๓.หยุดการทำลายคนพุทธในประเทศไทย

              หยุดการทำลายชาวพุทธในประเทศไทย

  

   https://news.tnews.co.th/contents/303090

   https://kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=14213

   http://factsheetmonk.blogspot.com/2016/05/blog-post.html

   https://www.youtube.com/watch?v=q2xMRTp1XOg

   https://www.youtube.com/watch?v=6tvHRNO5xX8

   https://www.youtube.com/watch?v=4aNcjbiv5YU

        ฝรั่งนับถือพุทธ

  

   https://www.youtube.com/watch?v=qP82sI_GrfY

   https://www.youtube.com/watch?v=kH-hqt1Cjrk

   http://mindfulnews.blogspot.com/2016/05/blog-post_27.html

   http://oknation.nationtv.tv/blog/print.php?id=542168

   https://www.youtube.com/watch?v=F6KfNYZP-xc

   https://goodlifeupdate.com/healthy-mind/dhamma/73034.html

                   เจ้าชายแฮรี่นำทหารนั่งสมาธิ

        

   http://www.banmuang.co.th/news/education/105158

   http://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2012/05/Y12114059/Y12114059.html

   https://www.youtube.com/watch?v=xa3-qj_HzJA

   https://www.posttoday.com/dhamma/494749

   https://www.winnews.tv/news/5818

   https://palungjit.org/threads/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94-%E0%B8%94%E0 

          ชาวยิวในอเมริกาหลายแสนคนหันมานับถือพุทธ

    

   ชาวอเมริกันเชื้อสายยิว หรือ ชาวยิวเชื้อสายอเมริกัน (อังกฤษ: American Jews หรือ Jewish Americans คือประชาชนชาวอเมริกันที่สืบเชื้อสายมาจากชาวยิวหรือชาวยิวที่พำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกาในฐานะคนต่างด้าว สหรัฐอเมริกาเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวยิวที่ใหญ่เป็นที่สองของโลกรองจากอิสราเอลขึ้นอยู่กับคำจำกัดคความทางศาสนา (ชาวยิวโดยเชื้อชาติ vs ชาวยิวโดยเชื้อชาติและศาสนา) และสถิติของจำนวนประชากรต่างๆ ประชากร
   ชาวอเมริกันเชื้อสายยิวประมาณว่ามีด้วยกันทั้งหมดประมาณ 5,128,000 คน หรือ 1.7% ของประชากรอเมริกันทั้งหมด[1] ในปี ค.ศ. 2007 (301,621,000 คน)[2] แต่จำนวนอาจจะสูงถึง 6,444,000 คน หรือ 2.2%[3] ในขณะที่สถิติของสำนักงานสถิติกลางของจำนวนประชากร อิสราเอลประมาณว่าเป็นจำนวน 5,435,800 คนในปี ค.ศ. 2007 (75.7% ของประชากรโดยทั่วไป)
   ชาวยิวในสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่เป็นชาวยิวอัชเคนาซิที่อพยพมาจากยุโรปกลาง และ ยุโรปตะวันออกและผู้สืบเชื้อสาย นอกจากนั้นก็ยังมีกลุ่มชนชาวยิวสาขาต่างๆ (Jewish ethnic divisions) ที่รวมทั้งมิซราฮิ และ เซฟาร์ดี ฉะนั้นชาวยิวในสหรัฐอเมริกาจึงมีด้วยกันหลายวัฒนธรรมและสาขาของศาสนาตั้งแต่ออร์ธอด็อกซ์ฮาเรดีไปจนถึงผู้ใช้ชีวิตในสังคมที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา หรือชาวยิวที่เป็นยิวโดยเชื้อชาติเท่านั้นโดยไม่นับถือศาสนาใด

   https://board.postjung.com/855829

   https://palungjit.org/threads/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3

 

            9  ดาราดังในฮอลลีวู๊ดนับถือพุทธ

  

   https://goodlifeupdate.com/healthy-mind/dhamma/73034.html

    

