๔.ไหว้พระสวดมนต์ภาคที่ ๔

 

              ไหว้พระสวดมนต์ภาคที่ ๔

    

  ๐ไหว้พระสวดมนต์ภาคที่ ๔  แบ่งออกเป็น  ๑๓  ชนิด   คือ:-

    ๑.อุบาทว์

    ๒.การสร้างบ้านใหม่

    ๓.การขึ้นบ้านใหม่

    ๔.วิธีแก้เสาตกมัน

    ๕.การแต่งงาน

    ๕.เรื่องของงานศพ

    ๖.ตำราการตัดผมสระผมตัดเล็บและนุ่งผ้า

    ๘.ฤกษ์ดีในการซื้อรถ

    ๙.การทำบุญเลี้ยงพระ

    ๑๐.วิธีตั้งหิ้งพระ

    ๑๑.วิธีปล่อยสัตว์

    ๑๒.เรื่องของการบวช

    ๑๓.คำถวายทานที่สำคัญ

              อุบาทว์

    ๐อุบาทว์  แปลว่า "อัปรีย์, จัญไร, สิ่งไม่ดี, สิ่งที่ไม่เป็นมงคล"

     -อุบาทว์มีชื่อที่เรียกต่างๆกัน ดังต่อไปนี้

       -สัตว์ที่ตกลงมาตายที่บ้านเรือน

       -สัตว์ที่ตกลงมาตายตรงหน้า

       -คนออกลูกเป็นสัตว์หรือสัตว์ออกลูกเป็นคน

       -หญิงมีครรภ์คลอดลูกในรถหรือในเรือ

       -สุนัขขึ้นไปวิ่งอยู่บนหลังคาบ้าน

       -บ้านเรือนมีเสาตกมัน

       -มดดำกับมดแดงยกพวกกัดกันตายภายในบริเวณบ้านหรือในสำนักงาน

       -กล้วยออกปลีข้างกลางลำต้น

       -มะพร้าวลูกเดียวออกหน่อเป็น ๒ - ๓ หน่อ

       -หนูตายในถังข้าวสาร

       -คนละเมอออกนอกบ้านในเวลากลางคืน

       -ไก่กระต๊ากในเวลากลางคืน

       -ไฟไหม้เตาไฟ

       -พระเณรทำบาตรหล่นที่หน้าบ้าน

       -ปลวกขึ้นเสาเรือน

       -ผึ้งมาจับและทำรังอยู่บนเรือน

       -แมงมุมดำตัวใหญ่ขึ้นบ้านเรือน

       -สายรุ้งพาดผ่านบ้านเรือน

       -นกฮูก, นกเค้าแมว, นกแสก, นกเหยี่ยว, และแร้งมาจับที่บ้านเรือน

       -ไก่ออกไข่ใบเดียวแล้วก็เลิกไข่

       -งูเข้าบ้านหรือขึ้นมานอนบนบ้าน

       -ตะกวดหรือเหี้ยเข้ามาในบริเวณบ้าน

       -เต่าเข้ามาในบริเวณบ้าน

       -ปลากระเบนหรือปลาฝาเข้ามาในบรืเวณบ้าน

       -นึ่งข้าวแดง

           อุบาทว์  ๘  ชนิด

    ๐อุบาทว์แบ่งออกเป็น  ๘  ชนิด   คือ:-

       ๑.อุบาทว์พระอินทร์

       ๒.อุบาทว์พระเพลิง

       ๓.อุบาทว์พระยม

       ๔.อุบาทว์พระนารายณ์

       ๕.อุบาทว์พระวะรุณ

       ๖.อุบาทว์พระพาย

       ๗.อุบาทว์พระโสมะราช

       ๘.อุบาทว์พระไพศรพณ์

               อุบาทว์พระอินทร์

       

    ๐อุบาทว์พระอินทร์   คืออุบาทว์ที่พระอินทร์ทรงดลบันดาลให้มีเหตุเภทภัยเกิดขึ้นต่างๆนานา   เช่น:-

     ๑.ฟ้าผ่าบ้านเรือนเรือกสวนไร่นา

     ๒.รุ้งกินน้ำกลางหมู่บ้านหรือผาดผ่านบ้านเรือน

     ๓.ทัพพีหักคาหม้อขาวหม้อแกง

     ๔.พ่อแม่ด่าทอทะเลาะเบาะแว้งตบตีกัน

     ๕.วัวควายเลิกคอกหนีไปอยู่ที่อื่น

     ๖.สัตว์ตัวเมียขึ้นอยู่บนตัวผู้

     ๗.ผู้หญิงขึ้นอยู่บนผู้ชาย

     ๘.นักปราชย์ครูบาอาจารย์ทะเลาะเบาะแว้งกัน

     ๙.ข้าราชการตกจากตำแหน่ง

     ๑๐.แม่บ้านอยู่บ้านไม่ติด

     ๑๑.ผึ้งต่อและแตนมาจับทำรังในบ้านเรือน

           วิธีแก้อุบาทว์พระอินทร์

    ๐เมื่อใครมีอุบาทว์ตามรายชื่อข้างล่างนี้เกิดขึ้นให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

      ๑.ให้ปั้นรูปพระอินทร์ขี่ช้างสามเศียร  ๑  ตัว

      ๒.ให้ทำกระทงที่ทำด้วยกาบกล้วย  กว้าง  ๑  คืบ  ยาว  ๑  คืบ   ๗  กระทง  ในแต่ละกระทงให้ใส่ข้าวดำข้าวแดงแกงส้มแกงหวานหมากพลูบุหรี่

      ๓.ผ้าสีเขียว  ๗  ผืน  อย่าให้ผืนใหญ่นักให้ผืนเท่ากับฝ่ามือก็พอ

      ๔.แก้ว, แหวน, เงินทอง    แก้วแหวนทองให้เอาของเด็กเล่น แต่เงินต้องเอาของแท้

       -เมื่อจัดเตรียมเครืองของได้ครบแล้วให้เอาใส่ในจานหรือพานก็ได้   ต่อจากนั้นให้เอาเครื่องของเหล่านี้ไปวางไว้ทางด้านทิศตะวันออกของบ้านเรือน  จุดธูป ๗ ดอก  เทียน ๒  เล่มปักลงไปในดินแล้วกล่าวคำบูชาด้วยคาถานี้ว่า

    ๐โอม ! พระอินทะราธิราช  อุปาทวะตายะ  ไอยะราพะหะนายะ  ปุพเพทิฏฐิตายะ  อาคัจฉะตุ  ภุญชะตุ  ขิปปะยะตุ  วิปปะยะตุ  สะวาหะ  สัพพะอุปาทวะวินาสายะ  สัพพะอันตะรายะวินาสายะ  สุขะวัฑฒะโก  โหตุ  อายุวัณณะสุขะพะลัง  อัมหากัง  รักขะตุ  สะวาหะ  สะวาหายะ ฯ

             ตำราผึ้งจับเรือน

    ๐ผึ้งจับเรือนเป็นอุบาทว์พระอินทร์ชนิดหนึ่งที่จะต้องแก้ไข โดยมีข้อที่ควรรู้ดังต่อไปนี้

      ๑.ถ้าผึ้งจับเรือนทางด้านทิศตะวันออก  จะทำให้เสียทรัพย์สินเงินทองและข้าวของ  หรือมิฉะนั้นลูกหลานจะล้มหายตายจาก

      ๒.ถ้าผึ้งจับเรือนทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้  ให้ระวังไฟจะไหม้บ้าน

      ๓.ถ้าผึ้งจับเรือนทางด้านทิศใต้  เจ้าของเรือนจะถึงแก่ความตาย  หรือมิฉะนั้นก็จะเจ็บป่วยแทบล้มประดาตาย

      ๔.ถ้าผึ้งจับเรือนทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้  ให้ระวังจะถูกลักขโมยสิ่งของหรือจะถูกปล้น

      ๕.ถ้าผึ้งจับเรือนทางด้านทิศตะวันตก  จะเสียทรัพย์สินเงินทองและข้าวของและจะเจ็บไข้ได้ป่วย  ถ้าแก้ก็จะกลับกลายเป็นดี

      ๖.ถ้าผึ้งจับเรือนทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ  จะมีความสุข

      ๗.ถ้าผึ้งจับเรือนทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ   จะมีชื่อเสียงเกีรติยศดีมีชื่อลือชาปรากฏ

      ๘.ถ้าผึ้งจับเรือนทางด้านทิศเหนือ  จะมีโชคลาภ

    ผึ้ง ต่อ แตน เมื่อจับเรือนจัดเป็นอุบาทว์พระอินทร์ชนิดหนึ่ง  เพราะฉะนั้นถ้าใครมีผึ้ง ต่อ แตน จับเรือนให้แต่งเครื่องบูชารับเอาเสียแต่เนิ่นๆ เจ้าของบ้านจึงจะอยู่เย็นเป็นสุข  แต่ถ้าไม่แต่งเครื่องบูชารับเอาเจ้าของบ้านจะต้องมีโทษทุกข์อย่างหนักมาก  วิธีแต่งเครื่องบูชาให้แต่งตามวิธีแก้อุบาทว์พระอินทร์ที่อยู่ข้างบน

     เสร็จแล้วให้หาดอกไม้แดง ๓ ดอก ธูป ๓ ดอก  และเทียน ๓ เล่ม เอามาวางบูชาไว้ใกล้ๆรังของมันแล้วสวดบูชาด้วยคาถานี้ว่า

