๔.ไหว้พระสวดมนต์ภาคที่ ๔

 

              ไหว้พระสวดมนต์ภาคที่ ๔

    

  ๐ไหว้พระสวดมนต์ภาคที่ ๔  แบ่งออกเป็น  ๑๓  ชนิด   คือ:-

    ๑.อุบาทว์

    ๒.การสร้างบ้านใหม่

    ๓.การขึ้นบ้านใหม่

    ๔.วิธีแก้เสาตกมัน

    ๕.การแต่งงาน

    ๕.เรื่องของงานศพ

    ๖.ตำราการตัดผมสระผมตัดเล็บและนุ่งผ้า

    ๘.ฤกษ์ดีในการซื้อรถ

    ๙.การทำบุญเลี้ยงพระ

    ๑๐.วิธีตั้งหิ้งพระ

    ๑๑.วิธีปล่อยสัตว์

    ๑๒.เรื่องของการบวช

    ๑๓.คำถวายทานที่สำคัญ

              อุบาทว์

    ๐อุบาทว์  แปลว่า "อัปรีย์, จัญไร, สิ่งไม่ดี, สิ่งที่ไม่เป็นมงคล"

     -อุบาทว์มีชื่อที่เรียกต่างๆกัน ดังต่อไปนี้

       -สัตว์ที่ตกลงมาตายที่บ้านเรือน

       -สัตว์ที่ตกลงมาตายตรงหน้า

       -คนออกลูกเป็นสัตว์หรือสัตว์ออกลูกเป็นคน

       -หญิงมีครรภ์คลอดลูกในรถหรือในเรือ

       -สุนัขขึ้นไปวิ่งอยู่บนหลังคาบ้าน

       -บ้านเรือนมีเสาตกมัน

       -มดดำกับมดแดงยกพวกกัดกันตายภายในบริเวณบ้านหรือในสำนักงาน

       -กล้วยออกปลีข้างกลางลำต้น

       -มะพร้าวลูกเดียวออกหน่อเป็น ๒ - ๓ หน่อ

       -หนูตายในถังข้าวสาร

       -คนละเมอออกนอกบ้านในเวลากลางคืน

       -ไก่กระต๊ากในเวลากลางคืน

       -ไฟไหม้เตาไฟ

       -พระเณรทำบาตรหล่นที่หน้าบ้าน

       -ปลวกขึ้นเสาเรือน

       -ผึ้งมาจับและทำรังอยู่บนเรือน

       -แมงมุมดำตัวใหญ่ขึ้นบ้านเรือน

       -สายรุ้งพาดผ่านบ้านเรือน

       -นกฮูก, นกเค้าแมว, นกแสก, นกเหยี่ยว, และแร้งมาจับที่บ้านเรือน

       -ไก่ออกไข่ใบเดียวแล้วก็เลิกไข่

       -งูเข้าบ้านหรือขึ้นมานอนบนบ้าน

       -ตะกวดหรือเหี้ยเข้ามาในบริเวณบ้าน

       -เต่าเข้ามาในบริเวณบ้าน

       -ปลากระเบนหรือปลาฝาเข้ามาในบรืเวณบ้าน

       -นึ่งข้าวแดง

           อุบาทว์  ๘  ชนิด

    ๐อุบาทว์แบ่งออกเป็น  ๘  ชนิด   คือ:-

       ๑.อุบาทว์พระอินทร์

       ๒.อุบาทว์พระเพลิง

       ๓.อุบาทว์พระยม

       ๔.อุบาทว์พระนารายณ์

       ๕.อุบาทว์พระวะรุณ

       ๖.อุบาทว์พระพาย

       ๗.อุบาทว์พระโสมะราช

       ๘.อุบาทว์พระไพศรพณ์

               อุบาทว์พระอินทร์

       

    ๐อุบาทว์พระอินทร์   คืออุบาทว์ที่พระอินทร์ทรงดลบันดาลให้มีเหตุเภทภัยเกิดขึ้นต่างๆนานา   เช่น:-

     ๑.ฟ้าผ่าบ้านเรือนเรือกสวนไร่นา

     ๒.รุ้งกินน้ำกลางหมู่บ้านหรือผาดผ่านบ้านเรือน

     ๓.ทัพพีหักคาหม้อขาวหม้อแกง

     ๔.พ่อแม่ด่าทอทะเลาะเบาะแว้งตบตีกัน

     ๕.วัวควายเลิกคอกหนีไปอยู่ที่อื่น

     ๖.สัตว์ตัวเมียขึ้นอยู่บนตัวผู้

     ๗.ผู้หญิงขึ้นอยู่บนผู้ชาย

     ๘.นักปราชย์ครูบาอาจารย์ทะเลาะเบาะแว้งกัน

     ๙.ข้าราชการตกจากตำแหน่ง

     ๑๐.แม่บ้านอยู่บ้านไม่ติด

     ๑๑.ผึ้งต่อและแตนมาจับทำรังในบ้านเรือน

           วิธีแก้อุบาทว์พระอินทร์

    ๐เมื่อใครมีอุบาทว์ตามรายชื่อข้างล่างนี้เกิดขึ้นให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