       พระธรรมทูตไทยได้รับนิมนต์เจริญพระพุทธมนต์ที่รัฐสภาสหรัฐอเมริกา

        

   https://www.winnews.tv/news/25810

   https://www.winnews.tv/news/19102

   https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1559690

          
                  พระพุทธศาสนาในสหรัฐอเมริกา

    

                http://oknation.nationtv.tv/blog/watthaimn/2007/10/06/entry-1

         
    พระพุทธศาสนา เริ่มเผยแผ่เข้าสู่สหรัฐอเมริกาเมื่อประมาณ พ.ศ. 2424 โดยพันเอก เอช. เอส. ออลคอตต์ ได้แต่งหนังสือชื่อ ปุจฉาวิสัชชนาทางพระพุทธศาสนา (Buddhist Catechism ) ขึ้นเผยแผ่ แต่คนยังไม่ได้ให้ความสนใจเท่าใดนัก จนกระทั่งใน พ.ศ. 2436 อนาคาริก ธรรมปาละพุทธศาสนิกชาวลังกาได้เดินทางเข้าไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา จึงเริ่มมีผู้นับถือพระพุทธศาสนาเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนและชาวญี่ปุ่นเท่านั้น
    ใน พ.ศ. 2448 ได้สร้างวัดทางพระพุทธศาสนานิกายสุขาวดี ขึ้นที่นครซานฟรานซิสโก โดยชาวญี่ปุ่นเพื่อใช้ประโยชน์ในการบำเพ็ญศาสนกิจ และเป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติธรรม ซึ่งทำให้ชาวอเมริกันเริ่มหันมาให้ความสนใจกับพระพุทธศาสนามากขึ้นใน พ.ศ. 2457 ได้มีการจัดตั้งสมาคมพระพุทธศาสนาแห่งสหรัฐอเมริกาขึ้น ซึ่งสมาคมนี้ในปัจจุบันก็ยังดำรงอยู่และขยายสาขาไปยังรัฐต่างๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย
    ใน พ.ศ. 2504 มหาวิทยาลัยวิสคอนซินได้เปิดการสอนหลักสูตรพุทธศาสตร์ ขึ้นในระดับปริญญาเอก และต่อมาในปี พ.ศ. 2518 จึงได้ตั้งมหาวิทยาลัยพุทธธรรม ขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเปิดสอน สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก ซึ่งการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสหรัฐอเมริกานั้น จัดว่ามีความสมบูรณ์ทุกประการ เช่น การจัดปาฐกถา การอภิปราย สนทนาธรรม สัมมนาทางวิชาการ การจัด
อบรมทางพระพุทธศาสนาภาคฤดูร้อน เปิดโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ การแสดงพระธรรมเทศนา การบำเพ็ญกุศลในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ยังมีวารสารนวสูร ที่มีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาขององค์การพระพุทธศาสนานานาชาติอีกด้วย
           พระพุทธศาสนาในสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน
    ประเทศสหรัฐอเมริกานับว่ามีกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาแพร่หลายและกว้างขวางที่สุด ที่เป็นเช่นนี้เพราะมีชาวไทยและชาวเอเชียที่นับถือพระพุทธศาสนาอยู่กระจัดกระจายตามรัฐต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 600,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชียที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะคนไทยที่อยู่กันหนาแน่ในบางเมือง เช่น ลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก ชิคาโก เป็นต้น ก็ได้ร่วมกันจัดตั้งวัดไทยขึ้นในชุมชนของตน เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและเป็นแหล่งที่ใช้พบปะสังสรรค์กันระหว่างชาวพุทธ วัดไทยในสหรัฐอเมริกาจึงมีกระจัดกระจายอยู่ตามรัฐต่างๆ เป็นอันมาก ซึ่งมีบทบาทนอกเหนือจากศาสนากิจแล้ว ยังเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีของไทยไปด้วย ได้แก่ การเปิดโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์และภาคฤดูร้อนให้เด็ก ๆ ลูกหลานไทยที่เกิดเติบโตในสหรัฐอเมริกาได้เรียนรู้พระพุทธศาสนา ภาษาไทย ที่มีความสนใจในพระพุทธศาสนาเข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนา และวัฒนธรรมไทยด้วย

                       ชาวต่างชาตินับถือพุทธศาสนา

        

     http://dhamma.serichon.us/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3/