          ปุพพัฏฐานะธะนัง               นาสะติ

          อาคะเณยยะ                      อัคคิฑัยหะกัง

          ทักขิเณ                             มะระณัญเจวะ

          หะระติเย                            โจระเมวะจะ

          ปัจฉิเม                               ละภะเต  นารี

          พะยัพพะเย                        สุขัง  ละภะตัง

          อุตตะเรจะ                          สัพพะลาภัง

          อีสาเณ                              ราชังปูชิโต ฯ

    ให้สวดบูชาวันละ ๗ จบ  ๓  วัน  สิ่งเลวร้ายต่างๆทั้งหลายก็จะกลับกลายเป็นดี

                     อุบาทว์พระเพลิง

         

    ๐อุบาทว์พระเพลิง   คืออุบาทว์ที่พระเพลิงดลบันดาลให้เกิดขึ้น  โดยมีเหตุการณ์ต่างๆดังนี้

      ๑.มองเห็นเปลวไฟลุกขึ้นบนกลางเรือนทั้งๆที่ไม่มีไฟเลย

      ๒.หินลับมีดหัก

      ๓.กล้วยออกปลีข้างลำต้น

      ๔.มะพร้าวลูกเดียวออกหน่อเป็น ๒ - ๓ หน่อ

      ๕.ไม่ใช่ฤดูร้อนแต่อากาศร้อนเหมือนกับฤดูร้อน

      ๖.นึ่งข้าวแดง หรือหุงข้าวเกิดเป็นสีแดง

      ๗.ทัพพีหักคาหม้อข้าวหม้อแกง

      ๘.นอนไม่หลับหนูมากัดรอบๆตัว

      ๙.หนูกัดเสื้อผ้า

      ๑๐.หมาขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน

      ๑๑.เห็ดงอกขึ้นบนเตาไฟ

      ๑๒.นกเป็ดน้ำเข้าบ้าน

      ๑๓.กบเขียดและคางคกขึ้นไปอยู่บนเรือน

          วิธีแก้อุบาทว์พระเพลิง

    ๐อุบาทว์พระเพลิงเมื่อเกิดขึ้นกับผู้ใดแล้วให้แต่งเครื่องแก้ดังนี้

      ๑.ให้ปั้นรูปคนขี่แรด  ๑  ตัว

      ๒.ให้ทำกระทงกาบกล้วย  กว้าง ยาว  ประมาณ ๔ นิ้ว  ๑  ลูก

      ๓.ให้ทำกระทงใบกล้วย  กว้าง ยาว  ประมาณ ๔ นิ้ว   ๑  ลูก

    ๐วิธีปฏิบัติ  ให้เอารูปคนขี่แรด  ดอกไม้ ๓ ดอก เทียน ๓ เล่ม  และธูป ๓ ดอก ใส่ในกระทงกาบกล้วย  และให้เอาเครื่องพลีคือข้าวดำ  ข้าวแดง  แกงส้มแกงหวาน  หมากพลูบุหรี่  ใส่ในกระทงใบกล้วยแล้วจึงยกไปวางไว้ริมรั้วบ้าน ทางด้านทิศใต้และให้สวดบูชาด้วยคาถานี้

       ๐โอม ! พระนารายณ์มหาราช  อุปาทวะตายะ  จะตุครุฑะพาหะนายะ  หะระตี  ทิฏฐิตายะ  อาคัจฉะตุ  ภุญชะตุ  ขิปปะยะตุ  สะวาหะ  สัพพะอุปาทวะวินาสายะ  สัพพะอันตรายะวินาสายะ  สุขะวัฑฒะโก  โหตุ  อายุวัณณะสุขะพะลัง  อัมหากัง  รักขะตุ  สะวาหะ  สะวาหายะ ฯ

      ๐ให้สวดบูชาครั้งละ ๗  จบ  ๓  วัน

            อุบาทว์พระยมราช

        

    ๐อุบาทว์พระยมราช    คืออุบาทว์ที่พระยมราชดลบันดาลให้เกิดขึ้น  โดยมีชื่อตามเหตุการณ์ต่างๆดังนี้

       ๑.นกเค้าแมว, นกแสก, กา, แร้ง  บินมาจับที่หลังคาบ้าน

       ๒.ไก่ป่าเข้าบ้าน

       ๓.งูเข้าบ้าน

       ๔.เต่าเข้าบ้าน

       ๕.ตะกวดเข้าบ้าน

       ๖.แลนเข้าบ้าน

       ๗.ควายป่าและวัวป่าเข้ามาในบ้าน

       ๘.หมาและหมูออกลูกเป็น ๒ หัว

       ๙.ไก่ออกลูกเป็น ๓ ขา  ๔ ขา

       ๑๐.ผึ้งต่อแตนทำรังขวางดวงอาทิตย์

       ๑๑.คนในบ้านเรือนเดียวกันฆ่าฟันกันเอง

       ๑๒.วัวเทียมเกวียนล้มตายคาแอก

       ๑๓.ควายไถนาล้มตายคาแอก

       ๑๔.ผีสั่นบ้านเรือน

       ๑๕.ผีหัวเราะ

       ๑๖.ผีร้องไห้

       ๑๗.บ้านเรือนอยู่ดีๆก็หักลงมาเอง

       ๑๘.ตัวเหี้ยเข้าไปในบ้านเรือนหรือขึ้นไปอยู่ในบ้านเรือน, อาคาร, และสถานที่ต่างๆ

       ๑๘.นอนฝันร้าย   เช่นฝันว่าเขาเอาเครื่องบินมารับและตนเองก็ได้นั่งเครื่องบินไปกับเขาด้วย            

     วิธีแก้อุบาทว์พระยมราช

    ๐อุบาทว์พระยมราชเมื่อเกิดขึ้นกับผู้ใดแล้วให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

       ๑.ให้ปั้นรูปคนขี่กระบือ  ๑  ตัว

       ๒.ให้ทำกระทงกาบกล้วย  กว้าง ยาว ประมาณ ๔ นิ้ว  ๑  ลูก

       ๓.ให้ทำกระทงใบกล้วย  กว้าง ยาว  ประมาณ  ๔  นิ้ว  ๑  ลูก

    ๐วิธีปฏิบัติ: ให้เอารูปคนขี่กระบือใส่ลงในกระทงที่ทำด้วยกาบกล้วย  พร้อมด้วย ดอกไม้ ๓ ดอก  เทียน ๒ เล่ม  ส่วนกระทงใบกล้วยให้เอาเครื่องพลีคือ ข้าวดำ ข้าวแดง แกงส้ม แกงหวาน หมากพลู บุหรี่  ใส่ลงไปเสร็จแล้วให้ยกเอาไปวางที่ริมรั้วข้างบ้านทางด้านทิศใต้และให้สวดบูชาด้วยคาถานี้

      "โอม ! พระยมราช  อุปาทวะตายะ  มะหิสสะพาหนายะ  ทักขิณะทิฏฐิตายะ  อาคัจฉะตุ  ภุญชะตุ  ขิปปะยะตุ  วิปปะยะตุ  สะวาหะ  สัพพะอุปาทวะวินาสายะ  สัพพะอันตะรายะวินาสายะ  สุขะวัฑฒะโก  โหตุ  อายุวัณณะสุขะพะลัง  อัมหากัง  รักขะตุ  สะวาหะ  สะวาหายะ ฯ

    ๐ให้สวดบูชาครั้งละ  ๗  จบ  ๓  วัน

                 อุบาทว์พระนารายณ์

            

    ๐อุบาทว์พระนารายณ์   คืออุบาทว์ที่พระนารายณ์ดลบันดาลให้บังเกิดขึ้นโดยมีชื่อของเหตุการณ์ต่างๆ ดังนี้

       ๑.มีเลือดพุ่งออกมาจากจอมปลวก

       ๒.หอกดาบแหลนหลาวเกิดมีดอก

       ๓.ครก  สาก  ฆ้อง  กลอง  ระฆัง  แตร์สังข์  ไม่มีคนตีไม่มีคนเป่าก็ดังขึ้นมาเอง

       ๔.ศาสตราวุธกระทบกันเกิดมีเสียงดังขึ้นมาเอง

       ๕.โลหิตและน้ำตาไหลออกมาจากเบาตาของพระพุทธรูป

       ๖.สัต์ร้ายตกลงมาใส่บ้านเรือน

       ๗.ช้างม้าอยู่ดีๆก็ตื่นตกใจ

       ๘.เสื้อผ้าที่ใส่มองเห็นเป็นสีแดงหรือสีดำ

       ๙.ฝูกหมอนและที่นอนมองเห็นเป็นสีดำหรือสีแดง

       ๑๐.มองเห็นดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ลุกเป็นไฟ

       ๑๑.แร้งกาบินมาจับที่บ้านเรือน

       ๑๒.สัตว์ตกลงมาตายใส่บ้านเรือน

            วิธีแก้อุบาทว์พระนารายณ์

    ๐อุบาทว์พระนารายณ์  เมื่อเกิดขึ้นแก่ผู้ใดแล้วให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

       ๑.ให้ปั้นรูปพระนารายณ์ขี่ครุฑ ๔ ตัว

       ๒.ให้ปั้น รูปช้าง  ๑  ตัว  รูปม้า  ๑  ตัว   รูปผู้ชาย  ๑  คน   รูปผู้หญิง  ๑  คน

       ๓.ให้ทำกระทงกาบกล้วย  กว้างยาว  ๑  คืบ

       ๔.ให้ทำกระทงใบกล้วย  กว้างยาว  ๑  คืบ

    ๐วิธีปฏิบัติ: ให้เอารูปช้าง  รูปม้า   รูปผู้หญิงรูปผู้ชาย ใส่ในกระทงกาบกล้วย โดยให้ปั้นรูปนารายณ์ขี่ครุฑวางไว้ตรงกลาง   ส่วนเครื่องพลีคือข้าวดำ  ข้าวแดง  แกงส้มแกงหวาน  หมากพลูบุหรี่ให้ใส่ในกระทงใบกล้วย  เสร็จแล้วให้ยกไปวางตรงริมรั้วเขตบริเวณบ้านทางด้านทิศตะวันตกเสียงใต้ แล้วสวดคำบูชาด้วยคาถานี้