      ๑.ให้ปั้นรูปพระอินทร์ขี่ช้างสามเศียร  ๑  ตัว

      ๒.ให้ทำกระทงที่ทำด้วยกาบกล้วย  กว้าง  ๑  คืบ  ยาว  ๑  คืบ   ๗  กระทง  ในแต่ละกระทงให้ใส่ข้าวดำข้าวแดงแกงส้มแกงหวานหมากพลูบุหรี่

      ๓.ผ้าสีเขียว  ๗  ผืน  อย่าให้ผืนใหญ่นักให้ผืนเท่ากับฝ่ามือก็พอ

      ๔.แก้ว, แหวน, เงินทอง    แก้วแหวนทองให้เอาของเด็กเล่น แต่เงินต้องเอาของแท้

       -เมื่อจัดเตรียมเครืองของได้ครบแล้วให้เอาใส่ในจานหรือพานก็ได้   ต่อจากนั้นให้เอาเครื่องของเหล่านี้ไปวางไว้ทางด้านทิศตะวันออกของบ้านเรือน  จุดธูป ๗ ดอก  เทียน ๒  เล่มปักลงไปในดินแล้วกล่าวคำบูชาด้วยคาถานี้ว่า

    ๐โอม ! พระอินทะราธิราช  อุปาทวะตายะ  ไอยะราพะหะนายะ  ปุพเพทิฏฐิตายะ  อาคัจฉะตุ  ภุญชะตุ  ขิปปะยะตุ  วิปปะยะตุ  สะวาหะ  สัพพะอุปาทวะวินาสายะ  สัพพะอันตะรายะวินาสายะ  สุขะวัฑฒะโก  โหตุ  อายุวัณณะสุขะพะลัง  อัมหากัง  รักขะตุ  สะวาหะ  สะวาหายะ ฯ

             ตำราผึ้งจับเรือน

    ๐ผึ้งจับเรือนเป็นอุบาทว์พระอินทร์ชนิดหนึ่งที่จะต้องแก้ไข โดยมีข้อที่ควรรู้ดังต่อไปนี้

      ๑.ถ้าผึ้งจับเรือนทางด้านทิศตะวันออก  จะทำให้เสียทรัพย์สินเงินทองและข้าวของ  หรือมิฉะนั้นลูกหลานจะล้มหายตายจาก

      ๒.ถ้าผึ้งจับเรือนทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้  ให้ระวังไฟจะไหม้บ้าน

      ๓.ถ้าผึ้งจับเรือนทางด้านทิศใต้  เจ้าของเรือนจะถึงแก่ความตาย  หรือมิฉะนั้นก็จะเจ็บป่วยแทบล้มประดาตาย

      ๔.ถ้าผึ้งจับเรือนทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้  ให้ระวังจะถูกลักขโมยสิ่งของหรือจะถูกปล้น

      ๕.ถ้าผึ้งจับเรือนทางด้านทิศตะวันตก  จะเสียทรัพย์สินเงินทองและข้าวของและจะเจ็บไข้ได้ป่วย  ถ้าแก้ก็จะกลับกลายเป็นดี

      ๖.ถ้าผึ้งจับเรือนทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ  จะมีความสุข

      ๗.ถ้าผึ้งจับเรือนทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ   จะมีชื่อเสียงเกีรติยศดีมีชื่อลือชาปรากฏ

      ๘.ถ้าผึ้งจับเรือนทางด้านทิศเหนือ  จะมีโชคลาภ

    ผึ้ง ต่อ แตน เมื่อจับเรือนจัดเป็นอุบาทว์พระอินทร์ชนิดหนึ่ง  เพราะฉะนั้นถ้าใครมีผึ้ง ต่อ แตน จับเรือนให้แต่งเครื่องบูชารับเอาเสียแต่เนิ่นๆ เจ้าของบ้านจึงจะอยู่เย็นเป็นสุข  แต่ถ้าไม่แต่งเครื่องบูชารับเอาเจ้าของบ้านจะต้องมีโทษทุกข์อย่างหนักมาก  วิธีแต่งเครื่องบูชาให้แต่งตามวิธีแก้อุบาทว์พระอินทร์ที่อยู่ข้างบน

     เสร็จแล้วให้หาดอกไม้แดง ๓ ดอก ธูป ๓ ดอก  และเทียน ๓ เล่ม เอามาวางบูชาไว้ใกล้ๆรังของมันแล้วสวดบูชาด้วยคาถานี้ว่า

          ปุพพัฏฐานะธะนัง               นาสะติ

          อาคะเณยยะ                      อัคคิฑัยหะกัง

          ทักขิเณ                             มะระณัญเจวะ

          หะระติเย                            โจระเมวะจะ

          ปัจฉิเม                               ละภะเต  นารี

          พะยัพพะเย                        สุขัง  ละภะตัง

          อุตตะเรจะ                          สัพพะลาภัง

          อีสาเณ                              ราชังปูชิโต ฯ

    ให้สวดบูชาวันละ ๗ จบ  ๓  วัน  สิ่งเลวร้ายต่างๆทั้งหลายก็จะกลับกลายเป็นดี

                     อุบาทว์พระเพลิง

         

    ๐อุบาทว์พระเพลิง   คืออุบาทว์ที่พระเพลิงดลบันดาลให้เกิดขึ้น  โดยมีเหตุการณ์ต่างๆดังนี้