              วันวิสาขบูชาที่เวียตนาม

       

   https://www.winnews.tv/news/26042

   http://dekdeemedia.com/mcu/page09.html

 

 ประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มปลูกฝังให้เด็กอนุบาลเจริญสติปัฏฐาน

     

    http://www.tairomdham.net/index.php?topic=12329.0

    http://plarnkhoi.com/news12/

    

       ปาฐกถาเรื่องพระพุทธศาสนาสู่สันติภาพโลก

   

     https://thaiembdc.org/th/2016/06/22/%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2/

         ประธานาธิบดี โอบามา กับพระเณรที่ลาว

   

     http://cancalmyourmind.blogspot.com/2016/09/blog-post_18.html

 

     อินโดนีเซียและมาเลเซียให้มีวันหยุดในวันวิสาขบูขา

         

   

       
   ปัจจุบันแม้ว่าอินโดนีเซียจะเป็นประเทศที่มี ผู้นับถือศาสนาอิสลามมากที่สุดในโลก แต่ถึงกระนั้น ชาวมุสลิมก็ได้ให้การยอมรับพระพุทธศาสนาว่าเป็น รากฐานของอารยธรรมอันเก่าแก่ของตน โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง จากเหตุการณ์สำคัญในปี พ.ศ. ๒๓๕๗ ที่ได้มีการค้นพบเจดีย์บรมพุทโธ ที่ถูกทิ้งร้างอยู่กลางป่าลึก ซึ่งต่อมารัฐบาลอินโดนีเซียได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ร่วมกับองค์การยูเนสโก จนกระทั่ง โบราณสถานแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียน
เป็นมรดกโลก
   นอกจากนี้ การค้นพบบรมพุทโธยังมีส่วนสำคัญ ต่อการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศอินโดนีเซียเพราะนับตั้งแต่มีการค้นพบบรมพุทโธ คณะสงฆ์และชาวพุทธจากประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทย ได้พยายามเข้าไปฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในอินโดนีเซีย อยู่เป็นระยะ ๆ อีกทั้งชาวพุทธที่นั่นแม้จะมีจำนวนน้อย แต่ก็มีการรวมตัวกันจัดตั้งเป็นองค์กรที่ชัดเจน ผนวกกับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นต้นมา รัฐบาลอินโดนีเซียเริ่มมีนโยบายที่ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนาอื่น ๆ นอกจากศาสนาอิสลามแก่ประชาชน มากยิ่งขึ้น ดังตัวอย่างของศาสนาพุทธที่รัฐบาลอินโดนีเซียได้ให้การสนับสนุนการจัดงานเฉลิมฉลอง เนื่องในวันวิสาขบูชา และยังได้ประกาศยกย่องให้วันนี้เป็นวันหยุดแห่งชาติอีกด้วย
   การจัดงานวิสาขบูชาของประเทศอินโดนีเซียในปีนี้ ถือเป็นงานประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๓ (อินโดนีเซีย นับปีพุทธศักราชตั้งแต่ปีที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน ส่วนไทยนับถือหลังจากนั้น ๑ ปี) ซึ่งงานนี้ทางรัฐบาลอินโดนีเซียได้ให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการ โดยมีสมาคมชาวพุทธแห่งอินโดนีเซียหรือที่นิยมเรียกกันว่า วาลูบี (WALUBI) รับหน้าที่ในการจัดงาน ซึ่งทางวาลูบีได้เชิญมูลนิธิธรรมกายให้ส่งคณะสงฆ์และคณะกัลยาณมิตรไปร่วมงานนี้ด้วย
   งานวันวิสาขบูชาของประเทศอินโดนีเซียปีนี้จัดขึ้นตรงกับวันเสาร์ที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ตามปฏิทินของประเทศไทย พิธีเริ่มต้นขึ้นในช่วงบ่าย ที่วัดเมินดุด ซึ่งอยู่ห่างจากเจดีย์บรมพุทโธไปประมาณ ๕ กิโลเมตร ซึ่งมีการสวดมนต์ร่วมกันของคณะสงฆ์ จากทุกนิกายทั่วประเทศอินโดนีเซียจำนวน ๒๓ รูป และคณะพุทธบุตรที่เดินทางมาจากนานาชาติ ซึ่งรวมถึงคณะพุทธบุตรจากวัดพระธรรมกายด้วย หลังจากนั้น คณะสงฆ์และชาวพุทธขององค์กรต่างๆ ได้ตั้งริ้วขบวนเดินทางจากวัดเมินดุดไปยังบรมพุทโธ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่งแม้ว่าฝนจะตกหนักตั้งแต่ เริ่มต้นจนถึงที่หมาย แต่ผู้เข้าร่วมขบวนทุกคนก็ยังคง ก้าวเดินต่อไปด้วยหัวใจที่เบิกบานและปลื้มปีติในบุญ ที่ได้มีโอกาสมาเยือนพุทธสถานอันศักดิ์สิทธิ์และ ยิ่งใหญ่อย่างเช่นบรมพุทโธนี้นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้คณะสงฆ์และชาวพุทธจากทุกองค์กรรู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ ขณะ ที่กำลังเดินไปยังบรมพุทโธ ตลอดสองข้างทางจะมีชาวท้องถิ่นมายืนคอยชมริ้วขบวนกันอย่างเนืองแน่น ซึ่งทุกคนต่างมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส บางคนถึงกับ พนมมือไหว้พุทธบุตรที่เดินผ่านไปด้วยความเลื่อมใส ศรัทธาก็มี ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ชาวอินโดนีเซีย ส่วนใหญ่นั้นเป็นผู้ที่มีจิตใจอันงดงาม ซึ่งแม้ว่าชาวอิสลามและชาวพุทธจะมีคำสอน และความเชื่อที่ผิดแผกแตกต่างกันไปก็ตามที แต่สิ่งเหล่านี้ก็หาได้เป็นอุปสรรคต่อมิตรภาพระหว่างศาสนิกทั้งสองแต่อย่างใด
   หลังจากที่ได้เดินทางไปถึงเจดีย์บรมพุทโธ ในช่วงประมาณ ๑๗.๓๐ น. คณะจากมูลนิธิธรรมกาย ได้เตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อเข้าร่วมพิธี ในภาคค่ำที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา ๑๙.๐๐ น. ซึ่งเป็น การกล่าวต้อนรับและการกล่าวสุนทรพจน์จากคณะ ผู้จัดงานและบรรดาบุคคลสำคัญ แต่ที่เป็นไฮไลต์ ของงานก็คือ การขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าชาวพุทธ เป็นจำนวนมากของ ฯพณฯ ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นอิสลามิกชน การให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีของ ฯพณฯ ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ในค่ำคืนนี้ นับเป็นการสะท้อนถึงนโยบายของรัฐบาลอินโดนีเซียที่ได้ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา และการจัดกิจกรรมของชาวพุทธ ได้อย่างชัดเจนที่สุด
   หลังจากที่การแสดงนาฏศิลป์จากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนได้เสร็จสิ้นลง ก็มาถึงพิธีสำคัญที่ ทุกคนต่างเฝ้ารอคอย นั่นก็คือ พิธีจุดประทีปและโคมลอย และพิธีเวียนประทักษิณรอบบรมพุทโธ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยทีมงานของมูลนิธิธรรมกาย ที่ได้รับความสนใจจาก ชาวพุทธนานาชาติ รวมถึงสื่อมวลชนของอินโดนีเซีย ที่เข้าร่วมพิธีกันอย่างคับคั่ง ภาพของแสงโคมน้อยๆ ที่ถูกจุดขึ้นบนลานธรรมที่มีบรมพุทโธเป็นฉากหลัง ช่างเป็นภาพอันงดงามและติดตาตรึงใจผู้ที่ได้พบเห็น ยิ่งนัก เมื่อถึงเวลาอันเป็นมงคล ท่านประธานสงฆ์คือ บันเต วงศ์สิน ลาภิโค พระภิกษุไทยซึ่งเป็นที่เคารพ และรู้จักกันดีของชาวอินโดนีเซีย ได้นำคณะสงฆ์ และสาธุชนสวดมนต์ เจริญภาวนา และแผ่เมตตา พิธีกรรมทั้งหมดเป็นไปด้วยความสงบ และก่อให้เกิด สันติสุขภายในแก่ผู้เข้าร่วมพิธีกรรมทุกคน
   เมื่อถึงเวลา ๒๑.๓๐ น. โคมลอยนับร้อยได้ถูกจุดขึ้น และค่อย ๆ ลอยขึ้นไปส่องสว่างอยู่บนฟากฟ้า ซึ่งเป็นประดุจสัญญาณว่า บัดนี้ประทีปแห่ง ธรรมได้ถูกจุดขึ้นแล้ว และพุทธศาสนากำลังจะหวน กลับมาโชติช่วงอีกครั้ง ณ มหาเจดีย์แห่งนี้ งานบุญ วันวิสาขบูชาที่อินโดนีเซียปีนี้ ปิดท้ายด้วยพิธีเวียนประทักษิณรอบบรมพุทโธ โดยคณะสงฆ์ได้เดินนำสาธุชนเวียนประทักษิณรอบมหาเจดีย์เป็นระยะทางถึง ๒.๕ กิโลเมตร ท่ามกลางบรรยา  กาศอันศักดิ์สิทธิ์ของพุทธสถานที่เป็นมรดกโลกแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่น่ายินดี อย่างยิ่งว่า ภาพการจัดงานของมูลนิธิธรรมกายได้รับ การตีพิมพ์ลงหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อินโดนีเซียหลายฉบับในวันรุ่งขึ้นอีกด้วย
   การเดินทางไปร่วมงานวันวิสาขบูชาที่ประเทศ อินโดนีเซียของคณะพุทธบุตรและกัลยาณมิตรในครั้งนี้ นับได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง เพราะ ได้มีโอกาสเชื่อมสายสัมพันธ์กับองค์กรพุทธจากนานาชาติ อันจะก่อให้เกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว กันของพุทธบุตรทุกนิกาย นอกจากนี้ ยังเป็นการ สร้างความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนต่างศาสนิก เพื่อให้ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างผาสุกท่ามกลางความเชื่อ ที่แตกต่าง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ
ประการหนึ่งที่จะก่อให้เกิด สันติภาพที่แท้จริงขึ้นได้ในอนาคต