     ๐โอม ! พระนารายณ์มหาราช  อุปาทวะตายะ  จะตุครุฑะพาหะนายะ  หะระตี  ทิฏฐิตายะ  อาคัจฉะตุ  ภุญชะตุ  ขิปปะยะตุ  วิปปะยะตุ  สะวาหะ  สัพพะอุปาทวะวินาสายะ  สัพพะอันตะรายะวินาสายะ  สุขะวัฑฒะโก  โหตุ  อายุวัณณะสุขะพะลัง  อัมหากัง  รักขะตุ  สะวาหะ  สะวาหายะ ฯ  

    ๐ให้สวดบูชาครั้งละ  ๗  จบ  ๓  วัน              

             อุบาทว์พระวะรุณ

      

         พระวะรุณหรือพระพิรุณทรงนาค

               https://talk.mthai.com/inbox/362343.html

     ๐อุบาทว์พระวะรุณ  คืออุบาทว์ที่พระวะรุณดลบันดาลให้บังเกิดขึ้นซึ่งมีชื่อต่างๆดังต่อไปนี้

       ๑.ฟ้าผ่าบ้านเรือนเรือกสวนไร่นา

       ๒.กบขึ้นไปอยู่บนเรือน

       ๓.น้ำค้างเกิดตกลงมาในฤดูร้อนและฤดูฝน

       ๔.หมอกเกิดตกในฤดูร้อนและฤดูฝน

       ๕.ผลไม้ออกนอกฤดูกาล

       ๖.ฝนตกแต่อากาศร้อนอบอ้าว

       ๗.นกป่าเข้ามาไข่ในบ้านเรือน

       ๘.ฝนไม่ตกมีแต่บดอยู่ตลอดเวลา

       ๙.ถ้าอากาศมืดครึ้มจนมองไม่เห็นพระจันทร์และพระอาทิตย์ตลอด ๗ วัน  ถ้าประเทศไหนเกิดมีอากาศแบบนี้ให้ทำการแก้อุบาทว์พระวะรุณโดยด่วน ประเทศชาติจึงจะหายจากอุบาทว์

       ๑๒.น้ำในตุ่มและน้ำในโอ่งเกิดเหือดแห้งไปเองโดยไม่รู้สาเหตุ

       ๑๓.คนเกิดออกลูกเป็นสัตว์

       ๑๔.สัตว์เกิดออกลูกเป็นคน

       ๑๕.คนกับสัตว์เกิดการเสพสมกันอย่างหน้าดาน

             วิธีแก้อุบาทว์พระวะรุณ

    ๐อุบาทว์พระวะรุณ  เมื่อเกิดขึ้นแก่ผู้ใดแล้วให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

       ๑.ให้ปั้นรูปเทวดาขี่พญานาค ๕ ตัว

       ๒.ให้ทำกระทงกาบกล้วย ๑ ลูก  กว้างยาวให้วัดได้ ๑ คืบ

       ๓.ให้ทำกระทงใบกล้วย ๑ ลูก  กว้างยาวให้วัดได้ ๑ คืบ

       ๔.น้ำสะอาด    ๘    กระออม

       ๕.เทียน     ๘     เล่ม

       ๖.ข้าวตอก     ๘     กระทง

       ๗.ดอกไม้ขาว     ๘     ดอก

       ๘.ผ้าขาว     ๘     คืบ

       ๙.เงิน     ๘     บาท

       ๑๐.ทองเทียม  หนัก      ๘     บาท

       ๑๑.เมล็ดพันธ์ุผักกาด     ๘     กำมือ

    **หมายเหตุ กระออม

       

    กระออม  คือภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ไม่มีคอคล้ายกระบุงแต่เล็กกว่ากระบุงมาก โบราณท่านใช้ใส่น้ำในการทำพิธีสะเดาะเคราะห์

    ๐วิธีปฏิบัติ: ให้เอารูปเทวดาขี่นาคใส่ลงไปในกระทงกาบกล้วย   ส่วนเครื่องของต่างๆ เช่น  เทียน, ข้าวตอก, ดอกไม้, ผ้าขาว, เงิน, ทองเทียม, ส่วนเมล็ดพันธุ์ผักกาดให้ใส่ลงไปในกระทงใบกล้วย จัดแต่งให้ดีเสร็จแล้วให้เอาเครื่องของเหล่านี้ไปทำพิธีตรงริมรั้วเขตบริเวณบ้านทางด้านทิศตะวันตก  ส่วนกระทงใบกล้วยให้ใส่เครื่องพลีคือ แกงส้มแกงหวาน  หมากพลูบุหรี่  ข้าวดำข้าวแดง แล้วกล่าวคำบูชาด้วยคาถานี้

    ๐ โอม !  พระพิรุณราช  อุปาทวะตายะ  ปัญจะนาคราช  พาหะนายะ  ปัจฉิมทิฏฐิตายะ  อาคัจฉะตุ  ภุญชะตุ  ขิปปะยะตุ  วิปปะยะตุ  สะวาหะ  สัพพะอุปาทวะวินาสายะ  สัพพะอันตะรายะวินาสายะ  สุขะวัฑฒะโก  โหตุ  อายุวัณณะสุขะพะลัง  อัมหากัง  รักขะตุ  สะวาหะ  สะวาหายะ ฯ

    ๐ให้สวดบูชาครั้งละ  ๓  จบ   ๓  วัน     

            อุบาทว์พระพาย

      

         http://www.horonumber.com/blog-2177

    ๐อุบาทว์พระพาย   คืออุบาทว์ที่พระพายดลบันดาลให้เกิดมีขึ้นเมื่อถึงคราวมีเเคราะห์มีชื่อตามเหตุการณ์ต่างๆ ดังต่อไปนี้

       ๑.ไมใช่ฤดูลมแต่มีลมพัดแรงผิดปกติจนต้นไม้หักโค้นลงมา

       ๒.ไม่มีลมพายุพัดแต่มีต้นไม้หักโค้นลงมาเอง

       ๓.มองเห็นรูปเมฆหมอกในเวลากลางคืนคือเห็นเป็น  รูปช้าง   รูปม้า   รูปวัว   รูปควาย   รูปแรด   รูปเสือและสิงห์

            วิธีแก้อุบาทว์พระพาย

    ๐อุบาทว์พระพาย   เมื่อเกิดขึ้นแก่ผู้ใดแล้วให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

       ๑.ให้ปั้นรูปเทวดาขี่ม้า ๖ ตัว

       ๒.ทำกระทงกาบกล้วย  กว้างยาววัดได้  ๑  คืบ   ๑  ลูก

       ๓.ทำกระทงใบกล้วย   กว้างยาววัดได้  ๑  คืบ   ๑  ลูก

       ๔.ดอกไม้     ๖    ดอก

       ๕.ธูป     ๖     ก้าน

       ๖.เทียน     ๖     เล่ม

       ๗.น้ำสะอาด     ๔     กระออม

       ๘.เทียนเล่มบาท  ๕  เล่ม

    ๐วิธีปฏิบัติ: ให้เอารูปปั้นเทวดาใส่ในกระทงที่ทำด้วยกาบกล้วย  ดอกไม้ ๗ ดอก   เทียน ๗ เล่ม   ธูป ๗ ดอก  ให้ใส่ลงไปด้วยกัน    ส่วนเทียนเล่มบาท  ๕  เล่ม ให้ใส่จานไว้ต่างหาก  เสร็จแล้วให้ยกไปทำพิธีบูชาที่ริมรั้วเขตบริเวณบ้าน  ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้แล้วกล่าวคำบูชาด้วยคาถานี้ว่า

    ๐โอม ! พระพายราช  อุปาทวะตายะ  ฉะวัสะพาหะนายะ  วายะวะทิฏฐิตายะ  อาคัจฉะตุ  ภุญชะตุ  ขิปปะยะตุ  วิปปะยะตุ  สะวาหะ  สัพพะอุปาทวะวินาสายะ  สัพพะอันตะรายะวินาสายะ  สุขะวัฑฒะโก  โหตุ  อายุวัณณะสุขะพะลัง  อัมหากัง  รักขะตุ  สะวาหะสะวาหายะ ฯ

    ๐ให้สวดบูชาครั้งละ  ๓  จบ

           อุบาทว์พระโสมะราช

     

    ๐อุบาทว์พระโสมะราช   คืออุบาทว์ที่พระโสมะราชดลบันดาลให้บังเกิดมีขึ้น เมื่อถึงคราวมีเคราะห์ มีชื่อตามเหตุการณ์ต่างๆดังนี้

       ๑.ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันแต่มองไม่เห็นตัว

       ๒.น้ำอ้อยไหลออกจากลำต้นเอง

       ๓.เห็ดงอกขึ้นบนเตาไฟ, เชิ.กราน, และที่หลังคาบ้าน

       ๔.หนอนเกิดขึ้นบนเสื้อผ้าหรือบนที่นอน

       ๕.ฝูงแมลงวันเขียวเข้าไปอยู่ในมุ้ง

            วิธีแก้อุบาทว์พระโสมะราช

    ๐อุบาทว์พระโสมะราช  เมื่อเกิดขึ้นแก่ผู้ใดแล้วให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

       ๑.ให้ปั้นรูปพระโสมะราชขี่บุษบก  ๑  หลัง

           