      ๑.มองเห็นเปลวไฟลุกขึ้นบนกลางเรือนทั้งๆที่ไม่มีไฟเลย

      ๒.หินลับมีดหัก

      ๓.กล้วยออกปลีข้างลำต้น

      ๔.มะพร้าวลูกเดียวออกหน่อเป็น ๒ - ๓ หน่อ

      ๕.ไม่ใช่ฤดูร้อนแต่อากาศร้อนเหมือนกับฤดูร้อน

      ๖.นึ่งข้าวแดง หรือหุงข้าวเกิดเป็นสีแดง

      ๗.ทัพพีหักคาหม้อข้าวหม้อแกง

      ๘.นอนไม่หลับหนูมากัดรอบๆตัว

      ๙.หนูกัดเสื้อผ้า

      ๑๐.หมาขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน

      ๑๑.เห็ดงอกขึ้นบนเตาไฟ

      ๑๒.นกเป็ดน้ำเข้าบ้าน

      ๑๓.กบเขียดและคางคกขึ้นไปอยู่บนเรือน

          วิธีแก้อุบาทว์พระเพลิง

    ๐อุบาทว์พระเพลิงเมื่อเกิดขึ้นกับผู้ใดแล้วให้แต่งเครื่องแก้ดังนี้

      ๑.ให้ปั้นรูปคนขี่แรด  ๑  ตัว

      ๒.ให้ทำกระทงกาบกล้วย  กว้าง ยาว  ประมาณ ๔ นิ้ว  ๑  ลูก

      ๓.ให้ทำกระทงใบกล้วย  กว้าง ยาว  ประมาณ ๔ นิ้ว   ๑  ลูก

    ๐วิธีปฏิบัติ  ให้เอารูปคนขี่แรด  ดอกไม้ ๓ ดอก เทียน ๓ เล่ม  และธูป ๓ ดอก ใส่ในกระทงกาบกล้วย  และให้เอาเครื่องพลีคือข้าวดำ  ข้าวแดง  แกงส้มแกงหวาน  หมากพลูบุหรี่  ใส่ในกระทงใบกล้วยแล้วจึงยกไปวางไว้ริมรั้วบ้าน ทางด้านทิศใต้และให้สวดบูชาด้วยคาถานี้

       ๐โอม ! พระนารายณ์มหาราช  อุปาทวะตายะ  จะตุครุฑะพาหะนายะ  หะระตี  ทิฏฐิตายะ  อาคัจฉะตุ  ภุญชะตุ  ขิปปะยะตุ  สะวาหะ  สัพพะอุปาทวะวินาสายะ  สัพพะอันตรายะวินาสายะ  สุขะวัฑฒะโก  โหตุ  อายุวัณณะสุขะพะลัง  อัมหากัง  รักขะตุ  สะวาหะ  สะวาหายะ ฯ

      ๐ให้สวดบูชาครั้งละ ๗  จบ  ๓  วัน

            อุบาทว์พระยมราช

        

    ๐อุบาทว์พระยมราช    คืออุบาทว์ที่พระยมราชดลบันดาลให้เกิดขึ้น  โดยมีชื่อตามเหตุการณ์ต่างๆดังนี้

       ๑.นกเค้าแมว, นกแสก, กา, แร้ง  บินมาจับที่หลังคาบ้าน

       ๒.ไก่ป่าเข้าบ้าน

       ๓.งูเข้าบ้าน

       ๔.เต่าเข้าบ้าน

       ๕.ตะกวดเข้าบ้าน

       ๖.แลนเข้าบ้าน

       ๗.ควายป่าและวัวป่าเข้ามาในบ้าน

       ๘.หมาและหมูออกลูกเป็น ๒ หัว

       ๙.ไก่ออกลูกเป็น ๓ ขา  ๔ ขา

       ๑๐.ผึ้งต่อแตนทำรังขวางดวงอาทิตย์

       ๑๑.คนในบ้านเรือนเดียวกันฆ่าฟันกันเอง

       ๑๒.วัวเทียมเกวียนล้มตายคาแอก

       ๑๓.ควายไถนาล้มตายคาแอก

       ๑๔.ผีสั่นบ้านเรือน

       ๑๕.ผีหัวเราะ

       ๑๖.ผีร้องไห้

       ๑๗.บ้านเรือนอยู่ดีๆก็หักลงมาเอง

       ๑๘.ตัวเหี้ยเข้าไปในบ้านเรือนหรือขึ้นไปอยู่ในบ้านเรือน, อาคาร, และสถานที่ต่างๆ

       ๑๘.นอนฝันร้าย   เช่นฝันว่าเขาเอาเครื่องบินมารับและตนเองก็ได้นั่งเครื่องบินไปกับเขาด้วย            

     วิธีแก้อุบาทว์พระยมราช

    ๐อุบาทว์พระยมเมื่อเกิดขึ้นกับผู้ใดแล้วให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

