ  ปะริปุจฉาหิ  ตัสสะ  กาเย  วิสัง  นะ

กะเมยยะ  อุทะเกนะ  ลัคเคยยะ  อัคคีนะ  ทะเหยยะ  นานาภะยะวิโก  นะ  เอกาหาระโก

 นะ  ทะวิหาระโก  นะ  ติหาระโก  นะ  จะตุหาระโก  นะ  อุมมัตตะกัง  นะ  มูฬะหะกัง  มะนุสเสหิ  อะมะนุสเสหิ  นะ  หิงสะกา  ตัง  ธาระณัง  ปะริตตัง  ยะถา  กะตะเม  ชาโล  มะหาชาโล  ชาลิตเต  ปุตเต  มะหาปุตเต  สัมปุตเต  มะหาสัมปัตเต  ภูตัง  คะมะหิ  ตะมังคะลัง ฯ

    ๗.อิมัง  โข  ปะนานันทะ  ธาระณะปะริตตัง  สัตตะ  สะเต  หิ  สัมมาสัมพุทธะโกฏีหิ  ภาสิตัง  วัตเต  อะวัตเต  คันธะเว  อะคันธะเว  โนเว  อะโนเว  เสเว  อะเสเว  กาเย  อะกาเย  ธาระเณ  อะธาระเณ  อิลลิ  ติลลิ  อะติลลิ  โยรุกเข  มะหาโยรุกเข  ภูตัง  คะมะหิ  ตะมัง  คะมัง ฯ

    ๘.อิมัง  โข  ปะนานันทะ  ธาระณะปะริตตัง  นะวะ  นะ  วิมุตติยา  สัมมาสัมพุทธะโกฏีหิ

ภาสิตัง  ทิฏฐิลา  ทันทิลา  มันติลา  โรคิลา  ขะระลา  ทุพภิลว  เอเตนะ  สัจเจนะ  โสตถิ  เต

โหตุ  สัพพะทา ฯ 

              พระคาถาอุณหิสสะวิชัย

  

    นี้คือภาพพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปโปรดเทวดาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

    พุทธัง  ชีวิตตัง  อายุวัฒนัง        สะระณัง  คัจฉามิ

  ธัมมัง  ชีวิตตัง  อายุวัฒะนัง           สะระณัง  คัจฉามิ

  สังฆัง  ชีวิตตัง  อายุวัฒะนัง           สะระณัง  คัจฉามิ ฯ 

    ๐อัตถิ  อุณะหิสสะวิชะโย             ธัมโม  โลเก  อนุตตะโร

  สัพพะสัตตะหิตัตถายะ  ตัง             ตะวัง   คันหาหิ  เทวะเต 

  ปะริวัชเช  ราชะทัณเฑ                  อะมะนุสเสหิ  ปาวะเก

  พะยัคเฆ  นาเค  วิเส  ภูเต              อะกาละมะระเณนะ  วา

  สัพพัสะมา  มะระณา  มุตโต           ฐะเปตะวา  กาละมาริตัง

  ตัสเสวะ  อานุภาเวนะ  โหตุ             เทโว  สุขี  สะทา

  สุทธะสีลัง  สะมาทายะ                   ธัมมัง  สุจะริตัง  จะเร

  ตัสเสวะ  อานุภาเวนะ  โหตุ             เทโว  สุขี  สะทา

  ลิกขิตัง  จินติตัง  ปูชัง                   ธาระณัง  วาจะนัง  คะรุง

  ปะเรสัง  เทสะนัง  สุตะวา                 ตัสสะ  อายุ  ปะวัฑฒะตีติ ฯ

    ๐คาถาอุณะหิสสะวิชัยนี้  พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ "สุปะติฏฐิตะเทพบุตร"  ณะ ที่พระ

แท่นบัณฑุกัมพลสิลาอาสน์  ภายใต้ต้นปาริกชาติในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  เพื่อเป็นการช่วย

เหลือชีวิตชีวิตของสุปะติฏฐิตะเพื่อไม่ให้ตาย ภายใน ๗ วัน

    พระคาถานี้มีอานุภาพมาก  ถ้าใครได้สวดภาวนาคาถานี้เป็นประจำทุกวัน  ผู้นั้นก็จะพ้นจากภัยพิบัติต่างๆ  อันเกิดจากภูตผีปีศาจ หมู่สัตว์ร้ายทั้งหลายมี  ช้าง  เสือ  งูน้อย  งูใหญ่

เจ้าพระยาเสนาอำมาตย์  และจะไม่ตายด้วยพิษร้ายทั้งหลาย เว้นไวัแต่ถึงคราวสิ้นอายุขัย

เท่านั้น  ถ้าผู้ใดปราถนาจะเป็นผู้มีอายุยืนยาวก็ให้สวดสาธยายคาถานี้ทุกวันทั้งเช้าและเย็น

อย่าให้ขาด ผู้นั้นก็จะมีอายุยืนยาวสมปราถนา

    อนึ่งพระคาถานี้ใช้สวดต่ออายุให้กับคนชะตาขาดธาตุสูญคู่กับพระคาถาสะลากาะวิชา

สูตร  ให้สวดตามกำลังวันเกิดของคนป่วยเช่น:-

    -คนเกิดวันอาทิตย์ให้สวด ๖ จบ

    -คนเกิดวันจันทร์ให้สวด ๑๕ จบ

    -คนเกิดวันอังคารให้สวด ๘ จบ

    -คนเกิดวันพุธให้สวด ๑๗ จบ

    -คนเกิดวันพฤหัสบดีให้สวด ๑๙ จบ

    -คนเกิดวันศุกร์ให้สวด ๒๑ จบ

    -คนเกิดวันเสาร์ให้สวด ๑๐ จบ

    ๐คาถาอุณะหิสสะวิชัยนี้คนโบราณเขาใช้เป็นคาถาป้องกันไฟ  ในเวลาที่ถูกไฟไหม้  น้ำ

ร้อนลวกให้เสกคาถานี้ตั้งแต่ อัตถิ  อุณะหิสสะวิชะโย  ธัมโม  โลเก  ไปจนถึง  ตัสเสวะ  อานุภาเวนะ  โหตุ  เทโว  สุขี  สะทา ฯ  หยุดแค่นี้ แล้วก็เป่าลงไปที่แผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก พิษไฟก็จะดับหายไป  เมื่อเกิดไฟไหม้บ้านให้ทำน้ำมนต์ด้วยคาถานี้ สวด ๓ จบ  เป่า

ลงไปที่ถังน้ำแล้วเทซาดเข้าไปในกองไฟ  ไฟจะไม่ลุกลาม   เวลาฝนยาแก้โรคให้สวด ๓ จบ  ยาจะศักดิ์สืทธิ์แก้โรคได้เร็ว  ถ้าสวดประจำทุกวันจะมีอายุยืน 

            พระคาถาสะลาการะวิชาสูตร

    ๐ทุตถุลลา  อุตทุลลา  มะทุลลา  ตัณฑุุลา          ปุปผาลากะนะ  โส  กาลัง  กะริสสะติ

อัคคี  นะ  โส  กาลัง  กะริสสะติ                             นะ  อุทะเกนะ  โส  กาลัง  กะริสสะติ

นะวะติ  เนสิสสาเจนะ  โส  กาลัง  กะริสสะติ           นะ  นาเคนะ  โส  กาลัง  กะริสสะติ

นะ  โลเภนะ  โส  กาลัง  กาลัง  กะริสสะติ              พะยาธิ  นะ  โส  กาลัง  กะริสสะติ

นะ  ตัตถะ  สังกะตัง  ภะวิสสะติ                 นะ  ปะทา  สันตัง  สะรักขัง  กะตัง  ภะวิสสะติ

นะ  สังขัง  สันตะสัง  กะตัง  ภะวิสสะติ       นะ  โส  ละภัณตะสัง  กะตัง  ภะวิสสะติ

นะ  ชิวหา  สันตะกะตัง  ภะวิสสะติ             นะ  มะเน  สัตตะสัง  รักขัง  กะตัง  ภะวิสสะติ

นะ  ภะวัคคะสัตตะสัง  รักขัง  กะตัง  ภะวิสสติ        ตัตถะ  อุตตะลัง  นะ  ละภิสสะติ ฯ

    ๐คุตติยา  รักขายะ  อะวิหิงสายะ  สุวิหายะติ  โย  อุตตะรัง  นะ  ละภิสสะติ ฯ

    ๐อะหัง  มุสิโก  วิโมเจตุง  สัพพะสัมปัตติ  ปาปุณิ  สุวัณณะรัตตาสิ  เวทุริยัง  พะหุธะนัง  สัพเพเหวัญชะปัตติ  เตวิยัง ฯ

    ๐อะหัง  มุสิโก  วิโมจะเย  สัพพะสัมปัตติ  ปาปุณิ  สุวัณณะระชะเฏ  เสสัง  เวทุริยัง

สัพเพ  เหวัญชะปัตติวิริยัง ฯ

    ๐พระคาถาสะลาการะวิชาสูตรนี้  พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระอานนท์  ณะ ภูเขา

คิชฌะกูฏ บรรพตคีรี ใกล้กรุงราชคฤห์ในแคว้นมคธ  ในคราวที่พระอานนท์เกิดโรคาพาธอย่างหนัก  ใครสวดสาธยายพระคาถาสะลาการะวิชาสูตรนี้เป็นประจำทุกวัน  ทั้งเช้าและเย็น ผู้นั้นก็จะพ้นจากภัย ๓๐ ประการ และจะปราศจากโรคภัยไขเจ็บทั้งหลาย  จะเจริญด้วยทรัพย์สินเงินทองและข้าวของต่างๆ  จะมีความสุขในอิริยาบททั้ง ๔ คือ ยืน  เดิน  นั่ง  นอน  และจะเจริญด้วย  อายุ  วัณณะ  สุขะ  พละ  ปะฏิภาณ  ธนะสารสมบัติ พิพัฒนะมงคล

    อนึ่งพระคาถาสะลาการะวิชาสูตรนี้ ใช้ในการสืบชะตาต่ออายุให้คนชะตาขาดธาตุสูญ  โดยการใช้คู่กับคาถาอุณะหิสสะวิชัย  ก่อนจะใช้คาถานี้สืบชะตาต่ออายุให้แก่ใคร  จะต้องแต่งเครื่องบูชา ๑๒ อย่าง ดังนี้

    ๑.ข้าวเปลือก

    ๒.ข้าวสาร

    ๓.ดอกไม้ขาว

    ๔.ธูป

    ๕.เทียน

    ๖.ข้าวตอก

    ๗.ยอดกล้วย  (ตัดเอาปลายยอดยาวประมาณ ๓ นิ้ว)

    ๘.ยอดอ้อย  (ตัดเอาปลายยอดยาวประมาณ ๔ นิ้ว)

    ๙.ธงช่อ  (คือ ธงที่ทำให้เป็นช่อๆ เหมือนช่อของดอกรัก)

    ๑๐.ธงชัย (คือ ธงที่ทำด้วยผ้าผืนเล็กๆ ยาวประมาณ ๒ นิ้ว)

    ๑๑.เมี่ยง

    ๑๒.หมาก

    เครื่องบูชาทุกอย่างเหล่านี้ให้เอาเกินอายุไวั ๑ ชิ้น  เช่น ถ้าคนป่วยอายุได้ ๓๐ ปี  เครื่องบูชาทั้งหมดจะต้องเอาอย่างละ ๓๑ ชิ้น  เช่น ข้าวเปลือก ๓๑ ช้อน,   ข้าวสาร ๓๑ ช้อน,   ดอกไม้ ๓๑ ดอก,   ธูป ๓๑  ก้าน,   เทียน ๓๑ เล่ม,   ข้าวตอก  ๓๑  กระจอก,   ยอดกล้วย ๓๑ยอด,   ยอดอ้อย ๓๑ ยอด,   ธงช่อ ๓๑ ผืน,   ธงชัย ๓๑ ผืน,   เมี่ยง ๓๑ คำ,   หมาก ๓๑ ชิ้น  เมื่อแต่งเครื่องบูชาเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เอาใส่ถาดหรือพานตั้งไว้หน้าหิ้งพระ  ให้เขียนชื่อนามสกุลและอายุของคนป่วยใส่ไว้ในพานหรือถาดด้วย อายุให้เขียนเกินไว้ ๑ ปี

    ขั้นตอนในการสวด

   ๑.ให้กล่าวสัคเค เทวดา

   ๑.กล่าวคำถวายเครื่องบูชาว่า "เครื่องบูชาทั้ง ๑๒ อย่างนี้  ข้าพเจ้า (ชื่อและนามสกุลผู้ป่วย) ขอถวายเป็นเครื่องบูชาแก่พระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  เทพยดาเทพาอารัษ์

และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เพื่อเป็นการสืบชะตาต่ออายุให้แก่ข้าเจ้าผู้มีอายุขาดธาตุสูญ ด้วยอำนาจในการถวายเครื่องบูชานี้ขอให้ข้าพเจ้าจงเป็นผู้มีอายุยืนยาวมีสุขภาพดีมีร่างกายแข็งแรงนับตั้งแต่การได้ถวาเครื่องบูชาทั้งหลายเหล่านี้เป็นต้นไป"

   ๓.ตั้งนโม ๓ จบ

   ๔.สวดอิติปิโส  ๙  จบ

   ๕.สวดคาถาชินบัญชรกี่จบก็ได้ ๓ จบ ยิ่งดี

   ๖.สวดคาถาอุณะหิสสะวิชัย  ๓  จบ

   ๗.สวดคาถาสะลาการะวิชาสูตร  ๓  จบ

   ๘.สวดคาถาต้อมธาตุ  ๓  จบ   คาถาต้อมธาตุมีดังนี้

      ๐ปัฏฐะวิง  อาโป  เตโช  วาโย  ชายะตัง  สะระณัง  คัจฉารูปัง  เวทะนัง  สัญญัง  สังขารัง  วิญญาณัง  นะธานะธาตุตัง  สะระณัง  คัจฉะติ  ลุละมัตเวทะนัง  ตัดตอมตัดทอม  สาระ  ยอมถึงตอม  มะมะ  คัจฉาติ  นะมัตธาตุ  ตัง  สะระณัง  ต้อมธาตุตัง  สะระณัง  ต้อมธาตุตั้ง ฯ

   ๙.คาถาสัมพุทเธหงสา  ๓  จบ    คาถาสัมพุทเธหงสามีดังนี้

      ๐สัมพุทเธ  อัฏฐะวีสัญจะ          พุทโธ  เม  อัมหากัง  ปาการัง

  ทะวาทะสัญจะ  สะหัสสะเก            ธัมโม  เม  อัมหากัง  ปาการัง

  ปัญจะสะตะสะหัสสานิ                   สังโฆ  เม  อัมหากัง  ปาการัง

  นะมามิ  สิระสา  อะหัง                   สัพเพพุทธาชะนาจิตตัง

  เตสัง  ธัมมัญจะ  สังฆัญจะ            สัพเพธัมมาชะนาจิตตัง

  อาทะเรนะ  นะมามิหัง                   สัพเพสังฆาชะนาจิตตัง

  นะมะการานุภาเวนะ                      มะ  อะ  อุ  หันตะวา

  สัพเพ  อุปัททะเว                          อุ  อะ  มะ  อะเนกา

  อันตะรายาปิ  นะโมพุทธายะ          วินัสสันตุ  อะเสสะโต

  ยะ  ธาตุ  พุท  โม  นะ ฯ

    ๐คาถาสัทพุทเธหงสานี้เป็นคาถาที่มีอานุภาพมาก  อาจบันดาลให้เป็นไปได้ทุกประการ  ถ้าใช้ทำน้ำมนต์จะทำให้น้ำมนต์เกิดความศักดิ์สิทธิ์ รดแก้เจ็บไข้ได้ป่วย แก้ถูกคุณผีคุณคนและคุณไสย์  แก้ถูกลมเพลมพัด  แก้ถูกน้ำมันพรายและเสน่ห์ยาแฝด  ใช้ปัดรังควาน  ได้ทุกประการแม้เป็นบ้าคลั่งก็จะหายสินแล 