              นี่คือรูปบุษบก

       ๒.กระทงที่ทำด้วยกาบกล้วย   กว้างยาวให้ได้  ๑  คืบ   ๑  ลูก

       ๓.กระทงที่ทำด้วยใบกล้วย   กว้างยาวให้ได้  ๑  คืบ   ๑  ลูก

       ๔.ข้าวตอก  ๗  กระทง

       ๕.ดอกไม้   ๗   ดอก

       ๖.ธูป   ๗   ก้าน

       ๗.เทียน   ๗   เล่ม

       ๘.เงิน   ๗   บาท

    ๐วิธีปฏิบัติ: ให้เอารูปปั้นพระโสมะราชใส่ลงไปในกระทงกาบกล้วย ให้เอาข้าวตอก   ดอกไม้   ธูป   เทียน   และ เงิน  ใส่ลงไปด้วย   ส่วนกระทงใบกล้วยให้ใส่เครื่องพลีคือ ข้าวดำข้าวแดง  แกงส้มแกงหวาน   หมากพลูบุหรี่  เสร็จแล้วให้ยกไปทำพิธีตรงริมรั้วเขต บริเวณบ้านทางด้านทิศเหนือแล้วให้สวดบูชาด้วยคาถานี้

    ๐โอม ! พระโสมะราช  อุปาทวะตายะ  สัตตะปุษะปะกะพาหะนายะ  อุตตะระทิฏฐิตายะ

อาคัจฉะตุ  ภุญชะตุ  ขิปปะยะตุ  วิปปะยะตุ  สะวาหะ  สัพพะอุปาทวะวินาสายะ  สัพพะอันตะรายะวินาสายะ  สุขะวัฑฒะโก  โหตุ  อายุวัณณะสุขะพะลัง  อัมหากัง  รักขะตุ  สะวาหายะ ฯ

    ๐ให้สวดบูชาครั้งละ  ๓  จบ    ๓  วัน

            อุบาทว์พระไพศรพณ์

       

        http://www.siamsoldier.com/5782

    ๐อุบาทว์พระไพศรพณ์   คืออุบาทว์ที่พระไพศรพณ์ดลบันดาลให้บังเกิดขึ้น  เมื่อถึงคราวมีเคราะห์ซึ่งมีชื่อตามเหตุการณ์ต่างๆ ดังนี้

       ๑.หินลับมีดแตกหรือหักเอง

       ๒.เงินทองขัาวของไม่มีใครลักแต่มันก็หายไปเอง

       ๓.ผ้านุ่งหรือผ้าห่มถูกไฟไหม้

       ๔.ไฟไหม้น้ำ

       ๕.หม้อนึ่ง, หม้อข้าว, หรือหม้อแกง เกิดมีเสียงดังขึ้นมา

       ๖.ข้าวเปลือกมีน้อยแต่ได้ข้าวสารมาก

       ๗.ข้าวสารมีน้อยแต่ได้แกลบรำมาก

       ๘.ข้าวสารงอกมีหน่อขึ้นมา

              วิธีแก้อุบาทว์พระไพศรพณ์

    ๐อุบาทว์พระไพศรพณ์   เมื่อเกิดขึ้นแก่ผู้ใดแล้วให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

       ๑.ให้ปั้นรูปคนขี่โค   ๑   ตัว

       ๒.กระทงทำด้วยกาบกล้วย  กว้างยาวให้ได้  ๑  คืบ   ๑  ลูก

       ๓.กระทงทำด้วยใบกล้วย   กว้างยาวให้ได้  ๑  คืบ   ๑  ลูก

       ๔.เครื่องกระยาหารมี ข้าวและน้ำเป็นต้น

       ๕.ดอกไม้    ๓    ดอก

       ๖.ธูป    ๓   ก้าน

       ๗.เทียน    ๓   เล่ม

       ๘.ข้าวตอก    ๓    กระทง

       ๙.น้ำสะอาด    ๓    หม้อเล็ก

    ๐วิธีปฏิบัติ: ให้เอารูปคนขี่โคใส่ลงไปในกระทงกาบกล้วย  ดอกไม้  ธูป  เทียน  และข้าวตอกก็ให้ใส่ลงด้วยกัน   ส่วนกระทงใบกล้วยให้ใส่เครื่องกระยาหาร  เสร็จแล้วให้ยกเอาไปวางที่ริมรั้วตรงบริเวณเขตแดนทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  แล้วสวดคำบูชาด้วยคาถานี้

    ๐โอม ! พระไพศรพณะราช  อุปาทวะตายะ  อุสะภะพาหะนายะ  อิสาณะทิฏฐิตายะ  อาคัจฉะตุ  ภุญชะตุ  ขิปปะยะตุ  วิปปะยะตุ  สะวาหะ  สัพพะอุปาทวะวินาสายะ  สัพพะอันตะรายะวินาสายะ  สุขะวัฑฒะโก  โหตุ  อายุวัณณธสุขะพะลัง  อัมหากัง  รักขะตุ  สะวาหะ  สะวาหายะ ฯ

    ๐ให้สวดบูชาครั้งละ  ๓  จบ   ๓  วัน

                       

           ตัวอย่างการเกิดอุบาทว์ในสมัยอยุธยา

    ในปี พ.ศ.๒๓๑๐ ก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะแตกเป็นครั้งที่ ๓ ได้มีอุบาทว์เกิดขึ้นแสดงให้รู้ว่ากรุงศรีอยุธยาจะแตกแต่ผู้นำสมัยนั้นไม่สนใจและใส่ใจในการแก้อุบาทว์ทั้งๆที่อุบาทว์เกิดขึ้นให้เห็นถึง  ๕  ครั้ง  เพื่อเตือนให้รู้ว่า ประเทศชาติบ้านเมืองกำลังจะล้มสลายจะถูกข้าศึกทำลายและเข้ามายึดครองประเทศ  อุบาทว์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นมีดังนี้

    -ครั้งที่ ๑  หลวงพ่อโตที่วัดพนัญเชิงเกิดมีน้ำตาไหลออกมาอยู่หลายวัน

    -ครั้งที่ ๒  หลวงพ่อติโลกนาถที่สร้างด้วยไม้โพธิ์  มีพระทรวงอกแตกออกเป็น ๒ ส่วน

    -ครั้งที่ ๓  หลวงพ่อพระพุทธสุรินทร์  ที่วัดศรีสรรเพชญ์มีผิวพรรณเศร้าหมอง และมีลูกพระเนตรทั้ง ๒ ข้างตกหล่นลงมาอยู่ที่พระหัตถ์อุบาทว์นี้น่าพิศวงยิ่งนัก

    -ครั้งที่ ๔  กา ๒ ตัว บินมาจิกตีกัน  ตัวหนึ่งตกลงมาถูกยอดแหลมของเจดีย์วัดพระธาตุเสียบเอาตายคาที่

    -ครั้งที่ ๕  เทวรูปพระนเรศวรมีน้ำพระเตรไหลออกมาอย่างไม่ขาดสายอยู่หลายวันและมีเสียงดึงกึกก้องประดุจดังเสียงของฟ้าผ่าอยู่หลายครั้ง  เป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าบ้านเมืองจะเกิดความวิบัติฉิบหายแล้ว อุบาทว์นี้ทำให้เศร้าสลดใจยิ่งนัก  นิมิตร้ายที่แสดงให้เห็นเช่นนี้ก็เพราะพระราชวงศานุวงศ์และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ผู้น้อยไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม เกิดการแตกแยกทะเลาะทุ่มเถียง อาฆาตมาดร้ายต่อกันและกัน  เกิดการแตกแยกความสามัคคีกันอย่างอย่างขนานใหญ่ไม่สามารถจะห้ามปรามกันได้   มหาอุบาทว์นี้แหละที่คนไทยในสมัยนั้นไม่สนใจที่จะแก้มัน  มันจึงเป็นสาเหตุให้กรุงศรีอยุธยาต้องแตกสลายและล้มละลายไปอย่างน่าสังเวชสลดใจยิ่งนัก

    อนึ่งในปี พ.ศ.๒๓๑๐  นั้น พระเจ้าเอกทัศเป็นผู้ครองราชสมบัติในกรุงศรีอยุธยา  ก่อนที่พระองค์จะขึ้นครองราชย์นั้น ได้มีอุบาทว์เกิดขึ้นที่หน้าพระราชมณเฑียรของพระองค์  เพื่อแสดงให้พระองค์รู้ถึงความวิบัติฉิบหายอันจะบังเกิดขึ้นแก่พระองค์  แต่พระองค์เข้าใจผิดคิดว่าอุบาทว์นั้นเป็นของดี  ในหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทยได้เขียนบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ว่า

    วันหนึ่งได้เกิดลมพายุพัดต้นมะเดื่อที่อยู่หน้าพระราชมณเฑียรของเจ้าฟ้าเอกทัศ หักโค้นลงมาและปลายของต้นมะเดื่อ ก็ชี้ไปยังพระราชมณเฑียรของเจ้าฟ้าเอกทัศ   ขุนนางข้าราชการทั้งหลายได้เห็นนิมิตร้ายเกิดขึ้นเช่นนั้น  ก็รีบพากันไปกราบทูลให้เจ้าฟ้าเอกทัศทรงทราบ  เจ้าฟ้าเอกทัศเมื่อได้ฟังขุนนางข้าราชการกราบทูลให้ทรงทราบถึงอุบาทว์ร้ายเช่นนั้น  แทนที่พระองค์จะสั่งให้ทำการแก้อุบาทว์  แต่พระองค์กลับตรัสว่า "นิมิตที่เกิดขึ้นนี้เป็นนิมิตดี  พวกท่านทั้งหลายจงไปนำเอาต้นมะเดื่อที่ลมพัดหักโค้นลงมานั้น  เอาไปทำเป็นพระแท่นให้แก่เรา  เราจะเอาพระแท่นนั้นทำเป็นพระแท่นในวันที่เราขึ้นครองราชย์"

   เมื่อพระเจ้าเอกทัศขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน  พม่าก็ยกกองทัพใหญ่เข้ามาประชิดกำแพงเมือง สู้รบกันได้ครึ่งปีกรุงศรีอยุธยาก็แตกเป็นครั้งที่ ๓ 

    นี่คือตัวอย่างของคนไม่เชื่อถือเรื่องอุบาทว์ ผลร้ายที่ตามมาก็เป็นเช่นนี้แหละ

    ตัวอย่างที่เกิดอุบาทว์ในรัฐสภาไทยปี พ.ศ.๒๕๕๗

    

        ตัวเหี้ยขึ้นไปอยู่บนเพดานของรัฐสภาไทยได้อย่างไร ?