       ๑.ให้ปั้นรูปคนขี่กระบือ  ๑  ตัว

       ๒.ให้ทำกระทงกาบกล้วย  กว้าง ยาว ประมาณ ๔ นิ้ว  ๑  ลูก

       ๓.ให้ทำกระทงใบกล้วย  กว้าง ยาว  ประมาณ  ๔  นิ้ว  ๑  ลูก

    ๐วิธีปฏิบัติ: ให้เอารูปคนขี่กระบือใส่ลงในกระทงที่ทำด้วยกาบกล้วย  พร้อมด้วย ดอกไม้ ๓ ดอก  เทียน ๒ เล่ม  ส่วนกระทงใบกล้วยให้เอาเครื่องพลีคือ ข้าวดำ ข้าวแดง แกงส้ม แกงหวาน หมากพลู บุหรี่  ใส่ลงไปเสร็จแล้วให้ยกเอาไปวางที่ริมรั้วข้างบ้านทางด้านทิศใต้และให้สวดบูชาด้วยคาถานี้

      "โอม ! พระยมราช  อุปาทวะตายะ  มะหิสสะพาหนายะ  ทักขิณะทิฏฐิตายะ  อาคัจฉะตุ  ภุญชะตุ  ขิปปะยะตุ  วิปปะยะตุ  สะวาหะ  สัพพะอุปาทวะวินาสายะ  สัพพะอันตะรายะวินาสายะ  สุขะวัฑฒะโก  โหตุ  อายุวัณณะสุขะพะลัง  อัมหากัง  รักขะตุ  สะวาหะ  สะวาหายะ ฯ

    ๐ให้สวดบูชาครั้งละ  ๗  จบ  ๓  วัน

                 อุบาทว์พระนารายณ์

            

    ๐อุบาทว์พระนารายณ์   คืออุบาทว์ที่พระนารายณ์ดลบันดาลให้บังเกิดขึ้นโดยมีชื่อของเหตุการณ์ต่างๆ ดังนี้

       ๑.มีเลือดพุ่งออกมาจากจอมปลวก

       ๒.หอกดาบแหลนหลาวเกิดมีดอก

       ๓.ครก  สาก  ฆ้อง  กลอง  ระฆัง  แตร์สังข์  ไม่มีคนตีไม่มีคนเป่าก็ดังขึ้นมาเอง

       ๔.ศาสตราวุธกระทบกันเกิดมีเสียงดังขึ้นมาเอง

       ๕.โลหิตและน้ำตาไหลออกมาจากเบาตาของพระพุทธรูป

       ๖.สัต์ร้ายตกลงมาใส่บ้านเรือน

       ๗.ช้างม้าอยู่ดีๆก็ตื่นตกใจ

       ๘.เสื้อผ้าที่ใส่มองเห็นเป็นสีแดงหรือสีดำ

       ๙.ฝูกหมอนและที่นอนมองเห็นเป็นสีดำหรือสีแดง

       ๑๐.มองเห็นดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ลุกเป็นไฟ

       ๑๑.แร้งกาบินมาจับที่บ้านเรือน

       ๑๒.สัตว์ตกลงมาตายใส่บ้านเรือน

            วิธีแก้อุบาทว์พระนารายณ์

    ๐อุบาทว์พระนารายณ์  เมื่อเกิดขึ้นแก่ผู้ใดแล้วให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

       ๑.ให้ปั้นรูปพระนารายณ์ขี่ครุฑ ๔ ตัว

       ๒.ให้ปั้น รูปช้าง  ๑  ตัว  รูปม้า  ๑  ตัว   รูปผู้ชาย  ๑  คน   รูปผู้หญิง  ๑  คน

       ๓.ให้ทำกระทงกาบกล้วย  กว้างยาว  ๑  คืบ

       ๔.ให้ทำกระทงใบกล้วย  กว้างยาว  ๑  คืบ

    ๐วิธีปฏิบัติ: ให้เอารูปช้าง  รูปม้า   รูปผู้หญิงรูปผู้ชาย ใส่ในกระทงกาบกล้วย โดยให้ปั้นรูปนารายณ์ขี่ครุฑวางไว้ตรงกลาง   ส่วนเครื่องพลีคือข้าวดำ  ข้าวแดง  แกงส้มแกงหวาน  หมากพลูบุหรี่ให้ใส่ในกระทงใบกล้วย  เสร็จแล้วให้ยกไปวางตรงริมรั้วเขตบริเวณบ้านทางด้านทิศตะวันตกเสียงใต้ แล้วสวดคำบูชาด้วยคาถานี้

     ๐โอม ! พระนารายณ์มหาราช  อุปาทวะตายะ  จะตุครุฑะพาหะนายะ  หะระตี  ทิฏฐิตายะ  อาคัจฉะตุ  ภุญชะตุ  ขิปปะยะตุ  วิปปะยะตุ  สะวาหะ  สัพพะอุปาทวะวินาสายะ  สัพพะอันตะรายะวินาสายะ  สุขะวัฑฒะโก  โหตุ  อายุวัณณะสุขะพะลัง  อัมหากัง  รักขะตุ  สะวาหะ  สะวาหายะ ฯ  

    ๐ให้สวดบูชาครั้งละ  ๗  จบ  ๓  วัน              

             อุบาทว์พระวะรุณ

      