    -อนึ่งต้นไม้ที่ไม่มีผลทำน้ำมนต์ด้วยพระคาถานี้รดก็จะกลับมีผลขึ้นมาแล 

   -ถ้าจะเสดาะลูกในท้องให้เสกคาถานี้ ๕ จบ ให้ดื่มกินลูกก็จะคลอดออกมาอย่างง่ายดาย

   -ถ้าจะปัดพิษงู, พิษตะขาบ, พิษแมลงป่อง, และสารพัดที่โดนย่ำยี  ให้เสกน้ำ ๗ จบ แล้วให้ดื่มกิน พิษทั้งหลายก็จะเสื่อมสูญไปในเร็วพลัน  ถึงถูกงูกัดสลบไปก็ให้กอกน้ำมนต์เข้าปากเดี๋ยวก็ฟื้นคืนมา

    อีกประการหนึ่ง พระคาถาสัมพุทเธหงสานี้  ยังใช้ในการแก้อาถรรพ์และเสนียดจัญไรได้อีก  โดยมีวิธีการทำดังนี้

    ๑.ใบกระทืบยอบ

    ๒.ใบทองหลางใบมน

    ๓.ใบทรงบาดาล

    ๔.ใบชุมแสง

    ๕.ใบระงับพิษ

    ๖.ใบคันทรง

    ๗.ใบเงิน

    ๘.ใบทอง

    ๙.ส้มป่อย  ๗  ฝัก

    ๑๐.มะกรูดผ่าซีกเป็น ๗ ซีก  แต่อย่าให้ขาดออกจากกัน

    ให้เอาตัวยาทั้งหมดใส่ขันสำริดต้มด้วยกัน  ยกลงเมื่อเย็นดีแล้วให้เสกด้วยคาถาสัมพุทเธหงสา ๗ จบ  เสร็จแล้วให้เอาไปสระหัวที่ทางน้ำไหล  จะแก้โรคภัยไข้เจ็บที่รักษายาก

ให้หายได้และยังแก้เสนียดจัญไรทุกข์ภัยต่างๆให้หายได้ดีอีกด้วย ฯ

    **หมายเหตุ:- ใบไม้ทั้ง ๘  ใบ ตั้งแต่ข้อ ๑ ถึง ๘  บางคนอาจจะไม่เคยเห็นและไม่รู้จัก ก่อนทำพิธีให้เอาชื่อใบไม้ไปเสิร์ชดูที่ช่องค้นหาของ กูเกิล เสียก่อนเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด

                   คาถาพระพุทธเจ้า ๑๐ ทิศ

    ๐ปะทุมุตตะโร  จะ  ปูระพายัง               อาคะเณยยะ  จะ  เรวะโค

  ทักขิเณ  กัสสะโป  พุทโธ                       หะระติเย  จะ  สุมังคะโล

  ปัจฉิเม  พุทธะสิขี  จะ                            พายัพเพ  จะ  เมธังกะโร

  อุตตะเร  สากะยะมุนีเจวะ                       อิสาเณ  สะระณัง  กะโร

  ปะฐะวิยัง  กุกกุสันโธ                             อากาเส  จะ   ทีปังกะโร

  เอเต  ทะสะ  พุทธา                                ราชะธัมมัสสะ  ปูชิตา

  นัตถิโรคะภะยัง  โลกัง  เขมัง                  สัมปัตติทายะกัง  ทุกขะโลคะภะยัง  นัตถื

  สัพพะสัตตู  วิธัง  เสนตุ                          เต  สัญญาเณนะ  สีเลนะ  สังยะเมนะ

  ทะเมนะ  จะ  เตปิ  ตัง  อะนุรักขันตุ         อาโรคเยนะ  สุเขนะ  จะ

  อะนาคะตัสสะ  พุทธัสสะ                         เมตเตยยัสสะ  ยะสัสสิโน

  มะหาเทโว  มะหาเตโช                           สัพพะโสตถี  ภะวันตุ  เม ฯ 

    ๐พระคาถาพระพุทธเจ้า ๑๐ ทิศนี้  ใช้ในการทำน้ำมนต์ปัดเป่าเสนียดจัญไร  ร่วมกับคาถาสัมพุทเธหงสา  ถ้าเกิดโรคภัยไขเจ็บ, อุบาทว์, และเสนียดจัญไรขึ้น ณะ สถานที่แห่งใด

ให้สวดภาวนาคาถานี้ทุกวันทั้งเช้าและเย็น  และใชทำน้ำมนต์เอาไปซัดในสถานที่ต่างๆ

ไม่นานอุบาทว์และเสนียดจัญไรก็จะระงับดับหายไป  ความเลวร้ายต่างๆ ทั้งหลายก็จะกลับกลายเป็นดี

                 คาถาพระอะระหันต์ ๘ ทิศ

    ๐พุทโธ  จะ  มัชฌิโม  เสฏโฐ                สารีปุตโค  จะ  ทักขิเณ

  ปัจฉิเม  จะ  อานันโท                              อุตตะเร  โมคคัลลาโน

  โกญฑัญโญ  ปุพพะภาเค  จะ                  พายัพเพ  จะ  คะวัมปะติ

  อุปาลี  หะระติฐาเน                                 อาคะเนยเย  จะ  กัสสะโป

  ราหุโลเจวะ  อิสาเณ                               สัพเพ  เต  พุทธะมังคะลา

  โย  ญัตะวา  ปูชิโต                                 โลเก  นิททุกโข  นิรุปัททะโว

  มะหาเทโว  มหาเตโช                              ชะยะโสตถี  ภะวันตุ  เต ฯ

    ๐คาถาพระอะระหันต์ ๘ ทิศนี้ ใช้ทำน้ำมนต์คู่กับคาถาพระพุทธเจ้า ๑๐ ทิศ  และคาถา

สัมพุทเธหงสา  จะทำให้น้ำมนต์เกิดความขลังและศักด์สิทธิ์มากยิ่งขึ้น  สวดภาวนาได้ทุกวันจะป้องกันภัยพิบัติต่างๆให้พินาศเสื่อมสูญสิ้นไป

              มนต์แก้วสารพัดนึก

    ๐ทุลิ  ขุลิ  ทะริ  ตะกุ  ติวิ  ติกุ  มุติ  กุจิ  ติกุ

  จุติ  กุกิ  วะวะ  ติกุ  จิติ  กุมุ  ติกุ  มัยหัง

   สุวัตถิ  โหตุ  หุนรู  หุนรู  หุนรู  สะวาหายะ ฯ

    ๐มนต์บทนี้เรียกว่า "มนต์แก้วสารพัดนึก"  ใช้ได้  ๑๐๐๐  ช่องทาง วิเศษยิ่งนัก 

    -ให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก  แล้วเสกมนต์บทนี้  ๙  จบ  จักชนะผู้คนทั้งหลาย

    -ให้หันหน้าไหทางทิศเหนือแล้วเสกมนต์บทนี้ ๙ จบ  จักมีเดชานุภาพมาก ผู้คนทั้งหลายเกรงกลัวยิ่งนัก

    -ให้หันหน้าไปทางทิศใต้แล้วเสกมนต์บทนี้  ๙  จบ  จักหายจากทุกข์โศกโรคภัยไข้เจ็บอันตรายทั้งหลายต่างๆ

    -เมื่อเงยหน้าขึ้นเบื้องบนแล้วสวดมนต์บทนี้  ๙  จบ  จะเอาชนะข้าศึกและศัตรูได้

    -ถ้าเสกมนต์บทนี้ในตอนเช้าจะมีโชคลาภ

    -ถ้าเสกมนต์บทนี้ในตอนสาย ๙ - ๑๐ โมง  จะมีรูปงาม

    -ถ้าเสก  ๗  จบ จะมีข้าวของมาก

    -ถ้าเสก  ๘  จบจะมีอาหารกินอย่างไม่อดอยาก

    -ถ้าเสก  ๙  จบ  จะเอาชนะศัตรูได้

    -ถ้าเสก  ๑๐  จบ  เทวดาจะคุ้มครองรักษา

    -ถ้าเสก  ๑๑  จบ  ผู้คนทั้งหลายจะกราบไหว้บูชา

    -ถ้าเสก  ๑๒  จบ  อันตรายทั้งหลายจะหายไปจนหมดสิ้น

    -ถ้าเสก  ๑๓  จบ  จะมีความสุขมาก

    -ถ้าเสก  ๑๔  จบ  ศัตรูหมู่มารจะเกรงกลัว

    -ถ้าเสก  ๑๕  จบ  ความเคียดแค้นขุนเคืองจะหายไปหมดสิ้น

    -ถ้าปราถนาสิ่งใดให้สวด  ๑๐๘  จบ  ก็จะได้ในสิ่งนั้นตามปราถนาทุกประการ

    ๐ให้เรียนเอาในวันอังคารข้างขึ้น  คายขัน  ๕  คือ ดอกไม้ขาว ๑๐ ดอก, ธุป ๑๐ ก้าน,เทียน ๑๐ เล่ม,  เงิน  ๖  สลึง

            คาถาสารพัดนึกแบบย่อ

    ๐ยะถา  ปะนะ  สะละ  จินตามะณี  สัมมุปะมัง  ปะหุกันติ 

  มะณีโชติง  เอตัง  ธัมโม  สุภา  จะโต ฯ

    ๐คาถาสารพัดนึกบทนี้ใช้เมื่อต้องการข้าวของและเงินทอง  หรือต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ตามให้สวดคาถานี้  ๗  จบ  ให้สวดไปเรื่อยๆเดี่ยวก็ได้เอง

               คาถาไชยน้อย

    ๐คาถาไชยน้อยบทนี้เป็นฉบับของวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร  ถนนหน้าพระธาตุ  ต.ธาตุพนม  อ.ธาตุพนม  จ.นครพนม  ใช้สวดที่วัดพระธาตุพนมและจังหวัดแถบแม่น้ำโขงประเทศลาวก็นิยมสวดเหมือนกัน ข้าพเจ้าเห็นสวดไพเราะดีจึงได้พิมพ์รักษาต้นฉบับเอาไว้

    ๑.นะโม  เม  พุทธะเตชะสา  ระตะนัตตะยะธัมมิกา  เตชะ  ปะสิทธิ  ปะสีเทวา  นะรายะ

ปะระเมสุรา  สิทธิพรหมา  จะ  อินทา  จะ  ตุโลกาภิรักขะกา  สะมุททา  ภูตะมังคะลา  จะ

ชะยะสิทธิ  ภะวันตุโว  เชยยะ  เชยยะ ฯ

    ๒.ธะระณิ  ธะระณี  อุทะธิ  อุทะธี  นะทิ  นะที  เชยยะ  เชยยะ

  คัคคะนะตะละนิสี  นิลี  สีเส  ละสุเม  รุรา  ชะพะนะราชี  เชยยะ  เชยยะ

  คัมภีระโสพภี  นาเคนทะนาคี  ปิสา  จะ  ภูตากาลี  เชยยะ  เชยยะ

  ทุนนิมิตตะโรคี  เชยยะ  เชยยะ

  สิงคีสุทธา  ฆานะมุขะชา  เชยยะ  เชยยะ

  รุณณะมุขะสาตะรา  เชยยะ  เชยยะ

  จัมปาทินา  คะกะกุระกันฐะกัง  เชยยะ  เชยยะ

  คะชะคะณะตุรังคะมะกะระภูชังคะสีหะพะยัคฆะทิปา  เชยยะ  เชยยะ

  รุณณธมุขะยาตะรา  ชิตะชิตะเสนาริปู  ปุนะ  สุภิระตี  เชยยะ  เชยยะ

  สุขะสุขะชีวี  เชยยะ  เชยยะ 

  ธะระณี  ตะเล  สะทา  สุเชยยา  เชยยะ  เชยยะ

  ธะระณี  สาน  ติสัทธา  เชยยะ  เชยยะ

  มังกะราละยาภะวัคเค  เชยยะ  เชยยะ

  วะรุณะยักเข  เชยยะ  เชยยะ

  รักขะเส  สุระภู  ชะเตชา  เชยยะ  เชยยะ

  พรัหเมนทะ  คะณา  เชยยะ  เชยยะ

  ราชาธิราชะชะยัง  เชยยะ  เชยยะ

  อะระหันตัง  ปัจเจกะพุทธะสาวัง  เชยยะ  เชยยะ

  มะเห  สุรังคะหะโร  หะรินทะเทวา  เชยยะ  เชยยะ

  พรัหมาสุรักโข  เชยยะ  เชยยพ ฯ

    ๓.นาโค  วิรุฬหะโก  วิรูปักโข  จะ  จันทิมา  ระวิอินโท  เวนเตยโย  จะ  กุเวโร  วะรุโณปิ

จะ  อัคคี  วาโย  จะ  ปะชุณะโห  กุมาโร  ธะตะรัฏฐะโก  อัฏฐาระสะ  มะหาเทวา  สิทธิตาปะ

สะอาทะโย  อิสิโน  สาวะกา  สัพเพ  ชะยะราโม  ภะวันตุโว    เชยยะ  ธัมโม  จะ  สังโฆ  จะ

ทะสะปาโล  จะ  เชยยะโก  เอเตนะ  ชะยะเตเชนะ  ชะยะโสตถี  ภะวันตุ  โว  เอเต  ระตะนัตตะยะเตเชนะ  โหนตุ  โว  ชะยะมังคะลัง ฯ

    ๔.ชะโยปิ  พุทธัสสะ  สิริมะโต  อะยัง  มารัสสะ  จะ  ปาปิมะโต  ปะราชะโย  อุคโฆเสยยุง

โพธิมัณเฑ  ปะโมทิตา  เชยยะ  ตะทา  พรหมะคะณา  มะเหสิโน

    ชะโยปิ  พุทธัสสะ  สิริมะโต  อะยัง  มารัสสะ  ปาปิมะโต  ปะราชะโย  อุคโฆเสยยุง  โพธิมัณเฑ  ปะโมทิตา  เชยยะ  ตะทา  อินทะคะณา  มะเหสิโน

    ชะโยปิ  พุทธัสสะ  สิริมะโต  อะยัง  มารัสสะ  จะ  ปาปิมะโต  ปะราชะโย  อุคโฆเสยยุง

โพธิมัณเฑ  ปะโมทิตา  เชยยะ  ตะทา  เทวะคะณา  มะเหสิโน

    ชะโยปิ  พุทธัสสะ  สิริมะโต  อะยัง  มารัสสะ  จะ  ปาปิมะโต  ปะราชะโย  อุคโฆเสยยุง 

โพธิมัณเฑ  ปะโมทิตา  เชยยะ  ตะทา  สุปัณณะคะณา  มะเหสิโน

    ชะโยปิ  พุทธัสสะ  สิริมะโต  อะยัง  มารัสสะ  จะ  ปาปิมะโต  ปะราชะโย  อุคโฆเสยยุง

โพธิมันเฑ  ปะโมทิตา  เชยยะ  ตะทา  นาคะคะณา  สัพพะคะณา  มะหาสิโน  

    ชะยันโต  โพธิยา  มูเล  สักะยานัง  นันทิวัฑฒะโน  เอวัง  ตะวัง  วิชะโย  โหหิ 

ชะยัสสุ  ชะยะมังคเล  อะปะราชิตะปัลลังเก  สีเส  ปะฐะวิโปกขะเร  อะภิเสเก  สัพพะพุทธานัง  อัคคัปปัตโต  ปะโมทะติ ฯ

    ๕.สุนักขัตตัง  สุมังคะลัง  สุปะภาตัง  สุหัฏฐิตัง  สุกขะโณ  สุมุหุตโต  จะ  สุปิฏฐัง 

พรัหมะจาริสุ  ปะทักขิณัง  กายะกัมมัง  วาจากัมมัง  ปะทักขิณัง  ปะทักขิณานิ  กัตะวานะ

นะละภันตัตเถ  ปะทักขิเณ ฯ

    ๖.เต  อัตถะลัทธา  สุขิตา  วิรุฬหา  พุทธะสาสะเน  อะโรคา  สุขิตา  โหถะ  สะหะสัพเพหิ

ญาติภิ  สุณันตุ  โภนโต  เย  เทวา  อิมัสะมิง  ฐาเน  อะธิคะตา  ฑีฆายุกา  สะทา  โหนตุ 

สุขิตา  โหนตุ  สัพพะทา  รักขันตุ  สัพพะสัตตานัง  รักขันตุ  ชินะสาสะนัง  ยากาจิ  ปัตถะวา  เตสัง  สัพเพ  ปูเรนตุ  มะโนระถา  ยุตตะกาเล  ปะวัสสันตุ  วัสสัง  วัสสะวะลาหะกา 