     ตัวเหี้ย (ตัวเงินตัวทอง) บุกสภา เจ้าหน้าที่ไล่จับวุ่น หวั่นเป็นลางร้าย ก่อนเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญสัปดาห์หน้าเจ้าหน้าที่รัฐสภาไล่จับตัวเงินตัวทอง ขนาดความยาว ๑ เมตร ที่เข้ามาอยู่บนเพดานห้องโถ่งของอาคารรัฐสภา 1 ซึ่งเป็นสถานที่ใช้ในการประชุม ส.ส. และ ส.ว. โดยได้สร้างความแตกตื่นให้กับข้าราชการและสื่อมวลชนประจำรัฐสภา ซึ่งยังไม่เคยปรากฏเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน พร้อมทั้งจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ ว่าจะเป็นรางร้ายก่อนที่จะมีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญสัปดาห์หน้าเพื่อพิจารณา พ.ร.บ.ร่างงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ๒๕๕๗

   เรื่องนี้เกิดขึันในสมัยของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยคือ  นางสาว

ยิ่งลักษณ์    ชินวัตร

   ตัวเหี้ยเข้าไปอยู่ในอาคารรัฐสภาจัดเป็นอุบาทว์ "พระยมราช" ซึ่งเป็นเจ้าแห่งความตาย, ความล้มละลาย, และความพินาศฉิบหาย   ตัวเหี้ยขึ้นไปอยู่บนเพดานรัฐสภาไม่นาน 

  เช้าวันที่ 19 ธ.ค. 2556 มีรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการฯ กปปส. นำกลุ่มผู้ชุมนุม ถ.ราชดำเนิน เพื่อเตรียมเคลื่อนขบวนรณรงค์ตามถนนในกรุงเทพฯ เชิญชวนประชาชนออกมาร่วมขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี

     รัฐประหารในประเทศไทย  เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๓๐  น. โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อันมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะ รัฐประหารโค่นรัฐบาลรักษาการนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล นับเป็นรัฐประหารครั้งที่ ๑๓  ในประวัติศาสตร์ไทย รัฐประหารดังกล่าวเกิดขึ้นหลังวิกฤตการณ์การเมืองซึ่งเริ่มเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๖  เพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ และอิทธิพลของทักษิณ ชินวัตร ในการเมืองไทย
   ก่อนหน้านั้นสองวัน คือ วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่เวลา ๓.๐๐ น. กองทัพบกตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) และให้ยกเลิกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ตั้งขึ้น กอ.รส. ใช้วิธีการปิดควบคุมสื่อ ตรวจพิจารณาเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต และจัดประชุมเพื่อหาทางออกวิกฤตการณ์
การเมืองของประเทศ แต่การประชุมไม่เป็นผล จึงเป็นข้ออ้างรัฐประหารครั้งนี้
   หลังรัฐประหาร มีประกาศให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ สิ้นสุดลงยกเว้นหมวด ๒ คณะรัฐมนตรีรักษาการหมดอำนาจ ตลอดจนให้ยุบวุฒิสภา จนเมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗ มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗   ซึ่งให้มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา วันที่ ๒๑  สิงหาคม ๒๕๕๗ สภาฯ มีมติเลือกพลเอก
ประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรี
  หลายประเทศประณามรัฐประหารครั้งนี้ รวมทั้งมีการกดดันต่าง ๆ เช่น ลดกิจกรรมทางทหารและลดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ บางประเทศวางตัวเป็นกลาง แต่คนไทยจำนวนหนึ่งแสดงความยินดี โดยมองว่าเป็นทางออกของวิกฤตการณ์ทางการเมือง แต่ก็มีคนไทยอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากไม่เป็นไปตามวิถีประชาธิปไตย

   นี่คือตัวอย่างที่อุบาทว์ที่เกิดขึ้นแล้วไม่มีการแก้อุบาทว์  มันจึงเป็นสาเหตุให้ประเทศชาติเกิดความเสียหายและล้าหลังไปอีก ๑๐ ปี 

                     วิธีสะเดาะเคราะห์

     

    วิธีสะเดาะพระเคราะห์   คือวิธีการที่ทำให้ตัวของเราหลุดพ้นจากอิทธิพลของดวงดาวทีเป็นโทษที่เข้ามาเสวยอายุในปีนั้น

       ดาวที่ให้คุณและโทษ

   ดาวที่ให้คุณและโทษมีอยู่  ๘  ดวง   คือ:-

    ๑.ดาวพระอาทิตย์

    ๒.ดาวพระจันทร์

    ๓.ดาวพระอังคาร

    ๔.ดาวพระพุธ

    ๕.ดาวพระพฤห้สบดี

    ๖.ดาวพระศุกร์

    ๗.ดาวพระเสาร์

    ๘.ดาวพระราหู

    ดาวทั้ง  ๘   แบ่งออกเป็น   ๒  ชนิด   คือ:-

       ๑.ดาวสุภเคราห์  คือดาวที่ให้คุณในทางความร่มเย็นเป็นสุขแบ่งออกเป็น  ๔  ดวง คือ:-

         ๑.๑ ดาวพระจันทร์

         ๑.๒ ดาวพระพุธ

         ๑.๓ ดาวพระพฤหัสบดี

         ๑.๔ ดาวพระศุกร์

      ๒.ดาวบาปเคราะห์  คือดาวที่ใหัโทษในทางความทุกข์ทรมาน แบ่งออกเป็น  ๔  ดวง

คือ:-

         ๒.๑ ดาวพระอาทิตย์

         ๒.๒ ดาวพระอังคาร

         ๒.๓ ดาวพระเสาร์

         ๒.๔ ดาวพระราหู

     -ดาวที่ใหัคุณ   ถ้าปีใดไปตกที่ภพไม่ดีคือ   ภพโลกาวินาศ     ภพอุบาทว์     ภพมรณะ    แทนที่จะให้คุณแต่ก็กลับให้โทษ  คือให้โทษแต่เพียงเบาๆ  ไม่ร้ายแรงนัก   เช่นโทษถึงตาย   ก็จะเป็นเพียงบาดเจ็บ

     -ดาวที่ให้โทษ   ถ้าปีใดไปตกที่ภพดีคือ    ภพหลักทรัพย์    ภพอธิบดี    ภพราชาโชค     ภพธงไชย   แทนที่จะให้โทษ แต่กลับก็ให้คุณ  คือให้คุณเพียงเล็กน้อย   เช่นโชคจะได้เงินล้าน  แต่ก็ได้เพียงหนึ่งแสน

     -ดาวที่ให้คุณ   ถ้าปีใดไปตกที่ภพดีคือ   ภพหลักทรัพย์     ภพอธิบดี     ภพราชาโชค

ภพธงไชย    ก็ให้คุณเต็มๆไปเลย   ไม่ให้โทษ

     -ดาวที่ให้โทษ    ถ้าปีใดไปตกภพที่ไม่ดีคือ    ภพโลกาวินาศ     อุบาทว์     มรณะ    ก็จะให้โทษเต็มๆไปเลย   ไม่ให้คุณ

                  วิธีหาเลขที่เข้าเสวยอายุ

       

   วิธีหาเลขที่เข้าเสวยอายุเรา  ขอให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายโปรดดูตารางดวงดาวที่อยู่ข้างบนนี้  วิธีหาให้ปฏิบัติดังนี้

    ๑.ให้เอา พ.ศ.  ปัจจุบันตั้ง  เช่นปีนี้  พ.ศ.๒๕๖๑    และเอา พ.ศ. เกิดของเรามาลบ  สมมุติว่า "เราเกิด พ.ศ.๒๕๑๔  ก็จะได้ดังนี้

              ๒๕๖๑ -  (เครื่องหมายลบ)

              ๒๕๑๔

           -ผลลัพธ์จะได้    =  ๔๗

           -เลข    ๔๗     เป็นอายุของเราในปัจจุบัน

    ๒.ให้เอาเลข   ๔๗    ไปไล่ตามตัวเลขในตาราง  โดยการนับวนขวา     ให้นับเริ่มต้นที่ตัวเลขที่เป็นวันเกิดของเรา   สมมุติว่าเราเกิด วันศุกร์   ให้เริ่มนับเริ่มต้นที่เลข  ๖   ก็จะเป็นดังนี้คือ   ๖     ๑     ๒     ๓     ๔     ๗     ๕     ๘     ๖  ให้นับวนขวาไปแบบนี้จนกว่าจะครบ   ๔๗   ซึ่งเป็นอายุในปัจจุบันของเรา   ในที่นี้เมื่อนับไล่ไปจนครบ   ๔๗   แล้ว  ก็จะไปจบสิ้นลงที่เลข       เพราะฉะนั้นเลข    ๕    จึงเป็นเลขที่เข้ามาเสวยอายุของเราในปีนี้   เลข    ๕   เป็นเลขของดาวที่เข้ามาเสวยอายุของเรา

