หน้าที่ ๔ เรื่องป่าหิมพานต์

 
                        เรื่องของป่าหิมพานต์

  

   ๐ป่าหิมพานต์  แปลว่า "ป่าที่มีน้ำค้างตกตลอดปี"   มีเนื้อที่ทั้งหมด  ๓๐๐๐  โยชน์  ภูเขาหิมพานต์สูง ๕๐๐  โยชน์  เนินเขาสูง  ๓๐๐  โยชน์   ยอดเขาสูง  ๒๐๐  โยชน์  รวมกันเข้าจึงเป็น  ๕๐๐  โยชน์ 

   ถ้าวัดที่สุดเนินทางด้านทิศตะวันออกทะลุถึงทางด้านทิศตะวันตก  ๓๐๐๐  โยชน์  ถ้าวัดโดยส่วนกลมวัดได้  ๙๐๐๐  โยชน์

    ภูเขาหิมพานต์มียอดทั้งหมด  ๘๔๐๐๐  ยอด  ยอดที่เป็นประธานของยอดทั้งหมดคือ "ยอดเขาสุทัสสะนะกูฏ"  และยอดที่มีชื่อทั้งหลาย  เช่น  ยอดเขาจิตรกูฏ   ยอดเขากาฬะกูฏ   ยอดเขาคันธมาทย์   และยอดเขาไกรราช 

   ในป่าหิมพานต์นั้นมีน้ำค้างตกตลอดปี  เพราะเหตุนี้จึงมีชื่อว่า "หิมพานต์"  คือป่าที่มีน้ำค้างตกตลอดปี  ในป่าหิมพานต์นี้มีสระที่มีความเชื่อมต่อกับปัญจมหานที ๕  สาย คือ:-

    ๑.คงคา

    ๒.ยุมนา

    ๓.อจิรวดี

    ๔.สรภู

    ๕.มหิ

    ในป่าหิมพานต์ประกอบด้วยสถานที่สำคัญดังนี้

     ๑.ภูเขาหิมพานต์

     ๒.แผ่นศิลาราบ

     ๓.ต้นกัลปพฤกษ์

     ๓.สระใหญ่ทั้ง  ๗  สระ

     ๔.ช้าง  ๑๐  ตระกูล

     ๕.เรื่องของพญากาเหว่าลาย

     ๖.ราชสึห์  ๔  จำพวก

     ๗.เรื่องของกระต่ายตื่นตูม

     ๘.ราชสีห์ตายเพราะสุนัขจิ้งจอก

     ๙.ราชสีห์ยอมแพ้สุกร

     ๑๐.นกการเวก

     ๑๑.เรื่องของพญานกยูงทอง

     ๑๒.นกมัยหสกุณี

     ๑๓.นกจากพราก

     ๑๔.เรื่องนกขลุกสกุณี

     ๑๕.เรื่องพญาวานร

     ๑๖.เรื่องของม้าวลาหก

     ๑๗.เรื่องม้าสินธพ

     ๑๘.เรื่องของโคอุสุภราช

     ๒๐.เรื่องแผ่นศิลาราบ

     ๒๑.เรื่องภูเขาสุเมรุราช

     ๒๐.เรื่องของไม้กัลปพฤกษ์

     ๒๒.เรื่องของป่านารีผลและอิสิสิงคะดาบส

     ๒๓.เรื่องของวิทยาธร

     ๒๔.เรื่องพญากินนรแห่งสวรรณคร

     ๒๕.เรื่องกินนรกินรี และพญาจันทกินนร

     ๒๖.เรื่องของดาบส

     ๒๗.เรื่าองของนางยักษินีหน้าม้า  และยักษินีเจ้าเล่ห์

     ๒๘.เรื่องหงส์  ๕  ชนิด  และชวนะหงส์

     ๒๙.เรื่องของเนื้อทองและปูทอง

     ๓๐.เรื่องของรามบัณฑิต

     ๓๑.เรื่องของกัฏฐะวาหะนะนครในสมัยพุทธกาล

                เรื่องของภูเขาหิมพานต์

    

    ๐ภูเขาหิมพานต์ส่วนสูงวัดได้  ๕๐๐  โยชน์   เนินเขานั้นสูง  ๓๐๐  โยชน์  ยอดเขาสูง  ๒๐๐  โยชน์  รวมเป็น  ๕๐๐  โยชน์   วัดโดยรอบ  ๙๐๐๐  โยชน์   เขาหิมพานต์มียอดเขารวมกันทั้งหมด ๘๔๐๐๐  ยอด  ยอดที่เป็นประธานของยอดทั้งหมดคือ "ยอดเขาสุทัสสะนะกูฏ"  และยอดที่มีชื่อทั้งหลาย  เช่น  ยอดเขาจิตรกูฏ   ยอดเขากาฬะกูฏ   ยอดเขาคันธมาทย์   และยอดเขาไกรราช