         พระวะรุณหรือพระพิรุณทรงนาค

               https://talk.mthai.com/inbox/362343.html

     ๐อุบาทว์พระวะรุณ  คืออุบาทว์ที่พระวะรุณดลบันดาลให้บังเกิดขึ้นซึ่งมีชื่อต่างๆดังต่อไปนี้

       ๑.ฟ้าผ่าบ้านเรือนเรือกสวนไร่นา

       ๒.กบขึ้นไปอยู่บนเรือน

       ๓.น้ำค้างเกิดตกลงมาในฤดูร้อนและฤดูฝน

       ๔.หมอกเกิดตกในฤดูร้อนและฤดูฝน

       ๕.ผลไม้ออกนอกฤดูกาล

       ๖.ฝนตกแต่อากาศร้อนอบอ้าว

       ๗.นกป่าเข้ามาไข่ในบ้านเรือน

       ๘.ฝนไม่ตกมีแต่บดอยู่ตลอดเวลา

       ๙.ถ้าอากาศมืดครึ้มจนมองไม่เห็นพระจันทร์และพระอาทิตย์ตลอด ๗ วัน  ถ้าประเทศไหนเกิดมีอากาศแบบนี้ให้ทำการแก้อุบาทว์พระวะรุณโดยด่วน ประเทศชาติจึงจะหายจากอุบาทว์

       ๑๒.น้ำในตุ่มและน้ำในโอ่งเกิดเหือดแห้งไปเองโดยไม่รู้สาเหตุ

       ๑๓.คนเกิดออกลูกเป็นสัตว์

       ๑๔.สัตว์เกิดออกลูกเป็นคน

       ๑๕.คนกับสัตว์เกิดการเสพสมกันอย่างหน้าดาน

             วิธีแก้อุบาทว์พระวะรุณ

    ๐อุบาทว์พระวะรุณ  เมื่อเกิดขึ้นแก่ผู้ใดแล้วให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

       ๑.ให้ปั้นรูปเทวดาขี่พญานาค ๕ ตัว

       ๒.ให้ทำกระทงกาบกล้วย ๑ ลูก  กว้างยาวให้วัดได้ ๑ คืบ

       ๓.ให้ทำกระทงใบกล้วย ๑ ลูก  กว้างยาวให้วัดได้ ๑ คืบ

       ๔.น้ำสะอาด    ๘    กระออม

       ๕.เทียน     ๘     เล่ม

       ๖.ข้าวตอก     ๘     กระทง

       ๗.ดอกไม้ขาว     ๘     ดอก

       ๘.ผ้าขาว     ๘     คืบ

       ๙.เงิน     ๘     บาท

       ๑๐.ทองเทียม  หนัก      ๘     บาท

       ๑๑.เมล็ดพันธ์ุผักกาด     ๘     กำมือ

    **หมายเหตุ กระออม

       

    กระออม  คือภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ไม่มีคอคล้ายกระบุงแต่เล็กกว่ากระบุงมาก โบราณท่านใช้ใส่น้ำในการทำพิธีสะเดาะเคราะห์

    ๐วิธีปฏิบัติ: ให้เอารูปเทวดาขี่นาคใส่ลงไปในกระทงกาบกล้วย   ส่วนเครื่องของต่างๆ เช่น  เทียน, ข้าวตอก, ดอกไม้, ผ้าขาว, เงิน, ทองเทียม, ส่วนเมล็ดพันธุ์ผักกาดให้ใส่ลงไปในกระทงใบกล้วย จัดแต่งให้ดีเสร็จแล้วให้เอาเครื่องของเหล่านี้ไปทำพิธีตรงริมรั้วเขตบริเวณบ้านทางด้านทิศตะวันตก  ส่วนกระทงใบกล้วยให้ใส่เครื่องพลีคือ แกงส้มแกงหวาน  หมากพลูบุหรี่  ข้าวดำข้าวแดง แล้วกล่าวคำบูชาด้วยคาถานี้

    ๐ โอม !  พระพิรุณราช  อุปาทวะตายะ  ปัญจะนาคราช  พาหะนายะ  ปัจฉิมทิฏฐิตายะ  อาคัจฉะตุ  ภุญชะตุ  ขิปปะยะตุ  วิปปะยะตุ  สะวาหะ  สัพพะอุปาทวะวินาสายะ  สัพพะอันตะรายะวินาสายะ  สุขะวัฑฒะโก  โหตุ  อายุวัณณะสุขะพะลัง  อัมหากัง  รักขะตุ  สะวาหะ  สะวาหายะ ฯ

    ๐ให้สวดบูชาครั้งละ  ๓  จบ   ๓  วัน     

            อุบาทว์พระพาย

      

         http://www.horonumber.com/blog-2177

    ๐อุบาทว์พระพาย   คืออุบาทว์ที่พระพายดลบันดาลให้เกิดมีขึ้นเมื่อถึงคราวมีเเคราะห์มีชื่อตามเหตุการณ์ต่างๆ ดังต่อไปนี้

       ๑.ไมใช่ฤดูลมแต่มีลมพัดแรงผิดปกติจนต้นไม้หักโค้นลงมา

       ๒.ไม่มีลมพายุพัดแต่มีต้นไม้หักโค้นลงมาเอง

       ๓.มองเห็นรูปเมฆหมอกในเวลากลางคืนคือเห็นเป็น  รูปช้าง   รูปม้า   รูปวัว   รูปควาย   รูปแรด   รูปเสือและสิงห์