     -เลข    ๕      เป็นเลขของดาวพระพฤหัสบดี

     -เลขที่เป็นวันเกิดของคนมีดังนี้

         ๑        เป็นเลขของคนเกิด          วันอาทิตย์

                 เป็นเลขของคนเกิด          วันจันทร์

         ๓        เป็นเลขของคนเกิด          วันอังคาร

         ๔        เป็นเลขของคนเกิด          วันพุธ

         ๕        เป็นเลขของคนเกิด          วันพฤหัสบดี

         ๖        เป็นเลขของคนเกิด          วันศุกร์

               เป็นเลขของคนเกิด          วันเสาร์

         ๘        เป็นเลขของคนเกิด          วันราหู  (วันพุธกลางคืน)

    ๓.เมื่อหาเลขที่เป็นอายุปัจจุบันได้แล้วในข้อนี้คือเลข    ๔๗   ก่อนจะนำเอาเลขของอายุปัจจุบันคือ   ๔๗    ไปไล่ตามตารางเลขเพื่อจะหาเลขที่เข้ามาเสวยอายุในปีนี้   ก็ให้หักเดือนออกเสียก่อน  แต่ถ้าเดือนเต็มแล้วก็ไม่ต้องหัก   ถ้าเลขของเดือนเกิดยังไม่ถึงวันเกิด   เช่น  สมมุติว่า "เราเกิดในวันที่  ๑๕   พฤษภาคม    พ.ศ.๒๕๑๔ "     ถ้าเราตรวจหาเลขที่เข้ามาเสวยอายุในวันที่  ๒๔   เดือนเมษายน    พ.ศ.๒๕๖๑     จะพบว่า "เหลือเวลาอีก ๓๙   วัน   อายุเราจึงจะครบ    ๔๗   ปี"

    ถ้าเป็นเช่นนี้เลขที่เราจะเอาไปไล่ตามตารางเลขนั้นคือเลข    ๔๖    ไม่ใช่ เลข    ๔๗

เพราะอายุยังไม่ครบ   ๔๗   ปี   ยังขาดเวลาอีก   ๓๙  วัน   จึงจะครบ    ๔๗   ปี  

    ๔.ถ้าเราหาเลขที่เข้ามาเสวยอายุ    ในวันที่  ๑๖   พฤษภาคม    พ.ศ.๒๕๖๑   อายุของเราก็ครบ   ๔๗  เต็มแล้ว   เอาไปไล่หาเลขที่เข้ามาเสวยอายุได้เลย  

           ดาวพระอาทิตย์เข้าเสวยอายุ

    ถ้าปีใดดาวพระอาทิตย์เข้าเสวยอายุ  ให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

     เครื่องบูชาดาวพระอาทิตย์เข้าเสวยอายุ

    ๑.ข้าวบิณฑ์สีแดง           ๖        ก้อน

    ๒.ธงผ้าสีแดง                 ๖         ผืน

    ๓.ดอกไม้สีแดง               ๖        ดอก

    ๔.ธูป                              ๖        ก้าน

    ๕.เทียน                          ๖        เล่ม

    ๖.ข้าวตอก                      ๖        กระทง

    ๗.ผลไม้                         ๖        ผล

    ๘.ใบไทร                        ๖        ใบ

    ๙.ใปราชพฤกษ์              ๖        ใบ

    ๑๐.พระปางถวายเนตร    ๑       องค์

           คาถาบูชาดาวพระอาทิตย์เข้าเสวยอายุ

    ๐สัพเพ  พุทธา  อิทธิปปัตตา            ปัจเจกานัญจะ  ยา  อิทธิ  

  อะระหันตานัญจะ  เตเชนะ                 อาทิจจะรักขัง  พันธามิ   สัพพะโส ฯ

    ๐ให้สวดบูชาวันละ  ๖   จบ   ๖    วัน   

           ดาวพระจันทร์เข้าเสวยอายุ

    ถ้าปีใดดาวพระจันทร์เข้าเสวยอายุ   ให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

          เครื่องบูชาดาวพระจันทร์เข้าเสวยอายุ

    ๑.ข้าวบิณฑ์สีขาว             ๑๕      ก้อน

    ๒.ธงผ้าสีขาว                   ๑๕      ผืน

    ๓.ดอกไม้สีขาว                 ๑๕     ดอก

    ๔.ธูป                               ๑๕     ก้าน

    ๕.เทียน                           ๑๕      เล่ม

    ๖.ข้าวตอก                       ๑๕      กระทง

    ๗.ผลไม้                          ๑๕      ผล

    ๘.ใบบัว                           ๑๕      ใบ

    ๙.พระปางห้ามญาติ         ๑        องค์

            คาถาบูชาดาวพระจันทร์เข้าเสวยอายุ

    ๐สัพเพ  พุทธา  เขมัปปัตตา  ปัจเจกานัญจะ  โย  เขโม  อะระหันตานัญจะ  เตเชนะ

จันทะรักขัง  พันธามิ  สัพพะโส ฯ

    ๐ให้สวดบูชาวันละ  ๑๕   จบ    ๑๕   วัน

           ดาวพระอังคารเข้าเสวยอายุ

    ถ้าปีใดดาวพระอังคารเข้าเสวยอายุ   ให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

    ๑.ข้าวบิณฑ์สีชมพู             ๘     ก้อน

    ๒.ธงผ้าสีชมพู                   ๘     ผืน

    ๓.ดอกไม้สีชมพู                 ๘     ดอก

    ๔.ธูป                                 ๘     ก้าน

    ๕.เทียน                             ๘     เล่ม

    ๖.ข้าวตอก                         ๘     กระทง

    ๗.ผลไม้                            ๘      ผล

    ๘.ใบมะม่วง                        ๘      ใบ

    ๙.พระปางไสยวสน์             ๑      องค์

         คาถาบูชาดาวพระอังคารเข้าเสวยอายุ

    ๐สัพเพ   พุทธา  ชินนัปปัตตา  ปัจเจกานัญจะ  ยัง  ชินัง  อะระหันตานัญจะ  เตเชนะ

ภุมมะรักขัง  พันธามิ  สัพพะโส ฯ

    ๐ให้สวดบูชาวันละ   ๘   จบ     ๘   วัน               

           ดาวพระพุธเข้าเสวยอายุ

     ถ้าปีใดดาวพุธเข้าเสวยอายุ  ให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

      ๑.ข้าวบิณฑ์สีเขียว             ๑๗     ก้อน

      ๒.ธงผ้าสีเขียว                   ๑๗     ผืน

      ๓.ดอกไม้สีเขียว                 ๑๗     ดอก

      ๔.ธุป                                 ๑๗     ก้าน

      ๕.เทียน                             ๑๗     เล่ม

      ๖.ข้าวตอก                         ๑๗     กระทง

      ๗.ผลไม้                            ๑๗     ผล

      ๘.ใบนุน                             ๑๗      ใบ

      ๙.พระปางอุ้มบาตร             ๑         องค์            

            คาถาบูชาดาวพระพุธเข้าเสวยอายุ

      ๐สัพเพ  พุทธา  ลาภัปปัตตา  ปัจเจกานัญจะ   โย  ลาโภ  อะระหันตานัญจะ 

เตเชนะ  วุธะรักขัง  พันธามิ  สัพพะโส ฯ

      ๐ให้สวดบูชาวันละ  ๑๗  จบ   ๑๗   วัน

           ดาวพฤหัสบดีเข้าเสวยอายุ
     ถ้าปีใดดาวพฤหัสบดีเข้าเสวยอายุ   ให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้
      ๑.ข้าวบิณฑ์สีเหลือง           ๑๙     ก้อน
      ๒.ธงผ้าสีเหลือง                 ๑๙     ผืน
      ๓.ดอกไม้สีเหลือง               ๑๙     ดอก
      ๔.ธูป                                 ๑๙     ก้าน
      ๕.เทียน                             ๑๙     เล่ม
      ๖.ข้าวตอก                         ๑๙     เล่ม
      ๗.ผลไม้                            ๑๙     ผล
      ๘.ยอดกล้วย                      ๑๙    ยอด
      ๙.พระปางนั่งขัดสมาธิ         ๑       องค์
            คาถาบูชาดาวพระศุกร์เข้าเสวยอายุ

        ๐สัพเพ  พุทธา  พะลัปปัตตา  ปัจเจกานัญจะ  ยัง  พะลัง  อะระหันตานัญจะ  เตเชนะ  เตเชนะ  ชีวะรักขัง  พันธามิ  สัพพะโส ฯ

        ๐ให้สวดบูชาวันละ  ๑๙  จบ   ๑๙   วัน

            ดาวพระศุกร์เข้าเสวยอายุ

     ถ้าปีใดดาวพระศุกร์เข้าเสวยอายุ   ให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้