    ในภูเขาหิมพานต์มีน้ำต้างตกตลอดปี  เพราะเหตุนี้จึงเรียกว่า "หิมพานต์"  คือสถานที่ๆมีน้ำค้างตกตลอดปี  สระในป่าหิมพานต์นี้ไหลเชื่อมต่อกับแม่น้ำใหญ่ ๕ สาย  คือ

     ๑.แม่น้ำคงคา

     ๒.แม่น้ำยุมนา

     ๓.แม่น้ำอจิรวดี

     ๔.แม่น้ำสรภู

     ๕.แม่น้ำมหิ

    กระแสน้ำทั้ง ๕ สายนี้ ไหลพัดผ่านรอบขอบภูเขาหิมพานต์ วัดโดยกลมได้  ๙๐๐๐  โบชน์

                  แผ่นศิลาราบ

    

   ๐แผ่นศิลาราบ  คือแผ่นศิลาใหญ่ที่เป็นพื้นราบวัดได้  ๖๐  โยชน์  เป็นพื้นราบกว้างใหญ่ไม่มีหญ้าเลยแม้แต่เส้นเดียว  ควรจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของผู้มีบุญฤทธิ์  ศิลาแผ่นนี้เป็นทองคำทั้งแท่งเนื้อทองสูงมีสีสุกใสเปล่งปลั่งรุ่งโรจน์สวยงามมากยิ่งนัก  แผ่นศิลานี้เกิดมาจากหิงคุชาติ  มีสีแดงสะอาดงามตายิ่งนัก  เบื้องบนของแผ่นศิลาราบนั้นมีมโนศิลาอาสน์มีขนาดใหญ่ประมาณ ๓ โยชน์  มีสีสันแดงงามยิ่งนัก  มโนศิลาอาสน์อยู่ใต้ต้นสาละราชไม้รมย์รัง  ต้นไม้รังสูงได้ ๖ โยชน์ กับ ๔๐๐ เส้น  เป็นไม้อันร่มรื่น มีกิ่งก้านน้อยใหญ่และดอกอันบานสพรั่งสวยงามน่ารื่นรมย์บรรเทิงใจยิ่งนัก  เป็นต้นไม้พิเศษมีอายุยืนได้ ๑ กัปป์  มีร่มเงาอันแสนสบาย  ตอนที่พระพุทธเจ้าสวยพระชาติเป็นพญากาเหว่าลายก็ได้ทรงอาศัยอยู่ในต้นไม้นี้เป็นส่วนมาก

                            ต้นกัลปพฤกษ์

   

    ๐ต้นกัลปพฤกษ์  มีอยู่ในที่ใกล้ฉัททันสระ ณ ที่สถานแห่งนั้นมีต้นกัลปพฤกษ์อยู่เป็นจำนวนมาก ในต้นกัลปพฤกษ์ทั้งหลายเหล่านั้นมีผ้าทิพย์และมีเสื้อผ้าที่มีสีสันต่างๆ กันอยู่  ๕  สีด้วยกัน  คือ:-

     ๑.สีขาว

     ๒.สีเขียว

     ๓.สีเหลือง

     ๔.สีแดง

     ๕.สีหงสบาท

    ถ้าใครปราถนาผ้านุ่งผ้าห่มและเสื้อผ้าต่างๆอันเป็นทิพย์ๆก็จะได้ทุกอย่างในต้นกัลป พฤกษ์ทั้งหลายเหล่านี้ ใช้จะมีแต่เสื้อผ้าต่างๆก็หามิได้  เครื่องประดับตกแต่งต่างๆ และน้ำอันเป็นทิพย์ในต้นกัลปพฤกษ์ก็มีเหมือนกัน

    ในสมัยพระเจ้าธรรมาโศกราชที่เป็นพระราชาในชมพูทวีปเทวดาได้นำเอาผ้าทิพย์สีสันต่างๆจากต้นกัลปพฤกษ์ในป่าหิมพานต์มาถวาย  เทวดาทั้งหลายยังได้นำเอาไม้สีพระทนต์ (ไม้สีฟัน)   ผลสมอ   ผลมะขามป้อม   และผลมะม่วงสุกที่ป่าหิมพานต์มาถวายทุกวันมิได้ขาด ไม้สีพระทนต์ทำด้วยเครือเขาชน