            วิธีแก้อุบาทว์พระพาย

    ๐อุบาทว์พระพาย   เมื่อเกิดขึ้นแก่ผู้ใดแล้วให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

       ๑.ให้ปั้นรูปเทวดาขี่ม้า ๖ ตัว

       ๒.ทำกระทงกาบกล้วย  กว้างยาววัดได้  ๑  คืบ   ๑  ลูก

       ๓.ทำกระทงใบกล้วย   กว้างยาววัดได้  ๑  คืบ   ๑  ลูก

       ๔.ดอกไม้     ๖    ดอก

       ๕.ธูป     ๖     ก้าน

       ๖.เทียน     ๖     เล่ม

       ๗.น้ำสะอาด     ๔     กระออม

       ๘.เทียนเล่มบาท  ๕  เล่ม

    ๐วิธีปฏิบัติ: ให้เอารูปปั้นเทวดาใส่ในกระทงที่ทำด้วยกาบกล้วย  ดอกไม้ ๗ ดอก   เทียน ๗ เล่ม   ธูป ๗ ดอก  ให้ใส่ลงไปด้วยกัน    ส่วนเทียนเล่มบาท  ๕  เล่ม ให้ใส่จานไว้ต่างหาก  เสร็จแล้วให้ยกไปทำพิธีบูชาที่ริมรั้วเขตบริเวณบ้าน  ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้แล้วกล่าวคำบูชาด้วยคาถานี้ว่า

    ๐โอม ! พระพายราช  อุปาทวะตายะ  ฉะวัสะพาหะนายะ  วายะวะทิฏฐิตายะ  อาคัจฉะตุ  ภุญชะตุ  ขิปปะยะตุ  วิปปะยะตุ  สะวาหะ  สัพพะอุปาทวะวินาสายะ  สัพพะอันตะรายะวินาสายะ  สุขะวัฑฒะโก  โหตุ  อายุวัณณะสุขะพะลัง  อัมหากัง  รักขะตุ  สะวาหะสะวาหายะ ฯ

    ๐ให้สวดบูชาครั้งละ  ๓  จบ

           อุบาทว์พระโสมะราช

     

    ๐อุบาทว์พระโสมะราช   คืออุบาทว์ที่พระโสมะราชดลบันดาลให้บังเกิดมีขึ้น เมื่อถึงคราวมีเคราะห์ มีชื่อตามเหตุการณ์ต่างๆดังนี้

       ๑.ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันแต่มองไม่เห็นตัว

       ๒.น้ำอ้อยไหลออกจากลำต้นเอง

       ๓.เห็ดงอกขึ้นบนเตาไฟ, เชิ.กราน, และที่หลังคาบ้าน

       ๔.หนอนเกิดขึ้นบนเสื้อผ้าหรือบนที่นอน

       ๕.ฝูงแมลงวันเขียวเข้าไปอยู่ในมุ้ง

            วิธีแก้อุบาทว์พระโสมะราช

    ๐อุบาทว์พระโสมะราช  เมื่อเกิดขึ้นแก่ผู้ใดแล้วให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

       ๑.ให้ปั้นรูปพระโสมะราชขี่บุษบก  ๑  หลัง

           

              นี่คือรูปบุษบก

       ๒.กระทงที่ทำด้วยกาบกล้วย   กว้างยาวให้ได้  ๑  คืบ   ๑  ลูก

       ๓.กระทงที่ทำด้วยใบกล้วย   กว้างยาวให้ได้  ๑  คืบ   ๑  ลูก

       ๔.ข้าวตอก  ๗  กระทง

       ๕.ดอกไม้   ๗   ดอก

       ๖.ธูป   ๗   ก้าน

       ๗.เทียน   ๗   เล่ม

       ๘.เงิน   ๗   บาท

    ๐วิธีปฏิบัติ: ให้เอารูปปั้นพระโสมะราชใส่ลงไปในกระทงกาบกล้วย ให้เอาข้าวตอก   ดอกไม้   ธูป   เทียน   และ เงิน  ใส่ลงไปด้วย   ส่วนกระทงใบกล้วยให้ใส่เครื่องพลีคือ ข้าวดำข้าวแดง  แกงส้มแกงหวาน   หมากพลูบุหรี่  เสร็จแล้วให้ยกไปทำพิธีตรงริมรั้วเขต บริเวณบ้านทางด้านทิศเหนือแล้วให้สวดบูชาด้วยคาถานี้

    ๐โอม ! พระโสมะราช  อุปาทวะตายะ  สัตตะปุษะปะกะพาหะนายะ  อุตตะระทิฏฐิตายะ

อาคัจฉะตุ  ภุญชะตุ  ขิปปะยะตุ  วิปปะยะตุ  สะวาหะ  สัพพะอุปาทวะวินาสายะ  สัพพะอันตะรายะวินาสายะ  สุขะวัฑฒะโก  โหตุ  อายุวัณณะสุขะพะลัง  อัมหากัง  รักขะตุ  สะวาหายะ ฯ