       ๑.ข้าวบิณฑ์สีน้ำเงิน             ๒๑     ก้อน

       ๒.ธงผ้าสีน้ำเงิน                   ๒๑     ผืน

       ๓.ดอกไม้สีน้ำเงิน                ๒๑      ดอก

       ๔.ธูป                                  ๒๑      ก้าน

       ๕.เทียน                              ๒๑      เล่ม

       ๖.ข้าวตอก                          ๒๑      กระทง

       ๗.ผลไม้                             ๒๑      ผล

       ๘.ใบเงินใบทอง  อย่างละ  ๒๑         ใบ

       ๙.พระปางรำพึง                  ๑         องค์

            คาถาบูชาดาวพระศุกร์เข้าเสวยอายุ

        ๐สัพเพ  พุทธา  สิริปปัตตา  ปัจเจกานัญจะ  ยา  สิริ  อะระหันตานัญจะ  เตเชนะ

สุกกะรักขัง  พันธามิ  สัพพะโส ฯ

         ๐ให้สวดบูชาวันละ  ๒๑  จบ   ๒๑   วัน                                      

           ดาวพระเสาร์เข้าเสวยอายุ
    ๐ถ้าปีใดรู้ว่าดาวเสาร์เข้าเสวยอายุ  ให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้
       ๑.ข้าวบิณฑ์สีดำ           ๑๐       ก้อน
       ๒.ธงผ้าสีดำ                 ๑๐       ผืน
       ๓.ดอกไม้สีดำ               ๑๐       ดอก
       ๔.ธูปสีดำ                     ๑๐       ก้าน
       ๕.เทียนสีดำ                 ๑๐       เล่ม
       ๖.ข้าวตอกดำ               ๑๐       กระทง
       ๗.ผลไม้สีดำ                ๑๐       ผล
       ๘.ใบมะตูม                   ๑๐       ใบ
       ๙.พระปางนาคปรก      ๑         องค์
           คาถาบูชาดาวพระเสาร์
    ๐สัพเพ  พุทธา  เตชัปปัตตา  ปัจเจกานัญจะ  ยัง  เตชัง
อะระหันตานัญจะ  เตเชนะ  โสระรักขัง  พันธามิ  สัพพะโส ฯ
    ๐ให้สวดบูชาวันละ  ๑๐  จบ   ๑๐  วัน 
          ดาวพระราหูเข้าเสวยอายุ
    ๐ถ้าปีใดรู้ว่าดาวราหูเข้าเสวยอายุ  ให้แต่งเครื่องบูชาดังนี้
      ๑.ข้าวบิณฑ์สีดำ                 ๑๒       ก้อน
       ๒.ธงผ้าสีดำ                      ๑๒       ผืน
       ๓.ดอกไม้สีดำ                    ๑๒       ดอก
       ๔.ธูปสีดำ                          ๑๒       ก้าน
       ๕.เทียนสีดำ                      ๑๒       เล่ม
       ๖.ข้าวตอกสีดำ                  ๑๒       กระทง
       ๗.ผลไม้สีดำ                     ๑๒       ผล
       ๘.ใบนาก                          ๑๒       ใบ

          คาถาบูชาดาวพระราหูเข้าเสวยอายุ

      ๐สัพเพ  พุทธา  โมกขัปปัตตา  ปัจเจกานัญจะ  ยัง  โมกขัง  อระหันตานัญจะ 

เตเชนะ  ราหูรักขัง  พันธามิ  สัพพะโส ฯ

      ๐ให้สวดบูชาวันละ  ๑๒  จบ   ๑๒   วัน

      ๐เมื่อทำการบูชาดาวพระราหูเข้าเสวยอายุเสร็จแล้ว  ให้จัดแต่งเครื่องสังเวยดาวพระราหูด้วยเครื่องสังเวย  ๘  อย่างดังต่อไปนี้
       ๑.ไก่ดำ              ๑       ตัว  ที่ต้มสุกแล้ว
       ๒.เหล้าดำ          ๑       ขวดเล็ก
       ๓.กาแฟดำ         ๑       แก้ว
       ๔.เฉาก๊วยดำ      ๑       แก้ว
       ๕.ถั่วดำ              ๑       ถ้วยเล็ก   ที่ต้มสุกแล้ว
       ๖.ข้าวเหนียวดำ  ๑       ถ้วยเล็ก  ที่นึ่งสุกแล้ว
       ๗.ขนมเปียกปูนดำ      ๘    ชิ้น
       ๘.ไข่เยี่ยวม้าดำ           ๘    ใบ
    ๐วิธีปฏิบัติให้เอาเครื่องสังเวยเหล่านี้ใส่ถาด  ตั้งไว้ตรงหน้ารูปภาพพระราหูในที่กลางแจ้ง  จุดธูปดำ ๘ ดอก และเทียนดำ ๒ เล่ม  แล้วกล่าวคำถวายเครื่องสังเวยพระราหู ๑๒  จบ ด้วยคาถานี้ว่า
    ๐นะโมเม พระราหูเทวานัง ธูปะทีปะ         จะปุปผัง สักการะวันทะนัง สูปะพะยัญชะนะ
 สัมปันนัง โภชะ นานัง                                สาลีนัง สะปะริวารัง อุทะกังวะรัง
 อาคัจฉันตุ ปะริภุญชันตุ สัพพะทา              หิตายะ สุขายะ พระราหูเทวา
 มะหิทธิกา เตปิ อัมเห  อะนุรัก ขันตุ             อาโรคะ   เยนะ สุเขมะจะ  ฯ
        ตัวอย่างการกล่าวคำถวายเครื่องสังเวย
    ๐ข้าพเจ้านายชัยพร   รักไทย   ได้จัดแต่งเครื่องสังเวยพระราหูด้วยเครื่องสังเวย ๘ อย่าง เพื่อถวายพระราหู  ด้วยในปีนี้ ชะตาชีวิตของข้าพเจ้ามี
พระราหูเข้าเสวยอายุ  จึงทำให้ตัวข้าพเจ้ามีเคราะห์เข็ญและความเดือดร้อนต่างๆ  เมื่อพระราหูรับเครื่องสังเวยนี้แล้วขอจงช่วยปัดเป่าเคราะห์เข็ญและ
ความเดือดร้อนต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้าให้เสื่อมสูญสิ้นหายไป  ณะ  กาลบัดนี้ด้วยเถิด ฯ

         อธิบายวิธีแต่งเครื่องบูชา

    ๑.ข้าวบิณฑ์  คือข้าวที่นึ่งสุกแล้ว หรือหุงสุกแล้ว  ถ้าเป็นข้าวเหนียวเมื่อนึ่งสุกแล้วอย่าเพิ่งชักให้ตักเอายอดข้าวในหวดเลย  แต่ถ้าเป็นข้าวจ้าวเมื่อหุงสุกแล้วให้ตักเอาข้าวในหมอได้เลย  แล้วนำมาปั้นให้เป็นก้อนกลมๆ แน่นๆ โตเท่าหัวแม่มือ  เสร็จแล้วให้นำมาย้อมสีตามวันเกิดดังนี้

      -ถ้าเกิดวันอาทิตย์          ให้ย้อมเป็นสีแดง

      -ถ้าเป็นวันจันทร์            ไม่ต้องย้อมเพราะข้าวเป็นสีขาวอยู่แล้วเป็นสีขาว 

      -ถ้าเป็นวันอังคาร           ให้ย้อมเป็นสีชมพู

      -ถ้าเป็นวันพุธ                ให้ย้อมเป็นสีเขียว

      -ถ้าเป็นวันพฤหัสบดี      ให้ย้อมเป็นสีเหลือง

      -ถ้าเป็นวันศุกร์              ให้ย้อมเป็นสีน้ำเงิน หรือ สีฟ้าก็ได้

      -ถ้าเป็นวันเสาร์              ให้ย้อมเป็นสีดำ

      -ถ้าเป็นราหู                   ให้ย้อมเป็นสีม่วง

    ๒.ธงผ้า   ให้ตัดเอาผ้าตามสีของวันเกิดดูข้างบน  ด้านกว้างให้ตัดเอา  ๑  นิ้วครึ่ง   ด้านยาวให้ตัดเอา  ๒  นิ้ว   คือตัดให้เป็นรูป  ๓  เหลี่ยมหน้าจั่ว   ให้ตัดเอาตามกำลังวัน  คือ

      -วันอาทิตย์           ให้เอา      ๖       ผืน      ให้เขียนเลข  ๖  ใส่ธงทุกผืน

      -วันจันทร์             ให้เอา      ๑๕     ผืน      ให้เขียนเลข  ๑๕  ใส่ธงทุกผืน

      -วันอังคาร           ให้เอา       ๘       ผืน      ให้เขียนเลข  ๘  ใส่ธงทุกผืน

      -วันพุธ                 ให้เอา      ๑๗    ผืน      ให้เขียนเลข  ๑๗  ใส่ธงทุกผืน

      -วันพฤหัสบดี       ให้เอา      ๑๙     ผืน      ให้เขียนเลข  ๑๙  ใส่ธงทุกผืน

      -วันศุกร์               ให้เอา      ๒๑     ผืน      ให้เขียนเลข  ๒๑  ใส่ธงทุกผืน

      -วันเสาร์              ให้เอา      ๑๐      ผืน      ให้เขียนเลข  ๑๐  ใส่ธงทุกผืน

      -วันราหู               ให้เอา      ๑๒     ผืน      ให้เขียนเลข  ๑๒  ใส่ธงทุกผืน

    ๓.ไม้คีบธง  ยาวประมาณ  ๑  ศอก   ด้านหนึ่งให้ผ่าตรงกลาง   อีกด้านหนึ่งให้แหลมปลาย   ให้เอาตามกำลังวัน   ให้ดูธงเป็นตัวอย่าง

    ๔.ข้าวตอก   คือการนำเอาข้าวเปลือกไปคั่วจนข้าวเปลือกนั้นแตกออกเป็นเม็ดสีขาว  เรียกว่าข้าวตอก  เสร็จแล้วให้นำไปใส่ในกระทงเล็กๆ  ที่ทำด้วยใบกล้วยสด

    ๕.วันพฤหัสบดี  มียอดกล้วยสดใส่ในกระทงด้วย ให้ตัดเอาปลายยอดกล้วยยาวเท่ากับนิ้วชี้   ให้ตัดเอาจำนวนเท่ากับกำลังของวันพฤหัสบดี   วันพฤหัสบดีมีกำลัง  ๑๙   ให้ตัดเอา  ๑๙  ยอด