โรคาอุปัทะวา  เตสัง  นิวาเรนตุ  จะ  สัพพะทา  กายะสุขัง  จิตตะสุขัง  อาวะหันตุ  ยะถาระหัง  อิติ  จุละชะยะปะกะระณัง  นิฏฐิตัง ฯ

    ๐คาคาไชยน้อยบทนี้  ใช้สวดเพื่อให้เกิดประสืทธิ์สำเร็จในการปกปักรักษา คุ้มครองป้องกันผองภัยพิบัติทั้งหลาย  และปัดเป่าสรรพเคราะห์  สรรพทุกข์  สรรพโศก  สรรพโรค

สรรพภัย  สรรพเสนียดจัญไร  ให้พินาศเสื่อมสูญสิ้นหายไป ฯ

          ต่อนี้ไปเป็นคาถาของพระอริยสาวก

                  คาถาพระสารีบุตร

    ๐คงคายะ  วาลุกา  ขีเย               อุทะกัง  ขีเย  มะหัณณะเว

  มะหิยา  มัตติกา  ขีเย                    นะ  ขีเย  มะมะ  พุทธิวาติ ฯ

    ๐พระคาถาพระสารีบุตรนี้  ถ้าใครสวดภาวะนาทุกวัน  ผู้นั้นจะมีสติปัญญาดี เรียนหนังสือเก่ง ความจำดี ฯ

                คาถาพระมหาโมคคัลลานะ

    ๐เถโร  โมคคัลลาโน  อันตะระทายิตะวา         ภูมิยัง  สุขุมัง  ปะระมาโน

  ภะคะวะโต  อัตถิยา  อัตตะโน                          สะริเรมัง  สังโลหิตัง  จักขุ

  อะวะสุสะตุ  อะวะสุสะเต                                   สะรีมังสัง ฯ

    ๐คาถามหาโมคคัลลานะนี้  ใช้ในทางต่อกระดูกที่แตกหัก  ให้เอาน้ำมันงามา ๑ ขวด แล้วใหัเสกคาถานี้ ๑๐๘ จบปลุกเสกน้ำมันงา  แล้วเอาไปชโลมทาตรงกระดูกที่แตกหัก แล้วใช้คาถานี้เสก ๗ จบเป่าลงไปที่แผลที่แตกหักให้ทำไปทุกวันจนกว่าแผลจะหยุดหัก ฯ

                 คาถาพระมหากัจจายนะ

    ๐ยัสสินทะริยานิ  สะมะถังคะตานิ  อัสสา  ยะถา  สาระถินา  สุทันตา  ปะหีนะมานัสสะ

อะนาสะวัสสะ  เทวาปิ  ตัสสะ  ปิหะยันติ  ตาทิโน ฯ

    ๐คาถาพระมหากัจจายนะนี้  ใช้สวดในทางเมตตามหานิยมและโชคลาภ  ถ้าใครสวดทุกวันเป็นประจำ จะทำให้มีโชคลาภและผู้คนนิมมาก ฯ

          คาถาพระมหากัจจายน์

    ๐ขะขา  เยนะ  พุทธะ  เยนะ  ธัมมะ  อะสัมมา 

สัมมา  เยนะ  สังฆา  ฆะยะ  สังฆา  ปะรายิโน

ทุกขะเวทนา  เสนะราชา  ทุกขะเวทนา 

ยัง  ยัง  ปะฐะวี  เหฏฐันตุ  เชยยะมังคะลัง ฯ

    ๐คาถานี้ท่ามหากัจจายนะ  ประทานให้แก่นางวิสาขา   นางวิสาขาได้มอบคาถาบทนี้ให้ลูกชาย  เมื่อลูกชายไปค้าขายได้เสกคาถาบทนี้ ๙ จบ จึงออกเดินทางไปค้าขาย ก่อนจะลงมือขายของก็เสกคาถานี้อีก ๙ จบ  ไปค้าขายร่ำรวยกลับมาและยังตลอดปลอดภัยอีกด้วย

    ๐ให้ยกครูเรียนเอาในวันอังคาร ข้างขึ้น คายขัน ๕   และเครื่องประกอบคายที่จะต้องหาคือ:-

      ๑.หมาก    ๒  คำ

      ๒.ยาสูบ    ๒  ม้วน

      ๓.เทียนเล่มบาท    ๒   คู่

      ๔.ธูป      ๒     คู่

      ๕.ดอกไม้ขาว    ๒    คู่

      ๖.ข้าวตอก    ๒    กระจอก  (ทำด้วยใบกล้วย)

      ๗.มะพร้าว    ๒    ลูก

      ๘.ลูกตาล    ๒   ลูก

      ๙.แพรขาว    ๑    วา

      ๑๐.เกลือ    ๑    ถ้วย

      ๑๑.เงิน    ๑๐๐

     -คาถาบทนี้มึความศักดิ์สิทธิ์มาก  ถ้าจะเดินทางไปยังที่ใดก็ตาม  ให้เสกคาถานี้ ๙ จบ  จึงไปจะประสบโชคดีมีความสุขสวัสดีมาก

     -ถ้าจะไปหาศัตรู ให้หันหน้าไปทางทิศอาคเณย์คือทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้วเสกคาถานี้ ๓ จบ  และให้เอาเสื้อผ้าที่จะนุ่งไปกองไว้ทางด้านทิศตะวันออก ตั้งจิตอธิษฐานแล้วนุ่งเสื้อผ้านั้นไปเถิด ศัตรูจะกลับกลายเป็นมิตรทันทีเมื่อเราไปถึง

     -ถ้าอยากจะให้คนนิยมชมชอบเรา  ให้เสกคาถา  ๓  จบ ใส่เสื้อผ้าที่จะนุ่งไป แล้วให้โยนเสื้อผ้านั้นขึ้นข้างบน แล้วรับเอาเสื้อผ้านั้นมานุ่ง แล้วให้หันหน้าไปทางทิศพายัพ คือทิศตะวันออกเฉียงเหนือแล้วจึงเริ่มออกเดินทางไป  ไปถึงที่ใดก็จะมีแต่คนนิยมชมชอบ   

                 คาถาพระสีวะลี

    ๐สีวะลี  จะ  มะหาเถโร  เทวะตานะระปูชิโต  โสระโห  ปัจจะยาทิมหิ

  สีวะลี  จะ  มะหาเถโร  ยักขาเทวาภิปูชิโต  โสระโห  ปัจจะยาทิมหิ  อะหัง  วันทามิ  สะทา

  สีวะลีเถรัสสะ  เอตัง  คุณัง  สะวัสติลาภัง  ภะวันตุ  เม ฯ

    ๐คาถาพระสีวะลีนี้  ใช้สวดบูชาพระสีวะลีจะทำให้เกิดมีโชคลาภและข้าวของเงินทองมาก  จะไปอยู่ทิศใดก็ตามจะไม่อดอยาก  ประชาชนทั้งหลายจะรักใครบูชา  เทวดาและ

มนุษย์ทั้งหลายจะนำโชคลาภมาให้  และจะปกปัองคุ้มครองรักษาให้อยู่เย็นเป็นสุข ฯ

                 คาถาพระคะวัมปะติ

    ๐ธัมมะจักกัง  ปะทัง  สุตะวา                 พุชิตะวา  อัตตัง  ปะทัง

  สันติเก  อะระหา  โลเก  โลกานัง             หิตะกะระณา

    ภันเต  คะวัมปะติ  นามะตี  สุโลเก          สุปากะโต  พรัหมะปุตโต 

  มะหาเถโร  อะระโห  เชฏฐะโก  มุนิ          นัตถิ  เถโร  สะโม  อินทะคันธัพพา

    อะสุรา  เทวา  สักโก  พรัหมะปูชิโต        นะโม  พุทธัสสะ  คะวัมปะติสสะ

  นะโม  ธัมมสสะ  คะวัมปะติสสะ                นะโม  สังฆัสสะ  คะวัมปะติสสะ

  สุขา  สุขะวะรัง  ธัมมัง  ธัมมะจักกัง          ปะวะรัง  วะรัง ฯ

    ๐คาถาพระคะวัมปะตินี้  ใช้สวดบูชาขอโชคลาภและความสำเร็จกับพระคะวัมปะติหรือพระปิดตา  จะทำให้เกิดมีโชคลาภต่างๆ เทวดาก็จะปกปักรักษาจะเกิดความร่มเย็นเป็นสุขทุกข์โทษภัยและโรคภัยไขเจ็บก็จะบรรเทาเบาบางไป ฯ 

                คาถาพระองคุลิมาล

    ๐ยะโตหัง  ภะคินิ  อะริยายะ            ชาติยา  ชาโต  นาภิชานามิ 

  สัญจิจจะ  ปาณัง  ชีวิตา                   โวโรเปตา  เตนะ  สัจเจนะ

  โสตถิ  เต  โหตุ                                โสตถิ  คัพภัสสะ ฯ

    ๐คาถาองคุลิมาลนี้  ใช้ในทางคลอดลูก ถ้าไปเจอผู้หญิงกำลังเจ็บท้องจะคลอดลูก  ให้เอาคาถาองคุลิมาลนี้เสก ๗ จบ ทำน้ำมนต์ให้กินดื่มกินลูกจะคลอดออกมาโดยง่าย

    ๐วิธีปฏิบัติ :-

      ๑.แต่งขัน ๕ คือดอกไม้ ๕ คู่    ธูป  ๕  คู่    และเทียน  ๕  คู่

      ๒.ให้เอาน้ำเย็นมาครึ่งขัน ห้ามเอาน้ำในตู้เย็น ยกขึ้นจบแล้วตั้งคำอธิษฐานว่า "ข้าพเจ้ามีความประสงค์จะทำน้ำมนต์คลอดลูกง่ายให้แก่ผู้หญิงคนนี้กินเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดทรมาณ ด้วยอำนาจน้ำมนต์คาถาองคุลิมาลนี้  เมื่อผู้หญิงคนนี้ได้ดื่มกินเข้าไปแล้ว ขอให้ลูกในท้องจงคลอดออกมาโดยง่ายและไม่เจ็บปวดเลย"

    ๓.ให้เสกคาถานี้  ๗  จบ  แล้วกลั้นใจเป่าลงไปในน้ำ ๓ ครั้งว่า "พุทโธ คลอดง่าย  ธัมโม

คลอดง่าย  สังโฆ  คลอดง่าย"    เสร็จแล้วให้คนมีท้องดื่มกิน น้ำมนต์ที่เหลือให้ประพรมลงที่ศีรษะ แต่อย่าให้มากนัก  บางทีไปยังไม่ถึงโรงพยาบาลลูกก็คลอดออกมาก่อนแล้ว  ใครที่มีบ้านอยู่ไกลจากโรงพยาบาลควรทำลองดูบางที่อาจจะไม่ได้ไปโรงพยาบาลก็ได้

              คาถาพระอุปคุต

    ๐อุปะคุตโต  จะ  มะหาเถโร  สัมพุทเธนะ  วิยากะโต  มารัญจะ  มาระพะลัญจะ 

โส  อิทานิ  มะหาเถโร  นะมัสสิตะวา  ปะติฏฐิโต

     อหัง  วันทามิ  อิทาเนวะ  อุปะคุตโต  จะ  มะหาเถรัง  ยัง  ยัง  อุปัททะวัง  วิทังเสติ

อะเสสะโต  มะหาลาภัง  ภะวันตุ  เม ฯ

    ๐คาถาพระอุปะคุตบทนี้ใช้สวดเพื่อขอโชคลาภ  และปัดเป่าเสนียดจัญไรศัตรูหมู่มารทั้งหลายให้พินาศฉิบหายไป ฯ

    ๐อุปะคุตโต  จะ  มะหาเถโร  สัมพุทเธนะ  วิยากะโต  มารัญจะ  มาระพะลัญจะ  อัปปะราเชยยะ  คุตตะภุโต  รัตตะนะตัยยะ  กายะพันธะนัง  รัตตะนัง  โหติ ฯ

    ๐คาถาบทนี้  ใช้สวดเมื่อเข้าประจญกับศัตรูหมู่มารทั้งหลาย  ให้เอาด้ายดิบมา ๗ เส้น แล้วเสกด้ายด้วยคาถานี้ ๗ จบแล้วเอาไปผูกคอคนป่วยหรือสวมคอคนที่ผีเข้าก็ได้   ไม่นานไข้แะลผีก็จะหายไป ฯ

    ๐อุปะคุตโต  จะ  มหาเถโร  อุปะคุตตัง  จะ  มะหาเถรัง  พันเธ  เวระมาระพันธา  นุภาเวนะ  อิมัง  กายะพันธะนัง  อะธิฏฐามิ ฯ

    ๐คาถาพระอุปคุตบทนี้ใช้สวดผูกมัดหมู่มารและภูตผีปีศาจ

             คาถาพระมาลัยดับไฟนรก

    ๐อัคคีปาปา  ปะลายันติ  มาลัยยะเทวะเถระ  สะหะ  นะ  อะ  มะ  ละ  ตัง   ปิด  ปัด ฯ
    ๐คาถานี้ใช้เสก  ๗  จบกันไฟหรือแก้ไฟไหม้  ให้ยกครูเรียนเอาในวันอังคารข้างขึ้น

คายขัน ๕  เทียนเล่มบาท ๑ คู่  เล่มเบี้ย ๑ คู่   เงิน  ๑๒  สตางค์ 

    ๐เวลาถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวก   พิษสัตว์กัดต่อย เช่น ต่อ แตนและผึ้ง  ถูกไฟฟ้าช็อต

ถูกฟ้าผ่า  ให้เสกคาถานี้  ๗  จบ แล้วเป่าลงไปในน้ำเพื่อทำน้ำมนต์รด พิษจะดับหายไปหมด  ถ้าถูกไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวกหลายวันมาแล้ว  ให้เสกคาถานี้ ๗ จบแล้วอมเกลือ

เป่าพ่นไปให้ทั่วแผล พิษจะหายไปดีนักแล ฯ 

           คาถาหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร

   

    ๐โย  อะริโย  มหาเถโร  อะระหัง                อะภิญญาธะโร  ปะฏิภิสัมปัตโต

เตวิชโช  พุทธะสาวะโก  พะหู  เมตตา           ทิวาสะโน  มะหาเถรานุสาสะโก

อะมะตัญเญวะ  สุชีวะติ  อะภินันที                  คุหาวะนัง  โส  โลกุตตะโร

นาโม  อัมเหหิ  อะภิปูชิโต  อิธะ                     ฐานูปะมาคัมมะ  กุสะเล  โน  นิโยชะเย

ปุตตะเมวะ  ปิยัง  เทสิ  มัคคะผะลัง  วะ          เทสสะติ  ปะระมะสารีริกะฐาตุ

วะชิรัญจาปิวานิตัง  โส  โลเก  จะ                  อุปปันโน  เอเกเนวะ  หิตังกะโร

อะยัง  โน  โข  ปุญญะลาโภ  อัปปะมัตโต       ภะเวทัพโพ  สาธุกันตัง  อะนุกะริสสามะ

ยัง  วาเรนะ  สุภาสิตัง  โลกุตตะโร  จะ           มะหาเถโร  เทวะตานะระปูชิโต

โลกุตตะรัง  คุณัง  เอตัง  อะระหัง                 วันทามิ  ตัง  สะทา

มะหาเถรานุภาเวนะ  สุขัง                             โสตถิ  ภะวันตุ  เม ฯ

                  คาถาสวดแบบย่อ

    ๐โลกุตตะโร  จะ  มะหาเถโร  อะหัง  วันทามิ  ตัง  สะทา  เมตตา  ลาโภ  นะ  โส

  มิยะ  อะหะพุทโธ ฯ

    ๐คาถาของหลวงปู่ใหญ่เทพโลกเทพอุดรนี้  สวดแล้วจะมีสุขภาพดี  มีอายุยืนยาว

ถ้าใครไม่อยากแก่เร็ว  ให้สวดคาถาของหลวงปู่ใหญ่ทั้ง  ๒  บทนี้ ทั้งเช้าและเย็น  หลวงปู่ใหญ่โลกเทพอุดรท่านมีอายุยืนได้ ๙๐๐ กว่าปีแล้ว  ขณะนี้ท่านก็ยังมีชีวิทอยู่

    คาถาหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

    

    ๐นะโม  โพธิสัตโต  อาคันติ  มายะ  อิติ  ภะคะวา ฯ

    ๐วิธีสวดบูชา

       -ให้จุดธูปแขก ๙ ดอก  ดอกมะลิ ๙ ดอก  จุดบูชาหน้ารูปภาพของท่านแล้วอธิษฐาน

ขอให้หลวงปู่ทวดช่วยดลบันดาลให้เกิดผลสำเร็จในสิ่งที่ปราถนา  แต่สิ่งปราถนาอย่าให้ผิดศีลธรรมอันดีงามและเป็นเรื่องราวของการพนันเพราะหลวงปู่ทวดท่านไม่ชอบ

    อนึ่งคาถาของหลวงปู่ทวดนี้สวดได้ตลอดเวลา  ใครสวดได้มากเท่าไหร่ยิ่งดีสิ่งที่ปราถนาจะสำเร็จเร็ว ฯ

  คาถาของหลวงพ่อศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า

        

    ๐คาถาหลวงพ่อศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่ามีเยอะ  แต่ข้าพเจ้าได้นำเอามาเสนอแก่ท่านทั้งหลายเพียงแค่ ๓ คาถาที่จำเป็นเท่านั้น   คือ:-

    ๑.คาถาเดินทางแคล้วคลาด

    ๒.คาถาป้องกันไฟ

    ๓.คาถาป้องกันไฟไหม้บ้านและขโมย

    ๔.คาถาป้องกันภัย

               คาถาเดินทางแคล้วคลาด

    ๐สัตถา  เทวะมะนุสสานัง  พุทโธ  ภะคะวาติ  มะ  อะ   อุ ฯ

    ๐คาถาเดินแคล้วคลาดนี้  ใช้สวดเวลาจะออกจากบ้านและขึ้นนั่งบนรถยนต์,  เครื่องบิน,  รถไฟ,  และยวดยานพาหนะต่างๆ เข่น รถจักรยาน  รถม้าและรถสามล้อเป็นต้นใช้ได้หมด

      -วิธีปฏิบัติ:ก่อนจะลงจากบ้านให้สวดคาถานี้ ๗ จบ  เมื่อขึ้นนั่งบนรถหรือเครื่องบินแล้ว ให้สวดคาถานี้ ๗ จบแล้วนึกอธิษฐานให้หลวงพ่อศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า มาคุ้มครองปกปักรักษาให้เดินทางโดยตลอดปลอดภัย แคล้วคลาดปราศจากอุบัติเหตุอันตรายทั้งหลายทั้งปวงให้ถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ

    อนึ่งคนนั่งเครื่องบิน  ถ้าเวลาเครื่องบินโดนพายุและคลื่นในอากาศที่ร้ายแรงให้สวดภาวนาไปเรื่อยๆอย่าให้ขาดสายและก็อย่ากลัว  ท่านก็จะสามารถผ่านพ้นอันตรายไปได้อย่างน่าอัศจรรย์  เคยใช้ได้ผลดีมาแล้ว ฯ

              คาถาป้องกันไฟ

    ๐อะโคปัจจะ ฯ  มีสั้นๆแค่นี้แต่ศักดิ์สิทธิ์มาก

    ๐คาถาอะโคปัจจะนี้  ใช้ในเวลาเกิดไฟไหม้  เวลาเดินธุดงค์เจอไฟไหม้ป่าหลวงพ่อศุข

ท่านใช้เป็นประจำ มีเรื่องเล่าว่า "วันหนึ่งหลวงพ่อศุขท่านปักกลดในป่าแห่งหนึ่ง  ท่านนั่งสมาธิได้ไม่นานท่านก็ได้ยินเสียงวิ่งดังคึกๆ ของสัตว์ทั้งหลายที่หนีไฟไหม้ป่าพร้อมด้วยควันไฟมา  ท่านจึงลืมตาขึ้นดูก็ปรากฏว่าไฟได้ลุกไหม้มารอบทิศจะถอนกลดหนีก็ไม่ทัน

เพราะไฟได้ไหม้ลุกลามมาอย่างรวดเร็ว  หลวงพ่อท่านจึงสงบสติอารมณ์เพื่อจะสวดภาวนาคาถาป้องกันไฟ  แต่ยังไม่ได้สวดทันใดนั้นหูของท่านก็ได้ยินเสียงนกร้องดังมาจากต้นไม้เหนือกลดของท่านว่า "อย่ากลัวเลยจวนตัวแล้วให้สวดภาวนาว่า อะโคปัจจะ  อะโคปัจจะ อะโคปัจจะสวดเรื่อยๆอย่าได้หยุด" 

    หลวงพ่อก็เข้าสมาธิแล้วภาวนาว่า "อะโคปัจจะ ๆๆๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆ"  รู้สึกว่าความร้อนที่เกิดจากเปลวไฟก็เริ่มห่างออกไปๆ  เนื้อหนังของท่านไม่รู้สึกร้อนเลย  พอความร้อนห่างออกไปๆ ท่านจึงออกจากสมาธิแล้วลืมตาขึ้นแล้วมองไปดูรอบบริเวณนั้นก็ปรากฏว่า

ป่าทั้งหมดบริเวณนั้นถูกไฟไหม้จนหมดสิ้นไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย  แต่บริเวณที่ท่านปักกลด

ห่างออกไปประมาณ ๑๐ วา  ต้นไม้และหญ้ายังเขียวสดอยู่เหมือนเดิมช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ

คาถานี้จึงเป็นคาถากันไฟไหม้ได้อย่างยอดเยี่ยม  เวลาไฟไหม้บ้านเรือนหรือเวลาจะเข้าไป

ช่วยเหลือคนที่ถูกไฟไหม้  ให้ตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงหลวงพ่อศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า

ขอให้ท่านช่วยเหลือแล้วประนมมือขึ้นสวดคาถานี้ ๗ จบ เดินเข้าไปช่วยเหลือได้เลย จะ

ปลอดภัยทุกประการ 

    อนึ่งชาวสวนที่มีไร่เมื่อไร่ถูกไฟป่าไหม้ลุกลามมาที่ไร่ของตนให้ทำดังนี้

  ให้ยืนประนมมือโดยหันหน้าไปทางทิศที่ไฟกำลังลุกไหม้มาตั้งจิตอธิษฐานขอให้หลวงพ่อศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าจงช่วยดับไฟที่กำลังลุกไหม้มา เมื่อข้าพเจ้าสวดคาถา "อะโคปัจจะ"  แล้วขอให้ไฟที่กำลังลุกไหม้มาหยุดในทันที  ต่อจากนั้นก็ให้สวด  อะโคปัจจะ   อะโคปัจจะ    อะโคปัจจะ   สวดไปเรื่อยๆจนกว่าไฟจะดับ  ในขณะสวดสายตาให้เพ่งมองดูที่ไฟ อย่ากลัวและอย่าเหลียวมองดูทางอื่น ฯ

                คาถากันไฟไหม้บ้านและกันขโมย
    ๐ปัญจะมาเล  ชิเนนาโถ  ปัตโตสัมโพ  ธิมุตตะมัง  อรหังพุทโธ  อิติปิโสภะคะวา ฯ
    ๐ใช้สวดผสมกับทราย  คือให้หาทรายมา  ๑  ขัน ใหเป็นขันใหญ่ๆ หน่อย  เสกคาถานี้  ๗ จบ เป่าลงไปในขันทรายแล้วนำไปโปรยรอบบริเวณบ้าน จะปลอดภัยจากไฟไหม้บ้านและโจรขโมยที่จะเข้ามาลักขโมยข้าวของ  ในเวลาที่เราไม่อยู่บ้านและในเวลาที่เรานอนหลับ ฯ

                 คาถาป้องกันภัย

    ๐นะโม  พุทธะยันตัง  ธัมมะรัตตะนัง  สังฆะปะวะรัง  นะทิทัง  สะวาหับ ฯ

    ๐คาถาป้องกันภัยนี้  ใช้ในทางป้องกันภัยอันตรายต่างๆ   เช่น  ภัยจากลมพายุร้าย   ภัยจากไฟไหม้   ภัยจากน้ำท่วมและแผ่นดินไหว   คนถูกไฟไหม้และน้ำร้อนลวกให้หาน้ำมาครึ่งขัน เสกคาถานี้ ๗ จบ แล้วเป่าลงไปในน้ำ อมน้ำในขันพ่นที่แผลๆจะหายเร็ว น้ำมนต์ที่เหลือเอาไว้ให้คนป่วยทาที่แผล 

    วิธีแก้ลมพายุร้ายเมื่อมองเห็นลมพายุร้ายจะพัดกระหน่ำมาที่บ้านเรือนเรา ให้ยืนหันหน้าไปทางลมพายุร้าย  ประนมมือขึ้นตั้งจิตอธิษฐานขอให้คุณพระพุทธ   คุณพระธรรม   และคุณพระสงฆ์ จงมาเป็นกำแพงภูเขาที่สูงใหญ่เกิดขึ้นมากันลมพายุร้ายนี้เอาไว้  อย่าให้มันเข้ามาทำ ลายบ้านเรือนของข้าพเจ้าได้เลย  ต่อจากนั้นให้สวดคาถานี้ ๗ จบ  แล้วเป่าไปทางลมพายุที่จะพัดมาหาเรา เป่าไปครั้งแรกให้ว่า "พุทโธ  ขอจงป้องกันภัยจากลมพายุร้ายนี้   ธัมโม  ขอจงป้องกันภัยจากลมพายุร้ายนี้   สังโฆ  ขอจงป้องกันภัยจากลมพายุร้ายนี้  ให้เสื่อมสลายหายไปในเร็วพลัน"  ให้สวดไปเรื่อยๆจนกว่าลมพายุร้ายจะหยุด  คาถานี้เหมาะกับยุคสมัยนี้เพราะยุคสมัยนี้มีลมพายุที่อันตรายร้ายแรงเกิดขึ้นเสมอ  ใครกลัวลมพายุให้นำเอาคาถาไปใช้  ถ้าใช้พร้อมกันหลายๆคนจะมีอานุภาพมาก  ถ้าปล่อยให้มันพัดบ้านเรือนแล้วจึงสวดมักจะใช้ไม่ได้ผล  ต้องขับไล่ให้มันหนีไปก่อน

    ส่วนการป้องกันภัยอื่นๆที่เหลือก็ให้ปฏิบัติในทำนองเดียวกันนี้ ฯ  

               คาถาของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค

       

   ๐คาถาของหลวงพ่อปาน  แห่งวัดบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ใช้ได้ผลดีมีมากแต่ข้าพเจ้าได้นำเอาคาถาที่สำคัญและคนใช้มากมาเสนอให้แก่ท่านผู้อ่านทั้งหลาย ๓ คาถา คือ:-

     ๑.คาถาเสริมทรัพย์

     ๒.คาถามหาลาภ

     ๓.คาถาพิทักษ์ทรัพย์   พูดฟังง่ายๆก็คือ คาถารักษาทรัพย์นั่นเอง               

         คาถาเสริมทรัพย์

    ๐พุทธะ  มะ  อะ  อุ  นะโม  พุทธายะ ฯ  ให้สวด ๑ จบ

    ๐วิระทะโย  วิระโคนายัง  วิระหิงสา  วิระทาสี  วิระทาสา

  วิระอิตถิโย  พุทธัสสะ  มานีมามะ  พุทธัสสะ  สะวาโหม ฯ      ให้สวดครั้งละ ๓ จบ

    ๐ข้อปฏิบัติในการใช้คาถานี้

     -ให้สวดก่อนเข้านอนวันละ  ๙  จบ  ถ้าใครสวดตามกำลังวันได้ยิ่งดีจะได้รวยเร็วๆ  ตามกำลังวันนั้นให้สวดดังนี้

      -วันอาทิตย์ให้สวด  ๖  จบ

      -วันจันทร์ให้สวด  ๑๕  จบ

      -วันอังคารให้สวด  ๘  จบ

      -วันพุธให้สวด  ๑๗  จบ

      -วันพฤหัสบดีให้สวด  ๑๙  จบ

      -วันศุกร์ให้สวด  ๒๑  จบ

      -วันเสาร์ให้สวด  ๑๐  จบ

      -ต้องสวดทั้งเช้าและเย็น  ก่อนจะสวดให้ตั้ง นโม  ๓  จบ  อิติปิโส อีก ๙ จบ   ถ้าใครไม่เชื่ออย่าสวด ขืนสวดไปก็ไม่ได้อะไรแล้วจะมาด่าคนเขียนตำราเล่มนี้ไม่ได้นะ บาปจะกินหัวเอา

      -คนที่ห้ามสวด  คือคนที่ไม่เชื่อไม่ศัทธาและคนที่มีความโลภอยู่ในใจมาก สวดแล้ว อยากให้รวยเร็วๆ  เช่นสวดวันนี้พรุ่งนี้อยากจะให้รวยแล้ว

      -การสวดอย่างถูกวิธี

    ๑.ตั้งนโม  ๓  จบ

    ๒.อิติปิโส  ๙  จบ

    ๓.สวดคาถาเสริมทรัพย์ตอนเช้า  ๙  จบ   และตอนเย็นอีก  ๙  จบ

    ๔.ถ้าใครมีศรัทธาใช้คาถานี้นั่งสมาธิบริกรรมภาวนาทุกวันจนเกิดเป็นสมาธิจิตสงบ  คนนั้นจะมั่งมีเงินทองข้าวของได้อย่างรวดเร็ว

    ๕.ตอนเช้าให้ใส่บาตรทุกวันอย่างน้อยวันละ  ๑  รูป  ให้ทำเป็นประจำอย่าให้ขาด  ก่อนจะใส่บาตรให้ยกขันข้าวขึ้นจบแล้ว  สวดคาถานี้  ๑  จบ  ให้ระลึกนึกถึง  พระพุทธ    พระธรรม    พระสงฆ์    และพระปัจเจกพุทธเจ้า   เมื่อทำได้เช่นนี้ผู้นั้นก็จะไม่ลำบากยากจน  จะมีกินมีใช้อยู่เสมอเงินจะไม่ขาดมือ  ทรัพย์สินเงินทองข้าวของก็จะเพิ่มพูนขึ้นอย่างไม่ขาดสาย    

     -คาถาเสริมทรัพย์บทนี้  นับว่าเป็นคาถาที่ใช้แล้วบังเกิดผลดีแทบไม่น่าเชื่อจากคนจนกลายเป็นเศรษฐี  ทำให้ผู้ท่องบ่นสวดมนต์สาธยายกลายเป็นเศรษฐีมามากแล้ว  แต่ก่อน

จะสวดต้องทำให้ถูกต้องตามวิธีการคือจะต้องแต่งขัน ๕ คือดอกไม้ขาว ๕ คู่    ธุป ๕ คู่    เทียน ๕ คู่  เป็นเครื่องยกครู  แล้วอธิษฐานขอบารมีของหลวงพ่อปาน แห่งวัดบางนมโค  จงช่วยดลบันดาลให้คาถานี้เกิดความศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์ทำให้ผู้สวดคาถานี้ไม่อดไม่อยากมีอยู่มีกินอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ขาดสาย 

    ตัวอย่างของคนเป็นเศรษฐีเมื่อได้สวดภาวนาคาถานี้  เช่น นายประยงค์   ตั้งตรงจิตร  เจ้าของยาเขียวตราใบโพธิ์  จากคนยากจนกลายเป็นเศรษฐี เมื่อได้สวดภาวนาคาถานี้แล้ว

    แม่ของนายประยงค์ชอบสวดคาถานี้มาก ว่างจากภารกิจตอนไหนแก่ก็สวดตอนนั้น  ถ้าว่างจากผู้คนที่มาซื้อยาแก่ก็สวด ตกตอนเย็นหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว  แก่จะนั่งบริกรรมภาวนานี้เลยทีเดียว ทำอย่างนี้ไปทุกวัน ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา จนเป็นเหตุให้เงินไหลเข้าตู้เซฟของแก่วันละหลายพันบาทอย่างไม่รู้ตัว  ยาที่จำหน่ายก็เกิดความศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์ทำให้คนกินหายจากโรคร้าย  คนก็หลั่งไหลมาซื้อยาอย่างไม่ขาดสาย ยาที่ขายไปแล้ว  ขายไปเท่าไหร่ก็ไม่หมดเพราะมันบังเกิดงอกขึ้นมาเพิ่มเอง โบราณท่านว่า "กินไม่หมด พอจะหมดก็งอกเพิ่มขึ้นมาให้ใหม่อีก"   เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ทำให้นายประยงค์  ตั้งตรงจิตร  ได้เงินวันละหลายหมื่นบาท  อาการอย่างนี้ถ้าไม่รวยก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว

              คาถามหาลาภ

    ๐นะมามีมา  มะหาลาภา  อิติพุทธัสสะ            สุวัณณัง  วา  ระชะตัง  วา

  มะณี  วา  ธะนัง  วา  พีชัง  วา                          อัตถัง  วา  ปัตถัง  วา 

  เอหิ  เอหิ  อาคัจเฉยยะ                                   อิติมีมา  นะมามิหัง ฯ 

    ๐คาถามหาลาภนี้ให้สวดบูชาวันละ  ๖  จบ  ให้สวดก่อนนอน  ๓  จบ  และตอนเช้า  ๓  จบ  ถ้าสวดคู่กับคาถาเสริมทรัพย์จะทำให้มีโชคลาภเร็ว ฯ

              คาถาพิทักษ์ทรัพย์

    ๐จิตติ  วิตัง  นะกรึง  คะรัง ฯ

    ๐คาถาพิทักษ์ทรัพย์นี้  ใช้ในทางเก็บรักษาทรัพย์สมบัติ  ก่อนจะปิดประตูและหน้าต่าง

ใส่กุญแจบ้าน   ปิดหีบปิดตู้    ปิดกุญแจตู้เซฟใส่เงิน  และเวลาที่เราหาเงินมาได้ก่อนจะเก็บไว้หรือเอาไปฝากธนาคาร  ให้อธิษฐานสวดคาถานี้  ๗  จบ   เป่าลงไปที่เงินขอให้มันอยู่กับเรานานๆ ค่อยเก็บเอาไว้มันจอยู่กับเรานานไม่จากเราไปง่ายๆ  ไม่เชื่อก็ลองดู

     คาถานี้เหมาะกับคนที่ได้เงินมาแล้วเก็บรักษาไม่อยู่  ขออย่างเดียวอย่าให้เป็นเงินที่ได้มาโดยมิชอบเช่น  เป็นเงินค้ายาเสพติด  เงินค้าของผิดกฏหมาย   ลักขโมยปล้นจี้ฉกฉิงวิ่งราว  และฉ้อโกงหลอกลวงต้มตุ๋นเขามาก็แล้วกัน  เงินพวกนี้อย่าใช้คาถานี้พิทักษ์รักษาเลย เมื่อใช้คาถากับเงินประเภทนี้คาถาจะหมดความศักดิ์สิทธิ์ไปทันที  ขอเตือนด้วยความหวังดี

     ต่อไปนี้เป็นหมวดคาถาที่รักษาโรค,ป้องกันตัว,ป้องกันภัย

         คาถาแก้โรคนอนไม่หลับ

    ๐อินทะธัมมัง              มะหาอินทะธัมมัง

  พรัหมะธัมมัง                มะหาพรัหมะธัมมัง

  จักกะวัตติธัมมัง            มะหาจักกะวัตติธัมมัง

  เทวาธัมมัง                   มะหาเทวาธัมมัง

  อิสีธัมมัง                      มะหาอิสีธัมมัง

  มุนีธัมมัง                      มะหามุนีธัมมัง

  สัปปุริสะธัมมัง              มะหาสัปปุริสะธัมมัง

  พุทธะธัมมัง                 ปัจเจกะพุทธะธัมมัง

  อะระหัตตะธัมมัง          สัพพะสิทธิวิชชาธะระณังธัมมัง

  สัพพะโลกา                 อิริยาธิปปะตินังธัมมัง

  เอเตนะ  ธัมเมนะ          เอเตนะ  สัจจะวะจะเนนะ

  วา  มัยหัง  สุวัตถิ         โหนตุ  สะวาหายะ

  นะโม  พุทธัสสะ           นะโม  ธัมมัสสะ

  นะโม  สังฆัสสะ            เสยยะถีทัง

  หุลู  หุลู  หุลู                 สะวาหายะ ฯ

    ๐คาถานี้ใช้สวดในเวลาเป็นโรคนอนไม่หลับ  อันเกิดจากธาตุทั้ง ๔ แปรปรวน โรคร้ายรุมเร้า และจิตใจมีความวิตกกังวลมาก  สวดยังไม่ทันจบก็จะหลับม่อยไปเสียก่อนศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก  เมื่อตื่นนอนจะรู้สึกว่าสบายมีกำลังเพิ่มมากขึ้นเป็นที่น่าพิศวงยิ่งนัก

    คาถานี้เหมาะสำหรับคนแก่ที่ไม่ค่อยมีกำลังและนอนไม่หลับ  คาถานี้จะดีหรือไม่ขอให้ทดลองดูก่อน ค่อยมาต่อว่าทีหลัง  ยังไม่เคยทดลองแล้วมาตินี้คือนิสัยของคนไม่ดี  ถ้าทำการสวดถูกต้องตามวิธีการแล้วข้าพเจ้ามั่นใจว่าคาถานี้จะดีมีประโยชน์มาก

    ๐วิธีการสวดที่ถูกต้องมีดังนี้

       ๑.ตั้งนะโม  ๓  จบ

       ๒.สวดอิติปิโส  ๙  จบ

       ๓.ตอนเช้าสวดคาถานี้ ๙ จบ     ตอนเย็นสวดคาถานี้ ๙ จบ  สวดได้มากกว่านี้ยิ่งดีจะหายโรคไว 

       คนเป็นโรคหัวใจ ถ้าได้สวดคาถานี้เป็นประจำทุกวัน โรคหัวใจจะค่อยๆหายไปอย่างน่าอัศจรรย์จริงๆ  และถ้าเอาคาถานี้เสกใส่น้ำ ๗ จบ ให้คนเร่าร้อนกระวนกระวายใจกินจะหายเร่าร้อนกระวนกระวาใจ  ถ้าจะต้มยาสมุนไพรกินเมื่อเอาน้ำใส่หม้อและยาใส่หม้อแล้วให้สวดคาถานี้ ๗ จบ แล้วเป่าลงไปในหม้อยาจะทำให้ยามีฤทธิ์แรงกล้ารักษาโรคได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

    ๐คาถานี้ใช้ในการรักษาไข้ก็ได้  ถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยให้เสกใส่น้ำ ๗ จบ ดื่มกินจะแก้ร้อนในกระวนกระวายใจ  ถ้าจะต้มยาสมุนไพรให้เสกคาถานี้ ๗ จบ เป่าลงไปที่ตัวยาที่เตรียมจะต้มแล้วใส่ลงไปในหม้อต้มกินจะกำจัดภัยพิบัติและโรคภัยไข้เจ็บออกไปจากตัวได้ดี

     คาถาแก้โรคผิวหนังทุกชนิด

    ๐อะ  สัง  วิ  สุ  โล  ปุ  สะ  พุ  ภะ

     สะ  ทะ  วิ  ปิ  ปะ  สะ  อุ

     มะ  อะ  อุ  อา  ปา  มะ  จุ  ปะ

     ทิ  มะ  สัง  อัง  ขุ  นะโมพุทธายะ ฯ

    ๐คาถานี้ใช้เสกเป่าแก้โรคลมเพลมพัด  โรคลมเพลมพัดคือโรคคุณไสย์ที่เขาปล่อยมาทางอากาศแล้วเข้าไปในตัวเราทำให้เราเร่าร้อนกระวนกระวายใจอยู่ไม่เป็นสุข เสกคาถานี้ ๗ จบเป่าลงในน้ำให้คนป่วยกิน  ถ้าจะให้หายเร็วให้เอาเบี้ยแก้แซ่ลงไปในน้ำก่อนแล้ว  จึงเสกคาถานี้ ๗ จบ เป่าลงไปในน้ำทำน้ำมนต์ให้คนป่วยกินและเอาน้ำมนต์ที่เหลือตบหัวคนป่วย  ๓ ที ตบครั้งแรกว่า "พุทโธ   หายโรค"   ตบครั้งที่สองว่า "ธัมโม  หายโรค"    ตบครั้งที่สามว่า "สังโฆ  หายโรค"

    -ถ้าเป็นโรคผดผื่นคัน และพิษที่เกิดขึ้นตามผิวหนังต่างๆ  ให้ใช้ตัวยาเหล่านี้ประกอบ

คือ:-

    ๑.ว่านไพร     ๗     แว่น

    ๒.ขิง             ๗     แว่น

    ๓.พลูแก่        ๗     ใบ

    ตำผสมกันให้ละเอียด แล้วเสกด้วยคาถานี้ ๗ จบ  เป่าลงไปในเครื่องยาแล้วจึงเอายานี้ถูทาไปมาตามร่างกายตรงที่เป็นโรคให้ทำยานี้ทาวันละ ๓ ครั้ง คือเช้า  เที่ยง  เย็น  ไม่กี่วันโรคผิวหนังก็จะหายไป   ไม่เชื่อก็ลองดูจะได้รู้ว่าดีหรือไม่ดี ฯ

       คาถาเป่าแก้ไข้หวัด

    ๐นะ  ปิ  มะ  ปิ              นะ  โป  มะ  โป

      นะโมพุทธายะ            อิ  สุ  อิ  โส

      อิ  สู  สา  ไข              ไอในสุอุดสุด ฯ

    ๐ก่อนจะเป่าให้คนไข้หวัดต้องให้เขาเอาผ้าปิดปากปิดจมูกเอาไว้ก่อนแล้วจึงเสกคาถานี้ ๗ จบ เป่าลงไปที่ใบหน้าของคนป่วยและก็เป่าไปตามร่างกาย  ไม่กี่วันโรคไขหวัดก็จะหาย

     ถ้าอยากให้หายไวให้คนป่วยปฏิบัติดังนี้

       ๑.ให้กินน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น    อย่ากินน้ำเย็น

       ๒.ให้อาบน้ำอุ่น  อย่าอาบน้ำเย็น   ให้เอาใบมะขามเปรี้ยวและต้นตะไคร้ ๓ ต้น ทุบหัวตะไคร้ก่อนทุบเพียงเบาๆ อย่าให้แหลกนัก  ต้มรวมกันกะว่าตัวยาออกเข้มดีแล้วยกลง

เทใส่กะละมังเทน้ำเย็นลงผสมกะให้พออุ่นๆที่สามารถจะอาบได้แล้วก็อาบและสระหัวด้วยให้ทำอาบ ๓ วัน โรคหวัดก็จะบรรเท่าหายไป

      ๓.สูตรยาแก้ไขหวัดทุกชนิด  ยาขนานนี้ใช้แก้โรคหวัดได้ผลดีมาก ยาเคมีสู้ไม่ได้เพราะกินแล้วไม่มีผลข้างเคียง

        สูตรยาแก้ไขหวัด

    ๑.หัวหอมเล็ก        ๙       หัว

    ๒.เม็ดพริกไทย      ๙       เม็ด

    ๓.เกลือทะเล          ๙       เม็ด

    -วิธีปรุงยา:-

       เอาตัวยาทั้งหมดมาโขลกให้ละเอียดแล้วนำไปประสมกับน้ำ มะนาว ๑ ผล  น้ำอุ่น ๑ แก้ว  ให้ทำกินวันละ ๑ ครั้ง  ครบ ๗ วันแล้วให้หยุดกิน  อาการที่เป็นหวัดจะหายเป็นปลิดทิ้ง  กินครั้งแรกก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามันสบาย  ทำไมยาสูตรนี้ถึงแก้โรดหวัดได้เร็ว ก็เพราะยาสูตรนี้มีหัวหอม  หัวหอมเป็นสมุนไพรที่ทำลายเชื้อไวรัสได้ผลดี ฯ

   ** คำเตือน:-โรคหวัดติดกันง่ายรักษายากใช้เวลานาน นั่งใกล้กันในระยะ ๑ วา ก็ติดกันแล้ว  เวลารับประทานอาหารให้คนเป็นโรคหวัดกินคนเดียวดีที่สุด โรคหวัดจะไม่แพร่ไปสู่คนอื่น  เมื่อโรคหวัดหายแล้วค่อยกินร่วมกัน  คนเป็นไข้หวัดอย่าอยู่ในห้องแอร์โรคหวัดจะหายยาก  คนเป็นไข้หวัดนั่งรถอย่าเปิดแอร์ให้เปิดกระจกออกให้หมด ถ้าไม่เปิดกระจกจะกลายเป็นแหล่งเพราะเชื้อโรคหวัดเอาไว้ในรถคนมานั่งรถจะติดโรคหวัดไปด้วย  คนเป็นหวัดอย่าเข้าใกล้เด็กเล็ก

    ถ้าจำเป็นต้องเข้าใกล้ก็ให้คนไม่เป็นหวัดเข้าไปดูแลแทน  ถ้าขืนเข้าไปจะทำให้เด็กเล็กติดหวัดไปด้วย จะทำให้เด็กเจ็บป่วยทรมานมาก

            คาถาป้องกันไฟ

    ๐นะโม  พุทธายะ  นะมะพะทะ            จะภะกะสะ  นะมะมะนะ

  นะอุอุนะ  นะโม  พุทธายะ                    พะทะนะมะ  กะสะจะภะ

  อะนะนะอะ  อะมะมะอะ                         อะอุอุอะ ฯ

    ๐วิธีใช้:- ใช้เพื่อไม่ให้ไฟไหม้บ้านเรือนในเวลาที่เราไม่อยู่บ้าน  ให้หาทรายมา ๑ ขัน

แล้วเสกด้วยคาถานี้ ๑๒ จบ เป่าลงไปในขันทราย   อธิษฐานขอให้ทรายเป็นเครื่องป้องกันรักษาไฟไม่ไหม้บ้านแล้วซัดทรายไปให้ทั่วบริเวณบ้าน และบริเวณริมรั้วด้วย

     -ใช้เสกปูนปูนขาวที่กินกับหมาก ๑๒ จบ  ทาแก้ฝีหนองและตุ่มพุพองก็ได้

     -ถ้าเป็นผดผื่นคันและเป็นแผลให้เสกขมิ้นด้วยคาถานี้ ๑๒ จบ แล้วจึงทาตรงที่เป็นแผล

และผดผื่นคันโรคจะหายไปโดยเร็ว  ก่อนจะเสกต้องตำขมิ้นให้แหลกเสียก่อน

     -ถ้าป่วยเป็นฝีให้เสกขมิ้น ๑๒ จบ  เป่าพ่นลงไปที่ฝีไม่กี่วันฝีจะแตกและยุบหายไปเอง

     -ใช้เสกไล่พิษที่ถูกงูกัด, ตะขาบกัดและแมลงป่องต่อยก็ได้ ให้เสก ๑๒ จบ เป่าลงไปตรงที่มันกัดและต่อย  ถ้าจะให้ได้ผลเร็วให้ฝนรากของต้น "โลดทะนงแดง ผสมน้ำมะนาว"

ทาตรงที่ถูกงูกัด, ตะขาบกัด, แมลงป่องต่อย, และสัตว์มีพิษกัดต่อยได้ทุกชนิด

             คาถาพญานกคุ้ม

    ๐สันติ  ปักขา  อะปัตตะนา            สันติ  ปาทา  อะวัญจะนา

มาตาปิตา  จะ  นิกขันตา                   ชาตะเวทะ  ปะกิกกะมะ ฯ

    ๐คาถานี้ใช้ป้องกันไฟไหม้  เมื่อเกิดอัคคีภัย ให้เอาน้ำมา ๑ หาบ แล้วเสกคาถานี้ ๗ จบ

เป่าลงไปในถังน้ำเพื่อทำน้ำมนต์  เสร็จแล้วให้เทซาดน้ำไปรอบบัานเรือนที่ถูกไฟไหม้  ไฟจะไม่ลุกลามมาไหม้อีก  ในเวลาสร้างบ้านให้เขียนคาถานี้ใส่แผ่นทองแล้วนำไปติดไว้ที่หัวเสาทุกต้น ไฟจะไม่ไหม้เลยจนกว่าบ้านหลังนี้จะพังไป