           พบพระอยู่ใต้น้ำในประเทศอินโดนีเซีย

   

     http://cancalmyourmind.blogspot.com/2016/06/blog-post.html

     https://menmen-aboutwater.blogspot.com/2016/08/6.html

                            บุโรพุทโธ

     

    

      https://www.somethingjam.com/borobudur_th

      https://breathemyworld.com/2017/11/15/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87-1-%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99/ 

   
    โบโรบูดูร์ (อินโดนีเซีย: Borobudur) หรือ บาราบูดูร์ (อินโดนีเซีย: Barabudur) คนไทยรู้จักในชื่อ บุโรพุทโธ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอินโดนีเซีย บริเวณภาคกลางของเกาะชวา ตั้งอยู่ที่เมืองมาเกอลัง ห่างจากยกยาการ์ตาไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว ๔๐ กิโลเมตร สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. ๑๒๙๓ - ๑๓๙๓ โดยบุโรพุทโธเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธนิกายมหายาน ถ้าไม่นับนครวัดของกัมพูชาซึ่งเป็น
ทั้งศาสนสถานของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและศาสนาพุทธ บุโรพุทโธจะเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้โบโรบูดูร์เป็นมรดกโลก
  โบโรบูดูร์สร้างขึ้นโดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์ไศเลนทร์ เป็นสถูปแบบมหายาน สันนิษฐานว่าสร้างราวคริสต์ศตวรรษที่ ๗ - ๙ หรือ พุทธศักราช ๑๓๙๓ ตั้งอยู่บนที่ราบเกฑุ ทางฝั่งขวาใกล้กับแม่น้ำโปรโก สร้างด้วยหินภูเขาไฟประมาณ ๒ ล้านตารางฟุตบนฐานสี่เหลี่ยม กว้างด้านละ ๑๒๑ เมตร สูง ๑๒๓ เมตร เป็นรูปทรงแบบปิรามิด มีลานเป็นชั้นลดหลั่นกัน ๘ ชั้น และใน ๘ ชั้นนั้น ๕ ชั้นล่างเป็นลาน ๔ เหลี่ยม ๓ ชั้นบนเป็นลานวงกลม สามวงกลมยอดโดมกลางและบนลานกลมชั้งสูงสุดมีพระสถูปตั้งสูงขึ้นไปอีก ๓๑.๕ เมตร เป็นมหาสถูปที่ระเบียงซ้อนกันเป็นชั้นๆลดหลั่นกันไป มหาสถูปมีการตกแต่งด้วยภาพสลัก ๒๖๗๒ ชิ้น และ รูปปั้นพระพุทธรูป ๕๐๔ องค์ โดมกลางล้อมรอบด้วย ๗๒ รูปปั้นพระพุทธรูปแต่ละนั่งองค์อยู่ภายในสถูปเจาะรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ที่รอบล้อมสถูปเจดีย์ประธานด้านบนสุด