    ๖.วันจันทร์   ใช้ใบบัวใส่ในกระทงด้วย  ให้ตัดเอาใบเล็กๆ  อย่าเอาใบใหญ่  จะเป็นบัวขาวหรือบัวแดงก็ได้   ให้ตัดเอา  ๑๕  ยอด

    ๗.วันเสาร์และวันราหู  ใช้ดอกไม้สีดำใส่ในกระทงด้วย  ถ้าดอกไม้สีดำไม่มีให้เอาดอกไม้สีม่วงแทน  ดอกอัญชันก็ได้  ต้องเป็นดอกไม้สด  ดอกกระดาษหรือดอกพลาสติคใช้ไม่ได้  วันเสาร์  เอา  ๑๐  ดอก    วันราหู  เอา  ๑๒  ดอก

    ๐ส่วนเรื่องการทำกระทง, เรื่องน้ำมนต์, และเรื่องเครื่องประกอบอื่นๆ ให้ดูรายละเอียดที่หน้าที่  ๓  ข้างบนของหน้านี้   ให้ออกจากหน้านี้เสียก่อน   แล้วเอาเม้าส์ไปคลิกที่สามเหลี่ยมเล็กๆ ที่อยู่ข้างขวาของเมนูไหว้พระสวดมนต์

  

             การสร้างบ้านใหม่

   ๐การสร้างบ้านใหม่  มีวิธีที่จะต้องปฏิบัติดังนี้

      ๑.การตรวจดูพื้นดิน

      ๒.การหาฤกษ์ในการยกเสา

      ๓.การแก้เคล็ดในการขุดหลุมฝังเสา

      ๔.การฝังอาถรรพ์

      ๕.เคล็ดลับในการเก็บของ

      ๖.ต้นไม้ที่ควรปลูก และต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกภายในบริเวณบ้าน

      ๗.ข้อห้ามในการสร้างบ้าน

      ๘.วัน  เดือน  ปี  ขึ้นแรม  ในการสร้างบ้าน

      ๙.เครื่องบวงสรวงพญานาค

      ๑๐.เครื่องบวงสรวงเจ้าแม่ธรณี

      ๑๑.เครื่องบัตรพลีในปีที่ยกเสา

          การตรวจดูพื้นดิน

    การตรวจดูพื้นดินมีวิธีที่จะต้องปฏิบัติดังนี้

      ๑.วิธีชิมดูดิน

      ๒.วิธีดมดูดิน

      ๓.วิธีดูดินอีกวิธีหนึ่ง

           วิธีชิมดูดิน

    ให้ขุดหลุมลึกประมาณศอกเศษ  แล้วเอาใบตองมาปูให้เต็มก้นหลุม  เสร็จแล้วให้เอาหญ้าคาสดมาปูทับใบตองอีกชั้นหนึ่ง  ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ  ๑  คืน  ไอดินก็จะมาจับที่หน้าใบตอง ให้เอาน้ำที่จับอยู่ที่หน้าใบตองมาชิมดู

    -ถ้าชิมดูแล้วน้ำนั้นมีรสหวาน  ก็ให้รู้ว่า "ที่ดินตรงนั้นดีพอปานกลาง สร้างบ้านได้"

    -ถ้าชิมดูแล้วน้ำนั้นมีรสจืด ก็ให้รู้ว่า "ที่ดินตรงนั้นดีมากสร้างบ้านแล้วจะอยู่เย็นเป็นสุข"

    -ถ้าชิมดูแล้วน้ำนั้นมีรสหวาน ก็ให้รู้ว่ "ที่ดินตรงนั้นไม่ดี  สร้างบ้านแล้วจะเกิดความเดือดร้อนในภายหลัง"

          วิธีดมดูดิน

    วิธีดมดูดิน  ให้ขุดเอาดินตรงที่จะสร้างบ้านนั้นมาดมดู

    ๐ ถ้าดมดูแล้ว  ดินนั้นมีกลิ่นหอมเหมือนดอกบัว หรือ ดอกสารภี ที่ดินตรงนั้นเรียกว่า "ที่ดินทรงพรต"  ถือว่าที่ดินตรงนั้นมีความอุดมสมบูรณ์  สร้างบ้านแล้วจะมั่งมีศรีสุข  ที่ดินทรงพรตนี้เหมาะแก่การสร้างวัดมากที่สุด

    ๐ ถ้าดมดูแล้ว  ดินตรงนั้นมีกลิ่นหอมดังดอกพิกุล  ที่ดินตรงนั้น  เรียกว่า "ที่สัตตะบูรณ์"  ถือว่าที่ตรงนั้น  เป็นที่ๆ มีความอุดมสมบูรณ์พูนสุขยิ่งนัก  เจ้าของบ้านจะมั่งคั่งร่ำรวย และอยู่เย็นเป็นสุข  ไร้ทุกข์โรคา

   ๐ ถ้าดมดูแล้ว  ดินตรงนั้นมีกลิ่นหอมเย็น หรือ หอมเหมือนดอกไม้ชนิดอื่น  ที่ดินตรงนั้น เรียกว่า "ที่บริบูรณ์วาส"  สร้างบ้านแล้วเจ้าของบ้านจะมีความร่มเย็นเป็นสุข อายุมั่นขวัญืน

   ๐ถ้าดมดูแล้ว   ดินตรงนั้นมีกลิ่นเผ็ด หรือ มีกลิ่นเหม็น  ที่ดินตรงนั้น เรียกว่า "ที่ทุคคะตะ"  สร้างบ้านแล้วเจ้าของบ้านจะเกิดความเดือดร้อน อยู่บ้านไม่ติดจะลำบากอัตคัดขัดสน

   ๐วิธีดูดินอีกวิธีหนึ่ง   คือให้เอาไข่ไก่มา ๑ ฟอง  กับทองคำเปลว ๑ แผ่น  และสีเบญจรงค์  ๕  สี   คือ

    ๑.สีแดง

    ๒.สีเหลือง

    ๓.สีเขียว

    ๔.สีขาว

    ๕.สีดำ

    ให้เอาสิ่งละหนึ่งใจมือ และให้เอาสิ่งของเหล่านี้ใส่ลงไปในหม้อดินขนาดใหญ่หน่อย  แล้วให้เอาผ้าขาวปิดปากหม้อเอาไว้หลายๆชั้น  เสร็จแล้วให้เอาไปวางไว้ในหลุม ซึ่งมีความลึกประมาณ  ๒  ศอกเศษ  แล้วเอาดินกลบฝังไว้ครึ่งเดือน หรือ หนึ่งเดือน  พอครบเวลาแล้วให้ขุดเอาหม้อนั้นขึ้นมาเปิดดู  ถ้าไข่นั้นยังบริสุทธิ์ดีไม่เน่า  ที่ดินตรงนั้นถือว่า "ดีมาก "  เหมาะแก่การสร้างบ้าน แต่ถ้าไข่เน่าที่ดินตรงนั้นถือว่า "ไม่ดี"  อย่าสร้างบ้านโดยเด็ดขาด  สร้างแล้วจะเกิดความวิบัติฉิบหายในภายหลัง

           การหาฤกษ์ในกาลยกเสาเอก

    เพื่อความเป็นศิริมงคลก่อนจะยกเสาให้หาฤกษ์  ทีเหมาะสมเสียก่อน  จะสร้างเลยก็ได้

แต่ถ้าถูกฤกษ์ไม่ดีบ้านที่สร้างแล้วก็จะอยู่ไม่เป็นสุข  

    ฤกษ์ที่เหมาะสมและเป็นมงคลในการสร้างบ้าน  คือ:-

       ๑.มหัทธโนฤกษ์

       ๒.ภูมิปาโลฤกษ์

       ๓.เทวีฤกษ์

       ๔.ราชาฤกษ์

    ฤกษ์ทั้งหลายเหล่านี้  ต้องให้หมอดูทีเรียนจบวิชาโหราศาสตร์  จึงจะหาฤกษ์พวกนี้ได้ 

หมอดูแผ่นผ้าธรรมดาจะหาฤกษ์เหล่านี้ไม่ได้   หรือจะหาฤกษ์โดยวิธีอื่นก็ได้แล้วแต่สะดวก

         การแก้เคล็ดในการขุดหลุมฝังเสา

    ในการขุดหลุมฝังเสา เมื่อขุดลงไปแล้วเจอสิ่งต่างๆ เช่นเจอกระดูกเป็นต้น ให้แก้ดังนี้

      ๑.ถ้าขุดลงไปแล้วเจอไม้  ที่ตรงนั้นเป็นสพานผี  ไม่ดี เมื่อสร้างบ้านแล้วจะอยู่ไม่เป็นสุขเจ็บไข้ได้ป่วยเดือดร้อนศัตรูจะปองร้าย

        -วิธีแก้:- ห้ไปนิมนต์พระมา  ๓  รูป  ให้เอาด้ายสายสิญจ์ผูกที่ไม้แล้วให้พระสวดถอดสวดถอนให้  สวดเสร็จแล้วให้เอาไม้นั้นไปทิ้งไกลๆบ้าน  ให้เอาทรายที่ปลุกเสกแล้วเทใส่ลงไปในหลุมตามด้วยข้าวตอกและน้ำมนต์  ต่อจากนั้นจึงยกเสาลงไปได้

      ๒.ถ้าขุดลงไปแล้วเจอกระดูก  ที่ตรงนั้นเป็นที่ผีแรง 

         -วิธีแก้:- ให้ตักน้ำมา ๑ ขัน  แล้วให้่เอาแก้วแหวนเงินทอง เพชรนิลจินดา  แช่ลงไป

ในขันให้แช่เอาไว้ ๑ คืน   

 

 

                  

 

       

 

 

 

 

 

เป็นเนื้อหาของบทความหรือสินค้าโดยละเอียด

กรุณาใส่ข้อความ …

Visitors: 23,956