          คาถาป้องกันสุนัขกัด

    ๐นะโม  พุทธายะ           นะ  มะ  อะ  อุ     

  อิสะวาสุ                          อุ  อะ  มะ ฯ

    ๐คาถานี้ป้องกันสุนัขกัดได้ดี  เมื่อเห็นสุนัขร้ายให้สวดคาถานี้ ๗ จบ แล้วเป่าออกไปใส่หมานั้น  หมานั้นแม้จะดุร้ายสักปานใดเมื่อมันเห็นเราเข้ามันก็จะหลีกหนีไป

           มนต์ใส่กุญแจปากหมา

    ๐นุ  โมหางับ  พุทธัปปิดหู  ธัมมะปิดตา  สังฆะปิดปาก

  คะณะปิดใจ  อากังขา  กังขาคัง  คาขาคะ ฯ

    ๐เมื่อจะลงจากเรือนออกไปทำธุระข้างนอก  ถ้าไปในสถานที่  ที่มีหมาดุถ้ากลัวมันกัดให้

สวดคาถากุญแจใส่ปากหมาเสียก่อนแล้วจึงไปจะไม่ถูกหมากัดเลย

    ๐วิธีปฏิบัติ ก่อนจะลงจากเรือน ให้สวดคาถานี้  ๗  จบ เมื่อลงจากเรือนถึงพื้นดินแล้ว ให้กลั้นใจเอาเท้าข้างขวากระทืบที่พื้นดิน  ๓  ครั้ง  แล้วว่า "หมาทั้งหลายมังอย่าเห่าอย่ากัด" ค่อยเดินทางไปจะปลอดภัยเรื่องหมากัด  ข้อนี้ผู้เขียนตำรายังไม่เคยลอง ขอให้ผู้อ่านทั้งหลายจงลองดู  โบราณว่า "ไม่ลองไม่รู้"  ได้ผลเป็นอย่างไรช่วยบอกมายังผู้เขียนตำราด้วยจะขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ฯ

    **คำเตือน:- มนต์และคาถาทุกชนิดถ้าจะเรียนเอาไปใช้  ต้องเรียนเอา วันอังคาร ข้างขึ้น คายขัน ๕  เงิน  ๑  บาท เป็นค่ายกครู   ขัน ๕  ก็คือ  ดอกไม้ขาว  ๑๐  ดอก    ธูป  ๑๐  ก้าน    เทียน  ๑๐  เล่ม  มันถึงจะขลังและศักดิ์สืทธิ์ ฯ

        คาถากันสุนัขเห่า

    ๐อะธิมานัน  ปะริกัญญะมาหุ ฯ

    ๐เมื่อเราเดินผ่านบ้านที่มีสุนุขเห่า  ถ้าต้องการไม่ให้มันเห่า  ให้เอาก้อนดินหรือก้อนหินมา ๓ ก้อน แล้วเสกด้วยคาถานี้ ๗ จบ  เสกเสร็จแล้วให้ขว้างเข้าไปในบ้านที่หมามันอยู่  เดินไปเถิดหมามันจะไม่เห่าเราเลย ฯ

          คาถากันสุนัขกัด

    ๐นะโมพุทธายะ    นะมะอะอุ  อิสะวาสุ  อุอะมะ ฯ

    ๐คาถาป้องกันสุนัขกัดนี้  ให้เสกคาถานี้ ๗ จบ แล้วเป่าไปข้างหน้า ก่อนจะออกจากบ้านและถ้าเดินทางไปในบริเวณที่มีหมาดุให้เสกคาถานี้อีก ๗ จบ แล้วเป่าไปข้างหน้า หมาตัวใดเห็นเราเข้า  แม้ว่าหมาตัวนั้นจะดุร้ายสักปานใดก็ตาม  เมื่อมันเห็นเรามันก็จะหลีกหนีไปที่อื่นเสีย ฯ     

         คาถารักษาบาดแผล

    ๐โลกะปะรา             จะตุเทวะตา

   วะณะเสละกัง            อุทธังสุมุนติโน

   ปัตตะ  ฮะธิฏฐาเนนะ       เอเตนะ  สัจจะวัชเชนะ

   โหตุ  เต                          ชะยะมังคะลานิ ฯ

    ๐คาถานี้ใช้รักษาบาดแผลได้ทุกชนิด  ไม่ว่าจะเป็นแผลชนิดใดก็ตาม  ให้เสกคาถานี้ ๗ จบ  เป่าลงไปที่แผลนั้น ๒ - ๓ วัน  แผลก็หายแล้ว ไมว่าจะเป็นแผลชนิดใดก็ตาม  ถัาไม่มีคนเป่าให้  เราเป่าเองก็ได้แต่ต้องเปลี่ยนคำว่า "เต"  เป็น "เม"  เท่านั้น

              คาถาเสกน้ำล้างหน้า

    ๐โอม  สะหัสสะเนตโต  เทวินโท  ทิพพะจักขุง  วิโสธะยิ  เทวินโท ฯ

    ๐คาถานี้ใชเสกน้ำล้างหน้าในตอนเช้า   เวลาตื่นนอนตอนเช้าเอาน้ำมา ๑ ขัน  เสกคาถานี้ ๗ จบ  กลั้นใจเป่าลงไปในขันน้ำว่า "พุทโธ ตาสว่าง   ธัมโม ตาสว่าง   สังโฆ ตาสว่าง"  แล้วจึงเอาน้ำมนต์นั้นล้างหน้า  จะทำให้ตาสดใสสว่างไม่เป็นโรคสายตาให้ทำทุกวันอย่าได้ขาด ฯ

              คาถาอ้อป่อง

    ๐นะปุปุ  มุทะกะ  มะทะลุ  นะ  คิดได้  ยะ  คิดเห็น  ญัตติยัง  มะมะ ฯ

    ๐ถ้าใครเรียนหนังสือและท่องหนังสือแล้วจำไม่ค่อยได้  ให้เรียนเอาไปใช้เถิดดีนักแล

    ๐วิธีเรียน  ให้เรียนเอาในวัน อังคาร ข้างขึ้น  คายขัน ๕ ดอกไม้ขาว  ก่อนจะท่องหนังสือและก่อนจะอ่านหนังสือให้สวดคาถานี้ ๗ จบ จึงอ่านและท่องจะทำให้จำได้ดี ฯ

              คาถาป้องกันโจร

    ๐เจโร  อัตะนะระถา  ยิคะวา                   ภูมิยัง  จักขุมัง  ปะระมาณู  ภะคะวะโต 

อิทธิยา  อัตตะโน  สิริ  เร  มัง                     สัง  จักขะอะวะสุสะตุ  อะวะสุสะเต

สะริเว  มังสัง  โลหัตตัง ฯ

    ๐คาถานี้เป็นคาถาป้องกันโจรขโมยโดยตรง  สมัยนี้โจรขโมยชุมยิ่งกว่ายุง  ก่อนจหลับจะนอนจะไปไหนมาไหนให้สวดคาถานี้ ๗ จบ  เพื่อป้องกันภัยอันจะเกิดจากโจรผู้ร้าย  วันหนึ่งสวดป้องกันเอาไว้หลายๆครั้งยิ่งดี  จะได้ป้องกันตัวและป้องกันทรัพย์สินเงินทองเอาไว้  ผู้มุ่งร้ายหมายขวัญจะทำอันตะรายเรามิได้เลย   ถ้าสวดภาวนาคาถานี้อยู่เสมอ  แม้ในขณะที่เรากำลังจะมีภัย ก็ยังคุ้มครองป้องกันเราได้ ฯ

              คาถาป้องกันศัตรูและขโมย

    ๐พุทโธ  พุทธัสสะ  กำจัดออกไป  อย่าเข้ามาใกล้  ขอบขัณฑ์เสมา

ธัมโม  ธัมมัสสะ  กำจัดออกไป  อย่าเข้ามาใกล้  ขอบขัณฑ์เสมา

สังโฆ  สังฆัสสะ  กำจัดออกไป  อย่าเข้ามาใกล้  ขอบขัณฑ์เสมา

สิขาตะ  กะระณัง  อะระหัง  ปิตัง  สารพัดศัตรู  วินัสสันตุ ฯ

    ๐ใช้เสก ๗ จบ แล้วเป่าไปในทิศทั้ง ๑๐ ให้เสกไปทีละทิศเสกให้ครบ ๑๐ทิศ จะสามารถป้องกันภัยและโจรผู้ร้ายได้ทั้ง ๑๐ ทิศ  เวลาจะเข้านอนให้เสกก้อนหิน ๘ ก้อน เสก ๗ จบ  เป่าลงไปที่ก้อนหิน  อธิษฐานให้เป็นก้อนหินป้องกันภัย แล้วให้ปาออกไปทั้ง ๘ ทิศ  โจรผู้ร้ายและขโมยจะไม่สามารถเข้ามาในบริเวณบ้านของเราได้เลย ฯ

         คาถาป้องกันโจร

    ๐ละ  ละ  ยะ  ละ  ละ ฯ

    ๐คาถาป้องกันโจรบทนี้สั้นแต่ศักดิ์สิทธิ์  ให้เขียนไว้หน้าประตูบ้านโจรขโมยจะเข้ามาลักขโมยสิ่งของในบ้านเราไม่ได้  ให้เสกวันละ ๗ จบ  ถ้าเขียนเป็นอักษรขอมได้ยิ่งดี เมื่อเขียนเสร็จแล้ว ให้ปลุกเสกด้วยคาถานี้ ๗ จบ  ๗  ครั้ง แล้วเอาไปแขวนไว้หน้าประตูบ้าน ป้องกันโจรและขโมยได้ดีจริงๆ

      คาถาแก้พิษยาเบื่อและยาสั่ง

    ๐เกสา  โลมา  นะขา  ทันตา  ตะโจ

    ตะโจ  ทันตา  นะขา  โลมา  เกสา

    พุทโธ  ตัสสะ  พะโลชา  โต โหตุ เม ฯ

    ๐เวลาจะกินข้าว, อาหาร, และเหล้า เพื่อป้องกันศัตรูใส่ยาพิษลงไปในเหล้าและอาหาร

หวังจะฆ่าเราให้ตาย  เมื่อสงสัยว่าจะถูกฆ่าด้วยยาพิษให้เสกคาถานี้ ๗ จบแล้วเป่าลงไปในอาหารและเหล้า ยาพิษในอาหารและเหล้าจะเสื่อมไปทันที่ คาถานี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก คนทุกวันนี้ชอบฆ่ากันโดยวิธีนี้เพราะตำรวจจับไม่ได้  ขอให้ท่านผู้อ่านตำราเล่มนี้โปรดเรียนเอาไว้ดีๆ ท่านจะต้องได้ใช้มันไม่วันใดก็วันหนึ่งอย่างแน่นอน  ท่านผู้มีทรัพย์สมบัติเยอะๆบางทีท่านอาจจะถูกฆ่าโดยวิธีนี้ก็ได้โปรดระวังให้ดี  ก่อนจะเรียนเอาให้เรียนเอาในวันอังคาร ข้างขึ้น  คายขัน ๕ เงิน ๑ บาท  เป็นค่ายกครู  ขัน ๕  คือ ดอกไม้ขาว ๑๐ ดอก    ธูป ๑๐ ก้าน    เทียน ๑๐ เล่น  ใส่ในพานยกครูเรียนเอาเถิด 

              คาถาหลบภัย

    ๐ปะถะมัง  พินธุกังชาตัง               ทุติยัง  ฑัณฑะเมวะจะ

ตะติยัง  เภทะกัญเจวะ                       จะตุตถัง  อังกุสัมภะวัง

มะ  มะ  อิ  ธะ                                    ยะ  ตะ  มะ  อะ ฯ

    ๐คาถานี้ใช้หลบภัยดีมาก  ใช้หลบภัยเมื่อเข้าตาจนจะถูกทำร้าย  และจะถูกล้อมเพื่อดักทำร้าย  เราจำเป็นต้องหลบหนี ในเวลาหลบหนีทุกคนก็อยากหลบหนีโดยปลอดภัย  จึงจำเป็นต้องนำคาถาขึ้นมาใช้  โดยการเสกคาถานี้ ๗ จบ เป่าใส่มือข้างขวาแล้วกลั้นใจเอามือข้างขวาตบที่หน้าผาก ๓ ครั้ง  เวลาตบครั้งที่หนึ่งให้ว่า "พุทโธ หลบภัย"   ตบครั้งที่สองให้ว่า"ธัมโม   หลบภัย"    ตบครั้งที่สามให้ว่า "สังโฆ   หลบภัย"   จะหลบภัยไปได้ดีมาก ฯ

            คาถาบังตา

    ๐สุคะโต  สุคะตัง  คัมภีระเสลัง            อะติกกันตัง  สุคะตะชินัง

  นะมามิหัง  นะโมพุทธัสสะ                     นะโมธัมมัสสะ  นะโมสังฆัสสะ

  โอม  หุนรู  หุนรู  สะวาหายะ ฯ

    ๐คาถานี้ใช้ในการบังตาได้ดี   เหมาะในการหลบหนีศัตรู ให้เอาด้ายดำมา  ๗  เส้น

แล้วเสกด้วยคาถานี้  ๗  จบ  เป่าลงไปที่ฝ้ายอธิษฐานขอให้เป็นเครื่องป้องกันภัยในการหลบหนี  แล้วจึงวิ่งหนีไป พอวิ่งหนีไปได้ไกลแล้วให้หักเอากิ่งไม้เล็กๆมาแล้วเสกด้วยคาถานี้  ๗  จบ แล้วจึงวางขวางทางศัตรูเอาไว้   เมื่อศัตรูวิ่งมาถึงตรงกิ่งไม้ที่เราวางไว้

ก็จะเกิดหลงทาง ฯ

            คาถากำบังกาย

    ๐ปะฏิมาพุทโธ     อิทธิฤทธิ      พุทธะนิมิตตัง

     นะมิตตะพุทโธ    อิทธิฤทธิ      พุทธะนิมิตตัง

     ชาตะพุทโธ        อิทธิฤทธิ      พุทธะนิมิตตัง

     กายะพุทโธ        อิทธิฤทธิ      พุทธะนิมิตตัง

     สุคะตาพุทโธ      อิทธิฤทธิ     พุทธะนิมิตตัง ฯ

    ๐คาถากำบังกายนี้  ถ้าปราถนาจะมิให้ใครเห็นตัวเราให้สวดภาวนาคาถานี้อย่าให้ขาดปาก  ศัตรูก็จะมองไม่เห็นเรา ฯ

            คาถาหายตัวได้

    ๐อุตตะมิริยัง  กัตตะวา          อุตตะวัตตะ  ทักขาโต

      อุตตะเรตะวา  สัพเพชะนา     อุคคัตโต  สุริโย  ตัตถา ฯ

    ๐คาถาบทนี้มีคุณภาพดีมากในการหลบหลีกในเวลาที่เราเข้าที่คับขัน  เช่น ถูกล้อมกรอบหาทางออกไม่ได้  ให้สำรวมจิตระลึกถึงคุณของพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์ คุณบิดามารดาและคุณครูบาอาจารย์ ให้มาปกปักรักษาคุ้มครองให้รอดพ้นเหตุร้ายและอันตรายในครั้งนี้ไปด้วยดี  ให้สวดคาถานี้ ๗ จบ ทำใจเย็นๆคิดหาช่องทางออกไปเถิด

    ถึงจะมีคนมาล้อมกรอบเรามากแค่ไหนก็ตาม  เมื่อสวดภาวนาคาถานี้แล้วก็จะรอดพ้น

อันตรายไปได้โดยไม่มีอันตรายใดๆเลยให้สวดภาวนาอย่าให้ขาดปาก  ทดลองใช้ดูก็จะรู้เอง  ในสมัยโบราณนักผจญภัยทั้งหลายชอบใช้คาถาบทนี้มาก  เพราะมันใช้ได้ผลดี