    ๐ให้สวดบูชาครั้งละ  ๓  จบ    ๓  วัน

            อุบาทว์พระไพศรพณ์

       

        http://www.siamsoldier.com/5782

    ๐อุบาทว์พระไพศรพณ์   คืออุบาทว์ที่พระไพศรพณ์ดลบันดาลให้บังเกิดขึ้น  เมื่อถึงคราวมีเคราะห์ซึ่งมีชื่อตามเหตุการณ์ต่างๆ ดังนี้

       ๑.หินลับมีดแตกหรือหักเอง

       ๒.เงินทองขัาวของไม่มีใครลักแต่มันก็หายไปเอง

       ๓.ผ้านุ่งหรือผ้าห่มถูกไฟไหม้

       ๔.ไฟไหม้น้ำ

       ๕.หม้อนึ่ง, หม้อข้าว, หรือหม้อแกง เกิดมีเสียงดังขึ้นมา

       ๖.ข้าวเปลือกมีน้อยแต่ได้ข้าวสารมาก

       ๗.ข้าวสารมีน้อยแต่ได้แกลบรำมาก

       ๘.ข้าวสารงอกมีหน่อขึ้นมา

              วิธีแก้อุบาทว์พระไพศรพณ์

    ๐อุบาทว์พระไพศรพณ์   เมื่อเกิดขึ้นแก่ผู้ใดแล้วให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

       ๑.ให้ปั้นรูปคนขี่โค   ๑   ตัว

       ๒.กระทงทำด้วยกาบกล้วย  กว้างยาวให้ได้  ๑  คืบ   ๑  ลูก

       ๓.กระทงทำด้วยใบกล้วย   กว้างยาวให้ได้  ๑  คืบ   ๑  ลูก

       ๔.เครื่องกระยาหารมี ข้าวและน้ำเป็นต้น

       ๕.ดอกไม้    ๓    ดอก

       ๖.ธูป    ๓   ก้าน

       ๗.เทียน    ๓   เล่ม

       ๘.ข้าวตอก    ๓    กระทง

       ๙.น้ำสะอาด    ๓    หม้อเล็ก

    ๐วิธีปฏิบัติ: ให้เอารูปคนขี่โคใส่ลงไปในกระทงกาบกล้วย  ดอกไม้  ธูป  เทียน  และข้าวตอกก็ให้ใส่ลงด้วยกัน   ส่วนกระทงใบกล้วยให้ใส่เครื่องกระยาหาร  เสร็จแล้วให้ยกเอาไปวางที่ริมรั้วตรงบริเวณเขตแดนทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  แล้วสวดคำบูชาด้วยคาถานี้

    ๐โอม ! พระไพศรพณะราช  อุปาทวะตายะ  อุสะภะพาหะนายะ  อิสาณะทิฏฐิตายะ  อาคัจฉะตุ  ภุญชะตุ  ขิปปะยะตุ  วิปปะยะตุ  สะวาหะ  สัพพะอุปาทวะวินาสายะ  สัพพะอันตะรายะวินาสายะ  สุขะวัฑฒะโก  โหตุ  อายุวัณณธสุขะพะลัง  อัมหากัง  รักขะตุ  สะวาหะ  สะวาหายะ ฯ

    ๐ให้สวดบูชาครั้งละ  ๓  จบ   ๓  วัน

                       

           ตัวอย่างการเกิดอุบาทว์ในสมัยอยุธยา

    ในปี พ.ศ.๒๓๑๐ ก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะแตกเป็นครั้งที่ ๓ ได้มีอุบาทว์เกิดขึ้นแสดงให้รู้ว่ากรุงศรีอยุธยาจะแตกแต่ผู้นำสมัยนั้นไม่สนใจและใส่ใจในการแก้อุบาทว์ทั้งๆที่อุบาทว์เกิดขึ้นให้เห็นถึง  ๕  ครั้ง  เพื่อเตือนให้รู้ว่า ประเทศชาติบ้านเมืองกำลังจะล้มสลายจะถูกข้าศึกทำลายและเข้ามายึดครองประเทศ  อุบาทว์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นมีดังนี้

    -ครั้งที่ ๑  หลวงพ่อโตที่วัดพนัญเชิงเกิดมีน้ำตาไหลออกมาอยู่หลายวัน

    -ครั้งที่ ๒  หลวงพ่อติโลกนาถที่สร้างด้วยไม้โพธิ์  มีพระทรวงอกแตกออกเป็น ๒ ส่วน

    -ครั้งที่ ๓  หลวงพ่อพระพุทธสุรินทร์  ที่วัดศรีสรรเพชญ์มีผิวพรรณเศร้าหมอง และมีลูกพระเนตรทั้ง ๒ ข้างตกหล่นลงมาอยู่ที่พระหัตถ์อุบาทว์นี้น่าพิศวงยิ่งนัก

    -ครั้งที่ ๔  กา ๒ ตัว บินมาจิกตีกัน  ตัวหนึ่งตกลงมาถูกยอดแหลมของเจดีย์วัดพระธาตุเสียบเอาตายคาที่