   ในชั้นบนสุดของโบโรบูดูร์ ที่ถือว่าเป็นส่วนยอดสุดของวิหาร มีลักษณะเป็นฐานวงกลมใหญ่ของเจดีย์องค์ประธาน เวลาที่มองมาจากที่ไกล จะเห็นเป็นเหมือนดอกบัวขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่กลางหุบเขา ไม่พบภาพสลักใด ๆ ปรากฏอยู่เหมือนพ้นจากความต้องการทุกสิ่งทุกอย่าง มีผู้อุปมาภาพที่ปรากฏนี้ว่า แสดงถึงการหลุดพ้นจากทุกสรรพสิ่งในโลกหรือที่เรียกว่านิพพาน อันเป็นจุดหมายสูงสุดของศาสนาพุทธ

   อาณาจักรศรีวิชัย หรือ อาณาจักรศรีโพธิ์ เกิดในปี พ.ศ. ๑๒๐๒ (ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓) ก่อตั้งโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ ในช่วงที่อาณาจักรฟูนันล่มสลาย มีอาณาเขตครอบคลุมมลายู เกาะชวา เกาะสุมาตรา ช่องแคบมะละกา ช่องแคบซุนดา และบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย โดยมีศูนย์กลางอยู่บริเวณจังหวัดสุราษฎ์ธานีของประเทศไทยในปัจจุบัน พื้นที่อาณาจักรแบ่งได้สามส่วน คือส่วนคาบสมุทรมลายู เกาะสุมาตรา และหมู่เกาะชวา
โดยส่วนของชวาได้แยกตัวออกไปตั้งเป็นอาณาจักรมัชปาหิต ต่อมาเมื่ออาณาจักรศรีวิชัยอ่อนแอลง อาณาจักรมัชปาหิตได้ยกทัพเข้ามาตีศรีวิชัย ได้ดินแดนสุมาตราและบางส่วนของคาบสมุทรมลายูไป และทำให้ศรีวิชัยล่มสลายไปในที่สุด ส่วนพื้นที่คาบสมุทรที่เหลือ ต่อมาเชื้อพระวงศ์จากอาณาจักรเพชรบุรี ได้เสด็จมาฟื้นฟูและตั้งเป็นอาณาจักรนครศรีธรรมราช
    ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ ได้ระบุว่า ศรีวิชัยสถาปนาในช่วงเวลาก่อนปี พ.ศ. ๑๒๒๕ เล็กน้อย  ขณะที่ เสนีย์อนุชิต ถาวรเศรษฐ เลขานุการคณะอนุกรรมการตรวจสอบหลักฐานอาณาจักรศรีโพธิ์ วุฒิสภา ระบุว่า อาณาจักรศรีโพธิ์ (ศรีวิชัย) สถาปนาขึ้นในวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๑๒๐๒ โดยใช้หลักการทางดาราศาสตร์ฟิสิกส์ ตรวจหาวันที่จากเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์ ที่อ้างอิงถึงในตำนานท้องถิ่นเกี่ยวกับการสถาปนาอาณาจักรที่ว่า
 "หลังเสร็จสิ้นสงครามแย่งช้าง ต่อมาได้เกิดสุริยคราสแหวนเพชร ขึ้นในท้องที่ดังกล่าว หลังจากนั้นอีก ๗ วัน มหาราชทั้งสอง ได้ทำพิธีบรมราชาภิเษกที่เขาสุวรรณบรรพต แล้วขึ้นครองราชสมบัติ สถาปนาอาณาจักรศรีโพธิ์"