            คาถาหายตัว

    ๐โอมเทวา  มะหาสะหา  มะนัสสาติ            มะหาเพิก  มะหามิด  ปิดทุกทวาร

  นะมิให้เห็น  โมนั่งอยู่  ยะสูญหาย                พุทป้อง  กันสูญหาย ฯ

    ๐คาถานี้ใช้ในเวลาเข้าที่คับขัน  เมื่อถูกศัตรูล้อมเอาไว้ให้เสกคาถานี้ ๗ จบ  แล้วกลั้นใจหยิบเอาดินใส่หัว หรือจะนั่งเอาใบไม้ปกหัวก็ได้  หรือจะวิ่งออกจากที่ล้อมก็ได้  จะไม่มีใครเห็นตัวเราเลย

     -ให้ยกครูเรียนเอาในวัน อังคาร ข้างขึ้น  คายขัน ๕ ดอกไม้ขาว  ซิ่นผืน  แพรวา  และเงินค่ายกครู ๖ บาท

             คาถาทำให้ศัตรูหัวใจอ่อน

    ๐ปัญจะมัง  สิระสัง  ชาตัง              นะอดใจ  นะกาโร  โหติ 

สัมภะโว  ตรีนิกัตะวานะ                      นะ  การัง  ปัญจะสัมภะวัง ฯ

    ๐คาถานี้สวดแล้วทำให้ศัตรูหัวใจอ่อนใช้ป้องกันศัตรูได้ทุกขั้นตอน  เมื่อศัตรูคิดป้องร้าย

ให้สวดภาวนาคาถานี้  ๗  จบ  ให้สวดไปสัก ๓ ครั้ง  ศัตรูที่ป้องร้ายก็จะเลิกป้องร้าย  ศัตรู

ที่คิดจะฆ่าก็ไม่ฆ่า  เจ้าหนี้คิดจะไม่ชำระหนี้ก็จะยอมชำระหนี้ตามสมควร  เมื่อต้องมนต์บทหนีแล้วไม่ยอมก็ต้องยอม  ทดลองใช้ดูนะ  สถานะกาลในปัจจุบันนี้ข้าพเจ้าว่าคาถานี้มีประโยชน์เอามากๆ ฯ

             ชุดคาถาแสวงหาโชคลาภ

               มนต์แสวงหาลาภ

    ๐นะโม  พุทธายะ                  นะ  มะ  พะ  ทะ

จะ  ภะ  กะ  สะ                          นะ  อุ  อุ  นะ

เตชะสุเนมะ  ภูจะนาวิเวอิติ         นะเยปะรังยุตเต ฯ

    ๐มนต์บทนี้เป็นมนต์แสวงหาลาภ เพิ่มพูนลาภ  ให้เขียนคาถานี้ใส่ถุงเงิน  กระเป๋าเงิน

เงินทองและลาภสักการะจะไหลมาไม่ขาดสาย  เวลาจะออกไปค้าขายหรือจะเอาสินค้าไปขายยังต่างแดน ให้เสกคาถานี้  ๙  จบ เป่าลงไปในน้ำทำน้ำมนต์ประพรมสินค้าเหล่านั้นทำให้ขายดีมีกำไรงาม  และเวลาจะเจรจาค้าขายสินค้าให้สวดคาถานี้ ๙ จบ จะตกลงปลงใจกันได้ดีมีกำไรงาม ฯ

       คาถาเรียกเงินเรียกทอง

    ๐ธะนัง  โภคัง             ทุสะมะนิ

นะนัง  โภคัง                   ทุสะมะนิ

อุมิ  อะมิ                         มะหิสุตัง

สุนะพุทธัง                      อะสุนะอะ

นะมะพะทะ                     จะภะกะสะ ฯ

    ๐คาถานี้ให้ใช้คู่กับมนต์แสวงหาลาภ  ให้เสกคาถา  ๙  จบ  เป่าลงไปในน้ำทำน้ำมนต์ใช้ประพรมสินค้าที่จะขายและร้านรวงจะเกิดเป็นศิริมงคลและขายของดี  ถ้าทำเป็นผ้ายันต์ปิดบูชาไว้ที่ร้านจะเป็นศิริมงคลเรียกเงินให้ไหลมาไม่ขาดสาย ฯ

             คาถาทวงหนี้

    ๐นะโมพุทธายะ  มะอะอุ                ยะธาพุทโมนะ

อุอะอะ  อิสะวาสุ  สัพพะทัสสะ            อะสังวิสุโลปุสะพุภะ ฯ

    ๐เมื่อมีการค้าขายจะต้องมีหนี้  เวลาจะไปทวงหนี้ให้สวดคาถานี้  ๙  จบ  จึงค่อยเจรจาทวงหนี  ลูกหนี้จะจะชำระเงินให้โดยดี เพราะอำนาจของคาถานี้ ฯ

              มนต์ม้ามณีกาบ

    ๐โอม  อายันตุ  ตุตถิยะ  ยะวา  ตบหน้าได้คืบ  ยาวศอกได้วา  กูประกอบด้วยธาตุทั้งสี่  กูคือปะฐะวีธาตุ  อาโปธาตุ  เตโชธาตุ  วาโยธาตุ  โอมกัปปะทะสะวาหะ ฯ

    ๐มนต์บทนี้เรียกว่า "มนต์ม้ามณีกาบ"  ใช้ในการแข่งขัน   เช่น  แข่งรถ   แข่งเรือ   แข่งม้า   คนวิ่งแข่งกัน  ให้เสกมนต์บทนี้ ๓ จบ ก่อนจะเริ่มแข่งและให้เสกน้ำ ๓ จบ เอาน้ำมนต์ไปรดยานพาหนะที่จะแข่ง และเสกอีก ๓ จบ ในขณะที่จะเริ่มแข่ง  ถ้าเป็นสัตว์ให้เสกน้ำให้กินเสก ๓ จบ เราจะชนะเขาอย่างง่ายดาย ไม่เชื่อก็ให้ลองดูว่ามันจะได้ผลหรือเปล่

              คาถาเป่าแก้อสรพิษ

    ๐สะวาหะมัสสะ  ทัสสะนะสัมปะทายะ  ตะยัสสุ  ธัมมา  สะหิตา  ภะวันติ ฯ

    ๐คาถานี้ใช้เสก ๗ จบ แล้วเป่าลงไปตรงแผลที่ถูกงูกัด, ตะขาบกัด, แมลงป่องต่อย  และสัตว์มีพิษทุกชนิดกัดต่อย  ไม่นานพิษจะหายไปอย่างน่าอัศจรรย์  ให้ยกครูเรียนเอาในวัน

อังคาร  คายขันห้า  คือ  ดอกไม้ขาว ๕ คู่     ธูป ๕ คู่    เทียน ๕  คู่ 

              คาถาไขประตูพระนิพพาน

    ๐ปะปิ  วะวิ  ตะติ  นะนิ         มะอะอุ  สืวัง  อุอะมะ ฯ

    ๐คาถานี้เรียกว่า "คาถาไขประตูพระนิพพาน"  ถ้าเราใช้บริกรรมภาวนาเป็นประจำทุกวัน จะมีโชคลาภ ปราศจากโรคภัยไขเจ็บและอันตรายทั้งหลาย ถ้าเรามีอุสรรคดวามขัดข้องทำอะไรไม่ค่อยประสบความสำเร็จให้ใช้คาถานี้บริกรรมภาวนาลองดู

              มนต์สะเดาะก้างติดคอ

    ๐โอม  แปวบน   มาชนแปวล่าง  หน่อแตดกว้าง  ปลายแบ้นทั้งลง ฯ

    ๐มนต์บทนี้เรียกว่า"มนต์เสดาะก้างติดคอ"  เมื่อรู้ว่ามีก้างติดคอให้หาน้ำมา ๑ ขันแล้วให้สาดน้ำขึ้นบนหลังคาแล้วใช้ภาชนะรองรับเอาน้ำที่ไหลลงมาแล้วด้วยมนต์บทนี้ ๗ จบเป่าลงไปในขันน้ำแล้วจึงเอามนต์นั้นให้คนก้างติดคอกินก้างจะหลุดจากโดยเร็ว

       มนต์สะเดาะก้างที่ใช้ได้ผลดี

    ๐โอมสะสา  สะวาหะ ฯ

    ๐มนต์บทนี้ใช้ในเวลาก้างติดคอ ให้เอาน้ำมาครึ่งขันเสกมนต์นี้ ๗ จบเป่าลงไปในน้ำแล้วเอาน้ำมนต์ให้คนป่วยกิน ก้างที่ติดคอจะหลุดออกไปในเร็วพลัน

       มนต์สะเดาะก้างที่ศักดิ์สิทธิ์

    ๐โอม  กางเกง  มะหากางเกง  โคยเสียกกูซิ 

ฟาดหีแม่ห้าง  ให้ก้างเกลื่อนกลืนลง  โอม  สะวาหายะ ฯ

    ๐มนต์สะเดาะก้างบทนี้ใช้ได้ผลดีมาแล้ว  ไม่เชื่อก็ลองดูอย่าถือเป็นเรื่องลามกนะให้ถือเสียว่าเป็นมนต์สะเดาะก้างที่คนโบราณมอบไว้ให้เพื่อรักษาโรคก้างติดค่อ  ถ้าใครเกิดก้างติดคอแล้วมันทรมานจริงๆนะ  ผู้เขียนตำราเล่มนี้ก็เคยโดนมาแล้ว มนต์สะเดาะก้างทั้ง ๓ บทที่กล่าวมาแล้ว  เวลาจะเรียนเอาให้เรียนเอาในวันอังคางข้างขึ้น คายขัน  ๕   เงิน ๑ บาทเป็นค่ายกครู

          คาถาสะเดาะแมงคา

    ๐โอม  ขันติ  ขันติ  ระขาโต  ระขาโต  สะหะ

  โอม  คังคา  มะหาคังคา  กูซิว่าให้ลง  โอม  สะหะ ฯ

     -ให้ยกครูเรียนเอาในวันอังคาร ข้างขึ้น  คายขัน ๕  ดอกไม้ขาว  เหล้าก้อง   ไข่หน่วย   เงินค่าคาย  ๒  บาท  เสกใส่น้ำ ๗ จบ  แล้วจึงให้คนไข้กลั้นใจกลืนกิน  ๓  กลืน

แมงจะออกจากโดยไม่รู้ตัว

           มนต์เป่าพิษตะขาบ

    ๐โอมขี้เข็บ  โตตีนหลายจั่งใบขาม  สามหมอเพิ่นใส่แล้ว  พ่อครูแก้วใส่แล้วจึ่งหาย

โอม  สะหายวะ ฯ

    ๐มนต์เป่าตะขาบบทนี้ท่านว่าศักดิ์สิทธิ์ดีนัก  เวลาถูกตะขาบกัดให้เสกมนต์บทนี้ ๗ จบ แล้วเป่าลงไปในน้ำเสร็จแล้วเอาให้คนไข้กินและทา  ให้เสกมนต์บทนี้ ๗ จบ เป่าลงไปที่แผลไม่กี่นาทีพิษตะขาบก็จะหายไป อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

           คาถาปัดพิษตะขาบ

    ๐โอม  กูจะกล่าวกำเนิด  มึงเกิดในใบพลู          ตัวมึงเป็นรู  ท้องมึงเป็นไส้

ตีนมึงกูนับได้สี่สิบทัศ  ก็พ่นก็สงัด                        กูจะปัดก็เหือดหาย

เดชะครูปัทธิยาย  ให้กรรมสิทธิ                            สะวาหะ ฯ

    ๐คาถานี้ให้เสกปูนกินกับหมาก ๗ จบ พ่นที่แผลหรือเสกปูน ๗ จบ เป่าใส่ปูนแล้วนำปูนไปทาที่แผลตรงที่ตะขาบกัด ไม่นานก็จะหายปวด

    ๐  การปฐมพยาบาล และการถอนพิษ หากโดนตะขาบต่อยให้รีบทำการปฐมพยาบาลขั้นต้น ดังนี้
    ๑.ทำการล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำยาล้างแผล และประคบด้วยน้ำแข็ง
    ๒.อาจใช้แก้ปวดรับประทาน โดยควรหลีกเลี่ยงยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์ในการกดประสาทรุนแรง
   ๓.หากได้รับพิษมากหรือมีอาการปวดรุนแรง ให้รีบนำส่งแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที

   ๐ยาสมุนไพรแก้พิษตะขาบและสัตว์มีพิษทุกชนิดได้ดีมาก

      ๑.รากต้นโรดทะนงแดง

      

      

    เมื่อถูกงูกัด, ตะขาบกัด, ผึ้งต่อแตนและแมลงป่องต่อย ใช้รากโรดทะนงแดงฝนใส่น้ำมะนาวทาตรงที่มันกัดต่อยไม่นานก็จะแก้พิษมันได้

     วิธีรักษา:-

    ๑.ให้รักษาด้วยมนต์เป่าพิษตะขาบ

    ๒.ให้รักษาด้วยรากโรดทะนงแดง

    ๓.ถ้า ๒ วิธีไม่หายให้นำส่งโรงพยาบาล

             มนต์ออกลูกง่าย

    ๐ทุกขันเต  ทุกขะราโยสิ  นาสีโน ฯ

    ๐วิธีเรียนเอามนต์บทนี้ ให้เรียนเอาในวันอังคารข้างขึ้น  คายขัน ๕  คือ ดอกไม้ขาวคู่, ธุป ๕ คู่, เทียน ๕ คู่  และเงินค่ายกครู ๑ บาท  

    ๐เวลาไปเจอผู้หญิงกำลังจะคลอดลูก ให้หาน้ำมาครึ่งขันแล้วเสกมนต์บทนี้ ๗ จบ  เป่าลงไปในขันน้ำแล้วจึงเอาให้ผู้หญิงมีครรภ์กลั้นใจกิน  ๓  กลืน  และให้เอาน้ำมนต์รดที่ศีรษะ  ๓ ครั้ง

             มนต์กันหนู

    ๐สะ  นะ  ปะทะ  คะ  ทะทะ ฯ

    ๐มนต์บทนี้ใช้สวดกันหนู  ในที่ใดมีหนูรบกวน   เช่น หนูกัดเสื้อผ้า    หนูกัดกินขาวในนา

หนูรบกวนพืชไร่  เช่น ข้าวโพดและถั่ว

    ๐ให้เสกมนต์บทนี้ ๗ จบ เป่าลงไปในน้ำเพื่อทำเป็นน้ำมนต์แล้วเอาไปรดตามไร่ตามนา หรือจะเขียนใส่ใบลานเอาไปปักไว้ตามไล่นา   จะสามารถขับไล่หนูและศัตรูพืชให้หายไป ฯ

            มนต์ป้องกันสารพัดสัตว์

    ๐อะหิ  วิจฉิกะสะตะปะที  อุณณานาภี  สะระภู  มูสิกา  ปะฏิกกะมันตุ  ภูตานิ ฯ

    ๐มนต์บทนี้ใช้ป้องกันสารพัดสัตว์ทั้งหลาย    เช่น   งู   ตะขาบ   แมลงป่อง   แมงมุม

ตุ๊กแก  และภูตผีปีศาจกันไม่ให้เบียดเบียนเรา   เมื่อถูกมันกัดต่อยให้เสกมนต์บทนี้ ๗ จบ เป่าตรงที่มันกัดต่อยนั้น พิษจะหายไปโดยเร็ว ฯ

         มนต์ขัดเลือด

    ๐โอม  สุริยะ  สะวาหับ ฯ

    ๐มนต์บทนี้ใช้เมื่อไปเจอคนตกต้นไม้   ควายชน   ถูกมีดบาดถูกฟันแทง  ถูกรถชน ให้เสกมนต์บทนี้  ๗  จบ  แล้วก็เป่าลงไปที่แผลไม่นานเลือดก็จะหยุดไหล ฯ

            คาถาเจ้าแม่ธรณี       

    ๐ตัสสา  เกสีสะโต  ยะถาคงคา  โสตัง  ปะวัตตันติ

  มาระเสนา  ปะติฏฐาตุง  อะสักโกนโต  ปะลายิงสุ

  ปาระมิตานุภาเวนะ  มาระเสนา  ปะราชิตา

  ทิโสทิสัง  ปะลายันติ  อิทังเสนติ  อะเสสะโต ฯ

    ๐คาถาเจ้าแม่ธรณีบทนี้ เป็นตอนที่เจ้าแม่ธรณีบีบรัดมวยผม เอาน้ำออกมาจากมวยผม

เป็นแม่น้ำอันกว้างใหญ่ไพศาลท่วมทับขับไล่พญามารและบริวารให้แตกพ่ายหนีไป  ใครเห็นคาถานี้แล้วจงท่องจำให้ขึ้นใจ เพราะคาถานี้เอาไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง  เช่น:-