    -ครั้งที่ ๕  เทวรูปพระนเรศวรมีน้ำพระเตรไหลออกมาอย่างไม่ขาดสายอยู่หลายวันและมีเสียงดึงกึกก้องประดุจดังเสียงของฟ้าผ่าอยู่หลายครั้ง  เป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าบ้านเมืองจะเกิดความวิบัติฉิบหายแล้ว อุบาทว์นี้ทำให้เศร้าสลดใจยิ่งนัก  นิมิตร้ายที่แสดงให้เห็นเช่นนี้ก็เพราะพระราชวงศานุวงศ์และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ผู้น้อยไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม เกิดการแตกแยกทะเลาะทุ่มเถียง อาฆาตมาดร้ายต่อกันและกัน  เกิดการแตกแยกความสามัคคีกันอย่างอย่างขนานใหญ่ไม่สามารถจะห้ามปรามกันได้   มหาอุบาทว์นี้แหละที่คนไทยในสมัยนั้นไม่สนใจที่จะแก้มัน  มันจึงเป็นสาเหตุให้กรุงศรีอยุธยาต้องแตกสลายและล้มละลายไปอย่างน่าสังเวชสลดใจยิ่งนัก

    อนึ่งในปี พ.ศ.๒๓๑๐  นั้น พระเจ้าเอกทัศเป็นผู้ครองราชสมบัติในกรุงศรีอยุธยา  ก่อนที่พระองค์จะขึ้นครองราชย์นั้น ได้มีอุบาทว์เกิดขึ้นที่หน้าพระราชมณเฑียรของพระองค์  เพื่อแสดงให้พระองค์รู้ถึงความวิบัติฉิบหายอันจะบังเกิดขึ้นแก่พระองค์  แต่พระองค์เข้าใจผิดคิดว่าอุบาทว์นั้นเป็นของดี  ในหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทยได้เขียนบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ว่า

    วันหนึ่งได้เกิดลมพายุพัดต้นมะเดื่อที่อยู่หน้าพระราชมณเฑียรของเจ้าฟ้าเอกทัศ หักโค้นลงมาและปลายของต้นมะเดื่อ ก็ชี้ไปยังพระราชมณเฑียรของเจ้าฟ้าเอกทัศ   ขุนนางข้าราชการทั้งหลายได้เห็นนิมิตร้ายเกิดขึ้นเช่นนั้น  ก็รีบพากันไปกราบทูลให้เจ้าฟ้าเอกทัศทรงทราบ  เจ้าฟ้าเอกทัศเมื่อได้ฟังขุนนางข้าราชการกราบทูลให้ทรงทราบถึงอุบาทว์ร้ายเช่นนั้น  แทนที่พระองค์จะสั่งให้ทำการแก้อุบาทว์  แต่พระองค์กลับตรัสว่า "นิมิตที่เกิดขึ้นนี้เป็นนิมิตดี  พวกท่านทั้งหลายจงไปนำเอาต้นมะเดื่อที่ลมพัดหักโค้นลงมานั้น  เอาไปทำเป็นพระแท่นให้แก่เรา  เราจะเอาพระแท่นนั้นทำเป็นพระแท่นในวันที่เราขึ้นครองราชย์"

   เมื่อพระเจ้าเอกทัศขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน  พม่าก็ยกกองทัพใหญ่เข้ามาประชิดกำแพงเมือง สู้รบกันได้ครึ่งปีกรุงศรีอยุธยาก็แตกเป็นครั้งที่ ๓ 

    นี่คือตัวอย่างของคนไม่เชื่อถือเรื่องอุบาทว์ ผลร้ายที่ตามมาก็เป็นเช่นนี้แหละ

    ตัวอย่างที่เกิดอุบาทว์ในรัฐสภาไทยปี พ.ศ.๒๕๕๗

    

        ตัวเหี้ยขึ้นไปอยู่บนเพดานของรัฐสภาไทยได้อย่างไร ?

     ตัวเหี้ย (ตัวเงินตัวทอง) บุกสภา เจ้าหน้าที่ไล่จับวุ่น หวั่นเป็นลางร้าย ก่อนเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญสัปดาห์หน้าเจ้าหน้าที่รัฐสภาไล่จับตัวเงินตัวทอง ขนาดความยาว 1 เมตร ที่เข้ามาอยู่บนเพดานห้องโถ่งของอาคารรัฐสภา 1 ซึ่งเป็นสถานที่ใช้ในการประชุม ส.ส. และ ส.ว. โดยได้สร้างความแตกตื่นให้กับข้าราชการและสื่อมวลชนประจำรัฐสภา ซึ่งยังไม่เคยปรากฏเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน พร้อมทั้งจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ ว่าจะเป็นรางร้ายก่อนที่จะมีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญสัปดาห์หน้าเพื่อพิจารณา พ.ร.บ.ร่างงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2557

   เรื่องนี้เกิดขึันในสมัยของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยคือ  นางสาว

ยิ่งลักษณ์    ชินวัตร

   ตัวเหี้ยเข้าไปอยู่ในอาคารรัฐสภาจัดเป็นอุบาทว์ "พระยมราช" ซึ่งเป็นเจ้าแห่งความตายและความพินาศฉิบหาย

 

   

 

 

       

 

 

 

 

 

เป็นเนื้อหาของบทความหรือสินค้าโดยละเอียด

กรุณาใส่ข้อความ …

Visitors: 22,077