   ส่วนที่ตั้งศูนย์กลางอาณาจักร มีการถกเถียงกันจนปัจจุบันก็ยังไม่ได้ข้อยุติ แต่มีสองแนวคิดที่เชื่อถือกันอยู่คือ คูเมืองไชยา (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) และที่เมืองปาเล็มบัง (สุมาตรา) ทั้งนี้เพราะมีหลักฐานเป็นจารึกชัดเจนว่า ปีพ.ศ. ๑๓๖๙ พระเจ้าศรีพลบุตร (ครองชวากลาง) พระนัดดาในพระเจ้าศรีสงครามธนัญชัย (ครองทั้งศรีวิชัยและชวากลาง) ยกทัพจากชวากลางมาตีศรีวิชัย จากพระใหญ่ (พระนัดดาอีกสายของพระเจ้าศรีสงครามฯ ที่ครองศรีวิชัย) แล้วชิงได้ราชสมบัติไป  แนวความคิดเรื่องชวากลาง (สถานที่ประดิษฐานเจดีย์บุโรพุทโธ) เป็นศูนย์กลางจึงตกไป มีการพบศิลาจารึกภาษามลายูโบราณเกี่ยวกับอาณาจักรศรีวิชัยทั้งที่สุมาตรา และที่วัดเสมาเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช และพบศิลาจารึกภาษาสันสกฤต เมืองไชยา ระบุว่าศรีวิชัยเป็นเมืองท่าค้าพริก ดีปลีและพริกไทยเม็ด โดยมีต้นหมากและต้นมะพร้าวจำนวนมาก
   หลวงจีนอี้จิง เคยเดินทางจากเมืองกวางตุ้งประเทศจีนโดยเรือของพวกอาหรับ ผ่านฟูนันมาพักที่อาณาจักรศรีวิชัยในเดือน ๑๑ พ.ศ. ๑๒๑๔ เป็นเวลา ๒ เดือน ก่อนที่จะเดินทางต่อผ่านเมืองไทรบุรี ผ่านหมู่เกาะคนเปลือยนิโคบาร์ ถึงเมืองท่า ตามพรลิงก์ที่อินเดีย เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา
   หลวงจีนอี้จิงบันทึกไว้ว่า พุทธศาสนาแบบมหายานเจริญรุ่งเรืองในอาณาจักรศรีวิชัย ประชาชนทางแหลมมลายูเดิมส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา แต่ก็ได้ติดต่อกับพ่อค้าอาหรับมุสลิมที่เดินทางผ่านเพื่อไปยังประเทศจีน ดังนั้นในเวลาต่อมาศาสนาอิสลามจึงได้เผยแพร่ไปยังมะละกา กลันตัน ตรังกานู ปาหัง และปัตตานี จนกลายเป็นรัฐอิสลามไป ต่อมาใน พ.ศ.๑๕๖๘ อาณาจักรศรีวิชัยได้ตกอยู่ใต้อำนาจและกลายเป็นส่วนหนึ่งของ
อาณาจักรมัชปาหิตของชวาใน พ.ศ. ๑๙๔๐ แต่มีหลักฐานจากตำนานเมืองเพชรบุรีว่า อาณาจักรศรีวิชัยได้ล่มสลายไปก่อนหน้านี้แล้ว เพราะตำนานฯ ระบุว่าก่อนพระพนมวังจะได้สถาปนาอาณาจักรนครศรีธรรมราชในปีพ.ศ. 1830 นครศรีธรรมราชมีสภาพเป็นเมืองร้างมาก่อน 

               คัมภีร์พระมาลัยที่สำนักวาติกัน

    

       https://ngthai.com/cultures/11048/pra_malai_vatican/

  

 

 

 

 

 

      

      

 

 

 

 

  

 

 

 

เป็นเนื้อหาของบทความหรือสินค้าโดยละเอียด

กรุณาใส่ข้อความ …

Visitors: 35,944