    -ขับไล่ภูตผีปีศาจ   เสก ๗ จบทำน้ำมนต์ให้คนดื่มกินและอาบ   เสกกรวดหินและทราย ๗ จบ  แล้วเอาไปโปรยลงไปตรงที่ภูตผีปีศาจอยู่  พวกมันจะหนีไปหมด

    -เสกคาถานี้ ๗ จบเป่าใส่น้ำทำน้ำมนต์ให้คนดื่มกินก็จะหายจากโรคภัยไข้เจ็บ

    -ถ้าถูกผีทำๆให้เดือดร้อนอยู่ไม่ได้ก็ให้ทำน้ำมนต์ไปรดตรงนั้นผีก็จะหนีไป

    -บ้านเรือนเดือดร้อนอยู่ไม่เป็นสุขก็ใหทำน้ำมนต์ไปรด

    -เวลาสร้างบ้านใหม่ขุดลงไปเจอหม้อ, กระดูก, และสิ่งไม่ดีทั้งหลายก็ให้ทำน้ำมนต์ไปรด

เมื่อสร้างแล้วก็จะอยู่เย็นเป็นสุข ฯ

             คาถาเจ้าแม่โพสพ

    ๐อะหัง  โภชะนัง  พิชชะคัง  มะมะ  ชัยยะตุภะวัง  ชัยยะมังคละ

  ชัยยะมะหามังคุล  อุอะมุมะมูลมา  สะวาหะ ฯ

    ๐ใช้ในเวลาจะไถ่นา   ว่านกล้า   ดำนา   เกี่ยวข้าว, และเอาข้าวขึ้นยุ่งฉาง  จะทำให้ข้าวกล้าเขียวงามอุดมสมบูรณ์  ทำให้ได้ข้าวมากกว่าปกติ  จะใช้กับพืชไร่ชนิดอื่นก็ได้ไม่ห้าม   โดยให้เสก ๗ จบ  ทำน้ำมนต์ไปรดข้าวกล้าหรือพืชไร่ที่จะปลูก ฯ

           คาถาปลูกของงาม

    ๐สัทธา  พีชัง  ตะโปวุฏฐิ  ปัญญา             เม  ยุคนังคะลัง  หิรี  อีสา

  มะโน  โยตตัง  สะติ  เม                              ผาละจาปะนัง  กายะคุตโต

  วะจีคุตโต  อาหาเร  อุทะเร                          ยะโต  วิริยัง  เม  ธุระโธ

  รัยหัง  โยคักเขมา  ธิวาหะนัง ฯ

    ๐คาถานี้เรียกว่า "คาถาพืชมงคล  หรือ  คาถาปลูกของงาม"  เป็นคาถาที่พระพุทธะองค์ทรงแสดงให้ชาวนาฟัง  คาถานี้เหมาะแก่ชาวไร่ชาวนาที่จะนำไปใช้

     -ถ้าจะปลูกข้าว   ปลูกกล้า    ต้นหมากรากไม้    อ้อย    ตาล    พริก    พลู    ผักหญ้า    ให้เสกคาถานี้ ๗ จบ เป่าลงไปในน้ำเพื่อทำน้ำมนต์เอาไปรดพืชผักผลไม้และข้าวกล้า   ถ้าทำได้ดังนี้ทุกครั้งที่ปลูกพืชไร่และต้นไม้  รับรองว่าพืชไร่และต้นไม้ของท่านจะงอกงามและให้ผลิตผลดี  เคยทดลองได้ผลดีมาแล้ว    

           คาถาบูชานางกวัก

    ๐มะ  อะ  อุ  สิวังพรหมา  มามิมา  มะมะ  พะธะ ฯ

    ๐คาถานี้ใชบูชานางกวักเพื่อให้เกิดมีโชคลาภและยังเป็นเมตตามหานิยมอีกด้วย ฯ

          คาถาเมตตามหานิยม

    ๐มะ  เมตตา  จะ  มะหาชนา  อะ  เมตตา  จะ  มะหาชะนา  อุ  เมตตา  จะ  มะหาชะนา 

สัพพะสิเนหาปูชิตา  สัพพะสุขังลาภ้ง  สัพพะโกธัง  วินาสสันติ  จิตตัง  วา  ปุปผัง  วา 

คันธัง  วา  วิเลปะนัง  วา  ราชา  วา  ราชาโน  วา  ราชะกุมารี  วา  ราชินี  วา  อิตถี  วา 

ปุริโส  วา  ราชาทุโต  วา  พราหมะโณ  วา  พราหมะณี  วา  คะหะปะติ  วา  เอหิ  เอหิ 

จิตเต  ปะริเทวันติ  อาคัจเฉยยะ  อาคัจฉาหิ ฯ 

      คาถาสะเดาะสารพัด

    ๐ถา  ถา  สะ  อะ             ยะ  ยะ  ยะ

  สะ  อะ  ถา  สัมปะหา         สุปะ  อุกาสะ  อุกาสะ

  สูปะ  มะหาสูปะ                 นิพพานะ  ปัจจะโย  โหตุ ฯ

    ๐เมื่อจะสะเดาะอะไรก็แล้วแต่ให้เสกคาถานี้  ๗  จบ  คาถานี้ใช้สะเดาะได้หลายอย่าง

เช่น   สะเดาะก้างติดคอ    สะเดาะแฮ่    สะเดาะกุญแจ    สะเดาะลิ่ม    สะเดาะไล    สะเดาะขวาก    สะเดาะหนาม    สะเดาะโซ่    สะเดาะเชือก    สะเดาะระดู    สะเดาะโรค ดีไม่ดีทดลองใช้ดูจะรู้เอง ฯ

         คาถาเวียงแก้ว ๗ ชั้น

    ๐สิทธิพุทธะระตะนัง  เม  สัตตะปาการัง

  สิทธิธัมมะระตะนัง  เม  สัตตะปาการัง

  สิทธิสังฆะระตะนัง  เม  สัตตะปาการัง  สะระณัง  คัจฉามิ ฯ

    ๐คาถานี้ใช้ในเวลาที่เราเดินทางไปในที่กันดาร เพื่อป้องกันภูตผีปีศาจหรือโจรผู้ร้ายจะมาทำอันตรายเรา ให้เสกคาถานี  ๗  จบ  เวลาเดินป่าถ้ากลัวเสือจะมากัดกินเราให้หาก้อนดินมา  ๘  ก้อน อย่าให้ใหญ่นักกะว่าพอเราจะกำเสกได้  เมื่อเสกเสร็จแล้วก็จงปาก้อนหินไปทิศละ  ๑  ก้อน ทั้ง  ๘  ทิศ  สิงห์สาราสัตว์และโจรผู้ร้าย จะมาทำอันตรายเราไม่ได้เลย ฯ 

          คาถาสารพัดกัน

    ๐กันนะ  กันนา  กันนิ  กันนี      กันนุ  กันนู  กันนุง  กันใน      กันใน  กันนัง  กันนะ ฯ

    ๐คาถานี้ใช้ป้องกันภูตผีปีศาจ   ผีปอบผีเป้า   ผีโพงผีพาย   ผีห่าผีแถน   และสารพัดผีกันได้หมด

     -ให้ยกครูเรียนเอาในวัน อังคาร ข้างขึ้น   คายขัน  ๕  ดอกไม้ขาว  เงิน ๑ บาท  เป็นค่ายกครู

     -ใช้เสก  ๗  จบ  เป่าใส่ฝ้ายผูกแขนหรือฝ้ายผูกคอก็ได้  แล้วผูกแขนให้เด็กและคนป่วย  ถ้าคนป่วยให้ผูกแขนและผูกคอให้ด้วย

     -เวลาจะนวดให้ใคร   และเวลาจะไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้กับใคร เพื่อป้องกันไม่ให้โรคและเคราะห์ที่เราไปสะเดาะและนวดเข้าตัวเรา  ก่อนออกจากบ้านให้สวดคาถานี้  ๗  จบ  และเมื่อไปถึงบ้านคนที่เราจะสะเดาะเคราะห์ให้ ก็ต้องสวดคาถานี้อีก  ๗  จบ  จึงลงมือทำพิธีได้ ฯ

          คาถาป้องกันผีห่าลงบ้านลงเมิอง

    ๐อะอุ  เอเอ  อะจะ  นะวะวะ  นะมะ  นะโมพุทธายะ ฯ

    ๐เมื่อบ้านใดเมืองใดเกิดเดือดร้อนเพราะผีห่าลงมากินคนในบ้านในเมือง  ถ้าจะป้องกันไม่ให้มันลุกลามมาถึงตน  ให้เขียนคาถานี้ใส่แผ่นผ้า  แผ่นเงินหรือแผ่นทองก็ได้  ถ้าเขียนด้วยอักษรขอมจะขลังมาก  เสร็จแล้วให้เอาไปปิดไว้ที่ประตูและหน้าต่าง ผีห่าทั้งหลายก็จะสงบลงไปเองท่านว่าป้องกันได้ดีมาก  หรือจะทำน้ำมนต์ให้กินและให้อาบก็ดีเหมือนกัน

    -วิธีเรียนเอา  ให้ยกครูเรียนเอาในวัน อังคาร ข้างขึ้น   คายขัน ๕  เหล้าก้อง   ไข่หน่วย   ซวย  ๔  เงินค่ายกครู  ๔  บาท ฯ

          คาถาป้องกัน ๓ บท ที่ใช้คู่กัน

    ๑.คาถาป้องกันตัว

        ๐นิอิติ  อะระหัง  นิวิเว ฯ

        ๐คาถานี้ใช้ป้องกันตัว  จากการเบียดเบียนของโรคภัยไข้เจ็บ  ป้องกันคนใส่ของ

ป้องกันคนใส่ขวากหนาม ยาพิษ  ยาเบื่อ  ยาสั่ง  ก่อนจะออกเดินทางไปที่ไหนให้เสก

คาถานี้  ๗  จบ จึงออกไป ฯ

    ๒.คาถาปิดทวาร

        ๐ปิดตา  อุทธัง  ทวารังปิด ฯ

        ๐คาถานี้ใช้ปิดศัตรูคู่อาฆาต  ปิดผู้ร้ายอ้ายขโมยจะมาลักของ  ปิดอสรพิษมีงูเป็นต้นจะมากัดเรา   ปิดขวากหนาม  แหลนหลาว  ปืนผาหน้าไม้  และเสี้ยนตอ ไม่ให้มาถูกต้องและทำอันตรายเรา  ก่อนจะไปไหนให้เสกคาถานี้  ๗  จบ แล้วจึงไป ฯ

    ๓.คาถาเพชรหลีก

        ๐ยะ  มิ  อิ  พุทธา ฯ

        ๐คาถานี้ใช้ในทางเพชรหลีก  จะไปไหนให้เสกคาถานี้  ๗  จบ  จะหลีกจากโจรผู้ร้าย  ภูตผีปีศาจ ที่จะมาทำร้ายเรา จะไปโดยตลอดปลอดภัย

        ๐วิธีเรียนเอาซึ่งคาถาทั้ง ๓ นี้    ให้ยกครูในวัน พฤห้สบดี ข้างขึ้น เครื่องยกครูมี

            ๑.ธูป   ๙   คู่

            ๒.เทียน   ๙   คู่

            ๓.ดอกไม้ขาว   ๙   คู่

            ๔.เงิน   ๙   บาท

            ๕.เทียนหนักเล่มบาท   ๙   คู่ ฯ

           คาถากันห่ากันพาก

    ๐ทานะ  ปาทานะ  อุปะ  ปาทานะ          ปะระมัตถะ  อุปะเชกัง  ปัตตะ  รุกะ  เตชัง

อัปปะมาโน  พุทโธ  อัปปะมาโน  ธัมโม     อัปปะมาโน  สังโฆ  อุปะเชกัง ฯ

    ๐คาถานี้ใช้กันโรคห่าและโรคพาก  โรคทั้งสองชนิดนี้คนโบราณจะหวาดกลัวมาก

เพราะถ้ามันเข้าบ้านใดเมืองใด  คนและสัตว์จะล้มตายพากันล้มตายเป็นจำนวนมาก

ถึงกับต้องพังประตูและหน้าต่างหนีเอาตัวรอด

    ๐ให้ยกครูเรียนเอาในวัน อังคาร ข้างขึ้น   คายขัน ๕   เหล้าก้อง   ไข่หน่วย   ซวย ๔

เงิน ๖ สลึง เป็นค่ายกครู

    ๐วิธีใช้ให้เอาหินแฮ่มาเสกด้วยคาถานี้ ๗ จบ  แล้วเอาไปฝังไว้ตามบริเวณบ้านเรือน โรคพากและโรคห่าจะหยุดไปทันที  หรือจะเขียนคาถานี้ใส่แผ่นทองทำเป็นตะกรุดค้อง

คอเอาไว้ก็ได้  กันโรคห่าและโรคพากได้ดี ฯ

            คาถาแล่นหัน (วิ่งเร็ว)

    ๐นิพพานะคามีหนา  อิติปิโส  ภะคะวับ  ภะคะวับ ฯ

    ๐ประโยชน์ของคาถานี้ใช้ในการแข่งขัน  เช่น  แข่งรถ   แข่งเรือ   แข่งม้า  และการวิ่งแข่งกัน ให้เสกคาถานี้  ๓  จบ  เราจะวิ่งเร็วกว่าเขาและจะชนะเขาในที่สุด

     ให้เขียนคาถานี้ลงในแผ่นทองแล้วทำเป็นตะกรุด  ให้ปลุกเสกตะกรุดนี้วันละ  ๗  จบ

๗  วันอังคาร  ตะกรุดจะศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์เอาชนะคู่แข่งได้  เวลาจะวิ่งให้คาดเอวไป ฯ

         คาถารักษาโรคกระดูกแตกหัก

              คาถาจอดเนื้อจอดกระดูก

    ๐เถโร  อันตะระธายิตะวา  สุขุมัง               อัลละมาโน  ภะคะวะโต

  อัตตะโน  สะรีรัง  มังสัง                               โลหิตัง  อะวะสิสสะตุ ฯ

    ๐โอม  ประสิทธิ์ประสาน             หนังจงคลานเข้าหากัน

   โอม  ประสิทธิ์ประสาน                เนื้อจงคลานเข้าหากัน

   โอม  ประสิทธิ์ประสาน                เอ็นจงคลานเข้าหากัน

   โอม  ประสิทธิ์ประสาน                กระดูกจงคลานเข้าหากัน

   โอมชิด  โอมชน                        ชักเนื้อเข้าชิดตน  โอมชน  สะวาหะ

   สัมปะติจฉามิ  สัมปะติจฉามิ        สัมปะติจฉามิ ฯ

    ๐โอม  เอ็นหดเอ็นหู่  เอ็นอยู่ในข้อ            โอมสับปะติด  โอมสับปะต่อ

  เอ็นหลวงพอฮ้อย  เอ็นน้อยพอพัน              รัดรึงถึงกัน  ปะติลาหย่อนๆ

  โอมสับปะต่อ  โอมสับปะติด                       ชักเนื้อเข้าคุมปิด  โอมติด  สะวาหะ

   สัมปะติจฉามิ   สัมปะติจฉามิ                     สัมปะติจฉามิ ฯ

    ๐โอมกูจักต่อเส้น  เส้นติด                        โอมกูจักต่อเอ็น  เอ็นติด

  โอมกูจักต่อกระดูก  กระดูกติด                   ชักเนื้อเข้าคุมชิด  โอมติด  สะวาหะ

   สัมปะติจฉามิ  สัมปะติจฉามิ                       สัมปะติจฉามิ ฯ

    ๐ให้เสกคาถาทั้ง ๔ บทเหล่านี้  ทำน้ำมนต์ให้อาบและกิน  แต่ถ้ากระดูกแตกหักมาก

ต้องเข้าเฝือกมัดไว้จนกระดูกและเนื้อหนังติดกัน  จึงจะแก้เฝือกออกได้   ถ้ากระดูกก้อนใหญ่เกินไป  ทำให้กระดูกเข้ากันได้ยาก  ให้ใช้มนต์ทุบกระดูก  ทุบกระดูกให้ละเอียดเส